ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เจ้าพายุ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

พายุรู้ข่าวเอื้อมพรจากภูผาที่ออกไปซื้อเสบียงที่ตลาด เขาเสียใจมากอยากรู้ว่าใครฆ่าเธอ แม้เอื้อมพรไม่ใช่น้องสาวแท้ๆ แต่สองคนผูกพันกันมาตั้งแต่เด็ก จึงยากที่จะทำใจรับได้

มาศจันทร์ปลอบโยนพายุให้คลายความเศร้า พร้อมกับเล่าสิ่งที่ตัวเองรู้สึกว่าฆาตกรน่าจะเป็นคนใกล้ชิด คนอื่นคงไม่มีทางทำได้

“เอื้อมพรเคยบอกฉันว่าเธอไม่ได้รักโตมร และถ้าวันหนึ่งโตมรรู้ว่าเธอทำทั้งหมดเพื่อนาย เธอไม่ปลอดภัยแน่”

พายุยังไม่ปักใจเชื่อ คืนนี้เขาตั้งใจไปฟังสวดศพและเพื่ออำลาเธอเป็นครั้งสุดท้าย แต่มาศจันทร์และคนอื่นๆพากันเป็นห่วง ไม่อยากให้พายุเสี่ยงอันตราย

มาศจันทร์ หมู่รงค์ กำนันไผ่ ภูผา วีนัส ไม่มีใครเห็นด้วยที่พายุจะไปงานศพเอื้อมพร แต่ในเมื่อห้ามไม่ได้ กำนันไผ่จึงบอกทุกคนว่าเราต้องตามไปช่วย

ค่ำคืนเดียวกับที่พายุไปงานศพเอื้อมพร หญิงสาวที่พายุไหว้วานให้ไปเอาลายนิ้วมือของกอบคุณก็เริ่มปฏิบัติการตามวิธีที่หมู่รงค์แนะนำ แผนการดำเนินไปอย่างแนบเนียน จนที่สุดเธอก็ได้ลายนิ้วมือของเขาสมใจ แต่ทั้งคู่ยังอยู่ด้วยกันในโรงแรมม่านรูด

โตมรกับมงคลคาดการณ์ไม่ผิด พายุมางานศพเอื้อมพรจริงๆ โตมรวางแผนกำจัดพายุไว้แล้วด้วยการจ้างมือปืนมาลอบยิงโดยเขาจะส่งสัญญาณให้เอง ภูผาแอบได้ยินแผนการนี้จึงคอยจับตาดูมือปืนตลอดเวลา ขณะที่กำนันไผ่ลอบเข้าไปในศาลาแล้วเอาปืนจี้เอวสุพจน์ให้อยู่นิ่งๆ ฟังพระสวดตามปกติ

วีนัสกับดารินอยู่หลังศาลา ครู่ต่อมาวีนัสก็ให้ดารินที่ไม่มีใครรู้จักเข้าไปในศาลาส่งกระดาษทิชชูให้สุพจน์ที่ไอจามมีทั้งน้ำลายและเสมหะเพราะเขากำลังเป็นหวัดเช็ดปากแล้วนำกลับออกมาอย่างเนียนๆ เพื่อนำไปสู่การตรวจดีเอ็นเอ โดยจะส่งไปพร้อมกับของกำนันไผ่ จะได้รู้เสียทีว่าพายุเป็นลูกใครกันแน่

โตมรรอจังหวะส่งสัญญาณให้มือปืนยิงพายุ แต่โดนหมู่รงค์ขัดขวางด้วยการเอาปืนจี้ข้างหลัง ฝ่ายภูผาจู่โจมเข้าเตะเสยปลายคางมือปืนที่ซุ่มอยู่นอกศาลาจนสลบเหมือด

การทำงานของทุกคนรอบคอบมาก ไม่มีแขกเหรื่อล่วงรู้เลยแม้แต่น้อย พายุได้เคารพศพเอื้อมพรอย่างที่ตั้งใจไว้ แล้วทั้งหมดก็พากันออกจากงานมาโดยไม่ได้รับอันตราย และไม่มีใครบาดเจ็บล้มตายสักคน แต่ทิ้งความเจ็บแค้นใจไว้ให้สองพ่อลูกมงคลกับโตมร

เมื่อพวกพายุกลับมาที่บ้านพักก็พบว่ามาศจันทร์กำลังคุยอยู่กับยุทธ ยุทธมาส่งข่าวความเคลื่อนไหวของกอบคุณที่ยังควบคุมตัววิวัฒน์ไว้ด้วยระเบิด แต่สำหรับรัตนา ยุทธพาเธอไปอยู่ในที่ปลอดภัย และพรุ่งนี้มีการประชุมผู้ถือหุ้น วิวัฒน์ให้พามาศจันทร์เข้าไปด้วย ยุทธเลยจะพานายสาวเข้ากรุงเทพฯคืนนี้เลย

วีนัสกับดารินไม่ได้กลับมากับพวกพายุ เธอนำหลักฐานที่ได้จากสุพจน์และของกำนันไผ่ไปตรวจดีเอ็นเอโดยที่พายุไม่รู้เรื่องเพียงคนเดียว คนอื่นๆช่วยกันโกหกว่าสองสาวมีธุระที่กรุงเทพฯ

กลางดึก หญิงสาวคู่ขาของกอบคุณติดต่อมายังหมู่รงค์ แจ้งว่าเธอได้ลายนิ้วมือของกอบคุณแล้ว หมู่รงค์กับพายุจึงไปซุ่มอยู่ฝั่งตรงข้ามโรงแรม แต่การรอคอยกลับไร้วี่แวว เพราะเวลานี้หญิงสาวโดนกอบคุณทำร้ายจนสิ้นลมก่อนเขาจะข่มขืนศพประสาคนจิตวิปริตก้าวร้าวรุนแรง

เมื่อมีการตายเกิดขึ้นภายในโรงแรม กอบคุณเอาเงินฟาดหัวพนักงานคนหนึ่งให้ช่วยปกปิด ก่อนที่เขาจะหลบหนีลอยนวล พอพายุกับหมู่รงค์เข้ามาเห็นศพหญิงสาวก็คาดคั้นพนักงานว่าผู้ชายที่เพิ่งขับรถออกไปคือฆาตกรใช่ไหม

แน่นอนว่าเงินของกอบคุณปิดปากพนักงาน

คนนั้นได้สนิท แถมมันยังเอากระเป๋าถือของเธอซึ่งมีของมีค่าพวกแหวนนาฬิกาไว้ด้วย พายุกับหมู่รงค์ค้นหาหลักฐานลายนิ้วมือไม่เจอก็ทำท่าจะคาดคั้น แต่พอดีตำรวจมาถึง สองหนุ่มเลยต้องหลบออกไปซุ่มข้างนอก แล้วรอจังหวะเหมาะข่มขู่เค้นถามมันจนได้สิ่งที่ต้องการ

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้นวีนัสไปติดต่อเพื่อนที่ตึกนิติเวชแล้วขอลัดคิวในการตรวจดีเอ็นเอ ในระหว่างรอผลเธอชวนดารินไปเยี่ยม ผอ.สันติที่สำนักงานดีเอสไอ

ส่วนที่บริษัทของวิวัฒน์ เช้าเดียวกันนี้มีประชุมผู้ถือหุ้น ยุทธพารัตนามาในฐานะประธานคนใหม่ มาศจันทร์ชี้แจงต่อกรรมการทุกคนว่าพ่อของตนโอนหุ้นทั้งหมดให้ป้ารัตนา สามารถตรวจสอบหลักฐานได้ และขอให้ทุกคนลงชื่อรับรองด้วย ตนจะได้ไปแจ้งกับกรมทะเบียนการค้าเรื่องการเปลี่ยนแปลงหุ้น

ทันใดนั้นเอง กอบคุณพรวดพราดเข้ามากลางห้องประชุม แนะนำตัวเองคือประธานคนใหม่ พร้อมโชว์เอกสารโอนหุ้นที่วิวัฒน์เซ็นให้ตน แต่เมื่อตรวจสอบการเซ็นทั้งของกอบคุณและรัตนาเป็นคนละวันกัน จึงเกิดปัญหาหาข้อสรุปไม่ได้ กอบคุณขออนุญาตคุยกับ

มาศจันทร์เป็นการส่วนตัวสองคนสนทนากันอย่างมีชั้นเชิง ในใจของแต่ละคนคิดว่าตนถือไพ่เหนือกว่า

“ยังไงพ่อคุณก็ต้องมารับรองลายเซ็นให้ผม”

“พ่อฉันฉลาดพอที่จะไม่ทำแบบนั้น”

“อย่างนั้นก็มีอีกทางเลือกหนึ่งก็คือ พ่อคุณตูม! เละ!...ก็คงจะมาไม่ได้ ผมก็ยังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เพราะ คุณพ่อคุณเซ็นให้ผมก่อน”

“คุณแก้วันที่”
“ลองถามกรรมการทุกคนดูสิว่าเขารับรองไหม”

“คุณจะได้นั่งเป็นประธานที่นี่ไม่นานแน่ ถ้าฉันเอาคลิปไปแฉ”

“คิดว่าผมแคร์การ์ดนั่นนักหรือ มันเอามาเป็นหลักฐานในศาลไม่ได้ ศาลไม่ฟังหรอก พวกคลิปหรือวีดิโอต่างๆเนี่ย แต่ที่ผมต้องการคือ...มันอาจจะทำให้ผมยุ่งยากในชั้นสอบสวน แต่ถ้ามันจำเป็นผมก็พร้อมแลก”

กอบคุณจ้องหน้ามาศจันทร์อย่างเป็นต่อ แล้วหยิบรีโมตขึ้นมา มาศจันทร์สีหน้าเรียบนิ่งแต่ในใจหวั่นวิตก

ในเวลาเดียวกันนั้น พายุกับหมู่รงค์พยายามจะเอาตัววิวัฒน์ออกจากบ้านที่เหมืองให้ได้ โดยให้คนงานในเหมืองเอาเอกสารการติดต่อลูกค้าไปให้เขาเซ็น แต่ความจริงแอบเขียนข้อความให้วิวัฒน์แกล้งทำเป็นเจ็บหัวใจเพื่อหลอกลูกน้องกอบคุณพาไปโรงพยาบาล

แผนนี้เป็นไปด้วยดี หมวดคนสนิทของกอบคุณและจ่าอีกคนหลงกลวิวัฒน์จนได้ พายุกับหมู่รงค์จึงมีโอกาสแย่งชิงตัววิวัฒน์มาเพื่อปลดระเบิด

ระหว่างนั้นทางมาศจันทร์กับกอบคุณยังคงดูเชิงกันอย่างไม่มีใครยอมใคร หญิงสาวทำใจดีสู้เสือเกทับว่า

“ฉันจะลองสู้กับคุณสักตั้ง เอาสิ ฉันเชื่อว่าการ์ดชิ้นนี้ทำให้คุณหาที่ยืนไม่ได้แน่”

“ผมมีเงินเยอะแยะ ผมหาที่ยืนที่ไหนก็ได้”

“เงินประกันของเสี่ยโชคชัยน่ะหรือ”

“คุณรู้เรื่องเยอะเกินไปแล้ว”

กอบคุณหงุดหงิดหัวเสีย พลันเสียงโทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้น

“ว่ายังไงหมวด...อะไรนะ...ตามมันไป” กอบคุณพูดแค่นั้นก็วางสายแล้วเย้ยมาศจันทร์ว่า “มีข่าวดีมาแจ้ง ตอนนี้พายุมันไปช่วยพ่อคุณออกมา แต่เสียใจด้วยนะ มันคงไม่มีปัญญาปลดระเบิดออกหรอก การกดระเบิดใช้สัญญาณโทรศัพท์ เพราะฉะนั้นผมจะกดจากที่ไหนก็ได้”

กอบคุณยิ้มเหี้ยม หยิบรีโมตกับโทรศัพท์มือถือขึ้นมา มาศจันทร์สีหน้าตระหนกร้องห้ามเสียงหลง

“อย่า!!”

แต่ไม่เป็นผล กอบคุณกดรีโมตด้วยความสะใจ... แน่นอนว่าระเบิดทำงานทันที

“เรียบร้อย...ฌาปนกิจหมู่ คราวนี้ผมคงนั่งเป็นประธานได้แล้วสินะ”

“แก...แกมันไอ้ฆาตกร ฉันจะฆ่าแก”

มาศจันทร์โกรธแค้นจนฟิวส์ขาด ปรี่เข้าใส่กอบคุณหมายทุบตี แต่กลับเป็นฝ่ายโดนเขารวบมือไว้ทั้งสองข้างแล้วผลักออกไปที่โซฟา

“ฆาตกรงั้นหรือ...ไปหาหลักฐานมาให้ได้ก่อนแล้วค่อยมาปรักปรำผม”

กอบคุณทิ้งท้ายแล้วเดินออกไปอย่างผู้ชนะ รัตนากับยุทธสวนเข้ามาเห็นมาศจันทร์ร้องไห้ที่โซฟาก็ตกอกตกใจถามว่าคุณหนูเป็นอะไร

“คุณพ่อ...” มาศจันทร์ร้องไห้โฮ เล่าไปสะอื้นไปอย่างทำใจรับไม่ได้

ยุทธขอตัวไปเช็กข่าวอย่างเร่งด่วน ส่วนรัตนาคอยปลอบโยนมาศจันทร์อยู่ในห้องทำงาน

“เรายังไม่เห็น เราจะเชื่อได้ยังไงคะคุณหนู”

“ยังไงหนูก็รู้สึกว่าเขาทำจริงๆ โธ่คุณพ่อ...พายุ ไม่น่าเลย”

“ทำใจดีๆไว้ค่ะคุณหนู ยุทธกำลังตรวจสอบข่าวอยู่ค่ะ”

ผ่านไปสักครู่ ยุทธกลับเข้ามาสีหน้าไม่สู้ดี รายงานว่า “ทางคนงานที่โน่นบอกว่ารถของคุณท่านระเบิด ในรถมีศพเละและไหม้เกรียมอยู่สองศพ”

มาศจันทร์เชื่อว่าเป็นศพวิวัฒน์กับพายุ เธอกรีดร้องจนเป็นลม รัตนากับยุทธตกใจรีบช่วยกันปฐมพยาบาล

ooooooo


ข่าวการตายของวิวัฒน์กับพายุแพร่สะพัดอย่างรวดเร็ว กอบคุณฉวยโอกาสนี้บีบบังคับให้กรรมการบริษัทเซ็นลงนามรับรองตนในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นประธานคนใหม่เพื่อความต่อเนื่องในการบริหาร ปรากฏว่ากรรมการทั้งหมดไม่ขัดข้อง แต่ขอเลื่อนเป็นวันพรุ่งนี้จะเซ็นให้

มงคลกับโตมรแปลกใจเมื่อรู้ว่าสุพจน์รีบร้อนเข้ากรุงเทพฯทั้งที่งานศพเอื้อมพรยังไม่เสร็จสิ้น หรือว่าการไปครั้งนี้อาจเกี่ยวกับเสี่ยโชคชัย...ไม่ทันที่สองพ่อลูกจะคิดอะไรต่อ กอบคุณโทร.เข้ามือถือมงคล ถามว่ายังอยากได้เหมืองของวิวัฒน์อยู่หรือเปล่า

จังหวะนี้ลูกน้องคนหนึ่งเข้ามารายงานโตมรเรื่องการตายของวิวัฒน์กับพายุ แล้วโตมรก็กระซิบบอกต่อกับพ่อ...มงคลคาดไม่ถึง เก็บซ่อนความดีใจแทบไม่มิด ชมกอบคุณว่าหูตาไวจริงๆ และบอกว่าตนกำลังจะเข้ากรุงเทพฯ ถ้าเงื่อนไขดีก็ตกลงซื้อเหมือง กอบคุณพอใจตอบกลับทันทีว่าตนจะรอ

ฝ่ายสุพจน์ที่เดินทางเข้าไปพบ ผอ.สันติ เขาทำทีไม่รู้ว่าโชคชัยยังมีชีวิตอยู่ พอสันติพูดให้ฟังก็แสร้งดีใจก่อนจะเจรจาชวนเชิญร่วมมือกันฮุบเงินประกันก้อนใหญ่ที่จะทำให้เราสบายไปตลอดชีวิต โดยสุพจน์ขอให้สันติไปเอารหัสสี่ตัวของบัญชีธนาคารของโชคชัยมา

ผอ.สันติตกลงเพราะเห็นแก่เงินจำนวนมหาศาล หลังจากเจรจากันเป็นที่พอใจทั้งสองฝ่าย สุพจน์กับสันติก็พากันขึ้นรถออกไป วีนัสกับดารินมารอพบสันติอยู่เห็นไวๆ สงสัยว่าสองคนจะไปไหน

สองสาวสุดจะคาดเดา พอดีภูผาเยี่ยมหน้าเข้ามาเร่งให้ติดตาม วีนัสแปลกใจว่าชายหนุ่มมาได้ยังไง แต่หมดโอกาสซักถามเพราะภูผาให้รีบตามสองคนนั้นก่อนจะตามไม่ทัน

จ่านนท์กับเปียรู้ข่าวพายุตายพร้อมวิวัฒน์แล้วเช่นกัน หากพายุตายจริงก็ไม่มีพยานปรักปรำจ่านนท์ได้ ส่วนเรื่องเงินประกันจ่านนท์เชื่อว่ามงคลกับโตมรต้องไปเอาคืนจากโชคชัย ซึ่งจ่านนท์วางแผนฉกจากสองพ่อลูกมาอีกทอด

แน่นอนว่ามงคลกับโตมรคาดหวังว่าต้องได้เงินประกันจากโชคชัยมาซื้อเหมืองจากกอบคุณ ซึ่งเงินก้อนนี้มหาศาลแต่มงคลจะไม่แบ่งให้จ่านนท์อย่างแน่นอน ได้เงินเมื่อไหร่ก็จะสังหารมันทันที

เปียกับอีวาแอบรวมหัวกันวางยาจ่านนท์เพื่อจะฮุบเงินประกันเอาไว้เอง หารู้ไม่ว่าจ่านนท์ระแคะระคายในความสัมพันธ์ของทั้งคู่อยู่ก่อนแล้ว จึงระวังตัวเป็นพิเศษ ไม่หลงกลกินกาแฟผสมยาพิษที่เปียชงมาให้ แต่จัดฉากให้เปียเข้าใจว่าเขาดับดิ้นสิ้นใจแล้วจริงๆ

อีวาพอใจที่แผนของตนสำเร็จง่ายดาย จากนั้นเธอเร่งเปียเข้ากรุงเทพฯ โดยไม่สนใจเงินของกลางที่ยังค้นหาไม่เจอ เพราะจุดหมายคือเงินประกันก้อนใหญ่

ด้านวีนัส ภูผา และดารินที่สะกดรอยตามสันติกับสุพจน์ไปถึงเซฟเฮาส์ที่โชคชัยอยู่ ทั้งสามซุ่มมองและคาดเดาว่าสุพจน์คงหิวเงิน หรือไม่ก็ต้องการกำจัดสารวัตรกอบคุณ ซึ่งการคาดเดานี้ถูกทั้งสองอย่าง

ผ่านไปไม่นาน สันติออกมาคนเดียว ดารินบ่นอยากรู้เหลือเกินว่าสุพจน์เข้าไปในบ้านทำไม วีนัสจึงเสนอให้ตามไปถาม ผอ.สันติ

เมื่อตามไปทันกันที่ลานจอดรถตึกดีเอสไอ วีนัสให้ภูผากับดารินนั่งรอในรถ ส่วนเธอไปเจรจากับ ผอ.สันติตามลำพัง

สันติแปลกใจวีนัสรู้ได้ยังไงว่าสุพจน์มาพบตน วีนัสบอกว่าตนมาพบเขาแล้วเห็นเข้า เธอเตือนว่าสุพจน์ไม่น่าไว้ใจ แต่สันติไม่เชื่อและบอกปัด

“ดูไปก็ไม่มีอะไรนี่ เขาให้การเป็นประโยชน์ด้วย ผมว่าคุณไปจัดการเรื่องคดีคุณกับสารวัตรกอบคุณดีกว่า หาหลักฐานมาให้ได้ แล้วผมจะจัดการให้”

วีนัสสงสัยท่าทีและคำพูดของสันติเปลี่ยนไป ฝ่ายสันติกลัวโดนจับพิรุธได้จึงด่วนขอตัวเดินจากไป

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

แฟนๆ อิจฉาอยากเป็น “มิ้นท์ รัญชน์รวี” ได้ใกล้ชิดหนุ่มหล่องานดี ใน "พราวมุก"

แฟนๆ อิจฉาอยากเป็น “มิ้นท์ รัญชน์รวี” ได้ใกล้ชิดหนุ่มหล่องานดี ใน "พราวมุก"
14 มิ.ย 2564

03:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 14 มิถุนายน 2564 เวลา 03:04 น.