ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เล่ห์ร้อยรัก

SHARE
ตอนที่ 14

ระหว่างธาวินกับบุญทันอยู่ในห้องผ่าตัด ตาลและเมย์ ต่างชะเง้อมองหน้าห้องด้วยความกังวล

เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า แม้จะหลายชั่วโมงแล้ว หมอก็ยังไม่ออกมา ยิ่งทำให้สองสาวทวีความหวาดวิตก และคิดไปต่างๆ นานา

“พี่ภูกับพี่วินจะเป็นอะไรไหมคะพี่ตาล” เมย์เอ่ย ขณะหายใจไม่ทั่วท้อง

“ตาลก็ไม่รู้ แต่หมอต้องช่วยเขาได้”

“ขออย่าให้พี่ภูเป็นอะไรเลย ถ้าพี่ภูตาย เมย์คงไม่รู้จะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง ถ้าไม่นับพ่อกับคุณปู่ พี่ภูเป็นคนที่ดีที่สุดในชีวิตเมย์ เขาทำให้เมย์มีความหวัง มีกำลังใจที่จะลุกขึ้นสู้กับปัญหา ขออย่าให้เขาเป็นอะไรเลยนะพี่ตาล” เมย์ทรุดลงนั่งร้องไห้

ตาลเข้ามากุมมือปลอบใจ “เขาต้องปลอดภัยค่ะ”

วินาทีนั้น หมอเปิดประตูออกมา สองสาวลุกพรวดไปถามอาการเกือบจะพร้อมกัน

“คุณภูบดีกับคุณธาวินปลอดภัยแล้วครับ”

สองสาวโผเข้ากอดกันด้วยความดีใจ พวกเธอขอเข้าไปเยี่ยมสองหนุ่ม แต่หมอชี้แจงว่า รอให้คนไข้ย้ายไปพักฟื้นก่อนจะสะดวกกว่า แล้วขอตัวจากไป

“คราวนี้เราก็ยกโทษให้เขาสองคนได้แล้วนะพี่ตาล” เมย์หันมาเปรย สาวตาลส่งยิ้มให้แทนความคิดเห็นใดๆ

ครู่ต่อมา เจ้าหน้าที่ย้ายสองหนุ่มเข้าไปพักในห้องคนไข้ เมย์ตามไปเฝ้าคนรักด้วยความเป็นห่วง เธอแตะแก้มบุญทันอย่างแผ่วเบา ชายหนุ่มลืมตามองพลางเรียกหา

“น้องเมย์”

“ขอโทษค่ะ เมย์ไม่ได้ตั้งใจทำให้พี่ภูตื่น”

“พี่ไม่ได้หลับ” บุญทันจับมือคนรักไว้

“พี่ภูเป็นยังไงบ้างคะ เจ็บตรงไหน”

“ที่เอว”

“หมอบอกว่าโชคดีที่กระสุนไม่ถูกเข้าที่สำคัญ”

“แล้ววินล่ะ”

“พี่วินก็ปลอดภัยค่ะ แต่ปารมีตายแล้ว”

บุญทันพยักหน้ารับรู้ แล้วถามหาคุณปู่

“คุณปู่ก็แอดมิทอยู่ห้องข้างๆ นี่ล่ะค่ะ พรุ่งนี้น่าจะลุกมาเยี่ยมพี่ภูได้ พี่ภูนอนพักเถอะนะคะ เมย์จะนั่งอยู่เป็นเพื่อนตรงนี้”

“พี่ว่าเมย์นอนเถอะ ไม่ต้องห่วงพี่หรอก”

“เมย์ไม่ง่วงค่ะ พี่ภูหลับเถอะ”

บุญทันดึงมือคนรักมาจูบ สาวเจ้าจุ๊บแก้มให้กำลังใจ ชายหนุ่มยิ้มปลื้ม พลางจับมือสาวเจ้าไว้ก่อนจะหลับตาลง

ส่วนธาวินนอนชะเง้อรอตาลมาเยี่ยม เมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้น ชายหนุ่มนึกว่าเป็นตาล แต่กลายเป็นพยาบาลนำยาแก้ปวดมาให้ แม้จะผิดหวังอย่างแรง แต่ยังมีกำลังถามหา

“ภรรยาผมอยู่ข้างนอกรึเปล่าครับ”

“ไม่เห็นนะคะ มีแค่คุณเมย์ที่ตอนนี้อยู่กับคุณ

ภูบดี มีอะไรรึเปล่าคะ จะให้โทร.ตามไหม”

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้เขาคงมาเยี่ยมผม”

พยาบาลยิ้มให้ก่อนเดินจากไป ทิ้งให้ธาวินมองตาม พลางรำพึงออกมาเบาๆ “อย่าบอกนะ ว่าตาลจะไม่ ยกโทษให้เรา”

ooooooo

วันรุ่งขึ้น อาการบาดเจ็บทางกายธาวินดีขึ้น แต่อาการทางใจเหมือนยังไม่ได้รักษา ชายหนุ่มนอนรอคนรักมาเยี่ยม หวังเห็นรอยยิ้มเป็นโอสถรักษาใจ แต่คนที่เข้ามากลับเป็นเมย์

“มอร์นิ่งค่ะพี่วิน พี่ภูฝากให้เมย์มาเยี่ยมค่ะ เป็นไงบ้างคะเมื่อคืนหลับสนิทไหม”

ธาวินซ่อนความผิดหวังไว้ในใจ ทักทายเมย์ด้วยไมตรี ก่อนสารภาพเรื่องนอนไม่หลับในคืนที่ผ่านมา

“อ้าว ทำไมล่ะคะ อย่าบอกว่าพี่ตาลชวนคุยทั้งคืนนะ”

“ตั้งแต่พี่ฟื้นขึ้นมา พี่ยังไม่เจอตาลเลย”

“จริงหรือคะ เมื่อคืนตอนที่รอผ่าตัดพี่ตาลยังอยู่กับเมย์เลยนะคะ”

“เขาคงยังโกรธพี่อยู่”

“ไม่น่าโกรธแล้วมั้ง ตอนที่พี่วินถูกยิงพี่ตาลเขายังร้องไห้เลย เดี๋ยวเมย์โทร.หาเขาดีกว่า บางทีเขาอาจจะมีเรื่องอะไร” เมย์กดโทรศัพท์หาตาล

ด้านสาวตาล เธอยืนเหม่ออยู่หน้าบ้านได้ยินเสียงโทรศัพท์จึงเข้ามากดรับ

“ค่ะ คุณเมย์”

“พี่ตาลอยู่ไหนคะ มีคนป่วยต้องการกำลังใจด่วนค่ะ”

“อ๋อ ตาลอยู่ต่างจังหวัดน่ะค่ะ”

“พี่ตาลไปทำอะไรที่ต่างจังหวัดคะ”

“ตาลมาพักผ่อนน่ะค่ะ คุณเมย์มีอะไรรึเปล่าคะ”

“แล้วพี่ตาลไม่มาดูพี่วินหรือคะ”

“เขาปลอดภัยแล้วนี่คะ ก่อนมา ตาลถามหมอ หมอ บอกว่าอีกสองวันก็กลับบ้านได้”

“คือเมย์หมายถึงว่าพี่ตาล...” เมย์พูดไม่ออก

“ขอพี่พูดกับตาลหน่อย” ธาวินขอโทรศัพท์ แล้วส่งเสียงอ้อนไปตามสาย “ตาล...นี่ตาลจะไม่ยกโทษให้ ผมจริงๆหรือ”

“ฉันเคยบอกคุณแล้วไงว่าไม่”

“ต้องให้ผมทำอะไรตาลถึงจะหายโกรธ หรือตาลอยากเห็นผมตายไปต่อหน้า ถึงจะยกโทษให้”

“ถึงคุณจะตาย ฉันก็ไม่ยกโทษให้ แค่นี้นะ” ตาลกดปิดโทรศัพท์

ธาวินหน้าสลดหันมาฟ้องเมย์ “เขาบอกว่าถึงผมตายเขาก็ไม่ยกโทษให้ผม”

เสียงธาวินเศร้าสร้อย เรียกความสงสารจากเมย์ได้ไม่น้อย แต่เธอก็ได้แต่แสดงความเห็นใจ และเข้าใจ ไม่สามารถทำให้ชายหนุ่มเบื้องหน้าอาการดีขึ้นมาได้

ooooooo

เวลาเดียวกัน พิพัฒน์มาเยี่ยมบุญทันในห้อง พลางปรับทุกข์กับหลานชาย

“ปู่ไม่อยากเชื่อเลยจริงๆว่าปารมีจะมีจิตใจโหดเหี้ยม ขนาดนี้ ถ้าปู่ไม่ยอมเซ็นเอกสารให้ เขาคงจะฆ่าปู่อีกคน”

“ผมผิดเองครับ ที่ไม่เชื่อสัญชาตญาณตัวเองตั้งแต่แรก ไม่งั้นคุณปรารภคงไม่ตาย”

“ไม่ใช่ความผิดของหลานหรอก ใครจะไปคิดว่าผู้หญิงที่อ่อนหวาน เจียมเนื้อเจียมตัวอย่างปารมีจะเป็นฆาตกรที่อำมหิต”

“ปารมีคงคิดวางแผนเรื่องนี้มานานแล้ว”

“ใช่ ตำรวจบอกว่าปารมีเป็นคนบงการฆ่าภาคิน แล้วก็พยายามหาทางฆ่าปู่มาแล้วครั้งหนึ่ง”

“ที่สนามกอล์ฟใช่ไหมครับ”

“ใช่ ปารมีให้สมยศจ้างคนมายิงปู่”

“ไม่รู้หัวใจเธอทำด้วยอะไรนะครับ ทำไมถึงโหดร้ายได้ขนาดนี้”

“หวังว่าคราวนี้เรื่องร้ายๆ คงจะจบลงซะทีนะ”

พิพัฒน์เอ่ยพลางถอนใจ ขณะที่บุญทันมองปู่อย่างเข้าใจและเห็นใจ

ooooooo

ธาวินกับบุญทันนอนพักที่โรงพยาบาลสองวัน หมอก็อนุญาตให้กลับมาพักฟื้นที่บ้าน

บุญทันดีใจมาก สีหน้าเบิกบานอย่างเห็นได้ชัด เมย์ตามดูแลไม่ห่าง ผิดกับธาวินที่เอาแต่นั่งเหม่อเพราะสาวตาลนอกจากไม่มารับแล้วยังไม่ยอมติดต่อมาเลย

“สงสารพี่วินนะคะ พี่ตาลไม่ยอมใจอ่อนเลย” เมย์แอบกระซิบกับคนรัก

“แต่พี่เชื่อว่าคนอย่างธาวินไม่ยอมแพ้ตาลง่ายๆ หรอก” บุญทันมองธาวินอย่างมั่นใจ

ครู่ต่อมา ธาวินหยิบโทรศัพท์มากดหาตาล แม้หวังจะริบหรี่ แต่ก็ยังไม่ละความพยายาม สาวตาลนั่งอยู่ริมระเบียงบ้าน สายตาอยู่กับหนังสือทำเบเกอรี่ เมื่อโทรศัพท์ดังก็กดรับสาย “ฮัลโหล”

“นี่ผมนะตาล ธาวินสามีคุณ”

“คุณอย่ามาทำซี้ซั้วพูดนะ ฉันยังไม่เคยมีอะไรกับคุณ”

“ให้โอกาสผมอีกสักครั้งไม่ได้หรือตาล”

“ก็บอกแล้วไงว่าไม่”

“ถ้าอย่างงั้นให้ผมได้เจอคุณอีกซักครั้งได้ไหม”

“เพื่ออะไร”

“ผมไม่รู้ว่าเพื่ออะไร แต่ถ้าคุณจะเลิกกับผม ผมก็อยากเห็นหน้าคุณอีกครั้ง ก่อนที่เราจะจากกัน”

“ก็ได้ ฉันอยู่หัวหิน ถ้าคุณอยากเจอก็มาหาฉันที่นี่”

“ได้ ผมจะไปหาคุณเดี๋ยวนี้” ธาวินกดวางสาย ส่วนตาลยืนอมยิ้มดีใจที่ชายหนุ่มจะมาง้อ

บุญทันกับเมย์ยืนมองอยู่ เห็นธาวินเดินไปที่รถจึงเข้ามาถามว่าจะไปไหน ชายหนุ่มตอบว่าจะไปหัวหิน

“พี่ตาลยกโทษให้แล้วหรือคะ”

“เปล่า พี่จะไปเจอหน้าเขาเป็นครั้งสุดท้าย” ธาวินทำเสียงเศร้า เขาบอกลาบุญทันแล้วขึ้นรถออกไป

เมย์ใจคอไม่ดีบ่นกับคนรัก “ทำไมพี่วินพูดเป็นลางไม่ดีเลย ไปเจอครั้งสุดท้าย”

“มันอาจจะหมายความว่าต้องเลิกกันจริงๆมั้ง นี่ดีนะที่น้องเมย์ไม่ใจแข็งเหมือนตาล”

“ที่จริง เมย์ก็อยากทำแบบพี่ตาลเหมือนกัน แต่กลัวพี่ภูไม่ง้อแล้วหนีกลับไปอยู่อเมริกา”

“ไม่มีทางหรอก ถึงยังไงพี่ก็ต้องทำให้น้องเมย์ใจอ่อนให้ได้”

“จริงหรือ”

“จริงสิ พี่รักน้องเมย์ พี่ไม่มีวันหนีน้องเมย์ไปไหนหรอก”

“รักพี่ภูที่สุดในโลกเลย” เมย์จุ๊บแก้มบุญทันแล้วโผเข้ากอด

ooooooo

ระหว่างเดินทาง ธาวินครุ่นคิดถึงคำพูดของตาล พลางคิดหาวิธีงอนง้อให้สาวเจ้าหายโกรธ แล้วประโยคที่ว่า “ถึงคุณตายฉันก็ไม่ยกโทษให้” แวบเข้ามา

“ต่อให้เราตายก็ไม่ยกโทษให้งั้นหรือ” ธาวินคิดได้ เขาเปลี่ยนเกียร์เร่งความเร็วรถ

ไม่กี่ชั่วโมง ธาวินก็มาถึงบ้านริมทะเล ขณะนั้นตาลเดินคุยอยู่กับผู้รับเหมาก่อสร้างร้านเบเกอรี่ในฝัน เมื่อเห็นชายหนุ่มเดินเข้ามา เธอหันไปบอกผู้รับเหมาว่า จะโทร.ไปนัดวันอีกที ผู้รับเหมารับคำเดินออกไป

“คุณอยากจะพูดอะไรก็พูดมาได้เลย” ตาลเริ่มรุกเมื่อทั้งสองเผชิญหน้ากัน ธาวินยืนมองตาลนิ่ง แล้วถูกตาลตวาดซ้ำ “ว่าไง จะพูดหรือไม่พูด มายืนมองหน้าฉันอยู่ได้”

“ผมคงไม่มีอะไรจะพูดนอกจากบอกคุณว่า ผมรักคุณ”

“โอเค ฉันรับทราบ”

“แค่นี้แหละที่ผมอยากจะบอกคุณ” ธาวินหันหน้าจากคนรัก ค่อยๆเดินจากไปอย่างเชื่องช้า

ตาลมองตามด้วยความงง ไม่คาดฝันว่าชายหนุ่ม จะจากไปง่ายๆ เธอพึมพำออกมา “อะไร มาตั้งไกลพูดแค่นี้เองหรือ”

ธาวินเดินออกมาหน้าบ้าน วัยรุ่นสองคนขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาจอดอย่างรวดเร็ว หนึ่งในนั้นร้องบอกเพื่อน “เฮ้ย มันอยู่นั่นไง”

วัยรุ่นคนซ้อนท้ายโดดลงจากรถ ถือไม้หน้าสามวิ่งเข้าหาธาวิน “ซ่านักหรือไง เมื่อกี้มึงขับรถปาดกู”

“ใจเย็นน้อง ฉันขอโทษ”

“ขอโทษหรือ” วัยรุ่นฟาดไม้เข้าที่หน้าธาวิน

“โอ๊ย” ธาวินร้องลั่น

ตาลตามออกมาพอดี เธอยืนตะลึง เมื่อเห็นวัยรุ่นฟาดไม้ซ้ำที่ท้ายทอยธาวิน แล้วโดดขึ้นรถหนีไป ส่วนธาวินหมดสตินอนอยู่กับพื้น

“คุณวิน คุณวิน นี่มันเรื่องอะไรกัน” ตาลเข้ามาประคอง พลางตะโกนให้คนแถวนั้นช่วยเรียกรถพยาบาล

ooooooo

ธาวินถูกนำตัวเข้าห้องฉุกเฉิน ตาลเดินไปเดินมาอยู่หน้าห้องด้วยความเป็นห่วง สักครู่พยาบาลออกมาถามว่า เธอเป็นอะไรกับคนไข้

“เป็นภรรยาค่ะ เขาเป็นยังไงบ้างคะ”

“ตอนนี้คนไข้ฟื้นแล้วค่ะ”

“แล้วอาการเขาเป็นยังไงบ้างคะ คือเขาถูกตีแรงมากน่ะค่ะ”

“ปลอดภัยดีค่ะ ให้นอนพักซักนิดเดี๋ยวก็กลับบ้านได้แล้ว”

“ไม่มีอะไรรุนแรงหรือคะ”

“ค่ะ ขอตัวนะคะ” พยาบาลเดินออกไป

ตาลถอนใจโล่งอก เธอตามไปดูธาวินในห้องคนไข้ เห็นเขาหลับอยู่ จึงย่องเข้าไปดูใกล้ๆ ธาวินรู้ตัวลืมตาขึ้น สาวตาลแกล้งทำปั้นปึ่ง

“คุณนี่หัวแข็งนะ ถูกตีขนาดนั้นไม่มีบาดแผลซักนิด อ้อ ฉันโทร.บอกคุณภูบดีให้มารับตัวคุณกลับกรุงเทพฯแล้วนะ”

ธาวินไม่โต้ตอบอะไร แถมมองหน้าตาลนิ่ง ทำราวกับว่าไม่เคยรู้จักกันมาก่อน จนตาลชักโมโห

“นี่ฉันพูดกับคุณ คุณไม่ได้ยินหรือ”

“ได้ยิน แต่ใครคือภูบดี”

“อย่ามาเล่นมุกนี้กับฉันนะ”

“แล้วคุณเป็นใคร” ธาวินมองตาลอย่างไม่ไว้ใจ

“นี่คุณวิน ฉันไม่สนุกกับคุณหรอกนะ”

“วิน...ผมชื่อวินหรือ แล้วคุณชื่ออะไร”

ตาลแทบช็อกรีบถามย้ำ “นี่คุณจำฉันไม่ได้จริงๆหรือ”

ธาวินส่ายหน้า สาวตาลยืนตะลึง

ooooooo

ตาลออกมายืนรอบุญทันกับเมย์อยู่หน้าโรง-พยาบาล ไม่นานทั้งสองก็มาถึง เมย์รีบถามอาการธาวิน ตาลหน้าสลดบอกว่า เขาปลอดภัยดี แต่จำอะไรไม่ได้เลย

“หมายความว่าไงจำอะไรไม่ได้เลย” บุญทันตกใจ

“คือ...เขาสมองเสื่อม”

เมย์กับบุญทันมองหน้ากันด้วยความตกใจ แล้วหันกลับมามองตาล เห็นเธอพยักหน้ายืนยัน ตาลพาบุญทันกับเมย์เข้ามาเยี่ยมธาวิน ชายหนุ่มมองทั้งสามอย่างระแวง บุญทันรีบแนะนำตัว

“ฉันภูบดีนะ แกจำฉันได้ไหม”

ธาวินมองแล้วส่ายหน้า

“แกพยายามนึกหน่อยสิ ฉันกับแกเป็นเพื่อนรักกันนะ”

ธาวินส่ายหน้าอีกครั้ง เมย์ดึงบุญทันออกแล้วเข้าแทนที่ “แล้วเมย์ล่ะคะ พี่วิน พี่วินจำน้องเมย์ได้ไหม”

ธาวินจ้องเมย์แล้วส่ายหน้าอีก...ตาลทำใจไม่ได้ สะเทือนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคนรัก เธอบอกทั้งสองคนด้วยเสียงสั่นเครือว่า ธาวินจำอะไรไม่ได้เลย แม้แต่ตัวเธอ บุญทันเป็นห่วงเพื่อนมาก เสนอว่าจะ

พาตัวเพื่อนกลับไปรักษาที่กรุงเทพฯ แต่ธาวินร้องลั่น ไม่ยอมไป

“ผมไม่รู้จักพวกคุณ พวกคุณอย่ามายุ่งกับผม”

“แต่ฉันเป็นเพื่อนแกนะไอ้วิน ตอนนี้แกความจำเสื่อม เราต้องพาแกไปรักษา”

“ผมไม่เชื่อคุณ คุณจะเอาผมไปฆ่า คุณต้องการมรดกผม”

“ไม่ใช่นะคะคุณวิน คุณภูเป็นเพื่อนคุณแล้วตาลก็เป็นเมียคุณ”

“ไม่! ผมไม่เชื่อ พวกคุณออกไปได้แล้ว ไม่งั้นผมจะให้เรียกตำรวจ พยาบาล...พยาบาล” ธาวินตะโกนเรียก

เมย์เห็นท่าไม่ดีชวนบุญทันกับตาลออกไปคุยกันข้างนอก ครั้นพ้นห้องคนไข้ บุญทันยืนยันเจตนาเดิม จะพาธาวินกลับไปรักษาที่กรุงเทพฯ เมย์ค้านเพราะธาวินคงไม่ยอมง่ายๆ

“ตาลว่าเอาอย่างนี้ดีกว่าค่ะ เดี๋ยวตาลจะโทร.ไปหาคุณหมอที่เคยรักษาเรื่องสมองคุณวินที่กรุงเทพฯ เชิญให้ท่านมาตรวจดูอาการที่นี่ก่อน”

“อืมม์ เอางั้นก็ได้” บุญทันเห็นด้วย

ตาลกดโทรศัพท์ เมย์กับบุญทันมองอย่างร้อนใจ

ooooooo

หมอจากกรุงเทพฯ เดินทางมาตรวจอาการธาวินในห้องพัก ตาล เมย์ และบุญทันยืนลุ้นอยู่หน้าห้อง สักพักหมอเปิดประตูออกมา

“คุณวินเป็นยังไงบ้างคะคุณหมอ”ตาลร้องถาม

หมอส่ายหน้า แต่ไม่ทันได้พูดอะไร เมย์ก็ด่วนสรุป “ไม่มีทางรักษาหรือคะ”

หมอส่ายหน้าอีก บุญทันร้อนใจ เสนอจะพาธาวินไปรักษาที่อเมริกา แต่ตาลไม่ยอม

“ไม่ค่ะ คุณภู ตาลจะไม่ให้คุณวินไปไหน”

“แต่คุณไม่ได้ยินที่หมอบอกหรือ ว่าหมอรักษาไม่ได้ คุณจะปล่อยให้วินเป็นคนสมองเสื่อมไปตลอดชีวิตงั้นหรือ”

“ไม่ใช่ค่ะ ตาลจะรักษาเขาเอง”

“รักษายังไงคะพี่ตาล พี่ตาลไม่ใช่หมอนะ”

“คุณหมอเคยบอกตาลว่า ถ้าเราช่วยกระตุ้นความทรงจำเขา เขาอาจจะหายได้ใช่ไหมคะ”

“ใช่ครับ”

“งั้นตาลจะทำทุกวิถีทางให้เขาหายค่ะ” ตาลเปิดประตูเข้าห้องไป

เมย์หันมาถามบุญทัน “แต่ถ้าพี่วินไม่หายล่ะคะ”

“ก็คงเป็นกรรมของมัน” บุญทันถอนใจ

คุณหมอมองบุญทันกับเมย์แล้วเอ่ยคำลา เพราะหมดหน้าที่แล้ว

“ขอบคุณนะครับคุณหมอ” บุญทันกับเมย์ยกมือไหว้

สาวตาลเข้ามานั่งข้างเตียงธาวิน เธอนึกถึงคำพูดของเขา “ถ้าผมจำอะไรในอดีตไม่ได้เลย ตาลจะยังรักผมอยู่ใช่ไหม”

“รักสิคะ ก็ตาลเป็นเมียคุณภูนะคะ ตาลจะไม่รักคุณภูได้ไง”

“ขอบคุณมากนะตาล ผมอยากให้ตาลรู้นะถึงผมจะจำไม่ได้ว่าผมรักตาลตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ผมจะรักตาลตลอดไป” ธาวินจับมือตาลขึ้นมาจูบ

ตาลน้ำตาซึมมองธาวินที่นอนหลับอยู่บนเตียง เธอจับมือเขามากุมแล้วยกขึ้นจูบ

ชายหนุ่มสะดุ้งตื่นพลางร้องโวยวาย “นี่คุณทำอะไรผม มาจูบมือผมทำไม”

“ก็ตาลบอกแล้วไงคะ ว่าตาลเป็นเมียคุณ ทำไมตาลจะจูบไม่ได้”

“ผมไม่เชื่อคุณหรอก คุณอย่ามาหลอกผม ถ้าเป็นเมียผมจริงคุณมีอะไรมายืนยัน”

“ไม่มีค่ะ”

“นั่นไง คุณจะมาหลอกเอามรดกผมใช่ไหม”

“นี่คุณวิน ฟังให้ดีนะคะ ตอนนี้คุณไม่มีมรดกอะไรเลย มีแต่ตัว เข้าใจรึเปล่าคะ”

“ผมน่ะหรือ มีแต่ตัว”

“ใช่ค่ะ เอาล่ะคุณไม่ต้องพูดมาก หมอให้กลับบ้านได้แล้ว คุณลุกขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เราจะได้กลับบ้านด้วยกัน”

“กลับบ้านหรือ แต่ผมไม่ไปกับคุณ”

“ถ้าคุณไม่ไปกับตาล คุณจะไปอยู่ที่ไหนคะ หรือว่าคุณจำได้ว่าบ้านคุณอยู่ไหน พ่อแม่คุณเป็นใคร เอาล่ะค่ะ ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้ว” ตาลหยิบเสื้อผ้าส่งให้

ธาวินจำใจรับเสื้อผ้าถือไว้ แล้วเดินเข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำ ตาลมองตามด้วยความหนักใจ ยังคิดไม่ออกว่าจะเยียวยาคนรักให้ความทรงจำกลับคืนมาได้อย่างไร

ooooooo

สาวตาลพาธาวินมาพักบ้านริมทะเล หวังรักษาอาการด้วยการฟื้นความทรงจำ โดยการกระตุ้นให้คิดถึงเรื่องราวในอดีต

ชายหนุ่มยืนงงๆ หันมาถาม “นี่บ้านเธอหรือ”

“บ้านของเราค่ะ ไม่ใช่บ้านตาล ไปค่ะ เข้าบ้าน” ตาลจูงมือธาวินเดินเข้าไป

ในตอนเย็น ตาลลงทุนเข้าทำอาหารให้ธาวินทาน แต่เขายังนั่งเหม่อ ไม่ทานอะไรแถมอ้างว่า ตาลอาจใส่ยาพิษลงในอาหาร

“คุณจะบ้าหรือไง ตาลจะไปใส่ยาพิษให้คุณทำไม”

“ผมไม่รู้ว่าผมเชื่อคุณได้แค่ไหน คุณมาทำดีกับผมเพื่ออะไร”

“ไม่ได้เพื่ออะไรค่ะ แต่ที่ตาลทำเพราะว่าตาลรักคุณ”

“รักผม ทั้งๆ ที่คุณบอกว่าผมมีแต่ตัว ไม่มีสมบัติอะไรเลยหรือ”

“ค่ะ ตาลไม่ได้สนใจทรัพย์สมบัติอะไรของคุณ”

“นั่นไง ผมยิ่งไม่เชื่อใหญ่เลย ผู้หญิงสวยๆ อย่างคุณเนี่ยหรือ จะมารักผู้ชายสมองเสื่อมที่มีแต่ตัว”

“คุณวินคะ ตาลชักจะหมดความอดทนกับคุณแล้วนะ ถ้าคุณไม่กินก็ตามใจ” ตาลตักข้าวเข้าปาก เลิกสนใจธาวิน

ชายหนุ่มเห็นคนรักเคี้ยวอาหารตุ้ยๆ ก็เริ่มหิว ค่อยๆ

ตักอาหารใส่ปากบ้าง แต่ไม่วายเหลือบมองสาวตาลอย่างระแวง หญิงสาวเห็นอาการคนรักก็แอบถอนใจ

ครั้นทานอาหารเสร็จ ตาลเข้าไปเตรียมที่นอนให้ธาวิน รออยู่จนดึกชายหนุ่มก็ยังไม่ตามเข้ามา เธอลุกออกไปดู เห็นเขานอนหลับอยู่บนโซฟา จึงปลุกให้ไปนอนด้วยกันในห้อง

“ไม่เป็นไร เชิญคุณเถอะ ผมไม่ได้เป็นอะไรกับคุณจะไปนอนร่วมห้องกับคุณได้ยังไง”

“คุณวินคะ คุณจะให้ตาลทำยังไง คุณถึงจะเชื่อว่าตาลเป็นเมียคุณ ตาลรู้ค่ะ ว่ามันเป็นเรื่องยากที่อยู่ๆจะให้คุณเชื่อ แต่ขอให้เชื่อใจตาลได้ไหมคะ เชื่อในความรักที่ตาลมีให้คุณ นะคะ ขอให้เชื่อว่าตาลรักคุณ” ตาลเข้ามากอดธาวิน แต่เขายังเล่นตัวขอคิดดูก่อน

“ก็ได้ค่ะ งั้นเดี๋ยวตาลจะเอาหมอนกับผ้าห่มออกมาให้คุณแล้วกัน” ตาลฝืนยิ้มเดินกลับเข้าห้อง

ooooooo

เช้าวันใหม่ ตาลตื่นขึ้นมาไม่พบธาวิน พบเพียงข้อความเขียนไว้ “ขอบคุณที่คุณรักผม แต่ผมไม่รู้จักคุณจริงๆ ลาก่อน”

“ไม่ คุณวินคุณต้องไม่ทิ้งตาลไปนะ” ตาลวิ่งออกไปหน้าบ้าน มองซ้ายขวา เห็นชายหนุ่มเดินลงทะเลก็ตกใจ รีบตามไปดึงตัวไว้

“คุณวิน อย่านะคุณวิน นี่คุณจะทำอะไร ทำไมถึงคิดสั้นแบบนี้” ตาลตบหน้าชายหนุ่มหวังเรียกสติให้กลับมา

“โอ๊ย คิดสั้นอะไร ผมจะว่ายน้ำ แล้วคุณมาตบผมทำไม”

“เอ้อ ตาลคิดว่าคุณจะฆ่าตัวตายน่ะ”

“ผมน่ะหรือจะฆ่าตัวตาย แค่ผมจำอะไรไม่ได้ ผมไม่คิดฆ่าตัวตายหรอก”

“แล้วที่คุณเขียนจดหมายทิ้งไว้ หมายความว่าไง ที่บอกว่าลาก่อน”

“ผมมาคิดๆ ดูแล้ว ผมควรจะไปตามทางของผม”

“คุณวิน ตาลขอร้องล่ะ อย่าไปได้ไหม ตาลรักคุณนะ อยู่กับตาล เชื่อตาลสิคะ วันหนึ่งคุณจะต้องจำตาลได้ นะคะ อย่าทิ้งตาลไป” ตาลโผเข้ากอด

ชายหนุ่มอมยิ้ม “ก็ได้ ถ้าคุณไม่อยากให้ผมไป ผมก็จะอยู่กับคุณ”

“ขอบคุณนะคะ ตาลรักคุณ”

“ถ้างั้นไปเล่นน้ำกับผมนะ” ธาวินจูงตาลลงเล่นน้ำทะเล

เมื่อขึ้นจากน้ำ ตาลชวนคนรักทานอาหารทะเล เพื่อทบทวนความหลัง แต่ธาวินกลับส่ายหน้าบอกว่าจำอะไรไม่ได้เลย

“ไม่เป็นไรค่ะ วันนี้นึกไม่ออกพรุ่งนี้ก็อาจจะนึกออก ทานเยอะๆนะคะ” ตาลแกะกุ้งและปูให้

“ทำไมถึงต้องดีกับผมขนาดนี้”

“ก็บอกแล้วไงคะว่าตาลรักคุณ”

“แล้วก่อนที่ผมจะสมองเสื่อมผมรักคุณรึเปล่า”

“รักสิคะ รักมากด้วย คุณบอกตาลทุกวัน ก่อนที่คุณจะถูกตีจนสมองเสื่อมคุณยังมาบอกให้ตาลรู้ว่าคุณรักตาล แต่ตาลไม่ดีเอง ถ้าตาลไม่แกล้งโกรธคุณ คุณก็คงไม่ถูกตี” ตาลเสียงเครือนึกโทษตัวเอง

“แล้วทำไมคุณต้องแกล้งผม”

“ก็ตาลโกรธที่คุณหลอกตาลว่า คุณเป็นทายาทมหาเศรษฐี ตาลก็เลยอยากเล่นงานคุณกลับคืนบ้างเท่านั้น ถ้ารู้ว่าคุณจะเป็นแบบนี้ตาลไม่โกรธคุณหรอก”

“คุณพูดจริงหรือ”

“จริงสิคะ ที่จริงตาลยกโทษให้คุณตั้งนานแล้วด้วย”

“แล้วถ้าผมบอกคุณว่า ผมไม่ได้สมองเสื่อมคุณจะโกรธผมไหม” ธาวินเฉลยความจริง

“คุณว่าอะไรนะ...นี่คุณโกหกอีกแล้วหรือ” ตาลลุกขึ้น

“อ้าว ไหนบอกว่ารักผมทำไมเรื่องแค่นี้ต้องโกรธผมด้วย”

“คุณนี่มันไว้ใจไม่ได้จริงๆ ตาลไม่น่าหลงเชื่อคุณเลย” ตาลเดินหนี

“เดี๋ยวสิ จะไปไหนล่ะ” ธาวินดึงเธอมากอด

“ปล่อยนะ คุณมันจอมโกหก คนลวงโลก”

“อย่าโกรธผมเลยนะ ถ้าผมไม่หลอกตาล ผมจะรู้หรือว่าตาลรักผมแค่ไหน รู้ไหมว่าผมดีใจมากเลยนะ ที่รู้ว่าตาลยังรักผมอยู่”

“คุณนี่มันเจ้าเล่ห์จริงๆ ตาลนึกสงสัยอยู่แล้วเชียว ว่าทำไมถูกตีแล้วไม่มีบาดแผล แถมยังสมองเสื่อมซ้ำสอง”

“หายโกรธผมแล้วนะ นะครับ”

“ก็บอกแล้วไง ว่ายกโทษให้ตั้งนานแล้ว” ตาลสะบัดตัวหนีอย่างเขินๆ

ธาวินยิ้มหน้าบานดึงตาลเข้ามากอดอีกครั้ง พร้อมให้สัญญา “ผมรักตาลนะ แล้วก็จะรักตลอดไป”

ooooooo

บุญทันรู้จากหมอว่า ธาวินแกล้งความจำเสื่อม เพราะอยากให้ตาลยกโทษ จึงมากระซิบบอกเมย์

“อะไรนะ หมายความว่าพี่วินแกล้งสมองเสื่อมหรือคะ”

“ใช่จ้ะ”

“อะไรกันเนี่ย ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้”

“ถ้าวินไม่ทำแบบนี้ ตาลเขาก็ไม่ยกโทษให้น่ะสิ”

“ใครบอกว่าเขาไม่ยกโทษให้ พี่ตาลเขาก็แค่ทำเล่นตัว”

“เมย์รู้ได้ไง”

“พี่ภูคะ เมย์เป็นผู้หญิงนะคะ ถ้าพี่ตาลไม่ยกโทษให้พี่วิน เขาไม่มีทางให้พี่วินตามไปหาเขาที่หัวหินหรอกค่ะ เฮ้อ พวกผู้ชายนี่ไม่รู้เรื่องอะไรบ้างเลย”

“จริงหรือ”

“ก็จริงน่ะสิคะ ว่าแต่พี่ภูน่ะร่วมมือกับพี่วินรึเปล่า”

“เปล่า พี่เพิ่งรู้จากหมอ”

“งั้นก็แล้วไป นึกว่าพี่ภูรู้เห็นเป็นใจกับเขาซะอีก”

“ถ้าพี่รู้แล้วทำไม”

“ไม่ทำไมหรอกค่ะ เมย์จะได้ไล่พี่ไปอีกคนน่ะสิ เมย์โทร.บอกพี่ตาลก่อนดีกว่า”

“ไม่ต้องโทร.หรอก ตาลเขารู้ความจริงแล้ว วินเพิ่งโทร.มาหาพี่”

“จริงหรือคะ ดีใจจัง ในที่สุดทุกอย่างก็จบลงอย่างแฮปปี้เอนดิ้งซะที”

“ใช่ แฮปปี้ซะที มาขอพี่กอดหน่อย” บุญทันดึงเมย์มากอดแถมหอมแก้มหนึ่งฟอด

ooooooo

เมื่อสองคู่ชู้ชื่นปรับความเข้าใจกันได้ ทั้งสี่ชวนกันมาเลี้ยงฉลองใหญ่ให้กับชีวิตที่ผ่านมา บุญทันหันมาเปรยกับธาวินเเบาๆ

“แกนี่มันแสบจริงๆ ไอ้วิน นี่ถ้าคุณหมอไม่บอกว่าแกแกล้งเล่นละครหลอกตาลล่ะก็ ฉันต้องคิดว่าแกสมองเสื่อมจริงๆแน่”

“เป็นไง ฉันเล่นได้เนียนไหม”

“เนียนมาก จนน้องเมย์ยังคิดว่าแกสมองเสื่อมจริง ร้องไห้บ่นสงสารตาลไม่หยุด จนฉันต้องบอกความจริง น้องเมย์ด่าแกยกใหญ่”

“อ้าว เป็นงั้นไป”

“แล้วนี่แกจะกลับอเมริกาเมื่อไหร่”

“คิดว่าเดือนหน้า”

“แล้วตาลว่าไงเขาจะไปกับแกรึเปล่า”

“ไป เขาบอกว่าฉันอยู่ไหน เขาก็จะอยู่ด้วย”

“ดีใจกับแกด้วย”

“ขอบใจ ฉันก็ต้องแสดงความยินดีกับแกเหมือนกัน ที่ได้กลับมาเจอคุณปู่ แถมยังได้เจ้าสาวมาเป็นของแถม” สองหนุ่มหยิบแก้วมาชน

“อะไรคะ ใครเป็นของแถมคะพี่วิน” เมย์กับตาลเข้ามาสมทบ ได้ยินแว่วๆจึงซัก

“เปล่าจ้ะ พี่บอกว่าน้องเมย์โชคดีที่ได้ภูมาเป็นของแถม”

“แต่เมื่อกี้เราไม่ได้ยินอย่างนี้นะ” ตาลเสียงเข้ม

“อย่าไปสนใจคำพูดของคนสมองเสื่อมเลย เชื่อถือไม่ได้”

“อ้าว ไอ้ภู ทำไมมาเล่นงานกันเอง”

“จริงของคุณภูค่ะ คุณวินเนี่ยเชื่อใจไม่ค่อยได้”

“ซวยเลยผม”

“นี่ดีนะคะที่เป็นพี่ตาล ถ้าเป็นเมย์ล่ะก็ รับรองพี่ภูได้สมองเสื่อมสมใจแน่” เมย์ทำเข้ม แล้วทั้งสี่ก็หัวเราะให้กันอย่างมีความสุข

ooooooo

เรื่องร้ายๆ ในบ้านวริทธิวรนันท์จบลง พิพัฒน์เรียกความสุขของทุกคนกลับคืนมาด้วยการจัดงานแต่งให้หลานทั้งคู่พร้อมกัน

ระฆังวิวาห์ดังกังวาน กลางบรรยากาศอวลอายแห่งรัก พิพัฒน์จูงมือตาลและเมย์เดินเข้ามาหาเจ้าบ่าว ที่ยืนรออยู่ข้างบาทหลวง

“ขอให้หลานทั้งสองดูแลหนูตาลกับยัยเมย์ยิ่งกว่าชีวิตนะ” พิพัฒน์ส่งตาลกับเมย์ให้สองหนุ่ม

“ครับคุณปู่ ผมจะดูแลตาลไปจนวันตาย”

“ผมสัญญาผมจะไม่ทำให้น้องเมย์ต้องเสียใจเพราะผม”

พิพัฒน์พยักหน้ารับ พลางส่งยิ้มปลื้มใจ ตาลมองหน้าธาวิน ชายหนุ่มค่อยๆ เคลื่อนหน้าเข้าจูบหน้าผาก เช่นเดียวกับบุญทันที่บรรจงจูบหน้าผากเมย์

เมื่อเสร็จพิธีในโบสถ์ เจ้าสาวทั้งสองออกมาโยนดอกไม้ให้สาวๆ แล้วขึ้นรถเปิดประทุนออกไปพร้อมกับเจ้าบ่าวเจ้าเล่ห์ของพวกเธอ

ooooooo

-อวสาน-

ตอนที่ 13

ค่ำคืนนั้น ตาลเตลิดมาอยู่บ้านตากอากาศริมทะเล ท่ามกลางแสงดาวสดใส เสียงคลื่นซัดสาดหาดทราย แม้เสียงโทรศัพท์จากธาวินจะเข้ามาอย่างไร เธอก็ไม่รับ ชายหนุ่มจึงเลือกวิธีส่งข้อความเข้ามาแทน

“เชอะ อย่ามาง้อซะให้ยากเลย หนอย หลอกเราได้ว่าเป็นทายาทพันล้าน เสีย SELF หมด” ตาลเบ้ปาก หลังอ่านข้อความ

ส่วนคู่ของเมย์และบุญทัน เช้าวันต่อมา บุญทันอุตส่าห์เข้ามาง้อสาวเมย์ถึงบ้าน แต่สาวเจ้ายังใจแข็งไม่ยอมดีด้วย เพราะอยากให้บทเรียนกับคนรัก ชายหนุ่มต้องเดินคอตกออกไปนั่งซึมในสวน

ปารมีสบโอกาส เข้าคุยด้วยหวังทอดสะพาน แต่เมื่อได้ยินบุญทันยืนยันหนักแน่นว่า รักเมย์คนเดียว ไม่มีใจให้ใครอีกแล้ว จอมมารยาก็ยิ่งแค้น

สายวันนั้นเอง ตาลทราบจากตำรวจว่า เจ้าหน้าที่นิติเวชตรวจพบเศษผิวหนังในเล็บของศพ ทำให้สันนิษฐานได้ว่า ก่อนเสียชีวิตน่าจะคว้ามือฆาตกรไว้ ทำให้เล็บจิกโดนผิวหนัง เมื่อนำไปตรวจ เจ้าหน้าที่พบว่า เศษเนื้อเยื่อผิวหนังนั้น ไม่ใช่ของนภา

“หมายความว่า คุณนภาไม่ได้ฆ่าแม่หรือคะ”

“ครับ คุณนภาไม่ใช่ฆาตกรที่ฆ่าคุณแม่คุณ”

ตาลตกตะลึง คิดไม่ออกว่าฆาตกรคือใคร?

ooooooo

เวลาเดียวกัน พิพัฒน์นั่งพักสายตาอยู่ในห้อง ปารมีย่องเข้ามาจากทางด้านหลัง คุณปู่สะดุ้งหันมาทัก “อ้าว ยายปา ทำไมมายืนเงียบๆปู่ตกใจหมด”

“ขอโทษค่ะคุณปู่ ปาไม่ทราบว่าคุณปู่หลับค่ะ เห็นอากาศร้อนก็เลยตั้งใจจะเอาชามะนาวมาให้ค่ะ” ปารมีวางแก้วชาบนโต๊ะ พลางถามหาภูบดี คุณปู่ว่าคงกำลังงอนง้อเมย์อยู่

แม่จอมวางแผนสบโอกาสชวนพิพัฒน์ไปตีกอล์ฟ และอาสาขับรถให้ พิพัฒน์แปลกใจซักว่า ทำไมอยู่ๆถึงชวนไปตีกอล์ฟ

“ก็ปาเห็นว่าระยะหลังมานี่คุณปู่ไม่ได้ออกไปไหนเลย อยู่แต่บ้านทุกวัน คงเบื่อแย่”

“ก็ดีเหมือนกันนะ ไปออกรอบซะหน่อย งั้นปู่ไปเปลี่ยนเสื้อผ้านะ” พิพัฒน์จิบน้ำชาแล้วลุกออกไป ปารมีมองตามส่งยิ้มอย่างมีแผน

พิพัฒน์นั่งรถออกมากับปารมีได้สักพัก ก็เริ่มหาว พลางบ่นกับหลานสาวว่า ทำไมง่วงจัง

“ถ้าง่วงก็งีบหลับได้ก่อนค่ะคุณปู่ เดี๋ยวถึงสนามแล้วปาจะปลุก” ปารมีเสียงหวานแต่แววตาแสนโหดเหี้ยม

ไม่นานนัก จอมวางแผนก็พาพิพัฒน์มาที่บ้านหลังหนึ่ง ทันทีที่รถจอดก็มีชายฉกรรจ์สองคนออกมาเปิดประตูรถอุ้มพิพัฒน์ที่ยังไม่ได้สติเข้าไปข้างใน

“เฝ้าไว้ให้ดี ถ้าฟื้นแล้วบอกฉัน” ปารมีกำชับ

“ครับ” ชายฉกรรจ์รับคำพร้อมกับวางร่างพิพัฒน์ลงบนเตียง

ooooooo

ตาลตัดสินใจกลับบ้านวริทธิวรนันท์ ธาวินออกมาพบด้วยความดีใจ เขารีบง้องอนคนรัก แต่เธอทำเสียงเข้ม แจ้งว่า มาพบภูบดีเพราะมีเรื่องสำคัญจะแจ้งให้ทราบ ธาวินหน้าสลด น้อยใจกับท่าทีเย็นชาของตาล

ระหว่างนั่งรอภูบดี ต้นหอมเอาน้ำเข้ามาเสิร์ฟตาล พลางอ้อนให้กลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนเก่าเพราะบ้านเงียบมากเมื่อไม่มีเธอ

“ฉันจะมาอยู่ในฐานะอะไร ฉันไม่ใช่สะใภ้ของบ้านนี้ซะหน่อย”

ธาวินมองตาลนิ่งรู้ว่าถูกแขวะเข้าแล้ว จึงเปลี่ยนประเด็นบอกให้ต้นหอมกลับไปทำงาน แล้วเข้ามาจ้องหน้าตาล หมายขอความเห็นใจ

“ผมรู้นะว่าผมผิดที่ผมไม่บอกความจริงตาล แต่ผมอยากให้ตาลเข้าใจผมบ้าง”

“ทำไมฉันต้องเข้าใจ ในเมื่อคุณหลอกลวงฉัน บอกว่าเป็นทายาทเศรษฐีพันล้าน ฉันถึงหลวมตัวมาอยู่ด้วย”

“นี่ตาลจะบอกว่าตาลมาอยู่กับผมเพราะเงินงั้นหรือ ไหนตาลบอกว่าตาลรักผม”

“มันก็ต้องมีเงินเป็นส่วนประกอบด้วยเหมือนกัน ถ้าตอนแรกฉันรู้ว่าคุณไม่มีเงิน ฉันไม่มาอยู่กับคุณหรอก” ตาลทำเมินใส่ทั้งสะใจและเจ็บใจ

“ผมไม่คิดเลยว่าตาลจะเป็นคนแบบนี้” ธาวินตัดพ้อ

นาทีนั้น บุญทันเดินเข้ามา “หวัดดีครับคุณตาล วินบอกว่าคุณตาลมีธุระจะคุยกับผม”

“ค่ะ ฉันจะมาบอกคุณว่าฆาตกรที่ฆ่าแม่ฉันไม่ใช่คุณนภา”

“หมายความว่าไงไม่ใช่คุณนภา คุณป้านภายอมเป็นแพะรับบาปแทนฆาตกรงั้นหรือ” ธาวินกับบุญทันมองหน้ากัน

“ใช่ค่ะ ตำรวจบอกว่าฆาตกรยังอยู่ที่นี่”

“งั้นเรื่องสมยศล่ะ คุณป้านภาฆ่าสมยศด้วยรึเปล่า”

“ไม่ได้ฆ่าค่ะ”

“หมายความว่าคุณนภาโกหกงั้นหรือ ถ้าคุณป้านภาไม่ได้ฆ่าแม่คุณกับสมยศแล้วยอมรับผิดไปทำไม หรือว่ามีใครบังคับ” ธาวินนิ่งคิด

แต่บุญทันกับโพล่งออกมา “หรือว่าคุณนภาปกป้องใคร”

“ปารมีไงคะ” เมย์ตามเข้ามา

เธอขอโทษทุกคนที่เสียมารยาทมาแอบฟัง แล้วอธิบาย ว่า นภาน่าจะยอมรับผิดแทนปารมีมากกว่าจะเป็นผู้ลงมือเอง

“เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ ตาลไม่เชื่อว่าคุณปารมีจะเป็นฆาตกร ตอนที่ตาลไปเยี่ยมคุณนภาเธอยังร้องไห้เสียใจเรื่องแม่ตาลอยู่เลย”

“แต่ผมว่าเป็นไปได้นะ วิน แกจำที่ฉันบอกได้ไหมถ้าคุณนภาไม่ใช่ฆาตกร คนที่น่าสงสัยก็คือปารมี”

“ถ้าเป็นปารมีจริงนับว่าเธอน่ากลัวกว่าที่เราคิดนะ” ธาวินหันมาทางตาล เห็นเธอนั่งอึ้งไม่อยากเชื่อว่าปารมีจะเป็นฆาตกร

ooooooo

ผู้กำกับเรียกปรารภมาพบที่สถานีตำรวจ แจ้งว่าปารมีน่าจะมีส่วนรู้เห็นในการตายของสมยศ

“คือลูกน้องผมไปสอบปากคำหมอและพยาบาลที่ทำการผ่าตัดคุณนภา ทุกคนยืนยันว่าวันที่สมยศตาย คุณนภาอยู่ในห้องผ่าตัดตั้งแต่แปดโมงเช้าถึงบ่ายสามโมง และคุณปารมีหายไปตอนสิบโมงถึงเที่ยง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สมยศตาย”

“แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคุณปารมีจะมีส่วนรู้เห็นนี่ครับ”

“บังเอิญเราได้หลักฐานจากกล้องวงจรปิดของร้านอาหารที่คุณปารมีไปเจอกับสมยศ ในวันที่คุณตาลกับคุณเมย์ถูกจับไปเรียกค่าไถ่” ผู้กำกับกดเปิดภาพจากคอมพิวเตอร์ให้ปรารภดู เห็นปารมีนั่งอยู่กับสมยศในร้านอาหารและสมยศกำลังคุยโทรศัพท์อยู่

“และช่วงเวลาที่ภาพบันทึกได้ เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่สมยศโทร.สั่งการลูกน้องให้ฆ่าคุณตาลกับคุณเมย์”

“ผมไม่อยากเชื่อเลยนะครับว่าคุณปารมีจะอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้” ปรารภคาดไม่ถึง

ooooooo

เวลาเดียวกัน พิพัฒน์เริ่มรู้สึกตัว ท่านร้องถามปารมีว่ามาอยู่บ้านหลังนี้ได้อย่างไร

“ปาพาคุณปู่มาเองค่ะ” ปารมีแสยะยิ้มแล้วเปิดทางให้ชายฉกรรจ์สองคนเข้ามายืนขนาบ

“นี่มันเรื่องอะไรกัน เธอคิดจะทำอะไร”

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ปาแค่อยากให้คุณปู่แก้พินัยกรรมด้วยการมอบอำนาจให้ปาเป็นผู้จัดการมรดกหลังจากที่คุณปู่ตาย”

“เธอทำแบบนี้เพื่ออะไร”

“ไม่ต้องถามหรอกค่ะ ตอนนี้อันดับแรก ปาอยากให้คุณปู่บอกให้คุณปรารภมาหาคุณปู่ที่นี่ดีกว่า”

“ไม่ ฉันไม่ทำอะไรให้เธอทั้งนั้น”

ปารมีหันมามองหน้าชายฉกรรจ์ หนึ่งในนั้นเข้ามาตบหน้าพิพัฒน์ผัวะ นางมารร้ายแสยะยิ้มกระชากเสียงสั่งให้พิพัฒน์ทำตาม จะได้ไม่เจ็บตัว พลางยื่นโทรศัพท์ให้ พิพัฒน์จำใจรับมากดโทร.หาปรารภ

ด้านปรารภ เขากำลังจะเดินไปที่รถ เมื่อเสียงโทรศัพท์ มือถือดัง คุณทนายเห็นเบอร์พิพัฒน์ขึ้นหน้าจอจึงรีบกดรับ

“ปรารภ ฉันมาหาเพื่อนที่บ้านเลขที่ 101 ซอยยินดี 22 คุณแวะมาหาหน่อยได้ไหม”

“ได้ครับ ผมมีเรื่องสำคัญจะไปคุยกับท่านอยู่พอดี”

“อืมม์” พิพัฒน์ส่งโทรศัพท์ให้ปารมี แล้วยืนยันว่าปรารภไม่มีทางทำพินัยกรรมปลอมแน่

“เดี๋ยวก็รู้ค่ะ” ปารมีเชิดใส่อย่างมั่นใจ

ปรารภครุ่นคิดถึงคำพูดของผู้กำกับ เรื่องสมยศจ้างคนไปฆ่าภาคินลูกชายพิพัฒน์ และบางทีปารมีอาจจะเกี่ยวข้องด้วย เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง ปรารภกดรับได้ยินบุญทันสั่งให้รีบกลับมาที่บ้าน เพราะตาลมาบอกว่า ฆาตกรที่ฆ่าเจ๊อ้อยกับสมยศไม่ใช่นภา

“ผมกำลังจะโทร.บอกคุณภูอยู่เหมือนกัน เพราะเมื่อกี้ผมไปคุยกับตำรวจมา ตำรวจบอกว่าคุณปารมีอยู่เบื้องหลังการตายของสมยศ ตอนนี้ตำรวจกำลังวางแผนจะจับเธอ”

“ปารมีหรือครับ ผมว่ามาคุยกันที่บ้านดีไหมครับ”

“ได้ครับ แต่ผมจะแวะไปหาคุณพิพัฒน์ที่บ้านเพื่อนท่านก่อน เพราะเมื่อสักครู่ท่านโทร.หาผมบอกว่าอยู่บ้านเพื่อนน่ะครับ ให้ผมแวะไปหา เดี๋ยวเจอกันนะครับ” ปรารภปิดโทรศัพท์

บุญทันหันมาบอกทุกคน “คุณปรารภบอกว่าปารมี อยู่เบื้องหลังการตายของสมยศจริงๆ”

“หมายความว่าคุณปารมีฆ่าแม่ตาลด้วยงั้นหรือ” ตาลไม่อยากเชื่อ

“เห็นไหมคะ เมย์บอกแล้วว่าปารมีไม่ใช่คนดีอย่างที่ทุกคนคิด”

“แล้วตอนนี้ปารมีอยู่ไหน” ธาวินมองหา

ต้นหอมเดินผ่านมาพอดี ชายหนุ่มเรียกเธอมาถามได้ความว่า ปารมีพาพิพัฒน์ออกไปตีกอล์ฟตั้งแต่บ่าย

“ตอนนี้บ่ายสอง แต่เมื่อกี้คุณปรารภบอกว่าคุณปู่ไปหาเพื่อน” บุญทันมองนาฬิกา

“หรือว่าปารมีคิดจะทำอะไรคุณปู่”

“ตาลว่าคุณรีบโทร.บอกคุณปรารภก่อนดีกว่า”

บุญทันยกโทรศัพท์กดหาปรารภ

ooooooo

ปรารภขับรถมาจอดที่หน้าบ้านหลังนั้น เขาชะเง้อมองหาพิพัฒน์  แต่ไม่พบจึงถือวิสาสะเดินเข้าไปดูข้างใน  เพราะประตูบ้านเปิดอยู่ ปารมีกับคนของเธอใช้ปืนจี้บังคับปรารภ และยึดโทรศัพท์ที่ส่งเสียงเรียกมากดตัดสาย

“นี่มันอะไรกันครับคุณปารมี” ปรารภถามโดยไม่ทันตั้งตัว

“เดี๋ยวคุณก็รู้...เอาตัวไป” ปารมีสั่ง หนึ่งในชายฉกรรจ์จึงผลักปรารภขึ้นไปชั้นบน และให้เข้าไปอยู่รวมกับพิพัฒน์ในห้อง

“คุณปารมีทำอะไรท่านรึเปล่าครับ” คุณทนายร้องถาม

“เขาจะให้แก้พินัยกรรม ให้ฉันมอบอำนาจให้เขาเป็นผู้จัดการมรดก”

“จริงหรือครับ”

“ใช่ เขาต้องการมรดกทั้งหมดของฉัน”

“ถ้าอย่างนั้นคุณปารมีก็คือคนที่อยู่เบื้องหลังการตายของคุณภาคิน เพราะตำรวจบอกผมว่าคุณปารมีอยู่เบื้องหลังการตายของสมยศ และสมยศเป็นคนจ้างคนไปฆ่าคุณภาคิน” ขาดคำปารมีก็เดินเข้ามาพร้อมเอกสาร

“เอาล่ะค่ะคุณปรารภ ในเมื่อเข้าใจทุกอย่างดีแล้วก็กรุณาเซ็นเป็นพยานในเอกสารนี้ด้วย”

“ผมไม่เซ็น”

“คุณว่าไงนะ”

“ผมบอกว่าผมไม่เซ็นอะไรให้คุณทั้งนั้น”

“ก็ตามใจ” ปารมีหันไปคว้าปืนจากลูกน้องยิงใส่อกปรารภเปรี้ยง

สิ้นเสียงปืน ปรารภสะดุ้งเฮือก ร่างผงะหงาย ตาเหลือกค้าง พลันทรุดลงไปนอนจมกองเลือดขาดใจตาย นางมารร้ายแสยะยิ้มหันมาบอกพิพัฒน์ “ไม่มีพยานก็ไม่เป็นไรค่ะ คุณปู่ช่วยเซ็นมอบอำนาจให้ปาด้วย”

“ฉันไม่คิดเลยว่าเธอจะอำมหิตแบบนี้ปารมี” พิพัฒน์เอ่ยเสียงสั่น เนื่องจากตกใจกับเหตุการณ์เบื้องหน้า

“ถ้าปาไม่ทำแบบนี้ก็ไม่มีวันได้มรดกของคุณปู่น่ะสิคะ”

“อย่ามาเรียกฉันว่าปู่ ฉันไม่มีลูกหลานเป็นฆาตกร”

“ก็ได้ เพราะฉันเองก็ไม่ได้อยากนับญาติกับคุณ เอาล่ะเซ็นชื่อได้แล้ว ถ้าคุณไม่อยากมีจุดจบเหมือนทนายปรารภ” ปารมีจ้องพิพัฒน์อย่างอำมหิต

พิพัฒน์อึ้งจำใจรับปากกากับเอกสารจากปารมี

ooooooo

บุญทันกดโทรศัพท์ซ้ำ แต่ไม่มีเสียงตอบรับ เขาหันมาบอกว่าอยู่ๆโทรศัพท์ก็ถูกตัดสัญญาณ ธาวินสังหรณ์ใจกลัวจะเกิดเรื่องไม่ดี เช่นเดียวกับตาล เธอให้บุญทันรีบแจ้งตำรวจ

บุญทันพยักหน้ารับแล้วหันมาชวนธาวินไปด้วยกัน

สองหนุ่มไปที่สถานีตำรวจ เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ผู้กำกับฟัง ท่านวิเคราะห์สถานการณ์แล้วบอกกับทั้งคู่ว่า ปารมีคงหลอกให้ปรารภไปพบกับพิพัฒน์แล้วกักขังตัวไว้

“แล้วเธอจะเอาตัวคุณปู่กับคุณปรารภไปทำอะไร” บุญทันหันมาปรึกษาธาวิน แล้วทั้งสองก็ร้องพร้อมกัน “มรดก...ใช่ ต้องเป็นเรื่องนี้แน่”

“ถ้างั้นผมรู้แล้วครับว่าเราจะจับตัวคุณปารมีได้ยังไง” ผู้กำกับเริ่มวางแผน

ครั้นซักซ้อมแผนการกันดีแล้ว ธาวินกับบุญทันกลับมาแจ้งตาลและเมย์ “ตำรวจบอกให้เราแกล้งทำไม่รู้ว่าปารมีคือคนร้าย พวกเราทุกคนต้องทำเป็นตกใจกับการหายไปของคุณปู่”

“เรื่องตกใจไม่เห็นต้องบอกเลย ตอนนี้ก็ตกใจกันอยู่แล้ว” เมย์โพล่งออกมา

“คุณเมย์ครับผมว่าตอนนี้เราต้องสงบศึกชั่วคราวนะครับ” ธาวินไกล่เกลี่ย

เมย์กับตาลส่งค้อนให้ แล้วซักว่าแผนขั้นต่อไปคืออะไร

“เมื่อปารมีตายใจว่าเราไม่ได้สงสัยเธอ เราก็จะหลอกให้เธอติดกับ” บุญทันอธิบาย

“แล้วปารมีจะรู้ได้ยังไงว่าเราไม่สงสัยเธอ” ตาลยังข้องใจ

“เดี๋ยวผมจะโทร.ถามเธอว่าคุณปู่อยู่ไหน” บุญทันหยิบโทรศัพท์มากดหาปารมี

ooooooo

ปารมีกำลังจ่ายค่าจ้างงวดแรกให้กับลูกน้อง หนึ่งในนั้นถามว่าเมื่อไหร่จะฆ่าพิพัฒน์เพราะรำคาญเต็มทีแล้ว

“ยังไม่ใช่ตอนนี้ เพราะมันยังไม่หมดประโยชน์ ฉันต้องเก็บมันไว้” ขาดคำ เสียงโทรศัพท์ของปารมีดังขึ้น เธอก้มดูเห็นเป็นเบอร์บ้าน ก็ลังเลก่อนจะตัดสินใจกดรับ “ฮัลโหล”

“น้องปาหรือ ผม ภูบดีนะ พอดีพี่โทร.หาคุณปู่แต่ไม่มีคนรับสาย เห็นเด็กบอกว่าออกไปตีกอล์ฟกับน้องปา พี่เลยจะโทร.มาถามว่าคุณปู่จะกลับบ้านกี่โมง”

“อ๋อ ปาแยกกับคุณปู่ตั้งนานแล้วค่ะพี่ภู ตอนแรกปาจะไปส่งที่สนามกอล์ฟแต่คุณปู่ขอลงกลางทาง บอกว่าเปลี่ยนใจจะไปหาเพื่อน ปาจะไปส่งก็ไม่ยอม บอกจะไปแท็กซี่”

“อ้าวหรือ โอเคจ้ะ งั้นแค่นี้นะ เดี๋ยวพี่จะลองโทร.เข้ามือถือท่านอีกที พอดีมีเรื่องสำคัญ”

“เรื่องอะไรหรือคะ”

“สำนักงานกฎหมายโทร.มาแจ้งว่าเราถูกฟ้องล้มละลาย” บุญทันเข้าแผน

“อะไรนะคะ ล้มละลาย”

“อาจจะเป็นการเข้าใจผิดก็ได้ นี่พี่กำลังโทร.ตามคุณปรารภอยู่ไม่รู้ว่าแกหายไปไหน แค่นี้นะ” บุญทันปิดโทรศัพท์แล้วหันมาบอกธาวินว่า ปารมีเชื่อสนิท คาดว่าอีกไม่เกินครึ่งชั่วโมงเธอต้องกลับมา

ooooooo

ปารมีร้อนใจเรียกลูกน้องมาสั่งการ ต้องดูแลพิพัฒน์ให้ดีอย่าให้หนีไปได้ แล้วบึ่งรถกลับบ้าน เธอตรงไปที่ตึกใหญ่ พบบุญทันนั่งหน้าเครียดอยู่กับธาวิน

“เป็นไงคะพี่ภู โทร.เจอคุณปู่รึยังคะ” ปารมีเข้ามาทัก

“ท่านยังไม่รับสายเลย ไม่รู้เป็นอะไรรึเปล่า” บุญทันทำทีเป็นกดโทรศัพท์หาปรารภ

ธาวินหันมาซัก “คุณปู่บอกรึเปล่าครับคุณปา ว่าจะไปหาเพื่อนที่ไหน”

“ไม่ได้บอกค่ะ ปาก็ดันไม่ได้ถามซะด้วย”

“นี่ คุณปรารภก็ไม่รับสายเหมือนกัน” ธาวินทำท่าถอดใจ

เสียงโทรศัพท์บ้านดัง ธาวินเดินไปรับ แล้วเรียกให้บุญทันเข้าไปคุยอ้างว่า ทางธนาคารโทร.มาจะขอพูดกับคุณปู่

บุญทันกรอกเสียงไปตามสาย “ตอนนี้คุณปู่ไม่อยู่ครับ ผมเป็นหลานชายท่าน ฝากเรื่องไว้ได้ไหมครับ อะไรนะครับ อายัดเงินในแบงก์ทั้งหมด ยึดบ้านวริทธิ–วรนันท์ด้วย และจะขายทอดตลาดบริษัทในเครือวรารมย์ทั้งหมด ครับๆ  ถ้าท่านกลับมาผมจะเรียนให้ท่านทราบ” บุญทันวางโทรศัพท์หันมาบอกธาวินกับปารมีว่า พิพัฒน์ถูกฟ้องล้มละลายจริงๆ

“ไม่ เป็นไปไม่ได้” ปารมีแทบทรุด

“แต่มันเป็นไปแล้ว แบงก์จะมายึดบ้านและบริษัทกำลังจะถูกขายทอดตลาด”

“ไม่จริง พี่ภูโกหก ปาไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน”

“พี่ก็ไม่เคยรู้มาก่อนเหมือนกัน แต่ทางแบงก์บอกว่าคุณปู่เอาบ้านและบริษัทไปจำนองไว้โดยไม่จ่ายดอกเบี้ยมาหลายปีแล้ว ถ้าปาไม่เชื่อ ปาก็ต่อสายไปคุยกับที่แบงก์ดู” บุญทันยื่นโทรศัพท์ให้

ปารมีอึ้งไม่อยากเชื่อว่าทุกอย่างจะจบแบบนี้

“แล้วนี่คุณปู่ไปไหน ทำไมไม่โทร.กลับซะที ฉันว่าเราควรจะแจ้งตำรวจนะภู” ธาวินเหลือบมองเพื่อนรัก

“รออีกซักพักน่ะ บางทีคุณปู่อาจจะลืมโทรศัพท์ไว้ที่ไหนก็ได้”

“งั้นปาขอตัวก่อนนะคะ คือปาปวดหัวน่ะค่ะ จะกลับไปพักซะหน่อย” ปารมีเดินออกไป

ตาลกับเมย์หลบฟังความอยู่นานแล้ว พวกเธอรีบเข้ามาถามว่า ปารมีเชื่อไหม บุญทันตอบว่า ห้าสิบห้าสิบ เมย์เสนอให้ไปจับตัวปารมีทันที ตาลเห็นดีด้วย แต่ธาวินห้ามไว้ เพราะถ้าไม่มีหลักฐานแน่นหนา ปารมีอาจจะไม่ยอมบอกว่าพิพัฒน์กับปรารภอยู่ไหน

“แล้วจะทำยังไงต่อไป ปล่อยให้ปารมีเดินไปเดินมาลอยนวลแบบนี้หรือคะ ฉันกลัวว่าเขาจะสั่งฆ่าคุณปู่ซะก่อน” เมย์เป็นห่วง

“ยังหรอก ผมเชื่อว่าปารมีต้องกลับไปเช็กให้แน่ใจก่อน ว่าคุณปู่ล้มละลายจริงรึเปล่า” บุญทันมั่นใจเสียงโทรศัพท์ของเขาดังขึ้น ชายหนุ่มกดรับได้ยินผู้กำกับแจ้งว่า

“ลูกน้องผมไปเจอรถคุณปรารภจอดทิ้งอยู่ในซอยแถวนนท์”

“จริงหรือครับ แล้วเจอตัวคุณปู่กับคุณปรารภไหมครับ”

“ตอนนี้ยัง แต่เจอบ้านที่ต้องสงสัยแล้ว ลูกน้องผมกำลังหาวิธีเข้าไป ถ้าปารมีกลับมาผมอยากให้คุณเฝ้าเธอไว้อย่าให้เธอหนีไปก่อนที่เราจะเจอตัวคุณพิพัฒน์”

“ได้ครับ นี่เธอเพิ่งกลับมา”

“ดี เฝ้าเธอไว้อย่าให้คลาดสายตา”

“ครับ” บุญทันปิดโทรศัพท์ หันมาบอกทุกคนว่าตำรวจให้จับตาดูปารมีไว้

“แต่ตอนนี้เธอกลับไปบ้านแล้ว”

“งั้นฉันจะไปอยู่กับเธอเอง” ตาลอาสา

“ผมว่าอย่าดีกว่า เราไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ คุณอาจจะมีอันตรายนะตาล”

“ใช่ค่ะพี่ตาล เมย์ว่าอย่าเสี่ยงดีกว่า”

“แต่ถ้าไม่มีใครประกบเธอไว้ เธออาจจะหนีได้นะคะ”

“ใช่ เอาอย่างนี้ ผมว่าให้ตาลเข้าไปประกบปารมี ส่วนพวกเราคอยระวังอยู่รอบนอก” บุญทันตัดสิน

“โอเคค่ะ” ตาลเหลือบมาเห็นธาวินมองอย่างห่วงใย ก็ทำเมินใส่

ooooooo

ครั้นกลับมาถึงบ้าน ปารมีรีบโทร.หาชัยรัตน์ผู้จัดการธนาคาร ถามเรื่องพิพัฒน์ถูกฟ้องล้มละลายอย่างร้อนรน

“อ๋อ ใช่ครับ ผมเพิ่งได้รับแจ้งเหมือนกันว่าคุณพิพัฒน์ล้มละลาย”

“จริงหรือคะ ขอบคุณนะคะ” ปารมีปิดโทรศัพท์อย่างโกรธๆ พลางสบถออกมา “บ้าที่สุด ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ นี่ฉันหลงคิดว่ามันมีเงินงั้นหรือไอ้แก่ แกนี่มันเลวจริงๆ ฉันจะฆ่าแก”

ปารมีลุกจะเดินออก แต่ตาลเปิดประตูเข้ามาทัก “ดีใจจังเลยค่ะที่เจอคุณปา”

“มีอะไรหรือคะ” ปารมีรีบปรับสีหน้า

“ตาลมีเรื่องกลุ้มๆน่ะค่ะ ไม่รู้จะคุยกับใคร เลยนึกถึงคุณปา ตาลคุยด้วยได้ใช่ไหมคะ”

“เอ่อ ค่ะ” ปารมีจำใจรับคำ

ตาลยิ้มให้ทำทีเดินดูบ้าน “โอ้โห บ้านคุณปาสวยจังเลยนะคะ ตาลไม่เคยเข้ามาที่นี่เลย”

“ค่ะ ปากับคุณแม่ช่วยกันตกแต่งน่ะค่ะ”

ตาลหยิบรูปนภาที่วางบนตู้โชว์ขึ้นมาดูแล้วเปรยขึ้น “เห็นคุณนภาแล้วทำให้ตาลคิดถึงแม่”

ปารมีชะงักแสร้งทำตีหน้าเศร้าบอกว่าเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น

“ช่างมันเถอะค่ะ ตอนนี้คุณนภาก็ชดใช้กรรมแล้ว”

“พี่ตาลไม่โกรธแม่ปาจริงๆหรือคะ”

“ไม่ค่ะ” ตาลข่มความเจ็บปวดแล้วฝืนยิ้ม

“ขอบคุณนะคะ อ้อ พี่ตาลดื่มอะไรดีคะ มีน้ำแอปเปิ้ลกับน้ำส้ม”

“น้ำเย็นดีกว่าค่ะ”

“เดี๋ยวปาไปเอาให้นะคะ” ปารมีเดินออกไป

ตาลมองตามด้วยความโกรธและเกลียดชัง ส่วนปารมีเมื่อพ้นสายตาตาลแล้ว เธอรีบโทร.สั่งลูกน้องให้ฆ่าพิพัฒน์ทันที เพราะหมดประโยชน์แล้ว

“ถ้าเรียบร้อยแล้ว โทร.บอกฉันด้วย” ปารมีปิดโทรศัพท์ด้วยแววตาไร้อารมณ์

ด้านลูกน้อง เมื่อรับคำสั่งก็ชวนกันขึ้นไปจัดการกับพิพัฒน์ แต่ยังไม่ทันได้ลงมือ ตำรวจก็บุกเข้ามา ทั้งสองไม่ยอมให้จับ จึงถูกตำรวจวิสามัญ

“ปลอดภัยแล้วครับท่าน” ตำรวจเข้ามาช่วยพิพัฒน์ที่เริ่มถอนใจได้

ooooooo

ปารมียกน้ำมาเสิร์ฟตาล สาวเจ้าทำทีเป็นยกน้ำจิบแล้วชวนคุยไปเรื่อยเพื่อรอเวลา สักพักเสียงโทรศัพท์มือถือของตาลดังขึ้น เธอกดรับ

“ฮัลโหล”

“ตอนนี้ตำรวจช่วยคุณปู่ได้แล้วนะ อีกไม่เกินสิบนาทีตำรวจจะมาจับปารมี ตาลออกมาได้แล้ว” เสียงธาวิน บอกมาตามสาย

“ค่ะ ขอบคุณนะคะ” ตาลปิดโทรศัพท์ แล้วหันมาบอกปารมี “คุณเมย์น่ะค่ะเขาชวนไปทานข้าวที่บ้านเย็นนี้ คุณปาไปทานด้วยกันไหมคะ”

“ไม่ล่ะค่ะ”

“คุณปาอยู่คนเดียวคงเหงานะคะ”

“ก็มีบ้างค่ะ ปกติคุณแม่เคยอยู่ด้วย พอไม่มีคุณแม่ก็แย่เหมือนกัน”

“จะว่าไปคุณปากับตาลก็หัวอกเดียวกันนะคะ เราเป็นลูกสาวคนเดียวเหมือนกัน กำพร้าพ่อเหมือนกัน แถมแม่ยังมาตายเหมือนกันอีก คุณนภาคงรักคุณปามากนะคะ”

“ค่ะ ปาก็รักแม่มากเหมือนกัน ปายังจำได้ตอนเด็กๆ เวลาปาอยากได้อะไรแม่จะหามาให้ ต่อให้ยากแค่ไหน แม่ก็จะต้องดั้นด้นไปหามาให้จนได้”

“นั่นสิคะ แล้วทำไมถึงโยนบาปไปให้ท่าน”

“โยนบาป”

“ใช่คะ ทำไมถึงโยนความผิดให้ท่านเป็นฆาตกร”

“พี่ตาลพูดเรื่องอะไรคะ” ปารมีตีหน้าซื่อ

“คุณเป็นคนฆ่าแม่ฉัน ฆ่าสมยศไม่ใช่หรือคะ”

“ทำไมพี่ตาลพูดแบบนี้ล่ะคะ ปาไม่ได้ทำนะคะ”

“คุณเลิกโกหกได้แล้ว ตอนนี้ใครๆก็รู้ว่าคุณเป็นฆาตกร คุณเป็นคนอำมหิต คุณฆ่าแม่ฉันได้ยังไง แม่ฉันทำอะไรให้คุณ” ตาลเดินเข้าหา

ปารมีถอยหนีพลางปฏิเสธ “ปาไม่รู้เรื่องพี่ตาล ปาไม่รู้เรื่องนะคะ”

“เลิกตีหน้าซื่อทำเป็นแสนดีได้แล้ว ตอนนี้ตำรวจกำลังจะมาจับคุณ”

“งั้นหรือ” ปารมีดึงปืนจากกระเป๋ามาจ่อตาล “เธอนี่มันแส่หาที่ตายเหมือนแม่ไม่มีผิด”

“ในที่สุดเธอก็ยอมเผยตัวตนที่แท้จริงออกมาซะที”

“ใช่ ฉันฆ่าแม่เธอ เพราะแม่เธอมันสาระแนไม่เข้าเรื่องเหมือนกับเธอ ที่จริงเธอน่าจะตายไปนานแล้วนะ ไม่น่าเชื่อว่าจะรอดมาได้ทุกครั้ง”

“นี่หมายความว่าเธอหาทางฆ่าฉันมานานแล้วหรือ”

“ใช่ ตั้งแต่ก้าวแรกที่เธอมาเหยียบบ้านนี้ เพราะเธอมันแส่เหมือนแม่ ถ้าเธอไม่เข้ามาในฐานะหลานสะใภ้คุณปู่ก็คงไม่ต้องเสี่ยงตาย”

“เธอนี่มันเลวจริงๆ”

“ไม่ต้องสรรเสริญ เพราะคนอย่างฉันไม่บ้ายอ”

“ใช่สิ คนอย่างเธอมันไม่สะทกสะท้านหรอก เพราะขนาดแม่ตัวเอง เธอยังกล้าโยนความผิดไปให้”

“เผียะ” ปารมีตบหน้าตาลฉาดใหญ่ พลางกระชากเสียงเครียด “หุบปาก ฉันไม่ได้โยนความผิดให้แม่ แม่ฉันเขายอมรับผิดแทนเอง เพราะเขารักฉันต่างหาก”

“ถ้างั้นเธอก็เป็นลูกที่ประเสริฐมาก ที่ยอมให้แม่มีตราบาปติดตัวไปจนตาย”

ปารมีตบอีกเผียะ เสียงรถหวอตำรวจดังแว่วมา นางมารชะงัก สั่งให้ตาลหันหลังเพื่อจะใช้เป็นตัวประกัน

“อยู่เฉยๆนะ ถ้าเธอตุกติกล่ะก็ หลังทะลุแน่”

ooooooo

ธาวิน บุญทัน และเมย์ชะเง้อมองเข้าไปในบ้านปารมีด้วยความเป็นห่วงตาล เมย์สังหรณ์ใจบอกกับสองหนุ่ม “ปารมีฆ่าแม่พี่ตาล คุณคิดว่าคนอย่างพี่ตาลจะยอมให้แม่เขาตายฟรีหรือ”

ธาวินกับบุญทันมองหน้ากัน ผู้กำกับพร้อมลูกน้องวิ่งเข้ามาถามหาปารมี สองหนุ่มว่าเธออยู่ในบ้าน และมีตาลอยู่ด้วย ผู้กำกับสั่งลูกน้องกระจายกำลังล้อมบ้านไว้ แล้วเปิดฉากเจรจากับปารมี

“คุณปารมีขณะนี้ตำรวจได้ล้อมไว้หมดแล้ว ขอให้คุณออกมามอบตัวซะ”

ปารมีได้ยินเสียงตำรวจ เธอเข้าล็อกตัวตาลเอาปืนจ่อหลังไว้ “อ้อ นี่คงวางแผนไว้แล้วว่าจะจับฉันใช่ไหม”

“เธอหนีไม่รอดหรอก”

“ถ้าฉันไม่รอด เธอก็ต้องไม่รอดด้วย มานี่” ปารมี ผลักตาลออกไปทางหลังบ้านที่ติดกับสวน

ตำรวจสองนายที่ซุ่มอยู่เข้ามาขวาง แต่โดนปารมี ยิงใส่ ธาวินได้ยินเสียงปืนดัง เขารีบวิ่งออกไปด้วยความเป็นห่วงคนรัก เมย์กับบุญทันตามติด

ปารมีลากตาลมาในสวน ธาวินวิ่งมาดักหน้าขอร้องให้ปล่อยตาล ปารมีตวาดให้ถอยไป

“ผมไม่ถอย ถ้าคุณไม่ปล่อยตาล”

“ฉันซาบซึ้งในความรักของคุณจริงๆ” ปารมียกปืนยิงธาวินกระเด็นไป

ตาลยืนตะลึง บุญทันกับเมย์วิ่งมาถึง ทั้งสองขอร้องปารมีให้หยุดและยอมปล่อยตาล แต่ปารมีกลับหันกระบอกปืนยิงใส่เมย์ บุญทันเอาตัวเข้าขวาง กระสุนทะลุร่างล้มลงไป

“พี่ภู” เมย์ผวาเข้าประคองคนรัก

“อย่าอยู่เลยแก” ปารมีหันมาจ่อปืนใส่ตาลเตรียมเหนี่ยวไก แต่ตำรวจยิงใส่เธอเสียก่อน ร่างปารมีผงะตาเหลือกค้างก่อนร่วงลงกองกับพื้น

“คุณวิน คุณเป็นยังไงบ้าง” ตาลวิ่งมา...ธาวินเอื้อมมือจะลูบหน้าตาล แต่มือตก สติดับวูบไป

“คุณวิน คุณวิน” ตาลกอดธาวินร้องไห้สะอื้นปานจะขาดใจ

ooooooo

ตอนที่ 12

พิพัฒน์ ธาวิน และบุญทันทราบข่าวสารวัตรสมยศตายจากปรารภ ต่างพากันตกใจพยายามช่วยกันคิดหาตัวฆาตกร แต่ก็ยังมืดแปดด้าน

ส่วนปารมี เธอกระวนกระวายใจอยู่หน้าห้องผ่าตัด ครู่ใหญ่หมอเปิดประตูออกมา “คุณแม่คุณได้รับการรักษาช้าไป กว่าเราจะได้ผ่าตัดเลือดก็ซึมออกในสมองจนทั่ว ทำให้สมองส่วนที่ควบคุมร่างกายไม่ทำงาน คุณแม่คุณมีสิทธิ์เป็นอัมพาตตั้งแต่แขนลงไปจนถึงขา”

“อะไรนะคะ เป็นอัมพาต”

“ใช่ครับ เราเองก็ทำจนสุดความสามารถแล้ว ถ้าเมื่อเช้าคุณไม่หายไปในช่วงที่เราต้องการการตัดสินใจจากคุณเพื่อผ่าตัด คนไข้จะไม่เป็นแบบนี้ เอาล่ะครับ ผมขอตัวก่อนนะครับ” หมอเดินออกไปทิ้งให้ปารมีทรุดกายลงนั่งร้องไห้ ด้วยความเสียใจ

นภาเข้ามาพักฟื้นในห้องคนไข้ ลูกสาวเข้าจับมือแม่พลางฟูมฟายขอโทษ แม่ยังหลับใหลไม่รับรู้เรื่องราวใดๆ

เวลาเดียวกัน ตาลพยายามโทร.หาคนรู้จักรวมทั้งเฮียเสกเพื่อถามข่าวเจ๊อ้อย แต่ไม่มีใครรู้ แล้วจู่ๆก็มีเบอร์แปลกตาโทร.เข้ามา ตาลกดรับสายได้ยินเสียงตำรวจแจ้งว่าพบศพผู้หญิงคนหนึ่งถูกฆ่าทิ้งในแม่น้ำ โทรศัพท์คนตายมีเบอร์ตาลอยู่ จึงอยากให้ไปดู

ตาลตอบรับ แล้วหันไปชวนธาวิน “ตำรวจโทร.มาว่า เจอศพผู้หญิง ตาลสงสัยว่าจะเป็นแม่ไปดูด้วยกันนะคะ”

“ไปสิ” ธาวินจูงมือตาลออกไป

ทั้งสองมาถึงแผนกนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ ตรงเข้าไปดูศพในห้อง ตาลยกมือท่วมหัวขอให้ศพที่คลุมผ้าอยู่ตรงหน้าไม่ใช่แม่ แต่เมื่อตำรวจเปิดผ้าคลุมออกก็แทบช็อก

“แม่...แม่...ใครทำแม่ ใครฆ่าแม่ ใครฆ่าแม่” ตาลเขย่าตัวเรียก

ธาวินรวบตัวคนรักมากอดไว้ ปลอบให้ใจเย็นๆขณะที่ตำรวจถามย้ำอีกครั้ง เพื่อความแน่ใจด้วยเกรงจะผิดฝาผิดตัว

“แม่ฉันค่ะ ทำไมฉันจะจำแม่ไม่ได้”

“งั้นผมคงต้องขอสอบปากคำคุณผู้หญิงด้วยนะครับ เชิญข้างนอกเลยครับ” ตำรวจคลุมผ้าปิดศพแล้วเดินนำตาลกับธาวินออกไป

ตาลร้องไห้โฮ รำพึงรำพันกับธาวินเรื่องการจากไปของแม่ ชายหนุ่มปลอบใจแล้วประคองคนรักตามตำรวจเข้าไปในห้องสอบปากคำ

“แม่ของคุณถูกฆาตกรรม เพราะตอนที่พบศพถูกมัดอยู่ในกระเป๋าเดินทาง คาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่เกินสามวัน” ตำรวจให้รายละเอียด

“คุณตำรวจจะสืบรู้ใช่ไหมคะ ว่าใครฆ่าแม่ฉัน”

“ครับ แต่ผมคงต้องขอรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับผู้ตายจากคุณก่อน”

ตาลตอบทุกคำถามอย่างละเอียด เพราะอยากให้ตำรวจเอาตัวคนร้ายมาลงโทษ ขณะที่ธาวินนั่งครุ่นคิดถึงสาเหตุการตายของเจ๊อ้อย

หลังจากให้ปากคำเสร็จ ตำรวจแจ้งกับตาลและธาวินว่า พรุ่งนี้จะไปสอบปากคำคนที่อยู่ในบ้านทุกคน และอย่าเพิ่งบอกใครเพราะไม่อยากให้คนร้ายไหวตัว ทั้งสองรับปากแล้วขอตัว

เมื่อมาถึงบ้าน ตาลก็เอาแต่ร้องไห้โทษตัวเอง ที่ไม่ยอมหนีไปกับแม่ ทำให้แม่เป็นห่วงต้องตามมาอยู่ด้วย จนถูกฆ่าตาย ธาวินเห็นใจคนรัก เขาดึงเธอมากอดปลอบใจ และให้ความเชื่อมั่นว่าตำรวจจะต้องหาตัวคนร้ายได้แน่ ตาลพยักหน้ารับ แต่ยังสะอื้นอยู่ในอ้อมกอด

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ธาวินเข้ามาเรียนพิพัฒน์ที่นั่งคุยอยู่กับบุญทันและปรารภว่าเจ๊อ้อยเป็นแม่ของตาลถูกฆ่าตาย วันนี้ตำรวจจะเข้ามาสอบปากคำคนในบ้าน

“หมายความว่า บ้านเรามีฆาตกรงั้นหรือ” พิพัฒน์ตกใจ แล้วรีบเก็บอาการ เมื่อเห็นปารมีเดินเข้ามา ท่านถามอาการนภากับหลานสาว

“ปากำลังจะมาเรียนให้คุณปู่ทราบว่า...แม่เส้นเลือดในสมองแตก หมอบอกว่าแม่จะเป็นอัมพาตไปทั้งตัว”

“อะไร ร้ายแรงขนาดนั้นเลยหรือ”

“หมอบอกว่าแม่อาจจะไม่สามารถเดินหรือขยับตัวได้อีกต่อไปค่ะ” ปารมีน้ำตาร่วง

ธาวินแปลกใจซักว่า ทำไมนภาถึงตกบันได ปารมีตีหน้าซื่อหลอกว่าแม่เป็นลมเลยหน้ามืดล้มลง พิพัฒน์เห็นใจรับปากจะดูแลเรื่องค่ารักษาให้นภาเอง ปารมีก้มลงกราบคุณปู่ แล้วขอตัว

ครั้นปารมีเดินพ้นไปแล้ว พิพัฒน์ก็เปรยว่าอยากทำบุญบ้านครั้งใหญ่ เพราะมีแต่เรื่องไม่หยุด ขาดคำเสียงมือถือปรารภก็ดังขึ้น คุณทนายกดรับแล้วหันมาเรียนพิพัฒน์ว่า ตำรวจสอบปากคำเด็กคนที่นำอาหารไปให้

สารวัตรสมยศแล้ว ได้ความว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งจ้างให้ทำ

“ผู้หญิงหรือครับ” ธาวินกับบุญทันมองหน้ากันอย่างครุ่นคิด

ในตอนสาย ตำรวจสอบปากคำทุกคนในบ้าน เพื่อหาตัวฆาตกร ส่วนฆาตกรตัวจริงกำลังเดินเข้ามาหานภาในห้องพักคนไข้ พบหมอกำลังตรวจอาการแม่อยู่

“สวัสดีค่ะคุณหมอ คุณแม่เป็นยังไงบ้างคะ”

“รู้สึกตัวแล้วครับ แต่ว่าแขนขาขยับอะไรไม่ได้ ร่างกายทั้งหมด ตั้งแต่คอลงมาไม่ตอบสนองความรู้สึกอะไรเลย”

“แล้วแม่จะมีโอกาสหายเป็นปกติไหมคะ”

“มีเปอร์เซ็นต์น้อยมากครับ แต่นับว่าแกโชคดีมากนะครับที่ยังฟื้นขึ้นมาได้”

“ฝากคุณแม่ด้วยนะคะคุณหมอ ถ้ามีอะไรที่จะทำให้คุณแม่หายขอให้บอกนะคะ”

“ครับ ผมขอตัวก่อนนะ” หมอเดินออกไป

ปารมีหันมองแม่ แล้วเข้ากราบตรงอก “แม่ แม่เป็นไงบ้างคะ ปาขอโทษนะคะแม่ ปาเป็นคนทำให้แม่ต้องเป็นแบบนี้ แม่ยกโทษให้ปานะคะ”

นภาน้ำตาคลอมองลูกสาวพลางพยักหน้าอย่างอ่อนแรง

“จริงนะคะแม่ แม่ไม่โกรธปาจริงๆนะ” ปารมีโผกอดแม่ร้องไห้ “ขอบคุณนะคะแม่ ปารักแม่นะ ปาอยากให้แม่รู้ว่าปารักแม่”

นภาน้ำตาไหลรินมองลูกสาวด้วยความรัก

ooooooo

หลังจากสอบปากคำทุกคนในบ้านแล้ว ตำรวจก็แจ้งกับตาลและธาวินว่า เหลือเพียงนภากับปารมีที่ยังไม่ได้สอบปากคำ แต่จะรีบโทร.นัดทั้งคู่อีกที ตาลซักว่า คนที่สอบปากคำไปแล้วมีใครน่าสงสัยบ้าง ตำรวจส่ายหน้าเพราะเจ๊อ๊อยไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใคร ยกเว้นติดเงินพวกคนงานด้วยกันเล็กๆน้อยๆ

“หรือว่าคนร้ายจะไม่ได้อยู่ที่นี่คะ”

“ผมก็ยังตอบไม่ได้ แต่ที่แน่ๆ ทุกคนพูดตรงกันว่า วันที่คุณแม่คุณหายตัวไป เธอไม่ได้ออกไปไหน เอาล่ะครับผมขอตัวกลับก่อน ถ้ามีอะไรคืบหน้าผมจะแจ้งให้ทราบ” ตำรวจกลับออกไปแล้วโทร.ติดต่อปารมีเพื่อขอสอบปากคำ

ปารมีตอบยินดีให้ความร่วมมือ เธอปิดโทรศัพท์แล้วก้มลงกระซิบกับนภา “ตำรวจค่ะเขาเจอศพนางอ้อยแล้ว แม่ไม่ต้องกลัวค่ะ ตำรวจมันไม่มีทางรู้หรอกว่าเป็นเรา”

นภาส่ายหน้าด้วยความกลัว แต่ปารมีส่งยิ้มมั่นใจ “เชื่อหนูสิคะ ตำรวจไม่มีวันรู้”

ooooooo

ในตอนบ่าย บุญทันกับเมย์เดินคุยกันอยู่ในสวน ถึงเรื่องตาลที่ต้องเสียแม่ไปอย่างกะทันหัน

“ถ้าตอนที่พ่อกับพี่เอตายฉันไม่มีนายอยู่ด้วยก็คงไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน ขอบคุณนะบุญทันที่อยู่เคียงข้างฉันตลอดมา” เมย์ส่งสายตาซึ้งแล้วเคลื่อนหน้าเข้ามาจุ๊บแก้มชายหนุ่ม

บุญทันชะงัก เมย์เขินรีบเปลี่ยนเรื่องบอกว่า จะรีบกลับไปเรียนให้จบแล้วกลับมาช่วยงานคุณปู่ ส่วนบุญทันเองก็ควรจะเรียนภาษาเพิ่มด้วย แล้วแม่จอมวีนก็อาสาเป็นคุณครูติวเข้มวิชาภาษาอังกฤษให้

“ครับ” บุญทันรับปาก

“ดีมาก” เมย์ดึงจมูกบุญทันเป็นเชิงล้อ

พิพัฒน์กับปรารภยืนมองหนุ่มสาวอยู่ริมระเบียง คุณทนายยิ้มน้อยๆพลางเปรยขึ้น “ไม่น่าเชื่อนะครับว่า ในที่สุดคุณเมย์กับคุณภูก็จะได้แต่งงานกันสมความปรารถนาของท่าน”

“ถ้าเจ้าภูไม่ปลอมตัวมา บางทียายเมย์อาจจะไม่รักก็ได้”

“อย่างน้อยในเรื่องร้ายๆยังมีเรื่องดีๆซักเรื่องนะครับ” ปรารภกับพิพัฒน์ยิ้มให้กัน

ooooooo

บ่ายวันต่อมา ตำรวจมาสอบปากคำปารมีที่บ้านสาวเจ้าตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จจนตำรวจเริ่มคล้อยตามว่าเธอไม่มีส่วนรู้เห็นกับการตายของเจ๊อ้อยและจะขอกลับมาสอบปากคำอีกครั้งเมื่อนภามีอาการดีขึ้น

“ยินดีค่ะ ปาต้องขอโทษอีกครั้งนะคะ ที่คุณแม่ให้ปากคำไม่ได้”

“ไม่เป็นไรครับ ผมลาล่ะครับ” ตำรวจลุกเดินออก ปารมีมองตามไปแววตาเยือกเย็น

หลังจากตำรวจกลับไปแล้ว ปารมีก็เข้าไปคุยกับตาลบนตึกใหญ่ เธอนึกอยากจะฆ่าตาลให้ตายตามแม่ แต่ไม่สบโอกาสเพราะเมย์อยู่ด้วย จึงแสร้งทำเป็นนางเอกแสนดีเข้าไปกอดปลอบ

สาวตาลซาบซึ้งชมว่า ปารมีดีกับเธอมากจริงๆ และขอโทษที่ไม่ได้ไปเยี่ยมนภา

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ปาเข้าใจ เรื่องของพี่ตาลก็หนักพออยู่แล้ว แล้วปาจะบอกคุณแม่ให้ว่าพี่ตาลเป็นห่วง ปาอยากให้พี่ตาลรู้ว่าปาเป็นห่วงพี่ตาลนะคะ”

ตาลน้ำตาไหลด้วยความตื้นตัน แต่ปารมีกลับลอบมองเธออย่างเกลียดชัง

เวลาเดียวกัน ธาวิน บุญทัน และปรารภไปคุยกับผู้กำกับบนโรงพักเรื่องคดีสมยศจากข้อมูลที่ได้ระบุว่า สมยศมีผู้หญิงมาติดพันหลายคน และหนึ่งในนั้นคือ

ปารมี สามหนุ่มถึงกับอึ้ง

บุญทันดึงธาวินออกมาคุยข้างนอก “ถ้าปารมีอยู่เบื้องหลังการตายของสมยศจริงก็แสดงว่าเธอต้องเลือดเย็นมาก ถึงไม่มีท่าทีสะทกสะท้านอะไรเลย”

ธาวินถอนใจภาวนาขออย่าให้เป็นปารมี เพราะถ้าพิพัฒน์รู้อาจช็อกได้ แล้วพึมพำว่าทำไมครอบครัวบุญทันถึงได้วุ่นวายนัก

“อย่าบ่น แกเป็นคนเสนอตัวเข้ามาช่วยฉันเอง ยังไงก็ต้องสานต่อให้จบ” บุญทันเสียงเข้ม พลางหันไปมองปรารภ

คุณทนายเดินเข้ามาบอกกับสองหนุ่มว่า ผู้กำกับขอให้เก็บเรื่องปารมีกับสมยศไว้เป็นความลับเพราะถ้าปารมีอยู่เบื้องหลังการตายของสมยศจริง ตำรวจจะต้องหาพยานหลักฐานให้แน่นหนามามัดตัวเธอไม่ให้หลุด

ธาวินกับบุญทันพยักหน้ารับรู้ แล้วชวนกันกลับบ้าน

ในตอนเย็น ปารมีมาบอกกับนภาเรื่องเจ๊อ้อยเป็นแม่ของตาล สวมรอยเข้ามาเป็นคนใช้ เพื่อจะได้อยู่ใกล้ชิดกับลูกสาว พลางยํ้ากับแม่ว่าไม่มีใครสงสัยเรื่องเธอเป็นฆาตกร

นภานิ่งฟังลูก ใจคอไม่ดีนัก เพราะหวั่นในความผิด

ooooooo

สายวันต่อมา ตำรวจเข้าสอบปากคำนภาในห้องพักคนไข้ เรื่องคดีสมยศถูกวางยา

นภาตระหนักรู้ว่า ต้องเป็นปารมีแน่ ยังไม่รู้จะคิดอ่านปานใด ปารมีก็มาถึงพอดี เธอรีบพาตำรวจไปนั่งคุยในร้านกาแฟ แล้วบีบนํ้าตาแต่งเรื่องหลอกว่า เธอกับสมยศรักกันมานานแล้ว แต่นภาไม่ชอบจึงต้องปกปิดไว้

ตำรวจถามต่อเรื่องสมยศลักพาตัวเมย์กับตาลไปเรียกค่าไถ่

“ปาไม่ทราบเลยค่ะ มีแค่ก่อนที่เขาจะถูกจับ เขาบอกปาว่าเขาจะหาเงินซักก้อนมาขอปา เพื่อไม่ให้คุณแม่ปาดูถูก แต่ปาไม่คิดเลยว่าเขาจะหาทางออกด้วยการจับพี่ตาลกับน้องเมย์ไปเรียกค่าไถ่ ตอนที่ปารู้ปาทั้งตกใจแล้วก็เสียใจ ใจหนึ่งก็อยากไปเยี่ยมเขา แต่อีกใจก็กลัวคุณแม่จะโกรธ จนรู้ข่าวจากหนังสือพิมพ์ว่าเขาตายแล้วปาได้แต่ร้องไห้เสียใจที่ตัวเองทอดทิ้งเขา” ปารมีทำสะอื้น

ตำรวจดึงทิชชูส่งให้อย่างเห็นใจ และเชื่อว่าเธอไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยจึงขอตัว ปารมีมองตามพลาง

แสยะยิ้มทั้งนํ้าตา

ด้านนภา เธอนอนชะเง้อมองไปที่ประตูด้วยความเป็นห่วง สักพักปารมีก็เดินยิ้มเข้ามาบอกว่า ตำรวจไม่มีทางจับเธอได้แน่ นภาส่ายหน้าอยากจะบอกให้ลูกได้สำนึก แต่ปารมีกลับยืนยันอย่างมั่นใจว่า ไม่มีใครทำอะไรเธอได้ แล้วเดินไปเข้าห้องนํ้า

นภามองตาม รู้สึกใจหายที่ลูกไม่มีความหวาดกลัว หรือละอายต่อการฆ่าคนเลย

ooooooo

วันรุ่งขึ้น  ต้นหอมมาทำความสะอาดบ้านนภา

ปารมีเดินลงมาสั่งสาวใช้เข้าไปทำความสะอาดห้องนภา หวังอาทิตย์หน้าหมออาจจะให้แม่กลับบ้านได้ เธอเดินไปหยิบกุญแจมาไขห้อง พลางกำชับ “ทำให้สะอาดนะ เสร็จแล้วก็ล็อกด้วย” แล้วแม่จอมวางแผนก็เดินออกไป

ต้นหอมรีบเข้าไปทำความสะอาดห้อง เธอพบต่างหูข้างหนึ่งตกอยู่ จึงหยิบขึ้นมาดู และจำได้ว่าเป็นของเจ๊อ้อย เพราะเธอเคยขอเจ๊ แต่เจ๊ว่าให้ไม่ได้ เพราะลูกซื้อให้ แม่สาวใช้ไม่รอช้า รีบเอาไปให้ตาลดู และบังเอิญว่าเธอนั่งคุยอยู่กับธาวิน บุญทัน และเมย์

ทั้งสี่ช่วยกันวิเคราะห์เหตุการณ์ เพราะเป็นไปได้ว่านภาอาจฆ่าเจ๊อ้อย แต่เพื่อความมั่นใจ บุญทันจึงแนะตาลว่าควรให้ตำรวจจัดการ

ไม่นานนักตำรวจก็เข้ามาขอสอบปากคำนภาที่โรงพยาบาล ปารมีพยายามจะค้าน แต่ไม่สำเร็จ

“หนูอยู่ข้างนอกนะคะแม่” ปารมีมองแม่อย่างหวาดๆ ก่อนเดินออกไป

นภามองตามลูกอย่างสุดรักแล้วเริ่มตอบคำถามตำรวจด้วยการพยักหน้า ปารมีมองเข้าไปในห้องเห็นตำรวจกำลังพูดกับแม่ พลันภาพตอนเธอตวัดเข็มขัดรัดคอ

เจ๊อ้อยก็แวบเข้ามา สาวเจ้าสะดุ้งเผลอพึมพำกับตัวเอง

“ทำยังไงดี แม่ต้องบอกตำรวจแน่ ว่าเราเป็นคนฆ่านางอ้อย”

เวลาผ่านไป ตำรวจสอบปากคำเสร็จ เขาลุกแตะมือนภา พร้อมกล่าวคำขอบคุณในความร่วมมือแล้วเดินจากไป นภาได้แต่นอนนํ้าตาริน ยอมรับสภาพกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น

ปารมีเดินไปเดินมาอยู่หน้าห้องเพราะหมดหนทางหนี เมื่อเห็นตำรวจเปิดประตูออกมา เธอจึงเข้าไปหาอย่างยอมจำนนพลางเอ่ยถามว่า แม่บอกหมดแล้วใช่ไหม

“ครับ คุณนภายอมรับสารภาพว่าเธอเป็นคนฆ่าคุณอ้อย และเป็นคนจ้างเด็กไปวางยาคุณสมยศ”

“อะไรนะ แม่บอกคุณอย่างงั้นหรือคะ”

“ใช่ครับ เดี๋ยวผมจะขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาเฝ้าเธอที่นี่ไว้ก่อน ผมขอตัวนะครับ” ตำรวจเดินออกไป

ปารมีตะลึง รีบเข้าไปสอบถามนภา “แม่...ทำไมแม่บอกตำรวจแบบนั้นล่ะคะ”

นภาหันมองลูกสาวแล้วยิ้มให้ด้วยความรัก ปารมีนํ้าตารื้นถามว่าแม่ทำเพื่อเธอหรือ ผู้เป็นแม่พยักหน้าช้าๆ

“แม่...” ปารมีร้องไห้โฮโผเข้ากอดนภา

ooooooo

เวลาเดียวกัน ปรารภเข้ามาเรียนสมาชิกในบ้านวริทธิวรนันท์ว่า นภาคือคนฆ่าเจ๊อ้อยแม่ของตาลและสารวัตรสมยศ พิพัฒน์แทบทรุดและไม่อยากเชื่อ แต่ปรารภยืนยันว่า เธอเป็นคนสารภาพทุกอย่างเอง

“ตอนแรกตำรวจถามแค่เรื่องแม่คุณตาล แต่บังเอิญพูดพาดพิงไปเรื่องสมยศ คุณนภาก็เลยสารภาพมาทั้งหมด”

เมย์แย้งว่า ทำไมนภายอมรับผิดง่ายๆ บุญทันเห็นด้วย เพราะเขาเองก็ไม่อยากเชื่อว่านภาจะยอมสารภาพง่ายแบบนี้

“แกอาจจะเห็นว่าตำรวจมีหลักฐานมัดตัวแน่นหนา ถ้าไม่สารภาพก็คงไม่รอดอยู่ดี” ธาวินสรุป พลางหันมามองตาลที่นั่งนํ้าตาริน

“ทำไมเขาใจร้ายอย่างนี้...ทำไมเขาต้องฆ่าแม่ตาลด้วย” ตาลลุกขึ้น

“เดี๋ยวตาล ตาลจะไปไหน” ธาวินคว้าตัวไว้

“ตาลจะไปถามเขาว่าทำไมถึงอำมหิตโหดเหี้ยมได้ขนาดนี้ แม่ตาลไปทำอะไรให้ ทำไมต้องฆ่าแม่ด้วย”

“อย่าไปเลย ไม่มีประโยชน์หรอก ตอนนี้ป้านภาเขาก็ไม่สบายมาก ถึงตาลไปมันก็ไม่ช่วยให้แม่ตาลฟื้นขึ้นมาได้”

“ใช่ อย่าไปเลยลูก ปู่รู้ว่าหนูเสียใจ แต่ปู่ขอ

เถอะนะ อย่ามีเวรมีกรรมต่อกันเลย อโหสิกรรมให้เขาเถอะ เพราะตอนนี้เขาก็เหมือนตายทั้งเป็นไปแล้ว เห็นแก่ปู่เถอะนะ อโหสิกรรมให้เขา” พิพัฒน์พยักหน้าให้ตาลเป็นเชิงขอร้อง

สาวตาลทรุดลงนั่งนํ้าตาร่วง ธาวินดึงเธอเข้ามา กอดปลอบใจ

หลังจากพิพัฒน์กับปรารภลุกออกไป เมย์ก็หันมาเปรยกับธาวิน

“เมย์ว่า เรื่องป้านภามันดูแปลกๆนะคะพี่ภู เมย์ว่ามันไม่ค่อยเมกเซนส์ ที่ป้านภายอมรับว่าฆ่าแม่พี่ตาล เมย์ก็พอจะเข้าใจได้ว่าตำรวจมีหลักฐาน แต่เรื่องสารวัตรสมยศนี่สิทำไมแกต้องสารภาพ ในเมื่อตำรวจเขาไม่ได้สงสัยแกซะหน่อย”

“นั่นสิ ถ้าไม่สารภาพก็ไม่มีใครรู้” บุญทันเสริมคนรัก

“พี่ว่าแกอาจจะสำนึกผิดก็ได้ เพราะตอนนี้แกก็เจ็บหนัก บางทีแกอาจจะไม่อยากให้ความผิดติดตัวไปจนตาย” ธาวินยังคงมองโลกในแง่ดี

เมย์กับบุญทันมองหน้ากันยอมเชื่อ จู่ๆตาลก็โพล่งออกมาว่าจะไปเยี่ยมนภา ธาวินลังเลกลัวคนรักจะไปคิดบัญชี ครั้นเธอยืนยันหนักแน่นเรื่องจะไม่จองเวรจองกรรมก็ยอม

“งั้นก็ได้ ไปด้วยกันไหมเมย์”

“ไม่ดีกว่าค่ะ แกยิ่งไม่ชอบหน้าเมย์อยู่ เดี๋ยวแกเห็นหน้าเมย์แกจะยิ่งทรุด”

ธาวินพยักหน้าเข้าใจ เขาพาตาลลุกออกไป สาวเมย์มองตามแล้วรำพึงว่า เรื่องร้ายๆคงจะจบซะที แต่บุญทันกลับนั่งหน้าเครียดเพราะยังไม่มั่นใจนัก

ooooooo

ธาวินพาตาลมาเยี่ยมนภาในห้องพักคนไข้ สาวเจ้าเอ่ยถามนภาทั้งนํ้าตา

“บอกหนูได้ไหมคะว่าทำไมต้องฆ่าแม่หนูด้วย แม่หนูทำอะไรให้คุณโกรธหรือเกลียดคะ  คุณถึงต้องฆ่าเขา”

นภานํ้าตารินอยากขอโทษตาลแทนลูก ธาวินเห็นใจเข้ามาแตะแขนตาลพลางส่ายหน้าบอกว่า พูดอะไรไปตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์ แล้วหันมาบอกกับนภา

“ที่ตาลเขามาวันนี้ก็เพราะจะมาอโหสิกรรมให้คุณป้าครับ”

นภาอึ้งมองไปที่ตาล “ขอให้คุณกับแม่หมดเวรต่อกันแค่นี้เถอะนะคะ อย่าได้มีเวรมีกรรมต่อกันอีกเลย แค่นี้แหละค่ะที่หนูอยากจะบอกคุณ” ตาลเดินออกไป

นภานํ้าตาไหลริน ธาวินมองเธออย่างสลดใจ ก่อนเดินตามตาลไป

ขณะตาลกับธาวินเดินเลี้ยวออกมาจากมุมห้อง ก็สวนเข้ากับปารมี แม่จอมมารยาชะงักมองทั้งคู่แล้วแสร้งตีหน้าเศร้าโผเข้ากอดตาล

“พี่ตาล ปาขอโทษนะคะ ปาไม่รู้จริงๆว่าคุณแม่ฆ่าแม่พี่ตาล พี่ตาลยกโทษให้ปานะคะ อย่าโกรธหรือเกลียดปานะคะ ปาขอโทษแทนคุณแม่”

“ไม่หรอกค่ะ ตาลไม่โกรธคุณปาหรอก มันไม่เกี่ยวกับคุณปา”

“จริงนะคะพี่ตาล ขอบคุณนะคะพี่ตาล แม่ปาไม่น่าทำร้ายแม่พี่ตาลเลย”

ธาวินสงสารบอกว่า ตาลมาอโหสิกรรมให้นภา ปารมีทำตื้นตันชื่นชมว่าตาลเป็นคนดีจริงๆ และต้องขอบคุณอีกครั้งที่ไม่โกรธเกลียดเธอ

ครั้นแยกกับธาวินและตาลแล้ว ปารมีก็เดินแสยะยิ้มเข้ามาบอกกับนภา “นางตาลนี่มันโง่จริงๆนะแม่ แค่หนูบอกมันว่าหนูเสียใจที่แม่ฆ่าแม่มัน มันก็เชื่อหนูแล้ว”

นภาจ้องมองลูกอย่างผิดหวัง นางยอมรับผิดแทนก็หวังจะให้ลูกมีโอกาสกลับตัวกลับใจ แต่ลูกกลับไม่สำนึกเลยสักนิด ในคืนนั้นเอง นภาก็จากไปด้วยอาการหัวใจวาย

พยาบาลมาพบร่างไร้วิญญาณในตอนเช้า จึงโทร.แจ้งปารมี

“คุณนภาเสียชีวิตแล้วค่ะ” สิ้นเสียง ปารมีก็ปล่อยโทรศัพท์ร่วงจากมือ แล้วทรุดลงนั่งร้องไห้โฮ

ในตอนสาย ปรารภนำข่าวนภาแจ้งกับทุกคน พิพัฒน์ถอนใจเปรยว่า สมัยนี้กรรมมันติดจรวดจริงๆ ส่วนตาลรีบถามหาปารมีด้วยความเป็นห่วง ปรารภว่าเธอคงเสียใจมากที่ต้องมาเสียแม่ไปอย่างกะทันหัน

“แล้วคุณปรารภได้คุยกับตำรวจไหมครับว่าทำไมคุณนภาถึงฆ่าแม่ตาลกับสมยศ” ธาวินซัก

“ตำรวจบอกว่าได้คุยกับคุณปารมี คุณปารมีบอกว่าคุณนภาแกฆ่าแม่คุณตาล เพราะกลัวว่าจะไปขโมยของ”

“อะไรคะ แค่ขโมยของนี่หรือคะ ถึงกับต้องฆ่ากัน” เมย์ไม่อยากเชื่อ

“แล้วสารวัตรสมยศล่ะครับ” บุญทันเอ่ยถาม แต่ปรารภไม่ทันได้ตอบ ธาวินก็ชิงพูดขึ้นก่อน

“อย่าบอกนะครับว่าป้านภาอยู่เบื้องหลังสมยศที่จับตาลกับเมย์ไปเรียกค่าไถ่”

“ไม่ใช่ครับ คุณปารมีให้การกับตำรวจว่าเธอกับสมยศแอบคบกัน แต่คุณนภาไม่ชอบสมยศก็เลยจ้างให้คนเอายาพิษใส่ในอาหารไปให้”

พิพัฒน์ส่ายหน้าบ่น เหมือนตนเลี้ยงฆาตกรไว้ในบ้านโดยไม่รู้ตัว

“นี่ถ้าความจริงไม่เปิดเผยขึ้นมา บางทีแกอาจจะฆ่าพวกเราก็ได้นะคะคุณปู่” เมย์เอ่ย

“สงสารคุณปารมีนะคะ ถ้าตาลเป็นเธอ ตาลคงเสียใจมากที่แม่เป็นแบบนี้” ตาลตบท้าย

ooooooo

เมื่อจัดการเรื่องพิธีศพของนภาเรียบร้อยแล้ว ปารมีเดินถือรูปถ่ายของแม่เข้ามาในบ้าน ต้นหอมกำลังทำความสะอาดบ้าน เห็นเข้าก็สะดุ้ง รีบเข้ามาขอโทษปารมีเรื่องเอาต่างหูเจ๊อ้อยให้ตำรวจ

“แกทำถูกแล้ว ในเมื่อแม่ฉันทำผิดก็ต้องรับผิด” ปารมีเอ่ยอย่างเมตตาแล้วไล่ต้นหอมไปทำงาน

“ขอบคุณนะคะที่คุณปาไม่โกรธ” สาวใช้ซาบซึ้งเดินกลับเข้าไปทำความสะอาดในห้องต่อ

ปารมีหันมามองรูปนภาแล้วยิ้มอย่างอำมหิต “ขอบคุณนะคะแม่ สำหรับความรักและความเสียสละที่แม่มีให้หนู”

ในตอนบ่าย ปารมีบีบน้ำตาเข้ามากราบขอโทษพิพัฒน์แทนแม่ และออกตัวว่าเธอไม่เคยรู้เลยว่าแม่จะโหดร้ายถึงเพียงนี้

“อย่าไปโกรธแม่เขาเลย อย่างน้อยเขาก็เป็นคนให้กำเนิดเรา”

“คุณปู่ไม่เกลียดปานะคะ”

“ปู่จะไปเกลียดแกได้ยังไง แกไม่ได้เป็นคนทำนี่ อย่าคิดมาก ปู่ไม่อยากเห็นแกเป็นอะไรไปอีกคน”

“ขอบคุณนะคะคุณปู่” ปารมีแสร้งสะอื้นแล้วก้มลงกราบพิพัฒน์อีกครั้ง

ครั้นใช้มารยาหลอกให้พิพัฒน์เชื่อใจได้แล้ว ปารมีก็เดินออกมาห้องรับแขก เห็นตาลกับเมย์นั่งคุยกันอยู่ เธอมองสองสาวด้วยสายตาเกลียดชัง

“อ้าว ปารมี” ธาวินเดินนำบุญทันเขามาทัก

ปารมีสะดุ้งรีบปรับเปลี่ยนอาการ ธาวินชวนเธอเข้าไปคุยกับเมย์และตาลด้วย แต่สาวเจ้าปฏิเสธ

“ไม่ล่ะคะ ปาไม่กล้าสู้หน้าพี่ตาล เชิญพี่ภูเถอะ ปาขอตัว” ปารมีทำยิ้มเศร้าใส่ แล้วเดินออกไป

บุญทันมองตามแล้วหันมาเปรยกับธาวิน “นี่ดีนะที่คุณนภายอมรับสารภาพว่าเป็นคนฆ่าสมยศ ไม่งั้นล่ะก็ฉันคงต้องสงสัยปารมี เพราะฉันเห็นเธอมองตาลกับเมย์ด้วยสายตาแปลกๆ”

“อืมม์ เห็นอยู่เหมือนกันว่าเธอตาขวางๆ ยังนึกอยู่เลยว่าโกรธใคร”

“ฉันว่าเธออาจจะจิตไม่ค่อยปกติเท่าไหร่ อาจจะเป็นพวกอารมณ์รุนแรงแต่เก็บกด คนแบบนี้อันตรายนะ”

“แต่ยังไงเราก็เบาใจได้ว่าเธอไม่ใช่ฆาตกร”

“ใช่ ฉันถึงบอกไงว่า โชคดีที่คุณนภายอมรับสารภาพก่อน” บุญทันสรุป แล้วชวนเพื่อนรักเข้าไปหาสองสาว

ooooooo

บ่ายวันหนึ่ง ธาวินไปเป็นเพื่อนตาลลอยอังคาร เจ๊อ้อย

สาวเจ้ายกห่อเถ้ากระดูกของแม่ขึ้นอธิษฐาน “แม่ ขอให้วิญญาณแม่ไปสู่สุคตินะ เกิดชาติหน้าก็ขอให้หนู ได้เป็นลูกของแม่อีก แม่รู้ใช่ไหมว่าหนูรักแม่แค่ไหน หลับให้สบายนะแม่...หนูรักแม่นะ” ตาลน้ำตาริน หยิบเถ้ากระดูกในห่อผ้าโปรยลงน้ำ ธาวินน้ำตารื้นมองคนรักด้วยความสงสาร

เวลาเดียวกัน เมย์ตามบุญทันมาติวเข้มภาษาอังกฤษ เธอแปลกใจที่เขาเรียนรู้ได้เร็วมาก บุญทันอ้างว่าเป็นเพราะได้ครูดี แล้วชวนเปลี่ยนเรื่องคุย เพราะกลัวสาวเจ้าจะสงสัย

วันรุ่งขึ้น พิพัฒน์ให้ต้นหอมไปตามเมย์กับบุญทันและตาลกับธาวินมาพบในห้องรับรอง สองคู่ชู้ชื่นพากันแปลกใจไม่รู้ว่าคุณปู่มีเรื่องอะไร ต่างพากันเดินเข้ามาในห้อง

“มากันครบแล้วนะ” พิพัฒน์นั่งคุยอยู่กับปรารภหันมาทัก

“มีอะไรหรือคะคุณปู่ อย่าบอกนะคะว่าจะแจกมรดก” เมย์อมยิ้ม

“ปู่มีเรื่องจะคุยกับพวกแก”

“เรื่องอะไรครับ ทำไมดูเป็นพิธีการจังเลย”

“ปู่จะบอกว่าสิ้นเดือนนี้แกกับเจ้าภูควรจะแต่งงานได้แล้วนะ” พิพัฒน์มองมาที่บุญทัน

ตาลกับเมย์ชะงักมองแล้วเอ่ยถาม คุณปู่พูดถึงใคร ธาวินกับบุญทันสบตากันแล้วทำเนียนจะชี้แจง เพราะไม่อยากให้สองสาวรู้ความจริงตอนนี้ แต่ปรารภชิงพูดขึ้นก่อน

“คืออย่างนี้ครับคุณภู คุณวิน คุณปู่คิดว่าถึงเวลาที่คุณสองคนควรจะบอกความจริงคุณเมย์กับคุณตาลได้แล้ว”

“ความจริงอะไรคะ” สองสาวร้องพร้อมกัน

“ก็ความจริงที่ว่าบุญทันคือภูบดี” พิพัฒน์เฉลย

เมย์มองหน้าบุญทัน ส่วนตาลหันไปชี้ธาวินคล้ายจะถามว่าเขาคือใคร ปรารภอมยิ้มช่วยตอบแทน

“นั่นคือคุณธาวินครับ”

“คือธาวินกับภูบดีสลับตัวกัน” พิพัฒน์ช่วยเสริม

ตาลกับเมย์นั่งมึน คุณปู่จึงให้สองหนุ่มอธิบายกับคนรักเอาเอง ธาวินกับบุญทันอึกอักเกี่ยงกันพูด

“ไม่ต้องเกี่ยงกันค่ะ คุณน่ะแหละเล่ามาให้หมด” ตาลสั่งธาวินเสียงเครียด

ธาวินฝืนยิ้มแล้วยอมเฉลยเรื่องราวอย่างละเอียด

ooooooo

ตาลกับเมย์โกรธมากเมื่อรู้ว่าถูกสองหนุ่มหลอก พวกเธอบอกลาคุณปู่กับปรารภแล้วลุกเดินออกไป ธาวินกับบุญทันหน้าสลด หันมาตัดพ้อพิพัฒน์

“คุณปู่นะคุณปู่ ผมบอกแล้วไงว่าอย่าเพิ่งเฉลย” แล้วสองหนุ่มก็ลุกออกไปง้องอนคนรัก

พิพัฒน์มองตามพลางบ่นกับปรารภว่า ตนทำไปเพราะหวังดี ไม่อยากให้ต้องปกปิดอะไรกันอีก

“ผมบอกแล้วไงครับว่าให้เขาบอกกันเอง”

“ก็ใครจะไปรู้ล่ะ ไม่เห็นมันบอกซะที ก็เลยช่วยเฉลยให้” พิพัฒน์ส่ายหน้า

ตาลกลับเข้ามาในห้อง ตรงไปเปิดตู้หยิบกระเป๋าเสื้อผ้าออกมา ธาวินตามเข้ามาดึงไว้ ขอร้องให้ฟังเขาอธิบายก่อน

“เราไม่มีอะไรต้องพูดกันแล้ว ตาลเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าโกหกตาล” ตาลพูดพลางเก็บเสื้อผ้าไปพลาง

“ก็ผมบอกแล้วไงว่ามันจำเป็น”

“ใช่สิคะ มันจำเป็นสำหรับคุณ คุณก็เลยไม่เห็นความสำคัญของตาล เพราะถ้าคุณเห็นตาลสำคัญ คุณคงไม่ทำแบบนี้กับตาล ถอยไป” ตาลปิดกระเป๋าแล้วหิ้วไปที่ประตู

“ไม่ ผมไม่ให้ตาลไปไหนทั้งนั้น” ธาวินตามมาดึงกระเป๋าไว้

“คุณยังรู้จักตาลน้อยไป” ตาลเดินออกไปโดยไม่มีกระเป๋าเสื้อผ้า

“เดี๋ยวสิตาล ได้โปรดเถอะ ฟังผมก่อนได้มั้ย ผมไม่ได้มีเจตนาที่จะปิดบังหรือโกหกตาล แต่ผม...”

“คุณไม่ต้องพูดอะไรแล้ว เพราะตาลไม่อยากฟัง ตาลคิดว่าที่เราอยู่ด้วยกันก็เพราะว่าเรารักกัน แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ คุณไม่ได้รักตาล คุณถึงโกหกหลอกลวงตาล เพราะแม้แต่ชื่อคุณคุณยังปิดบัง แสดงว่าทุกเรื่องที่คุณพูดกับตาลมันเป็นเรื่องโกหก”

“ไม่นะตาล”

“ถ้างั้นคุณลองบอกมาสิว่ามีเรื่องอะไรที่คุณพูดกับตาลแล้วเป็นเรื่องจริง บอกมาสิคะว่ามีเรื่องไหนบ้าง”

ธาวินอึ้งนึกคำพูดไม่ทัน ตาลมองชายหนุ่มอย่างผิดหวัง เธอผลักให้เขาพ้นทาง แล้วเดินร้องไห้ออกไป

“ตาล อย่าไปเลยนะ ผมขอร้อง” ธาวินเข้าคว้าแขน

“ปล่อยตาลค่ะ”

“ไม่ ผมไม่ยอมให้ตาลไปไหนทั้งนั้น”

“ก็ได้” ตาลต่อยหน้าธาวินโครม

ชายหนุ่มเซออกมา เมื่อตั้งหลักได้ก็จะเข้าไปรั้งเธอไว้อีก

“อย่ามายุ่งกับฉัน เพราะเราไม่รู้จักกัน และถ้าคุณเข้ามาคราวนี้หัวแบะแน่” ตาลคว้าไม้ขึ้นมาขู่ พลางตัดพ้อ “คุณมันก็ไม่ต่างอะไรกับสิบแปดมงกุฎหรอก ไอ้คนหลอกลวง” สาวตาลเดินจากไป ทิ้งให้ธาวินยืนอึ้ง

ooooooo

บุญทันตามมางอนง้อเมย์หน้าห้อง แต่สาวเจ้าใจแข็งไม่ยอมเปิดประตูออกมาคุยด้วย ชายหนุ่มขู่ว่าจะนั่งรออยู่หน้าประตู จะไม่ไปไหน

“ก็ตามใจ อยากนั่งก็นั่งไปสิ” เมย์ตวาดใส่ แล้วเดินเข้าห้องนํ้าปิดประตู

บุญทันถอนใจ นึกไม่ออกว่าจะทำอย่างไรให้คนรักหายโกรธ

ส่วนคนงานเมื่อรู้ว่า บุญทันคือภูบดีก็พากันจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ ต่างเกรงว่าจะโดนไล่ออกด้วยเคยแกล้งใช้งานบุญทันสารพัด

ปารมีเหมือนมีจมูกมด เธอโทร.ตามต้นหอมให้ไปพบ เพราะอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่ตึกใหญ่ ครู่ต่อมา ได้รับรายงานว่า ภูบดีปลอมตัวเป็นคนสวนชื่อบุญทัน แล้วให้เพื่อนคือธาวินปลอมตัวมาเป็นภูบดีแทน

“จริงหรือ แล้วเขาปลอมตัวมาเพื่ออะไร”

“ต้นหอมก็ไม่ทราบค่ะ รู้แต่ว่าตอนนี้คุณตาลกับคุณเมย์โกรธมาก สงสัยเพิ่งจะรู้ความจริง”

“อืมม์ ขอบใจ” ปารมีโบกมือไล่ต้นหอมออกไป แล้วรำพึงกับตัวเอง “นี่หมายความว่า ที่ผ่านมาเราลงทุนไปสูญเปล่างั้นหรือ”

ooooooo

บ่ายวันนั้น บุญทันกับธาวินเข้ามานั่งปรับทุกข์กับคุณปู่และปรารภ เรื่องสองสาวไม่ยอมยกโทษให้

“ปู่ขอโทษ ปู่ไม่คิดว่าหนูตาลกับยายเมย์เขาจะโกรธแกสองคนขนาดนี้”

“ผมว่าให้เวลาคุณตาลกับคุณเมย์แกหน่อยเถอะครับ แกคงช็อก” ปรารภแนะนำแล้วหันไปมองปารมีที่ทำสงบเสงี่ยมเดินเข้ามา

แม่จอมมารยายกมือไหว้บุญทันอย่างนอบน้อมและเรียกพี่ภู อย่างไม่เคอะเขิน ก่อนจะหันไปยกมือไหว้ธาวินอย่างเสียไม่ได้

“พี่ภูนึกสนุกอะไรคะ ถึงได้ปลอมตัวมาเป็นคนขับรถ” ปารมีเข้าประเด็น

“ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมแค่จะเซอร์ไพรส์คุณปู่”

“เซอร์ไพรส์มากเลยค่ะ ปาก็นึกอยู่แล้วว่าพี่ภูไม่เหมือนคนรถคนสวนทั่วไป”

“ยายปามาก็ดีแล้ว เป็นที่ปรึกษาให้สองหนุ่มนี่หน่อย เพราะหนูตาลกับยายเมย์โกรธที่เจ้าสองคนนี่โกหก”

“เรื่องแบบนี้ปาไม่รู้หรอกค่ะคุณปู่ ต้องให้พี่ภูกับคุณธาวินเคลียร์กันเอง จริงไหมคะพี่ภู” ปารมีส่งยิ้มหวาน

บุญทันยิ้มตอบในฐานะพี่ชาย ส่วนธาวินรู้สึกแปลกๆ ในท่าทีของปารมีที่เปลี่ยนไป

ooooooo

ตอนที่ 11

ตาลถามหาเจ๊อ้อยกับต้นหอม ได้ความว่าไปทำงานที่บ้านนภา สาวใช้บ่นเรื่องเจ๊อ้อยทำงานไม่เรียบร้อย ชอบอู้แถมกลางคืนยังชวนพวกคนงานตั้งวงเล่นไพ่อีก เห็นทีเธอจะต้องบอกให้นภาจัดการ

ขาดคำนภาก็เดินเข้ามาถามหาเจ๊อ้อยอีกคน ต้นหอมเป็นงง ถามกลับไป “อ้าว น้าอ้อยไม่ได้ทำงานอยู่ที่บ้านคุณนภาหรือคะ”

“ไม่รู้มันหายหัวไปไหน ฉันเดินหาทั่วบ้านก็ไม่เจอ สงสัยต้องให้มันออกจริงๆแล้ว นางนี่ขี้เกียจตัวเป็นขน”

“แกอาจจะไปเข้าห้องน้ำหรือไปทานข้าวรึเปล่าคะ” ตาลออกรับแทน แต่พอเห็นสายตานภาคล้ายจะบอกว่า เธอไม่เกี่ยวก็หน้าเจื่อน

“ต้นหอม ถ้าแกเจอมันบอกให้มันเก็บเสื้อผ้า แล้วไปเลยนะ ฉันไม่จ้างมันแล้ว เงินเดือนที่เหลือฉันก็ไม่ให้” สั่งการเสร็จนภาก็เดินออกไป ทิ้งให้ตาลมองตามอย่างรู้สึกผิดแทนแม่

สาวตาลเดินออกมาโทร.หาแม่หวังจะเตือนให้รู้ตัว แต่ติดต่อไม่ได้

ooooooo

เวลานั้นเองในห้องนภา เจ๊อ้อยปิดมือถือเปิดเจรจาเรื่องค่าปิดปากอยู่กับปารมี เจ๊อ้อยยื่นข้อเสนอขอแบ่งเงินสามล้านบาท ปารมียอมจ่ายให้ แล้วฉวยโอกาสตอนเจ๊อ้อยเพลินอยู่กับการนับเงิน หยิบเข็มขัดมารัดคอทางด้านหลัง

เจ๊อ้อยดิ้นพราดๆพยายามดึงเข็มขัดออก แต่สู้แรงปารมีไม่ไหว จึงขาดใจตาย

“คนอย่างแกไม่สมควรมีชีวิตอยู่หรอก” ปารมียืนหอบ มองร่างไร้วิญญาณของเจ๊อ้อย

“ยายปา” นภาเปิดประตูเข้ามาเห็นปารมียืนอยู่ข้างศพเจ๊อ้อยและกระเป๋าใส่เงิน นางตกใจถามลูกว่าเกิดอะไรขึ้น

“นางอ้อยมันอยากได้เงินที่แม่ซ่อนไว้ หนูก็เลยจัดการฆ่ามันซะ เพราะมันจะไปบอกใครๆว่าแม่ซ่อนเงินไว้ในห้องนี้”

“แต่แม่ว่าลูกไม่เห็นต้องทำแบบนี้เลย”

“ทำไมแม่พูดแบบนี้ ที่หนูทำก็เพื่อปกป้องแม่นะคะ หรือแม่อยากให้คุณปู่รู้ว่า แม่ขโมยเงินคุณปู่มาตลอดหลายปี แม่คิดว่าหนูไม่รู้ใช่ไหมว่าดึกๆ แม่ลุกไปทำอะไรที่ตึกใหญ่”

“แต่ถึงยังไงมันน่าจะมีวิธีอื่นนะลูก ไม่เห็นจำเป็นต้องฆ่ามันถ้าใครรู้เข้าเราจะเดือดร้อนนะ”

“เราเดือดร้อนตั้งแต่ครั้งแรกที่แม่ไปขโมยเงินคุณปู่แล้วล่ะค่ะ ถ้าแม่ไม่ขโมยเงินมาหนูก็ไม่ต้องฆ่ามันหนูว่าแม่อย่าเพิ่งพูดอะไรเลย มาช่วยหนูจัดการกับศพนังอ้อยก่อนดีกว่า แม่มัดมือมัดเท้ามันนะ เดี๋ยวหนูจะไปหากระเป๋าใบใหญ่ๆมาใส่ศพมัน” ปารมีเดินออกไปทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

นภายืนนิ่ง ไม่อยากเชื่อว่าลูกจะโหดเหี้ยมขนาดนี้

ooooooo

บ่ายมากแล้ว ตาลยังติดต่อไม่ได้ เธอเข้าไปถามหากับคนงานในครัว ได้ความว่า แม่บอกกับพวกคนใช้ว่าจะไปทำงานที่บ้านนภา แล้วก็หายเงียบตั้งแต่เช้า ข้าวเที่ยงก็ไม่กลับมากิน

ตาลสังหรณ์ใจกลัวจะเกิดเรื่องกับแม่ จึงจะไปดูที่บ้านนภา แต่ธาวินโทร.มาตามให้ไปงานศพ เธอจึงต้องพักเรื่องแม่ไว้ แล้วรีบขึ้นไปแต่งตัวออกไป

เวลาเดียวกัน นภายืนมองปารมีอย่างคนจิตตก เมื่อเห็นลูกจัดการกับศพเจ๊อ้อยอย่างไม่สะทกสะท้าน เธอเอ่ยถามปารมีอีกครั้งว่า ไม่ได้ตั้งใจฆ่าเจ๊อ้อยใช่หรือไม่

“เปล่าค่ะ ปาตั้งใจ แล้วปาก็จะไม่โกหกแม่อีกต่อไปแล้ว ปาจะบอกให้แม่รู้ว่าปาจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายเรา ปาจะฆ่าทุกคนที่มันคิดจะขวางทางเรา”

“ไม่ ไม่จริง ลูกของฉันไม่ใช่คนร้าย ลูกของฉันเป็นคนดี แกไม่ใช่ลูกฉัน” นภาหวีดร้อง ทึ้งผมตัวเอง เพราะอาการประสาทกำเริบ

ปารมีเข้าไปยื้อยุด บอกให้แม่สงบสติอารมณ์

ต้นหอมที่จะมาทำงานแทนเจ๊อ้อยได้ยินเสียงนภาก็ตกใจ วิ่งขึ้นไปเคาะประตูเรียก ปารมีออกมาบอกว่า นภาไม่ค่อยสบายเพราะลืมกินยา พลางไล่ต้นหอมกลับไปที่ตึกใหญ่

ต้นหอมรับคำแล้วเดินลงไป ปารมีรีบปิดประตู หันเข้าจัดการเอาศพเจ๊อ้อยใส่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ เตรียมเอาไปทิ้งในตอนค่ำ ในขณะที่นภาได้แต่ร้องไห้ฟูมฟาย ไม่เชื่อว่าลูกสาวจะโหดเหี้ยมอำมหิตขนาดนี้

ooooooo

ค่ำคืนนั้น ตาลนั่งคิดหนักเรื่องแม่อยู่ในศาลาสวดศพกับธาวินและแขกคนอื่นๆ เธอถอนใจเฮือกเพราะคิดไม่ออก ว่าแม่หายไปไหน

ธาวินเหลือบเห็น จึงเอ่ยถามที่มาของอาการ สาวเจ้าฝืนยิ้มบอกไม่มีอะไร ก่อนขอตัวไปห้องน้ำ ธาวินจะไปเป็นเพื่อน แต่เธอไม่ยอมชิงลุกออกไป

ครั้นมาถึงห้องน้ำ ตาลโทร.หาแม่อีกรอบ แต่ติดต่อไม่ได้อีกตามเคย ขณะหันหลังจะเดินกลับ ถูกชายฉกรรจ์สองคนเอาผ้าโปะยาสลบปิดจมูก ตาลพยายามดิ้น แต่ในที่สุดหมดสติลง สองคนร้ายพยุงเธอไปใส่รถ แล้วกลับมารอจัดการกับเมย์

ไม่นานนัก เมย์ก็รับอาสาธาวินมาดูตาลที่ห้องน้ำให้ เพราะได้ยินชายหนุ่มบ่นว่าตาลหายไปนาน แต่เมื่อมาถึงเธอก็ถูกคนร้ายใช้ปืนจี้บังคับให้ไปขึ้นรถแล้วโปะยาสลบเช่นเดียวกับตาล

ธาวินกับบุญทันเห็นเมย์หายเงียบไปอีกคนก็ชักผิดสังเกต จึงแยกกันตามหา คนร้ายสบโอกาสเข้าไปจับตัวธาวิน แต่เขาฮึดสู้ แล้ววิ่งหนีออกมา คนร้ายยกปืนขึ้นยิง ธาวินโดดหลบทัน

บุญทันได้ยินเสียงปืน เขารีบมาช่วยธาวิน เช่นเดียวกับตำรวจที่อยู่ใกล้เคียง คนร้ายเห็นท่าไม่ดีรีบแผ่นขึ้นรถหนีไป

เมื่อแผนการไม่เป็นตามคาด สมยศรีบโทร.หาปารมี บอกว่าได้ตัวตาลกับเมย์มาแล้ว แต่ภูบดีรอดไปได้

“ไม่เป็นไร ไอ้ภูบดีไว้จัดการทีหลังได้ นางผู้หญิงสองคนนั่น ฉันยกให้คุณ หลังจากได้เงินค่าไถ่แล้วฆ่ามันทิ้งซะ” ปารมีปิดโทรศัพท์ พลางยิ้มกระหยิ่ม แต่เมื่อหันกลับมาก็พบนภายืนฟังอยู่

นางถามลูกว่า ผู้หญิงสองคนนั้นคือใคร และปารมีคิดจะฆ่าใครอีก

“ก็ได้ค่ะ ถ้าแม่อยากรู้ หนูสั่งให้คนไปฆ่านางตาลกับนางเมย์ แล้วหนูก็จะฆ่าไอ้ภูบดีด้วย”

“นี่แกบ้าใหญ่แล้ว แกรู้ตัวรึเปล่าว่าแกพูดอะไร” นภาตบหน้าลูก

“หนูไม่ได้บ้าหรอกค่ะแม่ แม่บอกหนูเองไม่ใช่หรือคะว่า สมบัติทุกอย่างของคุณปู่มันควรจะเป็นของเรา ถ้าไม่มีไอ้ภูบดีซะคน หนูก็จะได้ครอบครองบ้าน

วริทธิวรนันท์ แม่พูดกรอกหูหนูทุกวันตั้งแต่หนูยังเด็ก จนหนูจำได้ขึ้นใจว่าบ้านวริทธิวรนันท์จะต้องเป็นของเรา สมบัติทุกชิ้นจะต้องเป็นของหนู แม่จำไม่ได้หรือคะ”

“แม่ไม่ได้ตั้งใจ แม่ขอโทษ ที่แม่พูดไปก็เพราะน้อยใจชีวิตตัวเอง ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ลูกผูกใจเจ็บใคร อย่าทำแบบนี้เลยนะลูก ยุติทุกอย่างซะ แม่ขอร้อง อย่าถลำลึกไปกว่านี้เลย ถ้าตำรวจจับได้ลูกจะต้องติดคุกไปจนวันตายนะ”

“ไม่ค่ะ ตำรวจไม่มีทางจับหนูได้หรอก ถ้าแม่ไม่บอก ที่หนูทำทุกอย่างก็เพื่อเราสองคนนะคะแม่ หนูเบื่อเต็มทีแล้วที่ต้องก้มหัวทำตัวลีบต่อหน้าทุกคน ต้องเจียมเนื้อเจียมตัวเพราะเราเป็นแค่ผู้อาศัย ถ้าไม่มีไอ้ภูบดีกับเมียมันแล้วก็นังเมย์ บ้านวริทธิวรนันท์ก็จะเป็นของเรามันจะเป็นของเรานะแม่”

“ไม่นะปา แม่จะไม่ยอมให้ลูกทำผิดอีกแล้ว แค่ลูกฆ่านางอ้อย หัวใจแม่ก็แทบแตกสลาย อย่าทำเรื่องเลวร้ายอีกเลยนะลูก แม่ขอร้อง นะลูกนะ หยุดทุกอย่างแค่นี้ แล้วเราไปบอกคุณปู่ว่าเราทำอะไรลงไป”

“นี่แม่พูดอะไรของแม่ หนูฆ่านังอ้อยก็เพื่อแม่ หนูทำทุกอย่างเพื่อชดเชยชีวิตที่ขาดไปของแม่ หนูกำลังทำความฝันของแม่ให้เป็นความจริง”

“แต่แม่ไม่ต้องการ แม่ไม่อยากได้มันแล้ว แม่อยากได้ลูกของแม่คืนมา แม่อยากได้ลูกที่น่ารัก ลูกสาวที่เป็นคนดีของแม่คืนมา” นภาสะอื้นปานจะขาดใจ

“แม่คะ แม่ต้องตื่นได้แล้วล่ะค่ะ เพราะลูกสาวคนนั้นไม่เคยมีอยู่จริง” ปารมีเดินจากไปแล้วรำพึงว่า ไม่มี ใครมาหยุดยั้งเธอได้ เพราะทุกอย่างต้องเป็นของเธอ

ooooooo

รุ่งขึ้น ธาวิน บุญทัน และปรารภเข้ามาเรียนพิพัฒน์เรื่องตาลกับเมย์หายตัวไปตั้งแต่เมื่อคืน คุณปู่ทั้งโกรธทั้งตกใจที่ทั้งสามเพิ่งจะมาบอก จึงประชดธาวินกับบุญทันว่า ยังมีอะไรปิดบังปู่อีก?

บุญทันกับธาวินชะงักมองหน้ากัน เสียงโทรศัพท์บ้านดังขึ้น ธาวินลุกไปรับสายได้ยินเสียงชายคนหนึ่งสั่งให้ไปบอกพิพัฒน์ว่าให้เตรียมเงินยี่สิบล้านไว้เป็นค่าไถ่ตาลกับเมย์

“แล้วฉันจะติดต่อกลับมาอีกที จำไว้นะถ้าเรื่องถึงตำรวจนางสองคนนี่ตายแน่” สายถูกตัดไป

ธาวินยืนอึ้งก่อนหันมาเรียนคุณปู่ “มันบอกว่ามันจับตัวตาลกับน้องเมย์ไป ให้เราเตรียมเงินให้มันยี่สิบล้าน”

ooooooo

ในตอนสาย เมย์กับตาลที่ถูกมัดติดกันเริ่มได้สติ วายร้ายคนหนึ่งโผล่หน้ามาขู่ว่าอย่าคิดหนี เพราะมีแต่ตาย กับตาย จากนั้นก็โทร.รายงานสมยศว่า ทั้งคู่ฟื้นแล้ว

สมยศนั่งสั่งการอยู่ในร้านอาหารกับปารมี เขากำชับให้ลูกน้องเฝ้าสองสาวให้ดี ทันทีที่ได้เงินค่าไถ่แล้วให้ฆ่าพวกเธอทันที ลูกน้องรับคำ แล้วชักชวนเพื่อนพ้องกันเข้าหาความสุขกับสองสาวก่อนฆ่าทิ้ง

ตาลใช้มารยาหญิงหลอกล่อให้คนร้ายแก้มัดให้ แล้วเล่นงานมันจนสลบเหมือด เธอวิ่งออกมาเจอเมย์ที่หน้าห้อง สาวเมย์เองก็เพิ่งเตะเข้ากลางเป้าของวายร้ายอีกคนลงไปนอนกอง สองสาวพากันหนี

เวลาเดียวกัน สมยศที่นั่งฝันหวานอยู่กับปารมีโทร.ไปสั่งธาวินให้นำเงินค่าไถ่มาให้ที่จุดนัด เพราะส่งแป๊ะลูกน้องอีกคนไปรอรับแล้ว

ธาวินรีบออกเดินทาง โดยมีตำรวจนอกเครื่องแบบที่ปรารภช่วยประสานงานให้ตามไปห่างๆ

ไม่นานนัก ชายหนุ่มก็มาถึงลานจอดรถซึ่งเป็นจุดนับพบ แป๊ะกะพริบไฟรถให้สัญญาณ ธาวินหิ้วกระเป๋าเงินลงไปที่รถพลางถามหาตาลกับเมย์ แต่กลับถูกลูกน้องสมยศซุ่มอยู่ข้างนอก เข้าชาร์จเพื่อแย่งกระเป๋า แป๊ะตามมาเหนี่ยวไกยิงใส่ธาวิน

ร่างของเขากระเด็นลงไปนอนแน่นิ่ง แป๊ะมั่นใจว่าตายแน่ จึงโทร.รายงานสมยศพร้อมกับเดินเข้าไปดูศพ ใกล้ๆ ธาวินที่สวมเสื้อเกราะพลิกตัวกลับแล้วชักปืนยิงสวนออกไป แป๊ะผงะหงายขาดใจตาย

สมยศได้ยินเสียงปืนในโทรศัพท์ตามด้วยเสียงตำรวจที่เข้ามาแสดงตัวจับลูกน้องที่เหลือ เขาตกใจหันมาบอกปารมีว่าตำรวจ แล้วรีบโทร.สั่งลูกน้องอีกกลุ่มให้จัดการ กับเมย์และตาล แต่ได้ยินคำตอบว่า สองสาวหนีไปแล้ว

“ไอ้ระยำเอ๊ย นี่พวกมึงทำอะไรกันวะ” สมยศปิดโทรศัพท์ แล้วบอกกับปารมี “ผู้หญิงหนีไปได้ ผมว่าเราแยกกันก่อน ผมจะไปจัดการกับลูกน้อง” แล้วสมยศก็ลุกออกไป

“ไอ้บ้าเอ๊ย...ทุกอย่างกำลังจะจบอยู่แล้ว” ปารมีมองตามอย่างโกรธจัด

ooooooo

ตาลกับเมย์วิ่งหนีคนร้ายมาถึงริมถนนสายเปลี่ยว เมย์ทรุดตัวลงนั่งหมดแรง เธอบอกตาลว่าไปต่อไม่ไหวแล้ว

“ต้องไหวสิน้องเมย์ เราหยุดไม่ได้นะ มันจะฆ่าเรา ไป” ตาลเข้าพยุงเมย์วิ่งต่อไป

จู่ๆก็มีรถคันหนึ่งแล่นเข้ามา สองสาวรีบโบกมือขอความช่วยเหลือ รถเข้ามาจอดตรงหน้า ตาลเปิดประตูข้างคนขับ พลันชะงักเมื่อเห็นเป็นสมยศ เขาเอ่ยทักว่ามาทำอะไรแถวนี้ ตาลตกใจบอกว่ามีคนกำลังตามล่าอยู่

สารวัตรเร่งให้สองสาวขึ้นรถ แล้วขับออกไปพร้อมกับพูดเป็นนัยๆว่า เขาโชคดีที่ได้เจอพวกเธอ

หลังจากนั่งรถมาได้สักครู่ ตาลก็เริ่มผิดสังเกต เพราะสารวัตรสมยศกำลังจะพาเธอออกนอกเมือง จึงร้องถาม ขณะที่เมย์ก็เริ่มระแวง เธอขอยืมมือถือสมยศโทร.หาบุญทัน แต่เขาไหวทัน รีบจอด แล้วชักปืนออกมาบังคับให้สองสาวเดินเข้าไปในป่าข้างทาง หวังจัดการให้สิ้นซาก

สองสาวอ้อนวอนขอชีวิตพลางต่อรองสารพัด แต่สารวัตรสมยศไม่ฟัง เขาให้พวกเธอนั่งคุกเข่าเอามือวางไว้ บนหัวแล้วเตรียมเหนี่ยวไก สองสาวหลับตาด้วยหวาดกลัว

“ลาก่อน” นิ้วสารวัตรสมยศแตะไกปืน

พลันเสียงปืนดังสนั่น ไหล่สารวัตรสะบัด ปืนกระเด็นหลุดจากมือ

“หยุดนะ นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ” ตำรวจนอกเครื่องแบบสามนายวิ่งเข้ามาล้อมสมยศ

ตาลกับเมย์ดีใจที่รอดตายได้อย่างหวุดหวิด ทั้งสองรีบเข้าไปหลบหลังตำรวจคนหนึ่ง ส่วนพวกที่เหลือเข้าไปล็อกตัวสารวัตรสมยศ

เวลาเดียวกัน ปรารภเข้ารายงานกับพิพัฒน์ ธาวินและบุญทันว่า ตำรวจจับคนร้ายได้คนหนึ่งและมันซัดทอดว่า คนจ้างคือสารวัตรสมยศ ทำเอาคุณปู่นั่งอึ้ง

ธาวินซักว่า คนร้ายได้บอกหรือเปล่าว่า พาตาลกับเมย์ไปไว้ที่ไหน

“บอกครับ มันเอาตัวไปขังไว้ที่บึงกุ่ม ตอนนี้ตำรวจกำลังนำเจ้าหน้าที่ไปช่วยอยู่ครับ”

ธาวินหันมองบุญทัน พลางเปรยว่า “ทำไมสารวัตรสมยศต้องฆ่าผมด้วย”

“นั่นสิ ตอนแรกผมก็คิดว่าคนร้ายต้องการแค่เงินค่าไถ่ แต่ถ้ามันต้องการฆ่าคุณภูด้วยแสดงว่ามันต้องมีจุดประสงค์อื่น”

“จุดประสงค์อะไร” พิพัฒน์มองหน้าบุญทัน

ธาวินชิงพูดขึ้นก่อน “แกจะบอกว่าสารวัตรสมยศอยู่เบื้องหลังการตายของลุงภาคินงั้นหรือ”

บุญทันพยักหน้าพลางเหลือบมองพิพัฒน์กับปรารภ เห็นทั้งสองจ้องหน้าอย่างจับผิด ก็แสร้งส่งยิ้มให้แล้วจะขอตัว แต่พิพัฒน์เรียกไว้บอกให้หลานชายยอมเปิดเผยตัวเสียที

“คุณภูครับ คุณปู่รู้ความจริงหมดแล้วว่าคุณสองคนสลับตัวกัน” ปรารภเฉลย

สองหนุ่มนั่งอึ้งจำใจต้องสารภาพความจริง แล้วทางตำรวจก็โทร.มาแจ้งว่า ช่วยตาลกับเมย์ได้แล้ว สองสาวปลอดภัย ตอนนี้ให้ปากคำอยู่ที่โรงพัก

ทุกคนโล่งอก ธาวินกับบุญทันได้ช่องขอตัวไปหาคนรัก ปรารภขอตามไปด้วย เพราะต้องไปคุยเรื่องคดีกับผู้กำกับ

ooooooo

ครั้นสามหนุ่มมาถึงหน้าโรงพัก บุญทันขอร้องปรารภว่าอย่าเพิ่งบอกใครเรื่องเขากับธาวินสลับตัวกัน เพราะอยากให้แน่ใจก่อนว่าสารวัตรสมยศอยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดเพียงคนเดียวหรือไม่

“ได้ครับ งั้นเดี๋ยวผมจะเรียนให้คุณท่านทราบ” ปรารภเดินแยกไป

ธาวินกับบุญทันชวนกันไปหาคนรักในห้องสอบสวน ตาลกับเมย์ที่เพิ่งให้ปากคำเสร็จหันมาเห็นสองหนุ่มเดินเข้ามาก็ดีใจรีบโผเข้ากอดคนรัก เพราะคิดว่าจะไม่มีโอกาส ได้เห็นหน้ากันอีกแล้ว

“ทำไมสารวัตรสมยศจึงต้องการฆ่าเราสองคน” ตาลผละออกมาพร้อมคำถาม

เมย์รีบเสริม “ใช่ค่ะ เขาอำมหิตมากเลย เอาปืนจ่อหัวพวกเราด้วย ดีนะที่ตำรวจมาทัน ไม่งั้นเราคงตายไปแล้ว”

“ตอนนี้ตำรวจกำลังสอบปากคำเขาอยู่ เดี๋ยวเราคงรู้ว่าเขาทำไปเพราะอะไร” ธาวินกับบุญทันดึงสองสาวมากอดปลอบใจอีกครั้ง

ด้านปรารภ เขาเข้าไปคุยกับผู้กำกับถึงเรื่องคดีของสมยศ ผู้กำกับว่าสมยศไม่ยอมให้การอะไร ยืนยันจะให้การในชั้นศาลเท่านั้น

“แต่คุณปรารภไม่ต้องห่วง พยานหลักฐานมัดตัวแน่นหนาขนาดนี้ ยังไงก็ดิ้นไม่หลุดแน่ และถ้ามีใครอยู่เบื้องหลังจริงอย่างที่คุณสงสัย ผมคิดว่าคนๆ นั้นก็ต้องหาทางติดต่อสมยศแน่ครับ”

“ขอบคุณมากครับ งั้นผมลานะครับ” ปรารภยกมือไหว้ผู้กำกับแล้วลุกออกไป

เมื่อออกมาจากห้องผู้กำกับแล้ว ปรารภก็มาสมทบกับธาวิน บุญทัน ตาล และเมย์ที่หน้าโรงพัก เป็นเวลาเดียวกับที่ปารมีมาถึงพอดี เธอรีบหาที่หลบแล้วมองไปบนโรงพักอย่างลังเล

“เอาไงดี ถ้าเราขึ้นไปเยี่ยม ตำรวจก็จะสงสัยเรา แต่ถ้าไม่ขึ้นไปจะรู้ได้ยังไงว่าไอ้สมยศมันจะไม่หักหลังเรา” แม่จอมวางแผนถอนใจเฮือก

ส่วนสมยศที่อยู่ในห้องขัง เขากำลังคิดหนักว่าควรจะรับสารภาพเพียงคนเดียวหรือจะซักทอดถึงปารมีด้วยดี เพราะใจหนึ่งก็รักเธอแต่อีกใจก็รักตัวเอง

ooooooo

ตาลกลับมาถึงบ้านในตอนค่ำ เธอเรียกให้ต้นหอมไปตามเจ๊อ้อยมาพบ แต่ต้นหอมว่าเจ๊หนีหายไปตั้งแต่วานแล้ว เสื้อผ้าก็ไม่เอาไป และไม่รู้ว่าขโมยของไปด้วยหรือเปล่า

สาวตาลถึงกับอึ้งเป็นห่วงแม่จับใจ แต่ต้องอดทนไว้ เพราะต้องขึ้นไปพบพิพัฒน์ที่รออยู่ก่อน และเมื่อตาลกับต้นหอมเดินออกไปแล้ว นภาที่ซุ่มดูอยู่ก็ออกมา สายตาของเธอเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นว่า จะมีคนรู้เรื่องปารมีฆ่าเจ๊อ้อย

สักพัก ตาล เมย์ ธาวิน และบุญทันก็เข้ามาพบพิพัฒน์ในห้องรับแขก คุณปู่โล่งใจที่สองสาวกลับมาอย่างปลอดภัย ท่านกำชับว่าต่อไปนี้ห้ามทั้งสองไปไหนคนเดียวอีกเด็ดขาด

“ค่ะ” ตาลกับเมย์รับคำพร้อมกัน

ธาวินกับบุญทันอมยิ้มขำจึงโดนคุณปู่สั่งเสียงเข้ม “แกกับบุญทันก็เหมือนกันนะ ปู่จะจ้างตำรวจมาคอยคุ้มกัน”

บุญทันขยับจะค้าน แต่คุณปู่ไม่ยอมทำท่าจะเฉลยความจริงว่าเขาคือใคร ธาวินจึงรีบตัดบทว่า บุญทันเป็นหลานเขยของคุณปู่ก็ถือเป็นคนสำคัญเหมือนกัน แล้วหันมาไล่ให้เมย์กับตาลที่นั่งงงให้กลับไปพัก

สองสาวลุกออกไป ธาวินกับบุญทันรีบหันมาย้ำกับคุณปู่ว่าให้ระวังคำพูด เพราะบางทีคนร้ายอาจจะอยู่รอบๆตัวก็เป็นได้

“แกหมายความว่าสมยศไม่ใช่คนร้ายตัวจริงงั้นหรือ เอาเถอะฉันจะพยายามไม่ลืมว่าแกลืม ไอ้บุญทันคนขับรถ”

“และผมคือภูบดีหลานชายนะครับ” ธาวินยิ้มทะเล้น

“เออ” ปู่มองค้อนสองหนุ่มอย่างหมั่นไส้

ooooooo

ปารมีกลับถึงบ้าน  พบนภายืนรออยู่ด้วยความเป็นห่วง นางรีบถามเรื่องสมยศเพราะกลัวลูกจะมี

ส่วนเกี่ยวข้องด้วย

“ใช่ค่ะแม่  หนูเป็นคนสั่งสมยศให้มันไปฆ่าไอ้อีพวกนั้น  แล้วไงคะ แม่รู้คำตอบแล้ว แม่ยังต้องการอะไรอีก” ปารมีย้อนถามเหมือนไม่มีอะไรเสียหาย แล้วเดินหนีขึ้นห้อง

“แล้วแกจะต้องติดคุก เขาจะต้องเอาตำรวจมาจับแก ได้ยินไหม ตำรวจเขาจะมาจับแก นี่ฉันทำเวรกรรมอะไรไว้ ทำไมลูกถึงมีจิตใจโหดเหี้ยมแบบนี้ทำไม  ทำไม ฮือ ฮือ” นภาตะโกนไล่หลังพลางสะอื้น

ปารมีเปิดประตูเข้ามาในห้อง  แต่เสียงของนภายังก้องอยู่ในหู เธอหยุดมองตัวเองหน้ากระจกแล้วตั้งคำถาม “ถ้าสมยศหักหลังแล้วบอกตำรวจว่าเราเป็นคนบงการล่ะ ไม่น่ะ สมยศต้องไม่ทำแบบนั้น แต่ถ้ามันทำล่ะ...นี่ฉันจะทำยังไงดีนี่” สาวเจ้ากระแทกตัวลงนั่งอย่างคิดไม่ออก

ooooooo

เวลาไล่เลี่ยกัน ตาลบอกกับธาวินว่า แม่หายตัวไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ทำให้เป็นห่วงมากเพราะไม่รู้ว่าแม่ไปไหน ธาวินเข้ามาปลอบใจและรับปากว่าพรุ่งนี้จะช่วยตาลตามหาแม่เอง แล้วชวนเธอเข้านอน  เพราะดึกมากแล้ว

สาวตาลน้ำตาคลอเรียกให้ธาวินมาเป็นเพื่อนและขอให้กอดเธอไว้ “ตาลกลัวจังเลย ไม่อยากนอนคนเดียว ตาลกลัวว่าตาลตื่นขึ้นมาแล้วจะไม่เจอใคร”

“หลับเถอะ ผมสัญญา ผมจะไม่ไปไหน” ธาวิน

กอดตาลไว้ในอ้อมแขน

กลางดึกคืนนั้น เมย์นั่งเหงาอยู่ในห้องเพราะ

ทั้งบ้านเหลือเพียงเธอคนเดียว สาวเจ้าหยิบมือถือขึ้นมากดหาบุญทัน บอกว่านอนไม่หลับ แล้วขอให้เขาเล่าเรื่องราวของตัวเองให้ฟัง จนในที่สุดเธอก็หลับคาโทรศัพท์พร้อมกับความรู้สึกดีๆที่มีต่อบุญทัน

ooooooo

เช้าวันใหม่ นภามาที่ตึกใหญ่ เธอแอบได้ยินปรารภคุยกับพิพัฒน์ว่าสมยศยังไม่ยอมรับสารภาพและสงสัยว่าจะมีคนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ด้วย พิพัฒน์จึงให้ปรารภไปสืบมาว่าคน คนนั้นเป็นใคร

นภายืนอึ้งเป็นห่วงปารมี เธอรีบกลับไปขอร้องลูกให้มาสารภาพกับคุณปู่ก่อนที่จะสายเกินไป

“ไม่มีทางหรอกค่ะ มันจะไม่มีโอกาสไปบอกตำรวจแน่ เพราะปาจะไปจัดการไอ้สมยศให้มันหมดโอกาสพูด” ปารมีเดินลงบันไดไป

นภาตามมาคว้าแขนพลางอ้อนวอนให้ปารมี

ได้สำนึก เพราะไม่อยากเห็นลูกฆ่าใครอีก ปารมีไม่ฟังเธอสะบัดแขนอย่างแรงทำให้นภาเสียหลักล้มกลิ้ง

ตกบันไดลงมานอนแน่นิ่ง

“แม่ แม่คะ...แม่...” ปารมีตกใจรีบพาแม่ส่งโรงพยาบาล

นภาถูกนำตัวเข้าห้องฉุกเฉิน ปารมียืนชะเง้อมองหน้าห้องด้วยความเป็นห่วง แล้วจู่ๆ เรื่องสมยศก็แวบเข้ามา

“ใช่  เราต้องกำจัดมันก่อนที่มันจะทำให้เราเดือดร้อน” แม่จอมวางแผนตัดสินใจเดินออกไป

ไม่นานนักปารมีก็มาถึงหน้าโรงพัก เธอหยิบแว่นดำมาสวมและใช้ผ้าคลุมหัวเพื่อพลางหน้าตา ก่อนเข้าไปว่าจ้างให้เด็กขายพวงมาลัยนำอาหารกับน้ำไปให้สมยศ พร้อมกับฝากข้อความว่า วันนี้มาเยี่ยมไม่ได้ แต่พรุ่งนี้จะมา

สมยศมั่นใจว่า ปารมีต้องมาช่วยแน่ เขารีบรับอาหารกับน้ำมาเปิดกิน ครู่เดียวก็ลงไปนอนชักดิ้นชักงอ น้ำลายฟูมปากขาดใจตาย

ตำรวจรีบไปพาตัวเด็กขายพวงมาลัยมาสอบถาม

แต่ก็ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร

ooooooo

ตอนที่ 10

บุญทันพาเมย์ไปทานอาหารนอกบ้านเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ แต่ก็ไม่ช่วยให้เธอดีขึ้นเลย เขาคะยั้นคะยอชวนไปดูหนังต่อ แต่ถูกปฏิเสธ ชายหนุ่มจนปัญญาจึงจะพากลับบ้าน สาวเมย์รีบส่ายหน้าขอให้พาไปไหนก็ได้ แต่ไม่กลับบ้าน

บุญทันพาเมย์มานั่งชมจันทร์ในสวนสาธารณะ พยายามตะล่อมถามความในใจ สาวเจ้าน้ำตาร่วงบอกว่าเธอบอกใครไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องไม่ดี

“เรื่องไม่ดีอะไร บอกผมเถอะนะให้ผมได้รู้ อย่างน้อยผมจะได้ช่วยแบ่งเบาความรู้สึกจากคุณบ้าง”

“ฉันบอกใครไม่ได้จริงๆ ฉันบอกใครไม่ได้” เมย์สะอื้นโผเข้ากอด

ชายหนุ่มนั่งอึ้งเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราว และเดาว่าน่าจะเกี่ยวกับเอ เขาค่อยๆปลอบโยนจนเธอหยุดร้องไห้ แล้วพาไปนอนพักในรถ เขาโทร.ปรึกษาธาวินเรื่องเมย์ไม่ยอมกลับบ้าน แต่ก็ไม่ยอมไปหาธาวินกับตาลที่หัวหิน อ้างว่าละอายใจเกินกว่าจะพบได้

ธาวินบอกให้บุญทันพาเมย์มาที่หัวหินก่อน ส่วนจะยอมพบเขาหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

“เออ ก็ได้” บุญทันปิดโทรศัพท์ หันมามองเมย์ที่หลับอยู่บนเบาะข้างอย่างเห็นใจ

ooooooo

วันรุ่งขึ้น เมย์ขยับตัวลืมตา เห็นบุญทันหลับอยู่ในรถก็ส่งยิ้มอย่างซึ้งใจ เธอเปิดรถลงไป เมื่อบุญทันตื่น เขาไม่เห็นเมย์ก็ตกใจรีบลงไปตามหา ครั้นหยิบโทรศัพท์มากดโทร.ตาม ก็ต้องชะงัก เพราะเมย์เดินเข้ามาพร้อมถุงของกิน

“ฉันหิว ก็เลยเดินไปดูแถวนี้ว่ามีอะไรขายบ้าง

พอดีเห็นนายหลับสนิทเลยไม่อยากกวน” เมย์ส่งแซนด์วิชกับกาแฟให้ แล้วไปเดินเล่นชายหาด

บุญทันมองตามรู้สึกโล่งอกที่เธอสงบขึ้น

ในตอนสาย เอถามหาเมย์กับมะยมสาวใช้ว่า เธอออกไปกับบุญทันตั้งแต่เมื่อคืน และบุญทันโทร.มาบอกว่าจะไปหาภูบดีที่หัวหิน

“แกว่าอะไรนะ ยายเมย์ไปหาภูบดีงั้นหรือ” เอระแวง รีบเดินเลี่ยงออกไป โทร.หาปารมีนัดให้ออกมาคุย แต่ปารมีว่าไม่ว่างนัดเพื่อนไว้แล้วปิดเครื่องหนี

“เพื่อนหรือ” เอระแวง เขาตัดสินใจเดินไปที่รถแล้วขับตามรถปารมีออกไป

ด้านปารมี เธอมาพบสมยศที่ร้านกาแฟเพื่อฟังแผนการของเขา เรื่องจะจับภูบดีไปเรียกค่าไถ่สักห้าสิบล้านเพื่อเป็นโบนัสให้ลูกน้อง จากนั้นค่อยฆ่าทิ้งตามที่ปารมีต้องการ

“ถ้าคุณกับทีมงานจะเรียกค่าไถ่ ฉันก็ไม่ต้องจ่ายค่าจ้างสิ”

“นั่นมันคนละส่วนกัน ส่วนของคุณคือส่วนว่าจ้าง ส่วนเรียกค่าไถ่ถือว่าเป็นของแถม”

“คุณนี่มันเคี่ยวจริงๆนะ แต่เอาเถอะ ไม่ต้องพูดมาก ทำให้สำเร็จก็แล้วกัน” ปารมีเสียงกร้าว และไม่ทันเห็นเอที่เดินเข้ามา

“ที่แท้ก็นัดกับไอ้ตำรวจนี่เองหรือ” เอมองสมยศกับปารมีด้วยสายตาเอาเรื่อง แล้วกลับไปซุ่มรอที่รถ

เพียงครู่สมยศกับปารมีก็เดินควงกันออกมา เพื่อไปหาความสุขกันต่อ เอโทร.ถามปารมีว่าอยู่ไหน เธอว่านั่งคุยอยู่กับเพื่อนแถวสยาม และนัดให้เอไปเจอตอนห้าโมงเย็น

“นี่เธอคิดสวมเขาให้ฉันหรือปารมี” เอโกรธจัดบึ่งรถตามปารมีไป

ไม่นานนัก เอก็ตามทั้งสองมาถึงคอนโดฯของสมยศ ชายหนุ่มอารมณ์ร้อนหยิบปืนในช่องเก็บของหน้ารถออกมา แล้ววิ่งตามทั้งคู่ไป

ด้านสมยศ เขาพาปารมีเข้ามาในห้องและเริ่มซุกไซ้สาวเจ้าเบี่ยงตัวหนีบอกว่าจะอาบนํ้าก่อน แล้วลุกเดินเข้าห้องนํ้า

เสียงเคาะประตูดังขึ้น สมยศออกไปเปิด เห็นเอยืนถือปืนอยู่หน้าห้องพลางเรียกหาปารมี และเมื่อเห็นหญิงคนรักเดินออกมาจากห้องนํ้าในสภาพเสื้อคลุมตัวเดียวก็โกรธจนขาดสติ

เอตวัดปลายปืนไปที่สมยศแล้วเหนี่ยวไก แต่สมยศ ไวกว่าตบปืนในมือเอร่วงลงพื้น แล้วพุ่งเข้าไปหยิบปืนตัวเองมายิงใส่เอสามนัดซ้อน เอผงะหงายขาดใจตาย ขณะที่ปารมียืนตะลึงทำอะไรไม่ถูก

ooooooo

บ่ายวันนั้น ธาวินรู้ข่าวเอถูกสารวัตรสมยศยิงตายจากปรารภ  เขาหันมาบอกตาลให้เก็บข้าวของเตรียมกลับกรุงเทพฯ แล้วเดินแยกออกไปโทร.หาบุญทัน

บุญทันตกใจกับข่าวร้าย เขารีบซักรายละเอียด แต่ธาวินว่ายังไม่รู้อะไรมากนัก พลางเร่งให้บุญทันพาเมย์ กลับกรุงเทพฯ และให้แวะมารับตนกับตาลที่โรงแรมด้วย

ชายหนุ่มรับคำ เขาปิดโทรศัพท์เดินเข้ามาแจ้งกับเมย์ที่นั่งใจลอยทานอาหารว่า เอตายแล้ว เมย์ร้องไห้โฮ ไม่เชื่อว่าเป็นความจริง

“ผมเสียใจด้วย” บุญทันเข้ามากอดหญิงสาวด้วยความสงสารจับใจ

เวลาไล่เลี่ยกัน นภาพาปารมีเข้ามากราบขอโทษพิพัฒน์ที่นั่งคุยเรื่องคดีของเออยู่กับปรารภ แม่จอมมารยาแต่งเรื่องหลอกคุณปู่ว่า เพื่อนของเธอที่เป็นแฟนกับสารวัตรสมยศฝากเธอเอาของไปให้สารวัตรที่ห้องพัก แต่เอแอบตามไปและเกิดหึงหวงจึงเกิดเรื่อง

“นายเอต้องเข้าใจผิด คิดว่ายายปามีอะไรกับสารวัตรสมยศแน่ๆใช่ไหมลูก” นภาช่วยเสริม

“ปาก็ไม่รู้ค่ะแม่ ก่อนหน้านี้พี่เอพยายามตื๊อขอเป็นแฟนปา แต่ปาบอกเขาแล้วว่าปาไม่ได้ชอบเขา”

“นี่คงจะหึงหวงปาจนขาดสติ ถึงได้เอาปืนขึ้นไปเพื่อจะยิงยายปาโชคดีนะคะคุณลุง ที่ยายปาไม่เป็นอะไร”

“แล้วตำรวจเขาว่ายังไง ปรารภ”

“เขาก็สรุปอย่างที่คุณปารมีบอกครับว่าเป็นเหตุหึงหวง เพราะในเบื้องต้นตำรวจสืบประวัติดู ไม่พบว่าคุณเอกับสารวัตรสมยศเคยมีเรื่องอะไรบาดหมางกันมาก่อนครับ”

“ไม่น่าเลย เจ้าเอนะเจ้าเอ ทำไมมันถึงใจร้อนวู่วามจนต้องพบจุดจบแบบนี้” พิพัฒน์ถอนใจ

นภาเหลือบมองลูกสาวรู้สึกเหมือนเธอมีเรื่องปิดบังอยู่

ครั้นกลับมาถึงบ้าน นภาเปิดฉากสอบสวนปารมี แต่เธอยืนยันหนักแน่นว่าไม่มีอะไรกับสารวัตรสมยศ

จริงๆ และไม่มีส่วนรู้เห็นกับการตายของเอด้วย นภายอมเชื่อ พลางไล่ให้ลูกไปพักแล้วรำพึงกับตัวเองว่า เอมีนิสัยเอาแต่ใจตัวเองไม่ต่างไปจากน้องสาว

ส่วนปารมี เมื่ออยู่ตามลำพัง เธอรีบโทร.หา

สมยศเพื่อถามเรื่องคดี ได้ยินเขาบอกว่า ทุกอย่างเรียบร้อยดีไม่มีปัญหา เพราะงานนี้เอเป็นฝ่ายบุกขึ้นมายิงเขาถึงในห้อง

“ฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น ฉันหมายถึงว่า คุณแน่ใจนะว่าไม่มีใครรู้เรื่องของเรา”

“อ๋อ เรื่องนั้นคุณไม่ต้องห่วง ถ้าผมไม่พูดไม่มีใครรู้แน่”

“งั้นแค่นี้ก่อนนะ” ปารมีปิดโทรศัพท์แล้วสบถออกมา “ตายซะได้ก็ดี โง่ดีนัก ทำอะไรไม่สำเร็จ”

ooooooo

บุญทัน ธาวิน ตาล และเมย์กลับมาถึงในตอนค่ำ ทั้งสี่เข้าไปพบพิพัฒน์ในห้อง คุณปู่แสดงความเสียใจกับเมย์ที่ต้องสูญเสียทั้งพ่อและพี่ชายในเวลาไล่เลี่ยกัน แต่เธอกลับนั่งนิ่ง  มีเพียงแววตาที่บ่งบอกว่าเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น

ธาวินกับตาลหันมาคุยกัน ไม่คิดว่าคนเราจะฆ่ากันตายด้วยเรื่องผู้หญิงคนเดียว พิพัฒน์อ้างถึงข้อมูลที่ได้จากปารมีว่า เป็นเพราะเอโกรธที่ตามตื๊ออยู่นานแต่เธอไม่เล่นด้วย

“ไม่จริงหรอกค่ะ ปารมีโกหก ปารมีเขาเป็นแฟนพี่เอ แล้วพี่เอก็รักเขาถึงขั้นจะแต่งงานด้วย พี่เอเคยบอกเมย์ แล้วเมย์ก็เคยเห็นเขาสองคนแอบนัดเจอกันตอนกลางคืน  ไม่เชื่อถามบุญทันดูก็ได้ค่ะ” เมย์โพล่งออกมา

พิพัฒน์หันมาถามบุญทัน ชายหนุ่มว่าเขากับเมย์เคยเห็นทั้งคู่นัดเจอกันที่สวนครั้งหนึ่ง ธาวินกับตาลเป็นงงถามว่า ทำไมปารมีต้องโกหก

“บางทีคุณนภาอาจจะไม่ชอบคุณเอก็ได้ครับ” บุญทันออกความเห็น

ธาวินพยักหน้ารับ เพราะพอดูออกว่านภาไม่ปลื้มเอ พิพัฒน์เหนื่อยใจบ่นว่า บ้านนี้มีแต่เรื่องไม่หยุด และ

ไม่รู้ว่าจะมีเรื่องร้ายๆอะไรตามมาอีก

ธาวินหันมาสบตากับบุญทันอย่างหนักใจ และไม่ทันเห็นตาลที่เหลือบมองทั้งสองอย่างจับผิด

หลังออกมาจากห้องคุณปู่แล้ว บุญทันเดินมาส่งเมย์ที่หน้าบ้าน และจะไปตามต้นหอมกับมะยมมาอยู่เป็นเพื่อน แต่เมย์ว่าเธออยู่ได้ แล้วสารภาพเรื่องเอเป็นคนตัดสายเบรกรถของภูบดีเพราะอยากได้มรดก

“ฉันขอโทษนะบุญทัน ที่ไม่บอกความจริงกับนาย ฉันไม่รู้จะทำยังไง ฉันกลัวตำรวจจับพี่เอ แล้วพี่เอต้องมีจุดจบเหมือนกับพ่อ”

“ช่างมันเถอะครับ ตอนนี้คุณเอก็ชดใช้กรรมไปแล้ว”

“นายสัญญาได้ไหมว่าจะไม่บอกเรื่องนี้กับคุณปู่ ฉันไม่อยากให้คุณปู่ต้องเสียใจและผิดหวังในตัวพี่เอเหมือนที่พ่อทำ”

“ครับ ผมสัญญาผมจะไม่บอกคุณท่าน  แต่คุณเมย์ต้องสัญญากับผมเหมือนกันว่าคุณจะไม่คิดสั้นและทำร้ายตัวเองอีก” บุญทันจับมือหญิงสาวขึ้นมา “นะครับ สัญญากับผมว่าเราจะเดินไปด้วยกัน”

“ฉันสัญญา” เมย์ตอบรับทั้งน้ำตา ชายหนุ่มเคลื่อนหน้าเข้ามาจูบเธออย่างแผ่วเบา พลางกระซิบบอกให้เข้าบ้าน

สาวเมย์หันหลังจะเดินเข้าบ้าน แต่ก็เปลี่ยนใจหันกลับมา “ฉันรักนายนะบุญทัน”

พ่อหนุ่มยืนตะลึงแล้วยิ้มออกมาอย่างสุขใจ เขายืนรอจนเมย์เข้าบ้านเรียบร้อยแล้ว จึงโทร.บอกธาวินว่า เอเป็นคนตัดสายเบรกรถเพราะต้องการฮุบมรดกทั้งหมด

ธาวินอึ้งไปนิดก่อนสรุปว่า เอคือคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมด บุญทันเห็นด้วยและภาวนาขอให้เรื่องร้ายๆจบลงเสียที

“งั้นแค่นี้นะ พรุ่งนี้ค่อยคุยกัน” ธาวินกดวางสายเมื่อเห็นตาลเดินเข้ามา

ตาลถามสามีกำมะลอว่าคุยอยู่กับใคร ชายหนุ่มว่าคุยกับบุญทันเรื่องงานศพพรุ่งนี้ แล้วชวนเข้านอนเพื่อเปลี่ยนประเด็น ตาลหน้านิ่วเพราะแอบฟังสองหนุ่มคุยกันอยู่ในห้องน้ำนานแล้ว

ooooooo

เช้าวันใหม่ ตาลแอบตามธาวินที่ลงมาวิ่งจ๊อกกิ้ง ในสวน แต่เมื่อเห็นว่าปลอดคนเขาก็แวบเข้าไปคุยกับบุญทันในห้อง ตาลข้องใจตามไปแอบฟัง เธอได้ยินสองหนุ่มคุยกันเรื่องเอเป็นคนตัดสายเบรกรถ และธาวินเร่งให้บุญทันบอกความจริงกับคุณปู่

“ความจริง...ความจริงอะไร” ตาลอดใจไม่ไหวเคาะประตูเรียกบุญทันเพื่อสอบถามเรื่องราว

สองหนุ่มสะดุ้ง และเข้าใจว่าเมย์มาตาม ธาวินรู้หน้าที่เข้าไปซ่อนในห้องน้ำ ส่วนบุญทันเดินไปเปิดประตู แล้วต้องอึ้งเมื่อเห็นตาลยืนรออยู่

แม่ตาลเชื่อมทำเนียนถามหาสามี บุญทันจำใจโกหกว่า ยังไม่เจอกันเลยตั้งแต่เช้า

“อ้าว หรือ ฉันนึกว่าคุณภูมาหานายซะอีก งั้นคงอยู่บนตึกใหญ่ ขอบใจนะ” ตาลเดินอมยิ้มออกไป

บุญทันโล่งอกรีบดึงประตูปิด จึงไม่ทันเห็นตาล

หันกลับมา เธอพยักหน้าอย่างคอนเฟิร์มกับตัวเองว่าสองหนุ่มมีอะไรปกปิดชัวร์ แล้วหาที่ซ่อนรอจับผิดสามีกำมะลอ

บุญทันเข้ามาบอกธาวินว่า เมียมาตามให้รีบกลับไปเสนอหน้าก่อนที่เธอจะสงสัย แล้วเดินออกไปดูลาดเลาก่อนพยักหน้าส่งสัญญาณให้เพื่อนรักออกไป

ธาวินเดินดุ่มๆจะกลับตึกใหญ่ ตาลที่ซ่อนอยู่

โผล่ออกมาทักว่าไปทำอะไรที่ห้องบุญทัน ธาวินสะดุ้งอ้างว่าปวดท้องกะทันหัน จึงแวะเข้าห้องน้ำ

ตาลตีหน้าขรึมสั่งให้ธาวินสารภาพว่ามีอะไรปิดบังอยู่ เธอแอบตามมาตั้งแต่เช้าแล้ว แต่ถ้ายังไม่ยอมพูดความจริง เธอกับเขาก็จบกัน

“เดี๋ยวสิตาล ฟังผมก่อน”

“ตาลไม่ฟัง ในเมื่อคุณภูไม่จริงใจกับตาล เราก็ไม่มีอะไรต้องพูดกัน”

“เอาล่ะๆ ผมบอกก็ได้ ผมมาคุยธุระกับบุญทันเรื่องงานที่คุณปู่จะให้มันมาเป็นเลขาผม”

“ตาลผิดหวังในตัวคุณภูจริงๆ” ตาลสะบัดหน้าเดินขึ้นห้องแล้วดึงกระเป๋าคู่ใจออกมาเก็บเสื้อผ้า

ธาวินใจคอไม่ดีรีบตามงอนง้อและยอมเปิดเผยความจริงเกือบทั้งหมดให้เธอรู้ ยกเว้นเรื่องที่เขาสลับตัวกับบุญทัน

ตาลตาโตคิดไม่ถึง เธอซักว่าใครคือคนร้ายที่ฆ่าคุณลุง ธาวินว่าน่าจะเป็นเอ เพราะบุญทันเล่าว่าเอเป็นคนตัดสายเบรกรถ

“ไม่น่าเชื่อเลยว่าเขาจะกล้าทำแบบนี้”

“คราวนี้เข้าใจผมแล้วใช่ไหมว่าทำไมผมถึงบอกความจริงตาลไม่ได้ มาให้ผมหอมแก้มทีหนึ่งเป็นการปลอบใจ” ธาวินยื่นหน้าเข้ามาจะหอม

ตาลเอามือดันไว้ ต่อรองว่ายังมีอะไรที่เขาปิดบังเธออีกบ้าง ธาวินชะงักไปนิดแล้วรีบปฏิเสธ แต่ตาลยังข้องใจซักต่อ “แล้วที่ตาลได้ยินคุณบอกบุญทันว่าต้องบอกความจริงคุณปู่ ความจริงเรื่องอะไรคะ”

ธาวินลังเลว่าจะบอกความจริงดีหรือไม่ แต่สุดท้ายก็ตอบออกไป “ก็เรื่องที่พี่เอเป็นคนตัดสายเบรกรถไง ไม่มีอะไรหรอก หรือว่าจะให้ผมถอดเสื้อผ้าพิสูจน์ก็ได้นะ”

“ไม่ต้องค่ะ ไม่ต้อง ตาลเชื่อแล้ว” ตาลจะเดินหนี

ธาวินรีบคว้าตัวไว้พลางทวงสัญญาเรื่องหอมแก้ม สาวตาลเอียงอาย ก่อนยอมเอียงแก้มให้

ooooooo

เมื่อปรับความเข้าใจกันได้แล้ว ตาลก็พาธาวินลงมาบอกกับเจ๊อ้อยในครัวว่าทั้งสองจะแต่งงานกัน เพราะตอนนี้ชายหนุ่มจำเรื่องราวทุกอย่างได้หมดแล้ว

“คุณรักลูกสาวฉันจริงหรือ แล้วญาติพี่น้องคุณเขาจะไม่รังเกียจตาลมันหรือ ถ้ารู้ว่าตาลเป็นพวกสิบแปด

มงกุฎ” เจ๊อ้อยมองหน้าธาวินนิ่ง

“ไม่หรอกครับ ทุกอย่างอยู่ที่ผม ถ้าผมจะรักตาลก็ไม่มีใครห้ามผมได้” ธาวินหันมาจับมือตาล

“แม่ดีใจกับเอ็งด้วยนะ ในที่สุดเอ็งก็สมหวังซะที  เอ๊ะ อย่างนี้แม่ก็เปิดเผยตัวได้แล้วสิว่าเป็นใคร”

“อย่าเพิ่งเลยครับ ผมขอเวลาเคลียร์อะไรซักนิด เอาไว้ให้ทุกอย่างพร้อม แล้วผมจะบอกทุกคนเอง”

“หมายความว่าไง เคลียร์ทุกอย่างให้พร้อม อย่าบอกนะว่าคุณมีเมียอยู่ก่อนแล้ว”

“ไม่ใช่แม่ คุณภูหมายถึงว่าเขาต้องเคลียร์เรื่องในครอบครัวบอกคุณปู่เขาน่ะ”

“งั้นก็แล้วไป แต่ฉันบอกคุณก่อนนะ ห้ามคุณทำให้ลูกสาวฉันเสียใจ ถ้าไอ้ตาลต้องเสียน้ำตาเพราะคุณล่ะก็ ฉันจะฆ่าคุณ”

“ไม่มีวันหรอกครับคุณแม่ ผมสัญญาผมจะไม่มีวันทำให้ตาลต้องเสียใจเพราะผม” ธาวินให้คำมั่นแล้ว

รีบปรับเปลี่ยนท่าที เพราะเห็นปารมีเดินเข้ามา เธอถามตาลกับธาวินว่าจะไปวัดหรือยัง เพราะจะขอติดรถไปด้วย

“ไปสิ แต่พี่กับตาลขอไปเปลี่ยนชุดก่อนนะ” ธาวินเดินโอบเอวตาลออกไป

ปารมีมองตามแล้วหันมาซักเจ๊อ้อยว่า ภูบดีกับตาลเข้ามาคุยอะไร

“อ๋อ คุณตาลเขามาถามว่าคนแพ้ท้องอาการเป็นยังไงค่ะ อ้อยขอตัวไปทำงานต่อนะคะ” เจ๊อ้อยเดินอมยิ้มออกไป

ปารมีตาวาวพึมพำว่า ต้องบอกให้สมยศรีบจัดการ

ooooooo

ในตอนค่ำ ปารมีตีหน้าเศร้ามาร่วมงานศพเอพร้อมกับธาวินและตาล เมย์ที่นั่งอยู่หน้าศพกับบุญทัน หันมาเห็นจึงลุกมาต่อว่า และประกาศให้ทุกคนรู้ว่าปารมีคือฆาตกรที่ฆ่าพี่ชายเธอ

“น้องเมย์พูดอะไร มันไม่ได้เกี่ยวกับปานะคะ” ปารมียังตีหน้าซื่อ

“เธออย่ามาโกหก ฉันรู้ว่าเธอกับพี่เอมีอะไรกัน แล้วเธอก็หลอกเขาใช่ไหม” เมย์ตวาดใส่

“น้องเมย์ พี่ว่าอย่ามาทะเลาะอะไรกันตรงนี้เลย บุญทันแกพาน้องเมย์ออกไปข้างนอกก่อนไป” ธาวินเข้าไกล่เกลี่ย

บุญทันจะพาเมย์ออกไป แต่เธอหันมาย้ำว่า สักวันทุกคนจะต้องรู้ว่าปารมีไม่ใช่คนดีอย่างที่ใครคิด ตาลมองปารมีอย่างสังเกต เห็นเธอมีสีหน้าเรียบเฉยแต่กำมือแน่นด้วยความโกรธ และเมื่อรู้ตัวว่าตาลจ้องมองอยู่ เธอก็ฝืนยิ้มให้แล้วสวมบทนางเอกผู้น่าสงสารเรียกคะแนนต่อไป

ครั้นสบโอกาสไม่มีใครสนใจ แม่จอมวางแผนก็เดินเลี่ยงออกมาหน้าศาลา โทร.สั่งสารวัตรสมยศให้จัดการเมย์ไปพร้อมกับภูบดีและตาลด้วยเพราะเกลียดเข้าไส้ สมยศรับคำแต่มีเงื่อนไขว่าต้องจ่ายเพิ่ม

“ไม่มีปัญหา แต่อย่าให้รอดไปแม้แต่คนเดียวนะ”

“รับรอง พรุ่งนี้ผมจะลงมือจัดการรวบทีเดียวสามคนเลย” สมยศปิดโทรศัพท์

เมื่อปารมีเห็นเมย์นั่งอยู่กับตาล ภูบดี และบุญทันเธอแสยะยิ้มมองทั้งหมดอย่างเกลียดชัง

ครั้นกลับมาถึงบ้าน ตาลก็เปรยกับธาวินเรื่องปารมี เพราะเริ่มเห็นมุมร้ายๆของเธอบ้างแล้ว

“ผมว่าตาลคิดมากน่ะ ปารมีเขาไม่มีอะไรหรอก”

“แต่ตาลจำได้ว่าตอนที่ตาลเข้ามาอยู่ที่นี่กับคุณภู คุณปู่บอกว่าถ้าไม่ใช่คุณเมย์ก็ต้องเป็นคุณปาที่จะได้แต่งงานกับคุณ ไม่รู้ว่าคุณปาเขาจะโกรธตาลบ้างรึเปล่า เพราะถ้าโกรธเขาอาจคิดกำจัดตาลก็ได้”

“ผมว่าตาลคิดเลอะเทอะไปใหญ่แล้ว นี่ มาตอบคำถามผมดีกว่า ว่าเมื่อไหร่จะใจอ่อนยอมให้ผมขึ้นมานอนบนเตียงซะที” ธาวินเปลี่ยนเรื่องเอาดื้อๆ

ตาลส่ายหน้าบอกว่ารอให้ถึงวันแต่งงานก่อน ธาวิน

ยอมรับเงื่อนไขบอกว่าจะรอ แล้วหลุดปากว่าถ้าไม่สลับตัวกันก็คงไม่มีโอกาสเจอตาล แต่พอเห็นสาวตาลจ้องเหมือนรอคำอธิบายก็รีบเฉไฉ

“คือผมก็แค่จะบอกว่าผมดีใจที่ได้เจอตาล ได้รักตาล แล้วก็จะได้อยู่กับตาลไปตลอดชีวิต”

ตาลเป็นปลื้มตอบกลับว่า เธอก็ดีใจที่ได้รักเขาและจะได้อยู่ดูแลเขาไปตลอดชีวิต แล้วแอบภาวนาขออย่าให้มีอะไรมาทำให้เธอกับภูบดีต้องเลิกกัน

ooooooo

เช้าวันใหม่ ปรารภนำภาพถ่ายของธาวินกับบุญทันมาให้พิพัฒน์ดู และยอมรับว่าทั้งคู่สลับตัวกันจริงอย่างที่พิพัฒน์สงสัย เพราะลูกน้องของเขาที่อยู่อเมริกายืนยันมาแล้วว่า ธาวินเป็นเพื่อนรักกับบุญทันหรือภูบดี และทั้งคู่เป็นหุ้นส่วนร้านอาหารกัน

“ฉันนึกแล้วไม่มีผิดว่าไอ้สองคนนี้มันต้องมีอะไรปกปิดเรา เพราะเคยเห็นมันสองคนคุยอะไรกันท่าทางเหมือนสนิทกันผิดปกติ แถมเวลาที่ฉันคุยกับไอ้บุญทัน ก็รู้สึกเหมือนมันมีอะไรบางอย่างที่ฉันคุ้นเคยกับมันโดย

เฉพาะรอยยิ้ม เหมือนพ่อมันมาก”

“ผมต้องขอโทษด้วยนะครับที่ตอนแรกผมเช็กไม่ละเอียด เห็นแค่แหวนต้นตระกูลก็เข้าใจว่าเป็นคุณภูบดี”

“ฉันไม่โทษคุณหรอก เราต่างก็ไม่เคยเห็นหน้าเจ้าภูบดี มีภาคินคนเดียวเท่านั้นที่เคยคุยกับเขา ใครจะ

ไปคิดว่ามันจะอุตริสลับตัวกัน”

“ครับ แต่ผมไม่เข้าใจว่าคุณภูบดีแกจะทำแบบนี้เพื่ออะไร แล้วท่านจะเอายังไงครับ  จะบอกให้คุณภูรู้ไหมว่าท่านรู้ความจริงแล้ว”

“ยัง ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่ามันคิดจะทำอะไรกัน แล้วจะปกปิดเรื่องนี้ไปอีกนานแค่ไหน” พิพัฒน์อมยิ้มแล้วก้มมองรูปธาวินกับบุญทันในมืออีกครั้ง

ooooooo

สายวันเดียวกัน เจ๊อ้อยนั่งกระดิกเท้ากินข้าวพลางอ่านนิยายไปพลาง ป้านวลกับลุงแย้มทนไม่ไหวต้องช่วย กันเร่งให้รีบๆกินแล้วไปทำงานก่อนที่จะโดนไล่ออก แต่เจ๊อ้อยกลับคุยโว อีกไม่นานทั้งคู่จะรู้ว่าเธอเป็นใครและทำไมต้องมาทำงานแม่บ้าน แต่ไม่ทันขาดคำ ต้นหอมก็เข้ามาตามให้เจ๊อ้อยรีบไปทำความสะอาดบ้านคุณนภา

“ก็กำลังจะไปเดี๋ยวนี้แหละ ขอกินน้ำก่อน” เจ๊อ้อยหยิบน้ำมาดื่มแล้วเดินเชิดออกไป

เวลาเดียวกันนั้น ปารมีเดินมาบอกนภาที่นั่งรอสั่งงานเจ๊อ้อยอยู่ในบ้านว่า จะออกไปธนาคาร นภาวานให้ลูกซื้อน้ำผลไม้ติดมือกลับมาด้วย สาวเจ้ารับคำแล้วเดินไปขึ้นรถ นภามองตามอย่างเป็นห่วง และเมื่อหันกลับมาก็พบเจ๊อ้อยกำลังหยิบแก้วคริสตัลราคาแพงที่ตั้งโชว์บนชั้นมาดูอย่างประเมินราคา

นภาเข้าไปต่อว่า แล้วไล่ให้เจ๊เข้าไปทำความสะอาดห้องน้ำใหม่อีกรอบเพราะยังไม่ถูกใจ

“เดี๋ยวฉันจะไปตึกใหญ่ แล้วถ้าฉันกลับมาเธอยังทำงานไม่เรียบร้อยตามที่บอก เธอเตรียมตัวออกจากงานได้เลย”

“ค่ะ” เจ๊อ้อยฝืนยิ้ม พลางมองตามนภาที่เดินออกไป แล้วรีบขึ้นไปชั้นบน ใช้กุญแจผีไขเข้าไปในห้องนภา ด้วยอยากรู้ว่ามีอะไรซ่อนอยู่ไม่นานนักเจ๊อ้อยก็พบกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ข้างในมีเงินเป็นปึกวางเรียงเต็มกระเป๋า เจ๊อ้อยยืนตะลึงทำอะไรไม่ถูก แล้วเสียงนภาก็ดังขึ้น”

“อ้อย...ยายอ้อย...”

“ซวยแล้ว” เจ๊อ้อยมองซ้ายขวาหาที่หลบ

ขณะที่นภาก็เริ่มระแวงรีบขึ้นมาดูบนห้อง แต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติจึงเดินออกไปถามหาเจ๊อ้อยกับต้นหอมที่ตึกใหญ่อีกครั้ง

ด้านเจ๊อ้อย เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแน่แล้ว จึงออกมาจากที่ซ่อนและค่อยๆแง้มประตูห้อง  นางต้องตะลึงเพราะปารมียืนรออยู่ สาวเจ้าตะคอกถามว่าเข้าไปทำอะไรในห้อง เจ๊อ้อยอึกอักคิดคำตอบไม่ทัน ปารมีขู่ว่าจะแจ้งตำรวจมาจับข้อหาขโมย

“เปล่านะคะ อ้อยไม่ได้ขโมย อ้อยแค่สงสัยว่าทำไมคุณนภาถึงไม่ให้เข้าห้อง”

“แกอย่ามาโกหก บอกฉันมาเดี๋ยวนี้ว่าแกเข้าไปขโมยอะไร ไม่งั้นฉันจะโทร.ให้ตำรวจมาจับ”

“ก็ได้ค่ะ ถ้าคุณปารมีจะเอาตำรวจจับอ้อย อ้อยจะได้บอกให้ทุกคนรู้ว่าคุณแม่คุณมีเงินสดซ่อนอยู่ในบ้านเต็มกระเป๋า” เจ๊อ้อยงัดไม้ตาย

ปารมีชะงักถามว่าเงินอะไร เจ๊อ้อยว่าคุณนภา

แอบซ่อนเงินสดเป็นล้านๆไว้ในห้อง ปารมีเสียงสั่นกล่าวหาว่าเจ๊อ้อยพูดให้ร้ายแม่

“อ้อยไม่ได้ให้ร้ายค่ะ แต่อ้อยว่ามันต้องเป็นเงินไม่ดีแน่ ไม่งั้นคุณแม่คุณต้องเอาไปฝากธนาคารแล้ว เงินเกือบสิบล้านใครจะเก็บไว้ในบ้าน แต่ถ้าคุณปารมีไม่เชื่อเราเข้าไปดูด้วยกันในห้องก็ได้ค่ะ” เจ๊อ้อยท้า

ปารมีมองหน้าเจ๊อ้อยนิ่ง พลางครุ่นคิดแผนการ

ooooooo

ตอนที่ 9

เช้าวันใหม่ ต้นหอมพาเจ๊อ้อยเข้ามาในบ้านนภา พลางแจงแจกงานที่ต้องทำ พร้อมย้ำว่าไม่ต้องเข้าไปทำความสะอาดห้องนอนของนภา เพราะท่านทำเอง

เจ๊อ้อยรับปาก แต่ใจนั้นเต็มไปด้วยความสงสัย นางรอจนต้นหอมกลับไป ค่อยแอบขึ้นชั้นบน สิบแปดมงกุฎตัวแม่ดึงกิ๊บติดผมออกมาเขี่ยปลดล็อกลูกบิด ยังไม่ทันสำเร็จ ก็ได้ยินเสียงนภาเรียกหาต้นหอมอยู่ข้างล่าง เจ๊ต้องวางมือ วิ่งแจ้นลงมารับหน้า

นภาไม่พอใจถามเจ๊อ้อยว่าขึ้นไปทำอะไรข้างบน

“ขึ้นไปหาห้องน้ำ ปวดฉี่ค่ะ”

“ทีหลังปวดฉี่ก็กลับไปฉี่ที่บ้านคนงาน บ้านฉันไม่ใช่ส้วมคนใช้ แล้วนี่ต้นหอมไปไหน”

“ต้นหอมไปตึกใหญ่ค่ะ อีกหนึ่งชั่วโมงจะกลับมาตรวจงานค่ะ”

“งั้นเธอก็รีบทำ อย่าชักช้า” นภาเดินเชิดขึ้นชั้นบน เจ๊อ้อยมองตามด้วยความเสียดาย

สายวันเดียวกัน ธาวินนัดบุญทันมาพบที่ร้านกาแฟ เขาข้องใจเรื่องตาลพาแม่เข้ามาอยู่ในบ้าน

“แต่ฉันว่ามาถึงขนาดนี้แล้ว เขาคงไม่คิดร้ายกับแกแล้วล่ะ บางทีแม่เขาอาจจะไม่มีที่ไป ว่าแต่แกเถอะ คิดจะบอกความจริงเมื่อไหร่ ว่าจำอะไรได้หมดแล้ว”

“ก็กะว่าจะบอกหลังแต่งงาน”

“อ๋อ นี่แกหวังจะให้ส่งตัวเข้าหอก่อนใช่ไหม เขาจะได้หนีไม่รอด”

“แกนี่รู้ทันฉันตลอดเลยนะ แล้วฉันก็คิดว่าหลังแต่งงาน เราควรจะเปิดเผยความจริงให้คุณปู่รู้ได้แล้วนะว่าแกคือใคร เพราะตอนนี้ทุกอย่างก็จบแล้ว”

บุญทันยกกาแฟจิบแววตาครุ่นคิด เขาเปรยว่า บางทีอเนกอาจไม่ใช่ฆาตกรตัวจริง เพราะถ้าเป็นคนฆ่า ภาคินก็ไม่น่าจะใจเสาะคิดฆ่าตัวตาย

“ฉันว่าแกคิดมากไป เชื่อฉันทุกอย่างมันจบแล้ว” ธาวินมั่นใจ

บุญทันมองหน้าเพื่อน พยายามจะเชื่อตามนั้น

เวลาเดียวกัน ปารมีนัดเอมาพบที่โรงแรม เธอใช้มารยาหว่านล้อมให้ชายหนุ่มร่วมมือกำจัดภูบดีเพื่อฮุบมรดก แต่เอชักถอดใจ กลัวจะมีจุดจบแบบพ่อ ปารมี

ยื่นคำขาดว่า ถ้าไม่ทำ เธอกับเขาก็จบกัน แล้วจะลุกหนี เอรีบดึงแขนไว้

“ทำไมพูดแบบนี้ล่ะปา พี่รักปานะ แต่เรื่องนี้มันไม่ใช่ง่ายนะ ถ้าเราถูกจับ...”

“พี่เอก็พูดแต่กลัวถูกจับ ถูกจับ...ถ้าเราวางแผนให้ดี เราก็ไม่มีทางโดนจับหรอกค่ะ นะคะพี่เอ ถ้าพี่เอรักปา พี่เอต้องทำเพื่ออนาคตของเรา แต่ถ้าพี่เอไม่ทำ เราก็จบกันแค่นี้” ปารมีจ้องเอนิ่งรอคำตอบ

ชายหนุ่มถอนใจยาวก่อนเอ่ยอย่างจนใจ “จะให้ทำยังไงล่ะ”

“มันต้องอย่างนี้สิคะ ถึงจะเรียกว่ารักกันจริง” ปารมีเข้ามาจุ๊บแก้มเอาใจ

ooooooo

ตาลออกจากห้อง มองซ้ายขวาไม่เห็นใครก็รีบย่องลงไปหาเจ๊อ้อยในครัว เพราะได้ยินเสียงแม่ฮัมเพลงอยู่ในนั้น

เจ๊อ้อยโผล่ออกมาจ๊ะเอ๋ แต่ตาลไม่มีอารมณ์

เล่นด้วย เธอยิงคำถามชุดแรกว่าแม่มาทำไมและมีแผนอะไร

“เอ๊ะ นังนี่ เห็นแม่เป็นคนยังไง ที่แม่เข้ามาที่นี่ก็เพราะแม่เป็นห่วงเอ็งนะ กลัวเอ็งจะมีอันตราย เห็นไหมเพราะเอ็งไม่บอกความจริงกับแม่ว่าเกิดอะไรขึ้น เอ็งถึงโดนยิง”

“ไม่เกี่ยวหรอกแม่ หนูว่าแม่ออกไปเถอะ อย่าอยู่ที่นี่เลย เพราะถ้าใครรู้เข้าว่าแม่เป็นแม่หนู หนูจะเดือดร้อนนะ หนูขอร้องล่ะแม่ อย่าทำให้เรื่องมันยุ่งไปกว่านี้เลย”

“ก็ได้ แม่จะไป แต่เอ็งต้องไปกับแม่”

“แม่ ทำไมแม่ดื้ออย่างนี้ล่ะ หนูยังไปตอนนี้ไม่ได้ ขอเวลาหนูหน่อย”

“งั้นแม่ก็ไม่ไป ให้เวลาแม่หน่อย ว่าไง” เจ๊อ้อยมองลูกอย่างท้าทาย

ธาวินเดินเข้ามาเห็นสองแม่ลูกยืนคุยกันก็ชะงัก แล้วทักตาลว่าลงมาทำอะไร สาวเจ้าอึกอักโกหกว่า มาดูผลไม้ในตู้เย็น แล้ววานเจ๊อ้อยช่วยจัดใส่จานให้

“ได้ค่ะ” เจ๊อ้อยรับคำเสียงหวานมองตามธาวินที่เดินโอบเอวตาลออกไปอย่างหมั่นไส้

ooooooo

ตอนค่ำ พิพัฒน์บอกกับตาล และธาวินในระหว่างนั่งทานอาหาร ว่าจะเลื่อนการแต่งงานออกไปอีกหนึ่งเดือน รอให้ตาลหายดีก่อน แล้วค่อยจัดงานแต่งพร้อมคู่ของบุญทัน

“งั้นก็ดีครับ แต่งพร้อมกันสองคู่เลย อ้อ ผมว่าจะเสนอคุณปู่ให้บุญทันไปทำงานที่บริษัทกับผมดีไหมครับ เห็นมันบอกว่ามันจบวุฒิ ม.6 ผมก็เลยคิดว่าจะให้มันไปลงเรียนนอกเวลา แล้วมาฝึกงานที่บริษัท” ธาวินเสนอไอเดีย

พิพัฒน์เห็นดีด้วยเพราะจะได้ไม่มีใครดูถูกบุญทัน เมื่อธาวินขอให้บุญทันมาเป็นเลขาส่วนตัว ตาลนั่งงงขยับจะค้าน แต่พิพัฒน์ชิงพูดขึ้นก่อน

“ดี ปู่เห็นด้วย ให้มันมาเรียนรู้งานจากแก วันหนึ่งมันจะได้ช่วยงานแกได้”

ธาวินพยักหน้ารับคำ ตาลเหลือบมองคุณปู่กับคุณหลานอย่างไม่เห็นด้วยนัก

ครั้นได้อยู่กันตามลำพังในห้องนอนกับธาวิน ตาลเอ่ยถามเรื่องบุญทัน เพราะรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้มีอะไรปิดบังซ่อนเร้นอยู่ แต่ธาวินการันตีว่า บุญทันเป็นคนดีและไว้ใจได้ แล้วเปลี่ยนเรื่องขอขึ้นมานอนกอดตาล

บนเตียงด้วย แต่สาวเจ้าไม่ยอมอ้างว่ายังป่วยอยู่ และต้องการพื้นที่นอนสบายๆ

ธาวินทำออดอ้อนขอกู๊ดไนท์คิส ตาลยอมให้แต่มีข้อแม้ว่าเธอต้องหลับตาก่อน ชายหนุ่มดีใจยื่นหน้าเข้ามาจะจูบคนรัก แต่เสียงเคาะประตูดังขึ้น

“หือม์...ใครนะ มันช่างรู้จังหวะจริงๆ” ธาวินเดินอารมณ์เสียไปเปิดประตู

ปารมียืนส่งยิ้มหวานรอ แล้วเข้ามาคุยกับตาลว่า เธอได้กิฟวอเชอร์ที่พักฟรีที่หัวหินมา จึงอยากให้ธาวินพาตาลไปพักผ่อนเพราะเป็นวันหยุดยาว

ธาวินกับตาลหันมาปรึกษากันแล้วตอบตกลง

ปารมีลอบยิ้ม บอกกับทั้งคู่ว่าจะรีบโทร.จองที่พักให้แล้วลุกเดินออกไป ตาลมองตามเอ่ยชมว่าปารมีน่ารักมาก ดีกับเธอมาตลอด ธาวินพยักหน้ารับ แต่ก็ยังติดใจเรื่องที่ปารมีเคยมาหาในห้อง

ด้านเอ เขาเดินกระวนกระวายอยู่หน้าบ้าน คิดไม่ตกเรื่องปารมี แล้วแม่จอมวางแผนก็โทร.เข้ามาบอกให้จัดการได้เลย ทุกอย่างคอนเฟิร์ม

“อืมม์” ชายหนุ่มปิดโทรศัพท์หันมายกเหล้าดื่มย้อมใจอีกแก้ว ก่อนเดินออกจากบ้าน

เมย์แอบดูอยู่นาน สงสัยว่าเอออกไปไหนกลางดึก ย่องตามไปถึงหน้าโรงรถ สาวเมย์ก็เห็นพี่ชายเปิดฝากระโปรงรถคันที่ธาวินใช้ประจำ ก้มๆเงยๆทำอะไรสักอย่าง ก่อนจะปิดมันลงอย่างเดิมแล้วเดินออกไป

สาวเจ้ารอจนเอผ่านไป จึงออกมาดูที่รถ อยากรู้ว่าพี่ชายมาทำอะไร แต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ

ooooooo

เช้าวันใหม่ ธาวินกับตาลเข้ามาเรียนพิพัฒน์ว่า ทั้งคู่จะไปเที่ยวหัวหินในช่วงวันหยุดยาว พิพัฒน์บอกให้ไปหลายๆวันไม่ต้องห่วงปู่ พอดีเจ๊อ้อยนำอาหารเช้าเข้ามา ตาลหันมองแม่ ธาวินจึงแกล้งถามว่าจะรับอะไรเพิ่มหรือเปล่า

“ว่าจะขอน้ำส้มน่ะค่ะ” ตาลตอบแล้วลุกเดินตามเจ๊อ้อยเข้าครัว แม่ตาลเชื่อมกำชับแม่ตัวเองว่าในช่วงที่เธอไม่อยู่ห้ามก่อเรื่อง

ธาวินอยากรู้ว่าสองแม่ลูกคุยอะไรกันจึงลุกตามไป แล้วแกล้งแหย่เจ๊อ้อยว่า รู้สึกคุ้นหน้าเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน เจ๊ถึงกับสะดุ้ง

ตาลรีบเปลี่ยนประเด็นชวนธาวินกลับไปหาคุณปู่ เจ๊อ้อยมองตามแล้วพึมพำกับตัวเอง

“หรือมันจะจำเราได้จริงๆ”

หลังจากทานอาหารเช้า ตาลกับธาวินก็ออกเดินทาง บุญทันเป็นคนขับรถ ปารมีซุ่มดูเหตุการณ์รีบโทร.หาเอ ชายหนุ่มยืนยันว่า ทุกอย่างเรียบร้อยไม่น่าจะมีอะไรผิดพลาด

“งั้นเราก็เตรียมตัวรอรับมรดกได้เลยใช่ไหมคะ อีกไม่เกินสองชั่วโมงเราคงได้รับข่าวดี ปารักพี่เอที่สุดเลย”

“จ้ะ งั้นพี่จะไปรอฟังข่าวที่เดิมนะ”

“ค่ะ” ปารมีปิดโทรศัพท์ ส่งยิ้มอย่างสะใจเมื่อนึกถึงเงินมรดกที่จะได้

“มีข่าวดีอะไรหรือลูก ถึงยิ้มหน้าบานเชียว” นภาเข้ามาซัก

“ข่าวดีมากค่ะแม่ เป็นข่าวที่หนูรอคอยมาทั้งชีวิต เพราะหนูกำลังจะถูกรางวัลที่หนึ่ง” ปารมีหอมแก้ม

นภาซ้ายขวาแล้วเดินอารมณ์ดีออกไป

นภามองตามงงๆ พลางถามตัวเอง “หวยออกวันนี้หรือ”

ooooooo

เวลาผ่านไป บุญทันขับรถมาถึงกลางทาง เขาอดสงสัยไม่ได้ จึงถามธาวินว่า ทำไมอยู่ๆถึงจะไปหัวหิน ไม่เห็นบอกกันล่วงหน้า ตาลได้ฟังก็ไม่พอใจตวาดว่าไม่จำเป็นที่ภูบดีต้องรายงานให้คนขับรถทราบ แล้วจ้องบุญทันอย่างจับผิด

ธาวินรีบไกล่เกลี่ยชวนเปลี่ยนเรื่อง เขาถามตาลว่าไปถึงหัวหินแล้วอยากทานอะไร

“แล้วแต่คุณภูสิคะ” ตาลหันมาตอบแล้วมองกระจกด้านหน้าเห็นบุญทันขับรถฝ่าไฟแดงก็โวยลั่น ส่วนบุญทันเองก็ตกใจไม่แพ้กันร้องบอกธาวินว่า รถเบรกแตก

“จับให้แน่นนะ ฉันจะหักเข้าข้างทาง” บุญทันตะโกนบอกแล้วหักรถเข้าข้างทางไปเบรกกับต้นไม้

“ว้าย!” ตาลหลับตาหวีดร้องอยู่ในอ้อมกอดของธาวิน

เมื่อรถหยุดนิ่ง ธาวินร้องเรียกตาลด้วยความเป็นห่วง สาวเจ้าบอกว่าปลอดภัยดี เขาจึงชะโงกหน้าไปถามบุญทัน ได้รับคำตอบว่าปลอดภัยเช่นกัน

ทั้งสามลงมาจากรถเพื่อหาสาเหตุอุบัติเหตุ จากนั้นธาวินก็โทร.ตามปรารภ

เป็นเวลาเดียวกับที่พิพัฒน์เรียกปรารภมาปรึกษาเรื่องเมย์กับบุญทัน และให้คนไปตามเมย์มาพบเพื่อบอกข้อตกลงต่างๆ หลังจากแต่งงานแล้ว เมย์ตอบรับอย่างเรียบเฉย จนพิพัฒน์กับปรารภแปลกใจ

เสียงโทรศัพท์มือถือปรารภดังขึ้น คุณทนายกดรับ ได้ยินธาวินบอกว่ารถเบรกแตก ให้ส่งรถมารับและช่วยเรียนคุณปู่ว่า ทุกคนปลอดภัยดีไม่ต้องเป็นห่วง

“ครับๆงั้นเดี๋ยวผมจะส่งรถไปรับนะครับ” ปรารภวางสาย แล้วหันมารายงานพิพัฒน์ “คุณภูบอกว่ารถที่ขับไปเบรกแตกครับ แต่ไม่มีใครเป็นอะไร ทุกคนปลอดภัย เดีี๋ยวผมจะเอารถไปรับคุณภูนะครับ”

พิพัฒน์มองตามปรารภ...รำพึงว่า “ทำไมอยู่ๆรถถึงเบรกแตกได้”

เมย์ได้ยินก็ชะงักนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนนี้

ooooooo

ธาวินเดินมาบอกตาลที่นั่งรออยู่ในรถว่าปรารภจะส่งรถมารับ แล้วเดินออกไปคุยกับบุญทันที่กำลังหาสาเหตุว่าทำไมอยู่ๆรถถึงเบรกแตก แล้วทั้งสองก็ได้คำตอบว่ามีคนตัดสายเบรก แต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร ยังหาหลักฐานไม่ได้

ตาลลอบมองสองหนุ่ม เธอรู้สึกสะดุดใจกับท่าทีการพูดของทั้งคู่เพราะดูมีเงื่อนงำ แล้วเสียงมือถือก็ดังขึ้น ตาลกดรับ ได้ยินปารมีถามว่าถึงหัวหินหรือยัง

“ยังไม่ถึงเลยค่ะ พอดีมีอุบัติเหตุ อยู่ๆรถก็...” ตาลจะบอกความจริง แต่บุญทันส่งสัญญาณให้บอกไปว่ารถยางแตก สาวเจ้าจะไม่ยอม แต่เมื่อเห็นธาวิน

พยักหน้าสำทับก็จำต้องเอ่ยออกไป “เอ่อ...พอดีรถยางแตกน่ะค่ะ ก็เลยต้องเปลี่ยนรถใหม่ อีกไม่เกินสองชั่วโมงน่าจะถึงหัวหินค่ะ”

“อ๋อ หรือคะ โอเคค่ะ งั้นแค่นี้นะคะ ปาโทร.มาถามดู” ปารมีปิดโทรศัพท์พลางสบถ “ไอ้บ้าเอ๊ย มันตัดสายเบรกประสาอะไร”

ส่วนสาวตาลเธอหันมาถามสองหนุ่มว่าทำไมต้องให้โกหกปารมีด้วย ธาวินอ้างว่าไม่อยากให้คนที่บ้านตกใจ แต่ตาลไม่เชื่อ เธอหันมาพาลกับบุญทันและโทษว่า เป็นคนตัดสายเบรกรถ

“อ้าว ทำไมคุณตาลพูดแบบนี้ล่ะครับ ถ้าผมตัดเอง ผมก็ตายด้วยนะครับ”

“ใครจะไปรู้ เห็นทำเหมือนมีลับลมคมในกันเหลือเกิน จะพูดจาอะไรกันก็เหมือนมีโค้ดลับ”

“โค้ดลับอะไร ไม่มี ผมกับบุญทันแค่สงสัยว่าใครมาตัดสายเบรกรถเท่านั้นเอง”

“คุณภูจะบอกว่ามีคนต้องการฆ่าเราหรือคะ”

“ไม่ใช่หรอกครับคุณตาล คุณตาลอย่าแตกตื่นไปเลย มันเป็นอุบัติเหตุมากกว่าครับ” บุญทันตัดบท

ตาลไม่ยอมจบจะหาเรื่องบุญทันอีก ธาวินรีบปรามขอให้เธอไปนั่งรอรถคันใหม่ที่ใต้ต้นไม้ สาวเจ้าเดินหัวเสียออกไป บุญทันมองตามแล้วแอบกระซิบกับธาวิน

“เมียแกนี่หูไวหัวไว สมกับเป็นพวกสิบแปดมงกุฎจริงๆ”

“ฉันก็ลืมตัวไป ต่อไปนี้จะพูดอะไรก็ต้องระวังกันหน่อย”

ส่วนสาวตาลหันกลับมาเห็นสองหนุ่มกระซิบกระซาบ กันก็ยิ่งมั่นใจว่าทั้งคู่มีเรื่องปิดบังเธออยู่แน่ๆ

ไม่นานนัก ปรารภก็นำรถตู้คันใหม่มารับธาวินกับตาล ทั้งสองยืนยันจะไปเที่ยวหัวหินต่อ ปรารภจึงให้รถตู้ไปส่ง ส่วนบุญทันรออยู่จัดการเรื่องซ่อมรถให้เรียบร้อย และในระหว่างที่รอช่าง ชายหนุ่มก็เกิดคำถาม

“หรือว่าคนที่ฆ่าลุงภาคินไม่ใช่อาอเนก”

ooooooo

ปารมีเข้ามาต่อว่าเอในโรงแรม เพราะภูบดีกับตาลยังมีชีวิตอยู่ เอว่าไม่น่าพลาดเพราะเขาเป็นคนตัดสายเบรกกับมือ

“แต่มันเป็นไปแล้ว เรื่องง่ายๆแค่นี้พี่เอยังทำไม่ได้ จะไปทำเรื่องใหญ่กว่านี้ได้ยังไง”

“เอาน่ะ วันพระไม่ได้มีหนเดียว ปาไม่ต้องห่วง พี่จะหาทางจัดการมันอีกที” เอดึงปารมีเข้ามากอดเพื่อเรียกความเชื่อมั่น แต่กลับถูกตะเพิดให้กลับไป

ในตอนค่ำ เอเดินหัวเสียเข้ามาในบ้าน เมย์นั่งรออยู่รีบถามพี่ชายว่าไปทำอะไรที่โรงรถเมื่อคืน เพราะมั่นใจว่าเขาเป็นคนตัดสายเบรกรถ เอจำนนด้วยหลักฐาน แต่ยังปากดีท้าทายให้น้องไปฟ้องคุณปู่ ถ้าอยากเห็นเขามีจุดจบเหมือนพ่อ

“แต่ที่พี่ทำมันผิดนะ”

“ก็ได้ ถ้าแกอยากเห็นพี่ตายเหมือนพ่อ แกก็ไปบอกคุณปู่เลย ไปสิ แล้วก็กลับมารับศพพี่ด้วยแล้วกัน” เอมองหน้าน้องสาวอย่างซื้อใจ

“ทำไมพี่ทำแบบนี้ ฉันเกลียดพี่ ฉันเกลียดพี่” เมย์ร้องไห้โฮวิ่งขึ้นชั้นบน

เอถอนใจโล่งอก เชื่อว่าน้องไม่กล้าปริปากบอกใครแน่

ooooooo

บุญทันกลับมานั่งครุ่นคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ในห้องพัก ช่างซ่อมยืนยันว่ามีคนตัดสายเบรกแน่นอนไม่ใช่เสื่อมสภาพจากการใช้รถ เขาจึงมั่นใจว่าคนที่ฆ่าภาคินไม่ใช่อเนก

“คนร้ายต้องอยู่ในบ้านหลังนี้ แต่ใครกันนะที่เป็นฆาตกร” บุญทันหน้าเครียดคิดหาคำตอบ

ด้านปารมีก็เครียดไม่แพ้กัน เพราะแผนยืมมือเอ จัดการกับภูบดีไม่สำเร็จ จึงต้องหันไปพึ่งสารวัตรสมยศ และในระหว่างที่แม่จอมวางแผนโทร.นัดหมายกับสมยศอยู่นั้น นภาเดินผ่านมา นางถามลูกว่าคุยอยู่กับใคร ได้ยินว่ามีแผนการ ปารมีโกหกคำโตว่า คุยกับเพื่อนเรื่องวางแผนทำประกันชีวิต

“ลูกไม่ได้คิดที่จะทำอะไรไม่ดีใช่ไหม แม่ไม่อยากให้ลูกคิดทำอะไรผิดๆ เพราะที่ผ่านมาแม่เองก็ไม่ได้เป็นคนดีอะไรนัก แม่ไม่อยากให้ลูกต้องมีชีวิตที่ทุกข์ตรมเหมือนกับแม่”

“ค่ะ แม่ไม่ต้องห่วง ปาจะไม่ทำให้ชีวิตตัวเองต้องเจ็บปวดแน่ ปาขอตัวอาบน้ำก่อนนะคะ” ปารมีวางโทรศัพท์แล้วเดินเข้าห้องน้ำ

นภาหยิบโทรศัพท์มาดูเบอร์ แล้วใช้เครื่องของเธอโทร.กลับไป แต่พอได้ยินสารวัตรสมยศแนะนำตัวก็รีบกดวางสาย พร้อมกับตั้งคำถาม “นี่ยายปาไปเป็นเพื่อนกับสารวัตรสมยศตั้งแต่เมื่อไหร่”

ooooooo

เช้าวันใหม่ บุญทันเดินเข้ามาในครัวได้ยินต้นหอมกับมะยมคุยกันว่า คุณเมย์ไม่ยอมลงมากินข้าวกินปลา เก็บตัวเงียบอยู่แต่ในห้อง ส่วนคุณเอก็ไม่รู้ออกไปไหนตั้งแต่เมื่อคืน พ่อคนขับรถนึกเป็นห่วงจึงไปเคาะประตูเรียก

เมย์นั่งเหม่อ คิดวนเวียนเรื่องเอกับพ่อที่ต้องการฆ่าภูบดี เธอได้ยินเสียงบุญทันเรียกด้วยความเป็นห่วงก็ยิ่งรู้สึกผิด และคิดว่าตัวเองไม่ดีพอ จึงเปิดประตูออกไปบอกว่า เธอจะไม่แต่งงานกับเขา แล้วไล่ให้กลับไป

“คุณเมย์ ผมว่าเราต้องคุยกันนะ” บุญทันจะเข้ามาในห้องแต่เมย์รีบดึงประตูปิดแล้วทรุดตัวลงร้องไห้

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น” บุญทันยืนงงอยู่หน้าประตูด้วยความสับสนและกดดัน เมย์ตัดสินใจจะฆ่าตัวตายเพื่อหนีปัญหา สาวเจ้าเดินเข้าไปหยิบคัตเตอร์ในห้องน้ำจะปาดคอตัวเอง แต่บุญทันพังประตูเข้ามาพอดี เขาตรงเข้าแย่งมีดจึงถูกบาดที่แขน

“โอ๊ย นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงคิดฆ่าตัวตายขึ้นมาอีก”

“ฉันไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้ว”

“ไม่เอาน่ะ คุณเมย์ เราคุยกันรู้เรื่องแล้วไง แล้วคุณก็ตกลงจะแต่งงานกับผม เราจะย้ายไปอยู่ด้วยกัน คุณไม่ต้องสนใจพี่ชายคุณอีก”

“ไม่ ฉันไม่แต่งกับนาย ครอบครัวฉันเป็นคนไม่ดี นายไปซะ อย่ามายุ่งกับฉันเลย ฉันไม่ดีพอสำหรับนาย ไปสิ ออกไป”

“ผมบอกแล้วไงว่าผมจะไม่ไปไหนทั้งนั้น ผมรักคุณ ผมจะไม่ยอมให้คุณทำร้ายตัวเองอีก ทำไมถึงต้องทำแบบนี้ คุณไม่รักผมเลยหรือ ไม่คิดบ้างหรือว่าผมจะเสียใจแค่ไหนถ้าคุณเป็นอะไรไป อย่าทำร้ายตัวเองไปมากกว่านี้เลย” บุญทันดึงเมย์เข้ามากอด

หญิงสาวสิ้นฤทธิ์สะอื้นไห้อยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่ม

หลังจากจัดการเรื่องเมย์เรียบร้อยแล้ว บุญทันก็โทร.บอกธาวินว่า คนที่ฆ่าภาคินไม่ใช่อเนก ธาวินถอนใจเครียด นึกไม่ออกว่าใครกันที่เป็นฆาตกร แต่จำต้องพักเรื่องไว้ก่อน เพราะเห็นสาวตาลเดินถือมะพร้าวน้ำหอมเข้ามายื่นให้ พลางชวนคุยเรื่องบุญทัน เพราะเธอสงสัยว่าสองหนุ่มอาจจะเคยรู้จักกันมาก่อน

“ผมจะไปรู้จักมันได้ไง ผมเพิ่งมาจากอเมริกานะ หรือถ้าผมรู้จักมันผมก็จำมันไม่ได้อยู่ดี ตาลลืมไปแล้วหรือว่าผมสมองเสื่อม” ธาวินทำเนียนกลบเกลื่อน

แม่ตาลเชื่อมยอมเชื่อตามนั้น แล้วฝรั่งชายหญิงคู่หนึ่งก็เข้ามาทักธาวิน ตาลเห็นสามีกำมะลอเข้าไปกอดทั้งคู่และเรียกว่า ไซม่อนกับชารอน จากนั้นก็หันมาแนะนำว่าเธอคือภรรยาของเขา

“ดีใจที่ได้รู้จักค่ะ” ชารอนยื่นมือมาจับกับตาล ขณะที่ธาวินคุยอยู่กับไซม่อน และนัดกันว่าจะไปดินเนอร์ที่โรงแรม แล้วไซม่อนก็ขอตัวพาชารอนเดินออกไป

ตาลมองอย่างสงสัย เธอถามธาวินว่า สองคนนั้นเป็นใคร ทำไมถึงเรียกภูบดีว่าวิน

“อ้อ เพื่อนผมที่อเมริกาเขามาเที่ยวเมืองไทย ส่วนวินเป็นนิกเนมผมที่เพื่อนๆชอบเรียกกันน่ะ” ธาวินเอาตัวรอดได้อีกครั้ง เขาชวนตาลลงเล่นน้ำด้วยกัน แต่เธอปฏิเสธ

ชายหนุ่มถอดเสื้อเดินลงชายหาด ตาลมองตามแล้วเริ่มเอะใจว่าทำไม คุณภูของเธอถึงจำเพื่อนได้ แล้วสาวเจ้าก็ถึงบางอ้อรู้ว่าชายหนุ่มจำทุกอย่างได้หมดแล้ว เธอรีบวิ่งกลับไปเก็บข้าวของที่ห้องพักหนีออกมา

ส่วนธาวินรู้ตัวแล้วว่าพลาดไป เขารีบตามตาลไปที่ห้องพัก ทั้งสองวิ่งมาจ๊ะเอ๋กันตรงหัวมุมทางเดิน ชายหนุ่มถามตาลว่า จะไปไหน เธอละอายใจรีบหลบตาพร้อมเอ่ยคำขอโทษ

“ขอโทษเรื่องอะไร แล้วตาลกำลังจะหนีผมไปไหน” ธาวินยิ้มให้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วดึงตาลกลับเข้าไปคุยในห้อง

แล้วแม่สาวสิบแปดมงกุฎก็ต้องตกใจสุดขีด เมื่อได้ยินธาวินบอกว่าเขาจำทุกอย่างได้แล้ว เธอคว้ากระเป๋าเตรียมเผ่น แต่ชายหนุ่มคว้ามือไว้บอกให้ฟังให้จบก่อน

“ไม่ ฉันไม่ฟังอะไรทั้งนั้น ในเมื่อนายจำทุกอย่างได้ นายจะเอาตำรวจมาจับฉันใช่ไหม”

“ผมจะทำอย่างงั้นทำไม ผมรักตาลนะ”

“อย่ามาโกหกเลย นายจะรักฉันได้ยังไง ฉันเป็นขโมยมอมยาแล้วก็ลอกคราบนาย ทำให้นายสมองเสื่อม แถมยังโกหกว่าเป็นเมียนายอีก ฉันไม่มีอะไรดีที่นาย

จะรักได้”

“ถูกของตาล ตอนแรกที่เรารู้จักกันผมอาจจะไม่ได้รักตาล แต่ตอนนี้ผมรักตาลจริงๆนะ เชื่อผมสิ ผมจำทุกอย่างได้ตั้งนานแล้ว ถ้าผมจะเอาตำรวจจับตาล ผมจับไปนานแล้ว เพราะผมจำทุกอย่างได้ก่อนที่ตาลจะโดนยิงซะอีก”

“จริงเหรอ แล้วทำไมไม่บอก ปล่อยให้ฉันเล่นละครปล่อยไก่อยู่ได้”

“ถ้าผมบอกตาล ตาลก็ต้องทิ้งผมไปน่ะสิ นี่ดีนะที่ผมฉุกคิดวิ่งกลับมาทัน ไม่งั้นล่ะก็ ผมจะไปตามหาตัวตาลได้ที่ไหน”

“นายนี่มันเจ้าเล่ห์จริงๆไอ้คนเจ้าเล่ห์...ไอ้คนเจ้าเล่ห์...” ตาลรัวกำปั้นใส่เขา

ชายหนุ่มคว้ามือเธอไว้พลางรวบตัวมากอด บอกว่าที่ต้องทำแบบนี้ก็เพราะรัก และขอสัญญาจากเธอ ว่าอย่าหนีเขาไปไหนอีก

“ก็ได้ ถ้าคุณไม่เอาตำรวจจับ ฉันก็จะไม่หนีคุณ เอาล่ะ คุณปล่อยฉันได้แล้ว”

“ทำไมล่ะ ให้ผมกอดอีกหน่อยไม่ได้หรือ”

“ในเมื่อคุณจำทุกอย่างได้แล้ว คุณก็ย่อมรู้อยู่แก่ใจว่าเรายังไม่ได้เป็นอะไรกัน และต่อไปนี้ ห้ามแตะเนื้อต้องตัวฉันอีก เพราะฉันไม่ไว้ใจคุณ ก่อนที่คุณจะสมองเสื่อมคุณเป็นพวกชีกอไว้ใจไม่ได้” ตาลกระแทกศอกเข้าใส่

“แต่เรารักกันแล้วนะ” ธาวินยอมปล่อยตัว

“ใช่ แต่เราต้องมาเริ่มต้นความสัมพันธ์กันใหม่” ตาลเดินหนีเข้าห้องน้ำไปแอบดีใจ เพราะในที่สุดชายหนุ่มก็รักเธอจริงๆ

ooooooo

ตอนที่ 8

ธาวินเล่าเรื่องอเนกให้ตาลฟัง สาวเจ้าตกใจมาก พลางโพล่งออกมา

“ตาลได้ยินคุณอเนกพูดโทรศัพท์กับใครก็ไม่รู้ บอกว่าให้อุ้มคุณภูหายไปจากเมืองไทย ตอนนั้นตาลก็แอบสงสัยว่า เขาคิดจะทำอะไรคุณภู”

“แล้วทำไมตาลไม่บอกผม”

“ตาลไม่แน่ใจน่ะค่ะ กะว่าจะเล่าให้คุณภูฟังอยู่เหมือนกัน แต่มาเกิดเรื่องซะก่อน”

“ทีหลังได้ยินหรือเห็นอะไรผิดสังเกต ต้องรีบบอกผมนะ อย่าเก็บไว้คนเดียว”

“ค่ะ ตาลขอโทษ ตาลเกือบทำให้คุณภูรับเคราะห์เสียแล้ว”

“ไม่ใช่ผม ตาลต่างหากที่รับเคราะห์แทน ถามจริงๆ คิดยังไงถึงเอาตัวเข้าไปรับกระสุนแทนผม”

“ก็ตอนนั้นตาลตกใจ นึกแต่ว่าห่วงคุณ กลัวเขาจะยิงคุณ”

“รู้ไหมว่า ผมปลื้มมากเลยนะที่รู้ว่าตาลรักผมมากขนาดนี้”

“แล้วถ้าเป็นคุณภูล่ะคะ คุณภูจะเอาตัวรับกระสุนให้ตาลบ้างรึเปล่า”

“แน่นอน อย่าว่าแต่ตัวเลย ผมจะเอาหัวใจรับกระสุนแทนตาล”

“อื้อหือม์ ลิเกที่สุดเลยคุณภู”

“แล้วชอบรึเปล่าล่ะ ให้ผมจุ๊บทีได้ไหม” ธาวินชี้แก้ม

แม่ตาลเชื่อมยิ้มอายๆ แต่ก็ยอมเอียงแก้มให้อย่างน่ารัก หนุ่มสาวสบตากันหวานซึ้ง แต่บุญทันเข้ามาขัดจังหวะ อ้างว่าพิพัฒน์ให้เอาเป๋าฮื้อตุ๋นมาให้ตาล พลางส่งสัญญาณให้ธาวินออกไปคุยข้างนอก

หนุ่มผิวเข้มรับรู้แต่ไม่ยอมทำตาม หมายจะป้อนเป๋าฮื้อให้ตาลก่อน บุญทันต้องเข้ามาตามอีกรอบ ธาวินทำฮึดฮัด เดินตามออกไป ตาลมองตาม หวาดระแวงบุญทันจะเป็นเกย์

เมื่อธาวินเปิดประตูออกมา บุญทันก็เข้าต่อว่า เพราะห่วงที่เพื่อนคิดจริงจังกับสาวสิบแปดมงกุฎ

“ต่อให้เขามีร้อยมงกุฎฉันก็รักเขา ในเมื่อเขายอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อช่วยฉัน ถ้าเขาจะปอกลอกจนฉันตัวเปื่อยฉันก็ไม่ว่า”

“นี่ ถ้าแกไม่สมองเสื่อมอีกครั้ง ฉันว่าแกต้องบ้าไปแล้วจริงๆ”

“ใช่ ฉันบ้า ฉันบ้ารักตาล แล้วต่อไปนี้ห้ามแกว่าอะไรเขาให้ฉันได้ยินอีก เข้าใจรึเปล่า” ธาวินเสียงเข้มท่าทางเอาจริง บุญทันรับปาก

ชายหนุ่มพอใจเดินกลับเข้าห้อง ปล่อยให้บุญทันมองตามหลังอย่างไม่เข้าใจ

ooooooo

ในตอนเย็น บุญทันกับธาวินมาร่วมงานศพอเนก เอเข้ามาต่อว่าธาวินที่เป็นต้นเหตุทำให้พ่อต้องฆ่าตัวตาย เมย์ปรามพี่ชาย แล้วพาออกไปสงบสติอารมณ์ ส่วนธาวินกับบุญทันเดินแยกไปไหว้ศพเพื่อขออโหสิกรรม

หลังจากไหว้ศพแล้วบุญทันก็เดินตามไปดูเมย์ ปารมีที่ซุ่มดูอยู่สบโอกาสเข้ามาทักธาวินแบบถึงเนื้อถึงตัว หวังหว่านเสน่ห์ บังเอิญเอมองมาพอดี เขาหึงคนรักจึงให้สาวใช้ไปเรียกเธอมาพบ

แม่จอมมารยาจำใจเดินออก เอต่อว่าที่ทำตัวสนิทสนมกับภูบดีศัตรูตัวฉกาจ ปารมีลอบยิ้มใส่ไฟว่าไปคุยเรื่องงาน แต่ได้ยินภูบดีบอกจะปรับโครงสร้างบริษัทใหม่ ไม่มีอเนกแล้วเออาจจะโดนปลดออก

“มันบอกอย่างงั้นจริงหรือ”

“จริงสิคะ ปาจะโกหกทำไม เขายังบอกปาด้วยว่าอย่าบอกพี่เอ”

“ไอ้ภูบดี แล้วมึงกับกูจะได้เห็นดีกัน” เอมองไปที่ธาวินด้วยสายตาโกรธแค้น ขณะที่ปารมีแอบยิ้มสะใจ

กลางดึกคืนนั้น สาวตาลสบโอกาสโทรศัพท์หาแม่แต่ติดต่อไม่ได้ เธอนึกห่วงกลัวจะเกิดเรื่องอีก แล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ตาลเห็นเบอร์ธาวินจึงกดรับ

ชายหนุ่มโทร.มากูดไนท์คนรัก บอกอยู่ช่วยงานจนดึกจึงไม่ได้แวะมาหา

“หลับฝันดีนะ ขอให้มีผมอยู่ในความฝันด้วย ผมรักคุณนะ”

“ค่ะ ตาลก็รักคุณ” ตาลกดวางสายแล้วรำพึงกับตัวเอง “ถ้าเขาความจำเสื่อมไปตลอดชีวิตก็คงดี จะได้รักเราตลอดไป”

ธาวินเมื่อวางสายจากตาล ปารมีก็สวมบทดาวยั่ว ยกกระเพาะปลาบังหน้าเข้ามาทำท่าจะนัวเนียด้วย ชายหนุ่มรีบโดดหนี พลางสั่งเสียงเข้ม

“อย่าทำแบบนี้ พี่ไม่ชอบ”

ปารมีชะงักแสร้งตีหน้าเศร้า “ปาขอโทษค่ะ ปาแค่อยากให้พี่ภูรู้ว่าปารักพี่ภูจริง ๆ พี่ภูไม่โกรธปานะคะ”

“เอาล่ะ พี่ไม่โกรธ ปากลับไปได้แล้ว”

“ขอบคุณค่ะ” ปารมีหอมแก้มธาวินแล้วเดินยิ้มออกไป

ธาวินมองตามอย่างงุนงง เขาบอกกับตัวเองว่า คงต้องอยู่ห่างๆผู้หญิงคนนี้ไว้

ขณะที่ปารมีก็บอกกับตัวเองอย่างมั่นใจ “ให้มันรู้ไปว่าจะทำใจแข็งกับเราได้นานแค่ไหน”

ooooooo

เช้าวันใหม่ บุญทันออกมาเห็นพิพัฒน์ยืนเหม่ออยู่ในสวน จึงเข้าไปคุยด้วย คุณปู่ถอนใจ เอ่ยถามบุญทันเรื่องเมย์ คนขับรถหนุ่มว่า ล่าสุดเธอตกลงแต่งงานกับเขาแล้ว แต่ไม่รู้จะเปลี่ยนใจอีกหรือไม่ พิพัฒน์พยักหน้าซักต่อว่า บุญทันรักเมย์จริงหรือเปล่า

“จริงครับ”

“งั้นฉันก็ฝากแกดูแลมันด้วย ถึงยายเมย์มันจะไม่ใช่หลานแท้ๆ แต่ฉันก็รักมันไม่น้อยไปกว่าเจ้าภู”

“ครับ ผมจะรักและดูแลเธอให้สมกับที่ท่านไว้ใจในตัวผม”

“ขอบใจแกมากบุญทัน”พิพัฒน์มองหน้าบุญทัน แต่เมื่อเห็นชายหนุ่มยิ้มให้ก็ชะงักไป เพราะรอยยิ้มนั้นเหมือนภูวดลมาก

บุญทันรีบก้มหน้าหลบสายตา เพราะคุณปู่จะสงสัย พิพัฒน์เปรย ถ้าตอนนี้ลูกชายยังไม่ตายก็คงได้อยู่กันพร้อมหน้าแล้ว

“แต่ตอนนี้อย่างน้อยท่านก็มีคุณภูมาอยู่เป็นเพื่อนแล้วนะครับ”

“ยังไงก็ฝากเจ้าภูกับแกอีกคนนะ เฮ้อ คิดแล้วก็ขำ แกเป็นคนขับรถแท้ๆ แต่ฉันกลับฝากหลานสองคนกับแก หวังว่าวันหนึ่งแกจะไม่หักหลังฉันเหมือนอเนกล่ะ”

“ผมไม่มีวันทำอย่างงั้นหรอกครับท่าน”

พิพัฒน์ยิ้มพอใจ ชวนบุญทันไปเดินเล่นเป็นเพื่อน เพราะรู้สึกสบายใจที่ได้คุยด้วย

ooooooo

ในตอนบ่าย ธาวินนัดให้บุญทันออกมาพบที่ร้านอาหาร เขาอยากให้เพื่อนเปิดเผยความจริงกับคุณปู่ว่า เขาคือภูบดีทายาทตัวจริง แต่บุญทันขอเวลาอีกนิด อ้างว่ายังหาโอกาสไม่ได้

“อย่านานนะโว้ย เดี๋ยวน้องตาลของฉันเกิดจับได้ก่อนว่าฉันหายสมองเสื่อมจะยิ่งยุ่ง”

บุญทันรับปาก แล้วสองเพื่อนซี้ก็แยกย้ายกันไปทำภารกิจต่อ

เวลาต่อมา ปรารภเข้าเยี่ยมตาลที่โรงพยาบาล บังเอิญได้พบคุณหมอที่รักษาอาการความจำเสื่อมของธาวิน คุณหมอแจ้งข่าวดีกับคุณทนายว่า คนไข้จดจำทุกอย่างได้หมดแล้ว ปรารภดีใจมากรีบกลับขึ้นไปหาตาลที่ห้องพักเพื่อจะบอกข่าวดี แต่ธาวินอยู่ด้วย เขาแกล้งปวดท้องแล้วเรียกให้ปรารภไปหาหมอเป็นเพื่อน

ปรารภประคองธาวินออกจากห้อง เมื่อพ้นสายตาตาลแล้ว พ่อหนุ่มผิวเข้มก็สารภาพว่า เขาหายจากสมองเสื่อมแล้ว แต่ขอร้องคุณทนายว่าอย่าบอกกับตาล อยากจะอำเธอเล่นไปพลางๆ ก่อน

“จะเอาอย่างงั้นก็ได้ครับ ตามใจ ผมก็แค่อยากดีใจกับคุณภูเท่านั้นเอง”  ขาดคำ ตาลก็เปิดประตูห้องออกมา เธอเห็นธาวินยืนคุยกับปรารภก็แปลกใจ ทวงถามเรื่องไปหาหมอ ธาวินรีบทำตัวงอเรียกให้ปรารภช่วยประคอง

เวลาเดียวกัน ทางด้านบุญทัน เขาแวะมาหาเมย์ที่บ้าน สาวใช้ฟ้องว่า เธอเก็บตัวอยู่แต่ในห้องไม่ยอมลงมากินข้าวปลา แล้วเดินขึ้นไปตามเมย์ให้ เมื่อเคาะประตูเรียกอยู่นานก็ไม่มีเสียงตอบรับ จึงเปิดเข้าไป พบเมย์นอนจมกองเลือดอยู่ในห้องน้ำ สาวใช้หวีดลั่น

บุญทันได้ยินเสียง เขารีบขึ้นไปดู แล้วพาเมย์ส่งโรงพยาบาล

ooooooo

บุญทันเดินไปเดินมาอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน สักครู่หมอก็เดินออกมาแจ้งว่า เมย์ปลอดภัยแล้ว เธอเสียเลือดมากต้องนอนพักโรงพยาบาลก่อน ชายหนุ่มถอนใจโล่งอก รีบเข้าไปดูแลหญิงสาว

เวลาเดียวกัน พิพัฒน์นั่งคุยอยู่กับปรารภเรื่องอเนกเพราะหลักฐานที่พบระบุชัดเจนว่า อเนกยักยอกเงินบริษัทไปถึงห้าสิบล้านบาท พิพัฒน์หนักใจเปรยกับปรารภ เกรงเอมีส่วนรู้เห็นด้วย

“ผมกำลังให้คนตรวจสอบอยู่ครับ”

“ฉันภาวนาขอให้มันไม่รู้เห็นกับพ่อมันนะ” พิพัฒน์ถอนใจ แล้วหันไปเรียกปารมีที่ยืนรออยู่หน้าห้อง

แม่จอมวางแผนตีหน้าเศร้ารายงานคุณปู่ว่า เมย์สร้างเรื่องแล้วกรีดข้อมือตัวเอง แต่ตอนนี้ปลอดภัยแล้วเพราะบุญทันพาไปส่งโรงพยาบาลได้ทัน

“เฮ้อ นี่ฉันควรจะตายวันละกี่รอบนี่ ทำไมบ้านนี้มันถึงมีแต่เรื่อง จบเรื่องนั้นมาเรื่องนี้จบเรื่องนี้ไปเรื่องนู้น”

“ผมว่าท่านอย่าเครียดเลยครับ เดี๋ยวความดันขึ้น เดี๋ยวผมจะไปดูคุณเมย์ให้เองครับ” ปรารภอาสาแล้วออกไป

ปารมีรีบเข้ามาประจบคุณปู่ พลางตัดพ้อ เรื่องเมย์ที่ถือว่าเป็นหลานคนโปรด ไม่ว่าจะทำอะไรคุณปู่ก็ไม่เคยโกรธ

“ใครบอกแกว่าปู่ไม่โกรธ ปู่โกรธจนพูดไม่ออกต่าง หาก” พิพัฒน์ถอนใจอีกรอบ ขณะที่ปารมียิ้มสะใจ

ด้านเมย์ เธอนอนร้องไห้อยู่บนเตียง บุญทันเข้ามาแตะมือด้วยความห่วงใย หญิงสาวส่ายหน้าบ่นว่าอยากตาย เหมือนอยู่คนเดียว พ่อก็ไม่อยู่ คุณปู่ก็เกลียด

“ไม่หรอกครับ คุณปู่ยังรักคุณเมย์นะครับ แล้วคุณเมย์ก็ยังมีคุณเอ มีผมนะครับ” บุญทันดึงเมย์เข้ามากอดปลอบ

เอเปิดประตูเข้ามาเห็นพอดี เขาปราดเข้าไปกระชากบุญทันออกมา เมย์รีบอธิบายกับพี่ชาย แต่กลับโดนต่อว่า

“แกนี่มันช่างหาเรื่องไม่หยุดไม่หย่อนนะ ยังไม่ทันเผาศพพ่อก็สร้างเรื่องเรียกร้องความสนใจอีกแล้ว ทำไม อยากตายนักหรือไง นู่น ถ้าอยากตายไปโดดให้รถทับ จะได้ตายสมใจ ฉันจะบอกให้แกรู้นะ ทุกวันนี้ไม่มีใครสนใจแกแล้ว คุณปู่เขาก็ไม่เห็นหัวแกแล้วรู้รึเปล่า”

“คุณเอครับผมว่า...” บุญทันเข้ามาปราม แต่กลับโดนเอไล่ส่ง ก่อนจะหันมาพูดทำร้ายจิตใจเมย์ต่อ

บุญทันโมโห เข้ามาปกป้องเมย์ พร้อมประกาศว่าเมย์เป็นภรรยาของเขา และเขาจะไม่ยอมให้ใครมาว่าเธอได้อีก

“นี่แกกล้าพูดอย่างนี้กับฉันหรือ หึ สมใจแกแล้วใช่ไหม ที่ได้ผัวเป็นคนขับรถ” เอหันมาเย้ย

บุญทันสุดทนต่อยโครมเข้าที่หน้าเอ เอจะเข้ามาเอาคืน แต่พอเห็นคนขับรถเงื้อหมัดรอก็ชะงัก

“ฝากไว้ก่อนเถอะมึง... แกนี่มันใฝ่ต่ำจริง ๆ” เอเดินออกไป

เมย์สะอื้นฮัก ๆ บุญทันดึงเธอมากอด พลางปลอบด้วยเสียงนุ่มนวล

ooooooo

เอเดินหัวเสียออกมาจากห้อง สวนกับธาวินที่จะเข้ามาเยี่ยมเมย์ ธาวินเอ่ยทักทายชายหนุ่ม แต่กลับโดนตวาด

“แกก็อีกคนไอ้ภูบดี อย่าคิดนะว่าฉันจะยอมให้พ่อตายฟรี” แล้วหนุ่มเจ้าอารมณ์ก็เดินจากไป

ธาวินเป็นงง หันไปเปิดประตูห้องเพื่อเข้าไปเยี่ยมเมย์ เห็นบุญทันกำลังห่มผ้าให้คนรัก จึงเอ่ยถามอาการของเมย์ บุญทันบอกปลอดภัยแล้ว พลางหันมาบอกเมย์ว่าภูบดีมาเยี่ยม แต่สาวเจ้ากลับนอนนิ่ง

บุญทันส่งสัญญาณให้เพื่อนออกไปก่อน แล้วตามมาคุยด้วย ธาวินเล่าเรื่องที่เขาพบเอให้ฟัง ด้วยสงสัยว่าไปกินรังแตนที่ไหนมา บุญทันว่า เอคงโกรธที่โดนชก แล้วเปลี่ยนเรื่องถามเพื่อนเรื่องเวลาไปทำงาน

“ยังไม่ไป ฉันจะแวะไปหาตาลก่อน”

“งั้นเดี๋ยวอีกครึ่งชั่วโมงเจอกัน” บุญทันเดินกลับเข้าไปดูเมย์ ส่วนธาวินเดินแยกไปหาตาล

ธาวินเข้ามาคุยเรื่องเมย์ให้ตาลฟัง หญิงสาวเห็นใจและสงสารเมย์จึงจะออกไปเยี่ยม แต่ธาวินว่า ตอนนี้เธอคงไม่อยากพูดกับใคร ควรปล่อยให้บุญทันจัดการ เพราะเป็นคนเดียวที่เมย์ยอมพูดด้วย

“จริงหรือคะ แหม บุญทันนี่มันมีเสน่ห์กับทั้งผู้หญิงผู้ชายเลยนะ แม้แต่คุณเองยังเรียกหามันทั้งวัน ตาลบอกให้หาคนขับรถใหม่ก็ไม่ยอม ติดใจบุญทันอยู่คนเดียว”

“ไม่ได้ติดใจ ก็คุณปู่ให้มันมาขับรถให้ผม ผมจะปฏิเสธมันก็ไม่ดีใช่ไหม”

“ค่ะ ตาลจะเชื่อ”

“ผมไปทำงานก่อนนะ เดี๋ยวตอนเย็นจะแวะมาหาใหม่”ธาวินหอมแก้มตาล แล้วเดินอมยิ้มออกไป

แม่ตาลเชื่อมมองตาม แล้วเสียงมือถือก็ดังขึ้น เธอเห็นเบอร์แม่โชว์อยู่หน้าจอ

“ฮัลโหลแม่ นี่แม่อยู่ไหนเนี่ย หนูโทร.หาแม่ตั้ง

หลายวันทำไมไม่รับ แล้วนี่แม่อยู่ไหน กลับไปเชียงใหม่รึยัง” ตาลใส่เป็นชุด เสียงเจ๊อ้อยตอบกลับมาว่า ยังไม่กลับเชียงใหม่แต่กำลังหางานทำอยู่ เป็นงานแม่บ้านในกรุงเทพฯ แล้วถามลูกสาวกลับว่า ยังอยู่บ้านภูบดีหรือเปล่า

“ถามได้ หนูก็อยู่บ้านคุณภูน่ะสิ”

“เออ งั้นแค่นี้ก่อนนะ แล้วเจอกัน” เจ๊อ้อยวางสาย

ตาลนั่งงงพึมพำกับตัวเอง “แล้วเจอกัน จะไปเจอกันที่ไหน”

ooooooo

เจ๊อ้อยมาสมัครงานที่บ้านพิพัฒน์ในตำแหน่งแม่บ้าน ต้นหอมพาเธอไปพบนภาผู้มีอำนาจตัดสินใจ นภามองเจ๊ตั้งแต่หัวจดเท้าแล้วบ่นว่า อยากจะได้เด็กสาวๆมากกว่า

“อุ๊ย อ้อยก็ไม่แก่เท่าไหร่นะคะ จะว่าไปแล้วอ้อยว่า อ้อยสาวกว่าคุณนภาหลายปีนะคะ”

นภาตีหน้าขรึมไม่ชอบใจ ต้นหอมรีบสะกิดเตือน เจ๊อ้อยปรับเปลี่ยนท่าที รับปากว่าเธอทำงานได้ทุกอย่างไม่แพ้เด็กสาวๆ นภาจึงตกลงจ้างเจ๊อ้อยไว้ แต่มีเงื่อนไขว่าต้องทดลองงานก่อนหนึ่งเดือน

“งั้นหนูให้น้าอ้อยแกทำประจำที่บ้านคุณนภา

ดีไหมคะ เพราะตอนนี้หนูกับมะยมก็สลับกันไปทำอยู่” ต้นหอมเสนอ

“ก็ได้ แต่ช่วงแรกแกต้องคอยควบคุมกำกับเขานะ แล้วก็เริ่มงานวันนี้ได้เลย”

เจ๊อ้อยอึกอักต่อรองขอกลับไปเอาเสื้อผ้าก่อน นภาอนุญาตอย่างไม่เต็มใจนัก เพราะคิดว่าเจ๊อ้อยออกลายขี้เกียจ

เมื่อตกลงเรื่องงานกันได้แล้ว ต้นหอมก็พาเจ๊อ้อยมาดูห้องพัก เจ๊ชวนคุยเรื่องคนในบ้านเพื่อหาข้อมูลและถามถึงตาลด้วยความเป็นห่วง แต่พอได้ยินต้นหอมบอกว่า ตาลถูกยิงก็ตกใจร้องเสียงหลง

หา...ถูกยิง”

“น้าอ้อยไม่ต้องตกใจขนาดนั้นหรอก คุณตาลเขาปลอดภัยแล้ว พรุ่งนี้ก็กลับบ้านได้ เอาล่ะ เดี๋ยวหนูจะพาน้าอ้อยไปดูที่พักก่อนนะ” ต้นหอมเดินนำเข้าห้อง ทิ้งให้เจ๊อ้อยยืนบ่นพึมพำ เรื่องลูกไม่บอกว่าถูกยิง

ooooooo

ปารมีบุกเข้าหาธาวินที่บริษัทวรารมย์ อ้างมาขอโทษ เรื่องพฤติกรรมไม่ดีเมื่อคืน ด้วยความอึดอัดใจ ชายหนุ่มรีบบอกไม่ถือโกรธ แล้วเร่งให้กลับไป แต่แม่จอมมารยาตื๊อไม่เลิก บอกขอเป็นแค่น้องสาว แล้วโผเข้ากอดชายหนุ่ม แถมอ้อนขอไปเยี่ยมตาลด้วย ธาวินจำต้องยอม

เมื่อทั้งสองเดินออกมาจากห้อง เอเห็นเข้าพอดี เขากลัวคนรักจะนอกใจ จึงโทร.ถาม ปารมีหันมาโกหกธาวินว่าแม่โทร.มา แล้วกดรับสายบอกกับเอว่า จะไปเยี่ยมตาลที่โรงพยาบาล

“เดี๋ยวปาเสร็จธุระแล้วจะโทร.หานะคะ” ปารมีปิดโทรศัพท์ทันที ไม่สนเอที่มองตามอย่างโกรธแค้น

เวลาต่อมา ปารมีเข้ามาเยี่ยมตาลในห้องพัก ส่วน ธาวินขอแวะไปเยี่ยมเมย์ก่อน จอมมารยาสบโอกาสแกล้งเปรยเรื่องเธอกับธาวินมาด้วยกัน หวังให้ตาลระแวงแต่ตาลไม่ใช่คนคิดมากจึงไม่ใส่ใจ แล้วธาวินก็ตามเข้ามาเขาจุ๊บหน้าผากตาลด้วยความรัก หญิงสาวหน้าแดงเพราะอายปารมี

“ไม่ต้องอายหรอก ปาเขาก็รู้ว่าผมรักตาล ใช่ไหม ปา” ธาวินหันมา ปารมีฝืนยิ้มให้ ชายหนุ่มรีบบอกข่าวดีกับตาลว่า พรุ่งนี้สายๆ ก็กลับบ้านได้แล้ว สาวเจ้าดีใจมากๆ

“แต่ถึงกลับบ้านตาลก็ต้องนอนเฉยๆก่อนนะ

ห้ามเดินไปไหนมาไหน รู้ไหม เดี๋ยวแผลจะอักเสบ”

“แต่ตาลไม่เป็นอะไรแล้วนะคะ”

“จ้า คนเก่ง ตาลเนี่ยเก่งตลอด” ธาวินดึงจมูกตาลเป็นเชิงล้อ

ปารมีมองทั้งสองอย่างอิจฉา เธอขอตัวออกไปข้างนอก รีบโทร.หาสารวัตรสมยศ เพื่อเร่งให้จัดการตาลที่โรงพยาบาล แต่สมยศว่า เสี่ยงเกินไป ให้ใจเย็น ๆ ไว้ก่อน เรื่องฆ่าคนไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องทำอย่างรอบคอบ

“ก็ได้ อย่าให้มันช้านัก ฉันไม่อยากจะรอแล้ว” ปารมีตวาดใส่ แล้วหันกลับก็เห็นบุญทันยืนมองอยู่ เธอร้อนตัวถามคนขับรถว่ามานานหรือยัง

“ผมเพิ่งมาครับ คุณภูให้มาบอกคุณปาว่าจะกลับแล้วครับ”

“อืมม์” ปารมีเดินออกไป บุญทันมองตามสงสัยว่า ปารมีคุยกับใคร

ooooooo

ในตอนค่ำ บุญทันยืนคุยกับธาวินเรื่องปารมีอยู่หน้าบ้าน คิดว่าเพื่อนยังไม่เลิกเจ้าชู้ ธาวินยืนยันเสียงแข็งว่า รักตาลคนเดียว

“ก็ขอให้เป็นอย่างงั้นเถอะ เออ คืนนี้ฉันจะไม่อยู่นะ จะไปดูน้องเมย์ ไม่อยากให้เขาอยู่คนเดียว”

“นี่ แกชอบน้องเมย์เขาจริงๆใช่ไหม”

“ใช่ ฉันรักเขา” บุญทันบอกเสียงเรียบๆ แล้วเดินไปขึ้นรถขับออกไป

“ไอ้นี่ เห็นทำขรึม ที่แท้ก็ร้ายไม่เบา” ธาวินหัวเราะกับตัวเอง ไม่ทันเห็นพิพัฒน์ที่ยืนมองอยู่ ด้วยรู้สึกแปลกใจในความสนิทสนมของธาวินกับบุญทัน

เวลาเดียวกัน ปารมีกลับเข้ามาในบ้าน เธอย่อง ไปดูที่ห้องนภาเห็นแม่หลับไปแล้วก็เบาใจจึงเดินเข้าห้องตัวเอง พลันต้องสะดุ้งเมื่อเห็นเอยืนรออยู่

“นี่พี่เอเข้ามาทำไม เดี๋ยวแม่ปามาเห็นเข้า จะเป็นเรื่องนะคะ”

“เธอไปไหนมา”

“ก็บอกแล้วไงคะว่าไปเยี่ยมเมียพี่ภู”

“ฉันถามจริงๆ เธอคิดจะทำอะไรถึงเอาตัวเข้าไปใกล้ชิดไอ้ภูบดี”

“จะทำอะไรคะ ก็ปาเคยบอกแล้วไงว่าปาทำทุกอย่างเพื่อพี่เอที่ปาไปใกล้ชิดเขาก็เพื่อให้เขาตายใจ”

“เธอไม่ได้คิดหักหลังฉันนะ”

“ทำไมพูดอย่างนี้ล่ะคะ ปาเสียใจนะ พี่เอก็รู้ว่าปารักพี่เอแค่ไหน” ปารมีโผเข้ากอดพลางออดอ้อนให้เอเชื่อ แต่เขายังยืนนิ่ง เธอจึงผละไปคว้าคัตเตอร์บนโต๊ะมาทำท่าจะกรีดข้อมือตัวเองเพื่อพิสูจน์ความจริงใจ

“เอาล่ะ พี่เชื่อแล้ว พี่ขอโทษ เป็นเพราะพี่รักปา พี่ถึงไม่อยากให้ปาไปใกล้ชิดใคร” เอดึงคัตเตอร์จากมือปารมี

“ปาเข้าใจค่ะ แต่ที่ปาทำก็เพื่ออนาคตของเรานะคะ” ปารมีมองหน้าเอนิ่ง ชายหนุ่มเคลื่อนหน้าเข้ามาจะจูบ แต่เธอบ่ายเบี่ยงอ้างว่าเดี๋ยวแม่มาเห็น

“แม่ปาหลับไปแล้ว ไม่ตื่นมาหรอก มา ให้พี่ชื่นใจหน่อย” เอดึงปารมีมาที่เตียง

ooooooo

ดึกคืนนั้น นภาฝันถึงเรื่องในอดีต เธอสะดุ้งตื่นด้วยความกลัว แล้วนึกห่วงลูกขึ้นมาจึงลุกออกไปดู

ขณะที่ปารมีกำลังหลอกล่อให้เอช่วยกำจัดภูบดีเพื่อฮุบมรดก นภาเดินเข้าไปได้ยินเสียงลูกคุยกับผู้ชายในห้อง เธอรีบเคาะประตูเรียก ปารมีสะดุ้งสั่งให้เอไปหลบในห้องน้ำ แล้วคว้าเสื้อคลุมสวม ถลันออกไปเปิดประตู

นภาถามลูกว่าคุยอยู่กับใคร ปารมีตีหน้าซื่อบอกว่าคุยโทรศัพท์กับเพื่อนแล้วซักแม่ว่า ตื่นมาทำไมกลางดึก

“แม่ฝันร้ายน่ะ เลยตกใจตื่น”

“อ้าว นี่แม่ไม่ได้กินยานอนหลับของหมอหรือคะ”

“แม่เห็นลูกยังไม่กลับก็เลยเป็นห่วง เลยไม่อยากกินยา เดี๋ยวหลับแล้วไม่รู้เรื่อง”

“ก็ปาโทร.มาบอกแล้วไงคะว่าไม่ต้องห่วง ไปค่ะ เดี๋ยวปาเอายาให้”

นภาเดินนำออกไปอย่างว่าง่าย ปารมีหันมาพยักหน้าให้เอรีบกลับ แล้วเดินตามแม่ไป

ooooooo

คืนนั้น เมย์ไม่อาจข่มตาหลับได้ เธอพลิกตัวหันมามองบุญทันที่นอนหลับอยู่บนโซฟา แล้วหวนนึกถึงสิ่งดีๆ ที่ชายหนุ่มเคยทำให้

บุญทันขยับตัวทำให้ผ้าห่มหลุดไปที่ปลายเท้า เมย์ลุกขึ้นมาหยิบผ้าห่มห่มให้ ชายหนุ่มรู้สึกตัวตื่น เขามองหน้าหญิงสาวนิ่ง สาวเจ้าให้บุญทันกลับไปนอนที่บ้าน เธออยู่คนเดียวได้

“ไม่เป็นไรครับ ผมอยากอยู่เป็นเพื่อนคุณ ผมไม่อยากให้คุณเมย์คิดมาก ถึงแม้วันนี้คุณเมย์อาจจะคิดว่าตัวเองไม่มีใคร แต่ผมอยากให้รู้ว่าคุณยังมีผมอยู่ตรงนี้”

“ทำไมนายถึงดีกับฉัน ทั้งๆที่ฉันไม่เคยดีกับนายเลย” เมย์น้ำตาซึม

“ผมบอกแล้วไงครับว่าผมรักคุณ”

“ทั้งๆที่ฉันเคยด่านาย ร้ายกาจกับนายนี่หรือ”

“ครับ ผมรักคุณเมย์ที่คุณเมย์เป็นแบบนี้”

เมย์น้ำตารินมองหน้าบุญทันด้วยความตื้นตัน ชายหนุ่มยิ้มให้แล้วดึงเธอเข้ามากอด

ooooooo

สายวันใหม่ ธาวินเข็นวีลแชร์พาตาลเข้ามาในบ้าน พิพัฒน์ลงมาเห็นก็ทักถามอาการ

“เดินได้แล้วค่ะ แต่คุณภูไม่ยอมให้ตาลเดิน” ตาลตอบพร้อมส่งค้อนให้ธาวิน

“ก็ผมกลัวว่าตาลจะหกล้มนี่นา”

“เอาน่า คนเขาหวังดีก็อย่าไปปฏิเสธเขาเลย ไปเจ้าภูพาเมียขึ้นไปพักผ่อนก่อน” พิพัฒน์โบกมือไล่

ตาลหันมาบอกธาวินว่าจะขึ้นบันไดเอง ธาวินไม่ยอม เข้าอุ้มตาลเชื่อมเดินขึ้นบันไดไปหน้าตาเฉย ต้นหอมเดินสวนลงมา ทำท่าจะทักทาย แต่ช้ากว่าเจ้านายหนุ่ม เขาสั่งให้ไปชงน้ำขิงร้อนๆมาให้คนรักดื่ม

“ค่ะ แหม คุณภูนี่โรแมนติกจัง” ต้นหอมยิ้มทำตาฝันหวาน

ธาวินพาตาลเข้ามาในห้องแล้วค่อยๆ วางบนเตียง สาวเจ้าเอียงอายเอ่ยคำขอบคุณ ชายหนุ่มส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ขอเปลี่ยนจากขอบคุณเป็นอย่างอื่นแล้วชี้ไปที่แก้มตัวเอง

ตาลหอมแก้มหนึ่งฟอด เจ้าของแก้มมองเธอนิ่งพลางเอ่ยถาม

“ตาลรู้ไหมว่าผมรักตาลมากแค่ไหน”

“ไม่รู้ค่ะ เท่าฟ้ามั้ง ถ้าไม่ใช่เท่าฟ้า ตาลไม่ยอมนะคะ เพราะท้องฟ้าใหญ่ที่สุดแล้ว”

“ผมรักตาลเท่าชีวิตผม รู้ไหมตอนที่ตาลถูกยิง ผมกลัวมากเลย กลัวว่าตาลจะจากผมไป โดยที่ผมยังไม่ได้บอกให้ตาลรู้ว่าผมรักตาลมากแค่ไหน” ธาวินทำซึ้งค่อยๆ เคลื่อนหน้าเข้าหาตาล แต่แล้วเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

“อย่าบอกนะว่าต้นหอม” ธาวินลุกไปเปิดประตูอย่างหัวเสีย แล้วพลันชะงักเมื่อเห็นเจ๊อ้อยยืนยิ้มให้

“สวัสดีค่ะคุณภูบดี อ้อยเป็นแม่บ้านใหม่ค่ะ น้ำขิงค่ะ”

“ใครหรือคะคุณภู” ตาลร้องถาม

ธาวินจำต้องเล่นตามน้ำ แสร้งจำเจ๊อ้อยไม่ได้ เขาพาเธอเข้ามาหาตาลในห้อง ตาลเห็นแม่ก็ตกใจจะร้องเรียก แต่เจ๊อ้อยชิงพูดขึ้นก่อน “สวัสดีค่ะคุณตาล อ้อยเป็นแม่บ้านใหม่ค่ะ นี่ค่ะน้ำขิง” แล้วเจ๊ก็หลิ่วตาให้ลูกสาวก่อนเดินออก

สาวตาลนั่งตะลึง แล้วรีบตั้งสติหันมาถามธาวินว่า เธอไม่อยู่แค่หกเจ็ดวัน มีแม่บ้านใหม่ด้วยหรือ

“อืมม์ นั่นสิ ผมก็เพิ่งเคยเห็นหน้า เมื่อกี้เขาว่าชื่ออะไรนะ”

“เอ...ไม่รู้สิคะ ตาลไม่ทันฟัง ตาลอยากเข้าห้องน้ำ” ตาลเปลี่ยนเรื่อง

ธาวินทำท่าจะเข้าประคอง แต่ตาลไม่ยอมลุกเดินไปเอง หนุ่มผิวเข้มมองตามไม่เข้าใจว่าตาลคิดจะทำอะไรถึงพาแม่มาอยู่ด้วย ส่วนตาลเมื่อเข้ามาในห้องน้ำ ก็รีบโทร. ถามแม่ว่าคิดจะทำอะไร ถึงเข้ามาอยู่ในบ้านเดียวกัน แต่ เจ๊อ้อยไม่ยอมบอก ทำให้เธอร้อนใจกลัวแม่จะก่อเรื่องอีก

ooooooo

ตอนที่ 7

ตาลนำเงินสิบล้านมาใช้หนี้เฮียเสก พาแม่ออกจากบ่อน แล้วแวะทานอาหารในห้างดัง ตาลเล่าเรื่องที่มาของเงินให้แม่ฟัง บอกให้แม่กลับไปขายของชำที่เชียงใหม่ เธอจะเปิดร้านให้ เจ๊อ้อยโวยวายอยากอยู่กับลูก

“หนูจะอยู่กับคุณภูเขาที่กรุงเทพฯ”

“คุณภู ผัวกำมะลอของเอ็งน่ะหรือ เอ็งบ้ารึเปล่า เอ็งจะอยู่กับมันได้ยังไง เอ็งบอกกับแม่อยู่แหม็บๆ ว่าเอ็งไปสวมรอยเป็นเมียมัน ถ้าวันหนึ่งมันจำเอ็งได้ มันต้องจับเอ็งส่งตำรวจแน่”

“อาจจะไม่ก็ได้นะแม่ ขนาดคุณภูเขารู้จากตำรวจว่าหนูโกหกเรื่องแม่ เขายังไม่โกรธหนูเลย”

เจ๊อ้อยส่ายหน้าแล้วยิงคำถามตรงเป้า “เอ็งรักมันใช่ไหม แม่รู้จักนิสัยเอ็งดี บอกแม่มาตรงๆ”

ตาลอึ้งไปนิดก่อนสารภาพอย่างอินเลิฟ “ใช่ หนูรักเขา เขาเป็นคนดีนะแม่ เขาดีกับหนูมาก ตั้งแต่หนูเกิดมาไม่เคยมีใครดีกับหนูเท่านี้มาก่อน”

“ไอ้ตาล เอ็งฟังแม่นะ ที่ผู้ชายคนนี้มันดีกับเอ็ง เพราะมันคิดว่าเอ็งเป็นเมีย เป็นคนรักของมัน แต่เมื่อวันหนึ่งที่มันจำทุกอย่างได้ มันจะเกลียดเอ็งแล้วเอาตำรวจลากคอเอ็งกับแม่เข้าตะราง เข้าใจรึเปล่า เอ็งตื่นจากฝันแล้วมองหน้าแม่ แม่เข้าใจนะว่าเอ็งรักมัน แต่เรื่องของเอ็งกับมันเป็นไปไม่ได้หรอก ลืมมันซะแล้วหนีไปกับแม่”

ตาลมองแม่พลางคิดหนัก ก่อนต่อรองว่า ขอไปเก็บของและพบหน้าภูบดีครั้งสุดท้ายก่อน เจ๊อ้อยเห็นใจ บอกลูกว่าเที่ยงคืนจะเอารถตู้ไปรอรับ

“จ้ะ เดี๋ยวหนูจะเขียนแผนที่ให้” ตาลยิ้มได้ ชวนแม่ออกไปซื้อของกันต่อ

ระหว่างที่สองแม่ลูกเพลินกับการเลือกซื้อเสื้อผ้า ปื๊ดลูกน้องสมยศก็ผ่านมาเห็น มันรีบโทร.รายงานสมยศ เจ้านายมันสั่งให้จับตัวตาลไว้ แต่โชคดีที่เจ๊อ้อยไหวตัวทัน ชวนตาลตลบหลังเล่นงานปื๊ดจนสะบักสะบอม ก่อนพากันนั่งแท็กซี่หนีไป

“เฮ้ย แม่นึกออกแล้ว ไอ้ผู้ชายที่มันตามเอ็งน่ะ แม่จำได้แล้วมันเคยไปที่บ่อนกับตำรวจ คนที่แม่เล่าให้ฟังว่ามันจะเอาตัวแม่ออกมา” เจ๊อ้อยหันมาบอกตาล

“สารวัตรสมยศหรือ แล้วมันจะมายุ่งกับเราทำไม”

“นี่ไง แม่ถึงบอกให้เอ็งรีบหนีออกมาจากบ้านนั้นซะ อย่ากลับเข้าไปอีก”

“ก็หนูบอกแม่แล้วไงว่า หนูขอเจอคุณภูเป็นครั้งสุดท้าย หลังจากนี้หนูก็จะไม่ได้เจอเขาอีก”

“เอ็งนี่นะมันบ้าผู้ชายเหมือนแม่สมัยสาวๆไม่มีผิด”

“หนูไม่ได้บ้านะแม่ หนูรักเขาจริงๆ”

“เออ เออ ไม่ต้องมาพูดหรอก แม่รู้ว่าห้ามเอ็งไม่ได้” เจ๊อ้อยมองตาลอย่างไม่เห็นด้วย

ooooooo

ธาวินบิดตัวด้วยความเมื่อย แล้วหันมาถามบุญทัน “ทำไมมันเยอะอย่างนี้วะ ไอ้ภู แกเจออะไรน่าสนใจบ้างไหม”

“เจอ ฉันว่าระบบบัญชีเหมือนจะมีรอยรั่ว เพราะมีคนแก้บัญชี”

“พูดเป็นเล่นน่ะ”

“ฉันไม่ได้พูดเล่น แกลืมไปแล้วหรือว่าฉันจบอะไรมา ยอดบัญชีรายจ่ายของปีที่แล้วตัวเลขผิดปกติ” บุญทันส่งสมุดบัญชีให้

ธาวินรับมาดูก็เห็นความผิดปกติ เขาถามเพื่อนรักว่าใครเป็นคนคุมเรื่องบัญชี

“อาอเนก” บุญทันเสียงเครียด

ooooooo

อเนกนั่งเหม่อคิดถึงเรื่องที่ตัวเองโกงเงินบริษัท กลัวว่าภูบดีจะจับได้ แล้วภาพในอดีตเมื่อครั้งภาคินเรียกอเนกเข้าไปตำหนิและขู่ว่าจะบอกเรื่องทั้งหมดกับพิพัฒน์ก็ผุดพรายขึ้นมา

ตอนนั้นอเนกร้อนใจมากเพราะกลัวความผิด แต่ในคืนนั้นเอง ก็มีคนโทร.มาแจ้งว่าภาคินตายแล้ว อเนกแอบยิ้มโล่งอก

เสียงเคาะประตูดังขึ้น อเนกสะดุ้งตื่นจากภวังค์ เห็นธาวินเดินเข้ามาพร้อมกับบัญชีสรุปรายได้ประจำปีที่ผ่านมา เขาบอกกับอเนกว่า มีบางจุดในบัญชีน่าสงสัยเหมือนไม่ใช่ตัวเลขจริงๆ จึงอยากได้รายละเอียดจากแผนกบัญชีเพิ่ม

อเนกชะงักแล้วรับปากจะช่วยหาข้อมูลเพิ่มเติมให้ แต่ธาวินว่า เขาต้องการพบคนที่รับผิดชอบเรื่องนี้ อยากสอบถามด้วยตัวเอง อเนกฝืนยิ้ม แล้วรับปากว่าจะรีบตามให้

“ขอบคุณครับ” ธาวินเดินกลับออกไป สวนกับเอที่หน้าห้อง

ธาวินยิ้มทักทาย แต่เอกลับทำหมางเมินใส่แล้วเข้าไปถามอเนกว่าภูบดีมาทำไม อเนกว่ามาถามเรื่องบัญชี เอไม่พอใจคิดว่าภูบดีต้องการตรวจสอบพวกตน เขาบอกกับพ่อว่าจะขอลาออก อเนกร้องห้ามไม่อยากให้คุณปู่เสียใจ

“คุณปู่เขาไม่ได้สนใจผมหรอกครับพ่อ เอาไว้ให้ถึงวันที่ไอ้ภูบดีตายก่อน เขาอาจจะเห็นคุณค่าผมขึ้นมาบ้างก็ได้”

“อย่าพูดแบบนี้ให้ใครได้ยินเดี๋ยวจะเดือดร้อน”

“ผมไม่กลัวหรอกครับ ในเมื่อคุณปู่ไม่ยุติธรรมกับเราก็ไม่มีอะไรที่ผมต้องเกรงใจ” เอเสียงกร้าว หันมามองอเนกด้วยความเครียด

ooooooo

สุธีพนักงานฝ่ายบัญชีนำรายละเอียดบัญชีรายรับรายจ่ายย้อนหลังของปีที่ผ่านมา ยื่นส่งให้ธาวินแล้วจะขอตัว แต่ธาวินเรียกไว้แล้วถามว่า ลุงภาคินได้ดูสรุปบัญชีล่าสุดหรือยัง สุธีรายงานว่าดูแล้ว แต่ท่าทางท่านไม่พอใจ จึงให้อเนกเอากลับไปแก้ใหม่

“แก้ยังไง”

สุธีอึกอักไม่กล้าพูด ธาวินรับปากว่าจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับและไม่ทำให้เดือดร้อน สุธีจึงยอมเปิดปาก เล่าว่า ภาคินสงสัยตัวเลขในบัญชีจะไม่ถูกต้อง เพราะไม่ตรงกับรายรับรายจ่ายที่แท้จริง แต่ยังไม่ทันได้แก้บัญชี ภาคินก็มาตายไปเสียก่อน

“จากนั้น คุณอเนกขึ้นมารักษาการแทนก็เลยไม่ได้แก้ไข แต่คุณภูบดีอย่าบอกคุณอเนกนะครับว่าผมพูดเรื่องนี้ให้ฟัง”

“ไม่ต้องห่วง ผมไม่ทำให้คุณเดือดร้อนหรอก ขอบใจมาก” ธาวินมองเอกสารในมือ แล้วคิดหนัก

ในตอนเย็น ธาวินบอกข้อมูลที่ได้มาจากสุธีให้บุญทันรู้ ด้วยมั่นใจว่า อเนกจงใจโกงเงินบริษัท บุญทันนิ่งคิดแล้วบอกกับเพื่อน คงต้องจับตาดูอเนกเป็นพิเศษ เพราะบางทีอาจจะมีส่วนรู้เห็นในการตายของภาคินด้วย

ด้านอเนกเมื่อกลับถึงบ้านก็คว้าเหล้ามาดื่มดับกลุ้ม ไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร ถ้าภูบดีรื้อฟื้นเรื่องเงินที่เขาโกงบริษัทขึ้นมาอีก

เมย์เดินลงมาเห็นพ่อนั่งดื่มก็เข้าไปคุยด้วย เพราะเข้าใจว่าเธอเป็นต้นเหตุทำให้พ่อเครียด แม่จอมเหวี่ยงขอโทษที่ทำให้พ่อเสียใจและยืนยันไม่ได้มีอะไรกับบุญทันจริงๆ

“นี่เมย์ จนป่านนี้แกยังไม่ยอมรับความจริงอีกหรือ พ่อว่าแกควรจะเลิกนิสัยแบบนี้ได้แล้วนะ ตอนนี้พ่อมีเรื่องกลุ้มมากพอแล้ว แกอย่าหาเรื่องให้พ่อปวดหัวอีกเลย จะไปไหนก็ไป” อเนกเสียงดังใส่

เมย์มองพ่ออย่างน้อยใจแล้วเดินออกไป

ooooooo

ค่ำแล้ว ตาลเดินออกมาจากห้องน้ำ เธอเห็นสามีกำมะลอนั่งอ่านเอกสารที่เอามาจากที่ทำงานท่าทางเครียดจัด จึงเข้าไปคุยด้วยหมายจะร่ำลา แต่ธาวินกลับไม่เอะใจหันมาบอกให้ตาลนอนก่อน เขามีเอกสารต้องอ่านอีกมาก

ตาลขึ้นไปนั่งบนเตียงนึกถึงคำพูดของแม่ที่บอกให้ตื่นจากความฝันได้แล้ว เพราะเรื่องของเธอกับเขาไม่มีวันเป็นจริงได้ จึงเผลอถอนใจออกมาแล้วล้มตัวลงนอนรอเวลาหนีออกไปหาแม่ตามนัด

ธาวินอ่านเอกสารอยู่จนดึก เขาเริ่มง่วงจึงเดินไปปิดไฟแล้วล้มตัวลงนอนข้างๆตาลจนหลับไป ส่วนตาลรอจนแน่ใจว่าธาวินหลับ จึงย่องเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ในห้องน้ำแล้วคว้าเป้คู่ใจออกมา

“ลาก่อนค่ะคุณภู” ตาลยกมือตัวเองขึ้นแตะจูบแล้วแตะที่แก้มธาวินอย่างอาลัย ก่อนตัดใจเดินจากไป

แม่สาวแสบย่องลงมาที่ชั้นล่าง แล้วเดินต่อไปทางประตูหลังบ้าน เพราะนัดหมายให้แม่มารอรับ แต่กว่าจะถึงประตูหลังต้องผ่านบ้านของอเนกไปก่อน เธอเห็นเจ้าของบ้านออกมาคุยโทรศัพท์ที่ระเบียงจึงชะงักหาที่หลบ และได้ยินอเนกโทร.สั่งใครบางคนให้อุ้มภูบดีหลานชายให้หายไปจากเมืองไทย

สาวตาลสะดุ้งหยุดมองไปที่อเนกพลางพึมพำถามตัวเอง “หมายความว่าไง”

มือถือตาลสั่นอีกครั้ง เพราะเจ๊อ้อยโทร.มาเร่ง ตาลรีบกดรับแล้วบอกแม่ว่า เธอคงไปด้วยไม่ได้แล้วเพราะคุณภูกำลังมีอันตราย เธอต้องอยู่กับเขา

“นี่เอ็งจะบ้าหรือ”

“แต่หนูทิ้งเขาไปตอนนี้ไม่ได้ แม่ไปก่อนนะ ถ้าหนูจัดการทางนี้เรียบร้อยหนูจะตามไป แค่นี้นะแม่” ตาลปิดโทรศัพท์แล้วหันหลังกลับขึ้นตึกใหญ่ ไม่ทันเห็นว่ามีใครบางคนแอบมองเธออยู่

แม่ตาลเชื่อมย่องขึ้นบันไดมา แล้วพลันชะงัก เมื่อเห็นธาวินยืนรออยู่ เขาถามว่าเธอไปไหนมา ทำไมแต่งตัวแบบนี้ ตาลอํ้าอึ้งแล้วด้นสดว่า มีเพื่อนโทร.มาชวนไปเต้นระบำ แต่เธอเปลี่ยนใจไม่ไปแล้ว

“แล้วทำไมไม่บอกผมตรงๆ ต้องแอบหนีมาตอนผมหลับ”

“ก็ ตาลกลัวว่าคุณภูจะไม่ให้ไปนี่คะ”

“แล้วนั่นอะไร” ธาวินชี้ไปที่เป้

“อ๋อ เมื่อกลางวันตาลซื้อของมาน่ะค่ะ เลยฝากไว้ที่ห้องต้นหอม”

“นี่ตาลไม่ได้คิดจะหนีผมใช่ไหม”

“เปล่าค่ะ ตาลจะหนีคุณภูไปไหนล่ะคะ ตาลเป็นเมียคุณภูนะ ไปนอนต่อเถอะค่ะ” ตาลเข้ากอดแขนดึงธาวินกลับห้อง แถมยังใจกล้าจุ๊บแก้มเอาใจ

ธาวินลอบมองตาลอย่างไม่เชื่อใจนัก แต่ก็ยอมเดินตาม ในคืนนั้น ทั้งธาวินและตาลต่างนอนไม่หลับ ธาวินคิดหาคำตอบเรื่องตาลว่าเธอคิดจะทำอะไรกันแน่ ส่วนตาลก็คิดเรื่องอเนกสั่งให้คนอุ้มสามีกำมะลอของเธอ

ooooooo

เช้าวันใหม่ ธาวินทำทีเป็นลงไปจ๊อกกิ้งผ่านมา ทางห้องบุญทัน เขามองซ้ายขวาไม่เห็นใครก็รีบเปิดประตูเข้าไปในห้องเพื่อปรึกษาเรื่องตาล ว่าทำไมเธอถึงเปลี่ยนใจกลับมาทั้งๆที่มีโอกาสหนี

บุญทันว่าบางทีตาลอาจจะตั้งใจจับธาวินก็เป็นได้ ทางที่ดีธาวินควรหาทางเลิกกับเธอเพื่อตัดปัญหา เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงเมย์ร้องเรียกบุญทันอยู่หน้าห้อง บุญทันไล่ให้ธาวินเข้าไปซ่อนในห้องนํ้า แล้ว ออกไปเปิดประตู

“ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย” เมย์เดินเข้ามาในห้อง

“มีอะไรครับ”

“ฉันจะแต่งงานกับนาย เพราะมาคิดดูแล้ว เรื่อง มันจะได้จบซะที” เมย์สรุปสั้นๆ

ขณะที่บุญทันยืนตะลึง ส่วนธาวินที่ชะเง้อฟังอยู่ในห้องนํ้าก็ดันก้าวพลาดเตะกระป๋องดังโครม เมย์หันไปแล้วจะเดินเข้าไปดูว่ามีใครอยู่ บุญทันเห็นท่าไม่ดี ตัดสินใจดึงเมย์มาจูบเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ

“ไอ้บ้า ไอ้คนฉวยโอกาส นายนี่มันเลวจริงๆ” เมย์สะบัดหน้าเดินเชิดออกไป

บุญทันมองตามแล้วหันมาต่อว่าธาวิน ที่ทำให้เมย์โกรธเขาอีก

“จริงเรอะ แต่ฉันว่าเมื่อกี้ถ้าไม่มีฉันอยู่ด้วย แกคงจะ...”

“ชัตอัพ ฉันไม่เหมือนแก ที่บ้าผู้หญิง เอาล่ะ แกไปได้แล้ว” บุญทันไล่

ธาวินเดินออก พลางทำจ๊วบปากจุ๊บใส่บุญทันเป็นการทิ้งท้าย บุญทันผงะถอยหนี

ooooooo

วันต่อมา ตาลลงมาทานอาหารเช้าพร้อมพิพัฒน์ คุณปู่ใจดีถามเธอว่าเอาเงินไปไถ่ตัวแม่หรือยัง ตาลว่าเรียบร้อยแล้ว สาวเจ้าเข้ากราบคุณปู่อีกครั้ง ด้วยสำนึกบุญคุณ จนไม่รู้ว่าจะตอบแทนพระคุณได้อย่างไร พิพัฒน์อมยิ้มล้อว่า แค่มีเหลนให้เลี้ยงเร็วๆก็พอ

ตาลฝืนยิ้มให้ แล้วหันไปคุยกับธาวินที่เดินเข้ามา แต่คุยกันได้ไม่กี่คำ อเนกก็ตามเข้ามาคุยกับธาวิน

“คือ ฝ่ายเอ็มแอลเขาเสนอขอปรับปรุงสนามกอล์ฟ ที่รังสิต อาก็เลยอยากให้หลานแวะไปดูหน่อยว่าหลานมีความเห็นยังไง”

“ได้ครับ วันนี้วันหยุดผมว่างพอดี เดี๋ยวผมจะเข้าไปดูบ่ายๆ”

“ดี งั้นเดี๋ยวอาจะโทร.บอกทางนู้นให้เขาต้อนรับ ขอตัวนะครับคุณพ่อ” อเนกรีบร้อนออกไป

ตาลมองตามอย่างรู้สึกมีลางไม่ดี เธอจึงขอตามสามีกำมะลอไปด้วย ธาวินอึกอักจำใจพาตาลมาที่รถ หวังให้บุญทันช่วยเจรจา แต่ตาลยืนกรานจะไปให้ได้ สองหนุ่มมองหน้ากันหมดปัญญาโต้แย้ง จึงต้องให้เธอไปด้วย

ooooooo

ตาลทำหน้าที่บอดี้การ์ดสาวคอยระวังภัยให้ธาวิน เธอนั่งมองซ้ายมองขวาอย่างระแวง จนบุญทันกับธาวินนึกสงสัยท่าทางแปลกๆของเธอ และเมื่อมาถึงสนามกอล์ฟ ประสิทธิ์ผู้จัดการสนามก็ออกมาต้อนรับ และพาทั้งสามนั่งรถกอล์ฟออกไปดูรอบๆบริเวณ พลางรายงานถึงปัญหาที่เกิดขึ้นให้ทราบ

ธาวินกับบุญทันรับฟังรายงานจากผู้จัดการอย่างตั้งใจ ในขณะที่ตาลยังคงมองรอบๆตัวอย่างระแวง จนกระทั่งรถวนมาถึงหน้าล็อบบี้อีกครั้ง ธาวินบอกผู้จัดการว่า เขาจะกลับไปคุยกับอเนกอีกครั้งว่าต้องปรับปรุงตรงส่วนไหน

“ครับ ถ้าปรับปรุงยังไงต้องบอกล่วงหน้าซักสามเดือนนะครับ เราจะได้ยกเลิกแขกที่จองมาทางอินเตอร์เน็ต งั้นเดี๋ยวเชิญคุณภูกับคุณตาลทานอะไรที่ห้องอาหารก่อนนะครับแล้วค่อยกลับ”

“ไม่ดีกว่าครับ เดี๋ยวผมไปหาอะไรทานข้างนอก ห้องนํ้าอยู่ทางไหนครับ ผมจะขอเข้าห้องนํ้าหน่อย”

“ทางนี้เลยครับ” ผู้จัดการจะเดินนำไป

“ไม่เป็นไรครับคุณประสิทธิ์ เดี๋ยวผมไปเอง”

“งั้นผมไปเอารถนะครับคุณภู” บุญทันเดินแยกไป

ธาวินเดินไปทางห้องนํ้า ตาลรีบตามไปด้วย บุญทัน หันมามองแล้วส่ายหน้าอย่างหมั่นไส้ เพราะเข้าใจว่าตาล คิดจะจับเพื่อนของเขา

ตาลเดินบ่นมากับธาวินถึงเรื่องที่เขาให้บุญทันนั่งรถกอล์ฟไปด้วย เพราะกลัวว่าจะปากเสียเอาเรื่องที่ ได้ยินไปพูดให้คนอื่นฟัง ธาวินออกรับแทนว่าบุญทันไม่ใช่คนแบบนั้น แล้วชี้ให้ตาลไปเข้าห้องนํ้าหญิง แต่ตาลว่า เธอแค่เดินมาเป็นเพื่อนเฉยๆ

ธาวินพยักหน้าแล้วจะเดินเข้าห้องน้ำ จังหวะนั่นเองมือปืนที่แอบตามมาสบโอกาส มันชักปืนออกมาเหนี่ยวไกยิงธาวิน ตาลหันไปเห็นเข้าจึงดีดตัวเข้าขวางคมกระสุน

“ตาล...” ธาวินรับร่างตาลไว้ เลือดสาวน้อยออกเต็มมือ

มือปืนเห็นว่าพลาดเป้า จึงวิ่งออกไปโดยมียามไล่ตามไปติดๆ

บุญทันได้ยินเสียงปืน รีบวิ่งมาที่หน้าห้องน้ำพลางถามว่าเกิดอะไรขึ้น

“มีคนจะยิงฉัน แต่เธอเอาตัวเข้ารับกระสุน”

“พาเธอไปส่งโรงพยาบาลก่อน” บุญทันช่วยธาวินอุ้มตาลไปที่รถ

ooooooo

ตาลถูกนำตัวเข้าห้องผ่าตัด ธาวินยืนโวยวายอยู่หน้าห้อง เพราะเพิ่งรู้ใจตัวเองว่ารักแม่สาวสิบแปด มงกุฎเข้าแล้ว บุญทันเข้ามาบอกให้เพื่อนใจเย็น แต่กลับโดนตวาดใส่

ส่วนพิพัฒน์เมื่อรู้จากปรารภว่าตาลถูกยิง เพราะเอาตัวเข้ารับกระสุนแทนภูบดี ก็ขอตามปรารภมาเยี่ยมตาลที่โรงพยาบาลด้วย เพราะเธอเป็นหลานของท่านคนหนึ่งเหมือนกัน

เวลาผ่านไป หมอเดินออกมาจากห้องผ่าตัด ธาวินรีบเข้าไปถามอาการตาลด้วยความเป็นห่วง หมอว่าปลอดภัยแล้ว โชคดีที่กระสุนเฉียดปอดไปนิดเดียว ธาวินดีใจจะขอเข้าไปเยี่ยม แต่หมอว่ารอให้เธอฟื้นก่อน

“ครับ ขอบคุณพระเจ้า” ธาวินทิ้งตัวลงนั่งพลางสูดลมหายใจ

บุญทันหันมามองเพื่อนพลอยโล่งใจไปด้วย

แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าใครกันที่ส่งมือปืนมา

“หนูตาลเป็นยังไงบ้าง” พิพัฒน์เดินนำปรารภเข้ามา

“หมอบอกว่าปลอดภัยแล้วครับ” ธาวินตอบ

“แล้วเห็นหน้าคนร้ายรึเปล่า”

“เห็นครับ แต่ผมไม่รู้จักมัน”

เสียงโทรศัพท์มือถือปรารภดัง คุณทนายกดรับแล้วหันมาแจ้งข่าวดีว่า ตำรวจจับตัวมือปืนได้แล้ว แต่มันซัดทอดว่าอเนกเป็นคนว่าจ้าง

“อะไรนะ” พิพัฒน์อึ้ง เช่นเดียวกับธาวินและบุญทัน

ปรารภรายงานต่อว่า ตอนนี้ตำรวจกำลังไปเอาตัวอเนกมาสอบปากคำ พิพัฒน์ถึงกับทรุดฮวบ ไม่อยากเชื่อหูตัวเอง

ooooooo

เมย์ออกมาเห็นสาวใช้พาตำรวจมาที่บ้านก็ตกใจ เธอถามว่าเกิดอะไรขึ้น ตำรวจรายงานว่า มีคนซัดทอดว่า อเนกเป็นผู้ว่าจ้างให้ไปยิงภูบดี แล้วขอตัวขึ้นไปพบอเนกบนห้องเพื่อแจ้งข้อหา

“คุณอเนกครับ นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เราได้รับแจ้งว่าคุณเป็นผู้ว่าจ้างให้นายชัยไปยิงคุณภูบดี ขอให้คุณออกมามอบตัวด้วยครับ” ตำรวจเคาะประตูเรียก

อเนกยืนตะลึงกลัวความผิด เขามองซ้ายขวา

คิดหาทางออก แล้วตัดสินใจหยิบปืนในลิ้นชักออกมายิงตัวตาย เพื่อหนีความผิด

เมย์ได้ยินเสียงปืน เธอรีบขึ้นไปดูพ่อ เป็นเวลาเดียวกับที่ตำรวจพังประตูเข้าไปพอดี ทุกคนยืนตะลึงเมื่อเห็นอเนกนอนจมกองเลือด

“พ่อ พ่อ...ทำไมทำแบบนี้...พ่อ” เมย์เข้าไป

กอดศพอเนกร้องไห้สะอื้น

ooooooo

พิพัฒน์ ธาวิน และบุญทันออกมาฟังข่าวอเนกอยู่หน้าล็อบบี้โรงพยาบาล ครู่ใหญ่ปรารภก็เดินหน้าเครียดเข้ามาบอกว่า อเนกยิงตัวตาย ตำรวจเพิ่งโทร.มาแจ้ง พิพัฒน์ทรุดนั่งอย่างหมดแรง ไม่อยากเชื่อว่าอเนกจะคิดสั้น

ธาวินเห็นใจคุณปู่จึงขอร้องให้ท่านกลับไปพักผ่อนก่อน เพราะยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องจัดการ พิพัฒน์พยักหน้ารับ สั่งให้บุญทันอยู่เป็นเพื่อนหลานชายด้วย แล้วเดินออกไปพร้อมกับปรารภ

ธาวินหันมาสบตากับบุญทันเปรยว่า อาอเนกคงโกงบัญชีจริงๆถึงได้ทำแบบนี้ บุญทันพยักหน้ารับไม่คิดว่าอเนกจะเลือดเย็นได้ถึงเพียงนี้ ธาวินเปรยต่อว่า เป็นไปได้ไหมที่อเนกคือฆาตกรฆ่าลุงภาคิน

“อาจจะเป็นไปได้ เขาอาจจะฆ่าปิดปากลุงภาคิน เพื่อไม่ให้บอกคุณปู่เรื่องโกงเงินบริษัท”

“ไม่น่าเชื่อเลยนะว่าเงินมันจะทำให้คนเรากล้าทำเรื่องโง่ๆแบบนี้” ธาวินถอนใจ

บุญทันนิ่งไปเพราะนึกถึงเมย์ขึ้นมาได้ เขาบอกกับธาวินว่าจะกลับไปที่บ้าน เพราะเป็นห่วงแม่จอมวีน

ธาวินพยักหน้ารับแล้วเดินกลับไปหาตาลในห้องพักคนไข้ เห็นเธอลืมตาตื่นอย่างเบลอๆ เพราะยังมีอาการเมายาสลบ ชายหนุ่มรีบเข้าไปหาพลางเอ่ยถามว่าเจ็บตรงไหนบ้าง สาวเจ้าส่ายหน้าถามกลับว่าภูบดีเป็นอะไรหรือเปล่า

“ผมปลอดภัย ตาลต่างหากที่ต้องมาเจ็บตัวเพราะผม ผมขอโทษนะ ตาลหลับเถอะ เดี๋ยวผมจะนั่งเป็นเพื่อนอยู่ตรงนี้ ไม่ไปไหน” ธาวินจับมือคนรักไว้ ตาลส่งยิ้มแล้วหลับตาลงอีกครั้ง

ธาวินมองหน้าหญิงสาวพลางครุ่นคิดถึงคำพูดของบุญทัน ที่เตือนว่าตาลเป็นพวกสิบแปดมงกุฎที่คิดจะมาจับเขา แล้วภาพตอนที่ตาลเอาตัวเองรับกระสุนแทนก็แวบเข้ามา ทำให้ธาวินตัดสินใจได้ เขาบอกกับตาลที่นอนหลับไม่รู้เรื่องว่า “ผมเป็นหนี้ชีวิตคุณ...ผมสัญญา ผมจะรักและดูแลคุณตลอดไป”

ooooooo

บุญทันเข้ามาหาเมย์ในบ้าน เห็นเธอนั่งร้องไห้อยู่คนเดียวจึงเข้าไปปลอบใจ เมย์โผเข้ากอดบุญทันอย่างคนหาที่พึ่ง ชายหนุ่มขอให้เธอขึ้นไปนอนพักเพราะวันรุ่งขึ้นมีเรื่องที่ต้องทำอีกมาก แต่เมย์ว่า คงนอนไม่หลับ และต้องรอฟังข่าวจากพี่ชายที่ไปคุยกับตำรวจก่อน

บุญทันอาสาอยู่เป็นเพื่อน เขาเดินไปเทนํ้าผลไม้มาให้เมย์ดื่ม หญิงสาวปรับทุกข์ว่า พ่อไม่น่าทำแบบนี้เลย ทำไมต้องฆ่าตัวตายด้วย

“บางทีท่านอาจจะมีเรื่องอะไรที่หาทางออกไม่ได้”

“แต่พ่อไม่คิดถึงฉันเลยหรือ ว่าฉันจะอยู่ยังไงถ้าไม่มีพ่อ...ทำไมพ่อต้องทิ้งฉันไปด้วย...ฮือ...” เมย์ปิดหน้าร้องไห้ บุญทันมองอย่างเห็นใจ

เอเดินเข้ามาในบ้าน เห็นบุญทันนั่งอยู่กับเมย์ก็ไม่พอใจจึงพาลหาเรื่อง เมย์เข้ามาห้ามพี่ชายแล้วสอบถามเรื่องตำรวจ เอโวยวายว่าพวกตำรวจกล่าวหาว่าพ่อเป็นคนสั่งฆ่าภูบดี

“ไม่จริงใช่ไหมพี่เอ พ่อต้องไม่ทำแบบนั้น”

“พรุ่งนี้ตำรวจเขาจะสอบปากคำไอ้ภูบดี ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่ามันจะให้การว่าไง” เอบอกน้องสาวแล้วหันมาไล่บุญทันให้กลับไป เพราะไม่มีวันยอมรับบุญทันเป็นน้องเขยแน่

บุญทันมองหน้าเออย่างไม่ค่อยพอใจ จำต้องข่มอารมณ์เพราะสงสารเมย์ เขาบอกลาเธอแล้วเดินจากไป

ooooooo

เช้าวันใหม่ ตาลขยับตัวลืมตาขึ้น เห็นธาวินหลับฟุบอยู่ข้างเตียงก็อมยิ้มแล้วสะกิดเรียก ธาวินลืมตาเห็นตาลส่งยิ้มให้ก็ดีใจ

“ทำไมมานั่งหลับอยู่ล่ะคะ เมื่อยแย่เลย”

“ผมเป็นห่วงตาล ตาลเป็นไงบ้าง เมื่อคืนตาลละเมอทั้งคืนเลยรู้ไหม ร้องงึมงำอะไรก็ไม่รู้เรื่อง สงสัยคงจะเจ็บแผล แล้วนี่ดีขึ้นไหม”

“ก็ยังเจ็บอยู่น่ะค่ะ”

“งั้นเดี๋ยวผมไปบอกพยาบาลก่อนนะว่าตาลตื่นแล้ว” ธาวินก้มลงจูบหน้าผากเธอพลางบอกรัก

ตาลยิ้มเขินตอบว่า เธอก็รักเขาเช่นกัน ธาวิน

มองสาวเจ้าอย่างตื้นตันใจแล้วเดินออกไป

เวลาเดียวกันนั้น พิพัฒน์เรียกปารมี นภา เอ และเมย์มาพบ เพื่อคุยเรื่องการตายของอเนก เอกับเมย์ไม่ยอมรับว่าพ่อโกงเงินบริษัท และจ้างคนฆ่าภูบดี ปรารภหอบหลักฐานมายืนยัน ทำให้เมย์ต้องอึ้งและยอมรับความจริง ผิดกับเอที่ยังไม่ยอมรับรู้แถมยังโทษว่า ภูบดีใส่ร้ายพ่อของตน

“เอาล่ะ เจ้าเอ แกใจเย็น คุณปรารภเขาก็พูดตามที่ตำรวจบอก ไม่ว่าพ่อแกจะทำหรือไม่ทำตอนนี้เขาก็ตายไปแล้ว และที่ปู่เรียกแกสองคนมา ก็เพราะจะบอกให้รู้ว่าปู่จะจัดงานศพพ่อแกให้เงียบที่สุด เพราะปู่ไม่อยากให้คนมาขุดคุ้ยเรื่องในครอบครัวเรา นภาเป็นธุระจัดการเรื่องงานศพอเนกให้ด้วย”

“ได้ค่ะ คุณลุง”

“เอาล่ะ พวกแกไปได้แล้ว ปู่มีเรื่องจะพูดแค่นี้” พิพัฒน์โบกมือไล่

ทุกคนแยกย้ายกันออกไป พิพัฒน์หันมาบ่นกับปรารภ “นี่ขนาดฉันรักมันเหมือนลูก มันยังกล้าทำกับฉันขนาดนี้ เป็นเพราะเงินหรือปรารภ คนเราถึงยอมทำได้ทุกอย่าง”

“ผมว่าเป็นเพราะคนเราไม่รู้จักพอมากกว่าครับ”

ooooooo

เมย์เดินตามมาอธิบายกับเอไม่ให้โกรธภูบดีเพราะพ่อทำผิดจริง แต่เอไม่ยอมรับฟัง เขาตวาดใส่น้องสาวที่เข้าข้างคนอื่นแล้วเดินหนี เมย์มองตามพี่ชายอย่างหดหู่ แล้วปารมีกับนภาก็เดินตามมาเย้ยเมย์ว่ามีพ่อเป็นคนขี้โกง ก่อนพากันเดินเข้าบ้าน ทำให้เมย์ยิ่งเจ็บใจ

ครั้นมาถึงในบ้าน นภาก็บ่นกับลูกว่า อเนกไม่น่าคิดสั้นเลย ถึงเธอจะทะเลาะกับอเนกอยู่บ่อยๆแต่ก็ไม่ได้อยากให้เขาตาย

“แต่หนูก็เสียดายนะคะ มีโอกาสทั้งที มือปืนมันน่าจะยิงเมียพี่ภูให้ตาย” ปารมีหลุดปากออกมา แต่เมื่อเห็นสายตาของแม่ก็รีบกลบเกลื่อน “คือหนูพูดเล่นน่ะค่ะแม่ ก็แม่เคยบอกว่าอยากให้หนูเป็นสะใภ้คุณปู่ไม่ใช่หรือ”

“ไอ้นั่นก็ใช่ แต่แม่ไม่ได้หมายถึงต้องฆ่าแกงกันนะ”

“ถ้าไม่ฆ่าแกงเขา หนูก็คงหมดโอกาสล่ะค่ะแม่” ปารมีพูดอย่างมีความหมายแล้วเดินออก

นภามองตามนึกสงสัยว่า ทำไมพักนี้ลูกชอบพูดอะไรแปลกๆอยู่เรื่อย

ooooooo

ตอนที่ 6

ตาลเดินออกมาหน้าบ้าน เห็นปรารภกำลังจะกลับจึงทักทาย คุณทนายมองซ้ายขวาแล้วเข้ามากระซิบถามเรื่องภูบดี ว่าพอจะจำอะไรได้บ้างหรือยัง ตาลอึกอักบอกว่ายัง พยายามรื้อฟื้นความทรงจำให้อยู่

ปรารภให้กำลังใจและเชื่อว่า สักวันภูบดีจะต้องจำทุกอย่างได้ แล้วขอตัว แม่สาวมองตามพลางพนมมือภาวนาว่า ขออย่าให้ชายหนุ่มจำอะไรได้ก่อนที่เธอจะได้เงินเลย

เวลาเดียวกัน ต้นหอมมาช่วยบุญทันเช็ดรถ เธอแกล้งเปรยกับพ่อหนุ่มว่า คุณเมย์ไม่ยอมออกจากห้องเลย ตั้งแต่มีเรื่องกับปารมีเมื่อวันก่อน แถมข้าวปลาก็ไม่ยอมกิน จึงอยากให้บุญทันไปช่วยดูแลในฐานะว่าที่เจ้าบ่าว

บุญทันรำคาญในความจุ้นของแม่สาวใช้ จึงไล่ให้ไปช่วยป้านวลในครัว ต้นหอมเดินหน้าหงิกออกไปได้สักพัก ธาวินก็เข้ามาสั่งให้บุญทันขับรถพาออกไปข้างนอก บุญทันงงกับเหตุการณ์ รีบเปิดประตูให้ แล้วเข้านั่งประจำที่

รถเคลื่อนออกไป บุญทันหันมาถามว่าจะไปไหน ธาวินให้ขับไปเรื่อยๆ เพราะอยากนั่งรถเล่น คนขับรถจำเป็นซักต่อว่า คุณตาลรู้หรือเปล่า ว่าภูบดีออกมาข้างนอก

“ทำไมฉันต้องบอกเขาด้วย”

“อ้าว ก็เขาเป็นภรรยาคุณภูนี่ครับ”

“แกก็รู้ว่าไม่ใช่ ฉันยังไม่มีเมียนะโว้ยไอ้ภู” ธาวินโพล่งออกมา

บุญทันเบรกรถเอี๊ยด หันมามอง “ไอ้วิน นี่แกจำฉันได้แล้วหรือ”

“เยสเซอร์” ธาวินยิ้มทะเล้น ยกสองนิ้วตะเบ๊ะให้ แล้วทั้งคู่ก็โผเข้ากอดกันด้วยความดีใจ

ครู่ต่อมา สองหนุ่มลงมานั่งเล่นที่ริมน้ำ ธาวินเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงที่ความจำเสื่อมให้ฟัง บอกเจ็บใจที่โดนตาลหลอก

บุญทันส่ายหน้าบ่นว่า เมียกำมะลอของธาวินร้ายไม่ใช่เล่น เขาแนะให้เพื่อนรีบกำจัดเธอออกไปก่อนที่จะเดือดร้อนมากไปกว่านี้ แต่ธาวินว่า ต้องแก้เผ็ดตาลเสียก่อน

“แก้เผ็ดหรือว่าแก้ผ้า อย่าบอกนะว่าแกยังไม่มีอะไรกับเขา”

“ไม่มี ยายเนี่ยแสบตัวจริงเลยล่ะ หล่อนบอกว่าฉันเป็นเกย์ไม่ชอบผู้หญิง”

“ฮ่าๆ ไม่อยากเชื่อเลยว่า คนอย่างแกจะถูกผู้หญิงหลอก”

“อย่ามาทำหัวเราะฉัน ว่าแต่แกเถอะ หลอกน้องเมย์ไปนอนในห้องได้ไงวะ บอกหน่อยซิ”

“ใครบอกแกว่าฉันหลอก ฉันไม่รู้เรื่องจริงๆ คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก ว่าน้องเมย์ไปอยู่ในห้องได้ยังไง ส่วนคุณเมย์เองก็ไม่รู้เรื่องเหมือนกัน”

“หรือว่าเรื่องนี้มีคนสร้างสถานการณ์ขึ้นมา”

ooooooo

ด้านสาวตาล เมื่อเห็นธาวินหายไปนานจึงลงมาตามหารอบๆ บ้านแต่ไม่พบ เธอโทร.ตามแต่เครื่อง ปิด ทำให้ยิ่งเป็นห่วง ถามคนงานในครัวได้ความว่า ชายหนุ่มนั่งรถออกไปกับบุญทัน

ลุงแย้มอาสาจะโทร.ตามบุญทันให้ แต่ตาลว่าไม่ต้อง เธอแค่เป็นห่วงว่าภูบดีหายไปไหนเท่านั้น แล้วเดินหน้าเครียดออกมา คนงานมองตามอย่างชื่นชม เพราะเข้าใจว่าตาลรักและเป็นห่วงสามีมาก

สาวแสบคิดหนัก ข้องใจว่าสามีกำมะลอออกไปไหนกับบุญทัน จู่ๆ ไอเดียบางอย่างก็ผุดขึ้นมา

“เอ๊ะ ถ้าบุญทันไม่อยู่ ...” ตาลส่งยิ้มพลางเหลียวซ้ายแลขวา เห็นว่าปลอดคนก็ตรงดิ่งเข้าไปในห้องพักของบุญทัน ค้นหาหลักฐานเอาผิด แต่ค้นจนทั่วก็ไม่พบอะไร จึงเดินผิดหวังออกมา และพบนภายืนจ้องจับผิดอยู่หน้าห้อง

ตาลออกตัวว่า เธอมาตามหาภูบดี เพราะลุงแย้มบอกว่าอยู่กับบุญทัน นภาส่งยิ้มเหยียดแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงดูแคลน “ฉันจะเตือนเธอหน่อยนะ เธอเป็นภรรยาของคุณภู ซึ่งเป็นทายาทของที่นี่ เธอไม่ควรทำตัวรุ่มร่ามเดินเข้าออกห้องพักคนงานแบบนี้ โดยเฉพาะคนงานผู้ชาย เพราะถ้าใครเห็นเข้า จะเอาไปพูดในทางที่เสียหายกับคุณภูได้”

“ค่ะ ตาลขอโทษ ตาลก็แค่มาตามหาคุณภูเท่านั้น” ตาลส่งยิ้มจ๋อยๆ

นภาเดินเชิดออกไป ตาลมองตามเบ้หน้า “เชอะ ทำเป็นมาว่าเรา ทีตัวเองยังเดินเข้าไปขโมยของในห้องคุณปู่หน้าตาเฉย เรายังไม่บอกใครซักคำ”

ooooooo

ธาวินกับบุญทันช่วยกันคิดว่า คืนนั้นใครที่สร้างสถานการณ์วางยาคนในบ้าน บุญทันเดาว่า น่าจะเป็นตาล เพราะเธอเป็นพวกสิบแปดมงกุฎ แต่ธาวิน ออกรับแทน พร้อมยืนยันว่า ในคืนนั้นเขาเห็นผู้ชายคนหนึ่งออกมาจากห้องบุญทัน

บุญทันพอจะดูออกว่า ธาวินคิดอย่างไรกับตาล จึงแกล้งแซวว่า ระวังจะมีเขางอกบนหัว เพราะถูกตาลหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“น้อยๆ หน่อยโว้ยไอ้ภู ตอนแรกที่ฉันโดนหลอกเป็นเพราะความจำเสื่อมโว้ย”

“แต่ฉันว่า แกเห็นเขาสวยมากกว่า พอเขาพูดอะไรก็เลยเชื่อไปหมด แกมันบ้าผู้หญิงไอ้วิน”

“ไม่ใช่โว้ย ถ้าตอนนั้นเป็นแกฟื้นขึ้นมา แล้วจำอะไรไม่ได้เลย แต่มีคนมาบอกว่าเป็นเมีย แกไม่เชื่อหรือ”

“ไม่ เพราะฉันไม่โง่เหมือนแก”

“ไอ้ภู” ธาวินผลักไหล่บุญทัน

บุญทันผลักตอบ แล้วทั้งสองก็ไล่ชกต่อยหยอกล้อหัวเราะชอบใจ แต่ตาลที่อยู่บ้านหัวเราะไม่ออก เพราะเป็นห่วงธาวิน

สาวเจ้าหันไปมองนาฬิกาเห็นว่าจะห้าโมงแล้วก็ยิ่งร้อนใจ กลัวบุญทันจะหลอกสามีกำมะลอของเธอไปทำมิดีมิร้าย

ทันใดนั้นเอง รถของบุญทันเลี้ยวมาจอดหน้าตึก ตาลวิ่งเข้าไปหาธาวินอย่างเป็นห่วง เธอเอ่ยถามเขาว่า ออกไปไหนมา ธาวินว่าเบื่อๆ ก็เลยออกไปนั่งรถเล่น แต่ไม่ได้ชวนตาล เพราะหาไม่เจอ แล้วหันไปขอบใจบุญทัน

“ครับผม” บุญทันทำเก๊กใส่ธาวิน แล้วเดินออกไป

ตาลมองตามอย่างระแวง แล้วต้องสะดุ้งเพราะธาวินดึงเธอเข้าไปกอด แม่สาวรีบแกะมือออกอ้างว่า เดี๋ยวใครมาเห็น แต่ธาวินไม่สนก้มลงจุ๊บแก้มเธออีกที ตาลยกมือดันไว้เร่งให้ชายหนุ่มไปอาบน้ำเพราะใกล้เวลาอาหารเย็นแล้ว

ธาวินยอมปล่อยมือ แต่พอตาลเผลอก็แอบหอมเธออีกฟอด แล้วเดินอารมณ์ดีขึ้นห้องไป

“วันนี้เป็นอะไร ทำไมเดี๋ยวกอดเดี๋ยวจูบเราทั้งวัน อย่าบอกนะว่าไปกินยาโด๊ปมา” ตาลนึกระแวง

ooooooo

วันนี้ไม่มีใครอยู่ เมย์ออกมานั่งเหม่อหน้าบ้าน เธอน้ำตาคลอนึกถึงคำดูแคลนของพ่อและพี่ชายแล้วรำพึงออกมาอย่างหนักใจ “หรือว่าเราควรจะแต่งงานกับบุญทัน ทุกอย่างจะได้จบ... เฮ้อ แต่ถ้าเราแต่งก็เท่ากับเรายอมรับในสิ่งที่ทุกคนประณาม”

“เห็นต้นหอมบอกว่า วันนี้คุณเมย์ไม่ทานอะไรเลยทั้งวัน ผมเลยเอาช็อกโกแลตมาฝาก” บุญทันเดินเข้ามายื่นช็อกโกแลตให้ “ผมเคยอ่านหนังสือเขาบอกว่า เวลาที่เราเครียดหรือหงุดหงิด ถ้าทานช็อกโกแลตมันจะช่วยให้เรารู้สึกดีขึ้นนะครับ”

เมย์เมินหน้าทำไม่สน บุญทันจึงวางช็อกโกแลตไว้ที่โต๊ะ แล้วเดินออก แม่จอมเหวี่ยงหันมามองช็อกโกแลต แล้วเหลือบมองซ้ายขวาไม่เห็นบุญทัน ก็หยิบช็อกโกแลตมากินและเริ่มอารมณ์ดี แล้วต้องสะดุ้งเพราะบุญทันโผล่มายืนยิ้มพลางล้อว่า ดีขึ้นไหมครับ

เมย์หน้าแตก คว้ากล่องช็อกโกแลตเดินกลับเข้าบ้าน บุญทันอมยิ้มอย่างเอ็นดู

ส่วนเมย์เมื่อเข้ามาในบ้านแล้วอมยิ้มกับตัวเอง เพราะช็อกโกแลตที่บุญทันให้มาเป็นยี่ห้อที่เธอชอบ

ooooooo

ตาลในชุดนอนรัดกุมเดินมาทิ้งตัวบนเตียง เธอมองธาวินนอนหลับอยู่บนโซฟา แถมมีเสียงกรนเบาๆ ก็โล่งใจ จึงนั่งสวดมนต์แล้วล้มตัวลงนอน จู่ๆ ธาวินที่แกล้งหลับก็ย่องจากโซฟามานอนบนเตียง

แม่สาวแสบโวยลั่น ไล่ธาวินกลับไปนอนที่เดิม แต่ธาวินรุกหนักจะขอนอนบนเตียงด้วย เธอจึงใช้ไม้ตายชูกำปั้นขึ้นขู่ ธาวินไม่อยากข่มเหงน้ำใจ จึงเดินคอตกกลับไปนอนที่โซฟาตามเดิม แล้วแอบบ่น

“แสบกำลังสองจริงๆ”

ตาลแปลกใจแอบตั้งคำถามกับตัวเอง “หรือว่าเขาจะจำอะไรได้แล้ว ไม่หรอกน่า ถ้าจำได้ก็ต้องจับเราส่งตำรวจแล้วสิ เขาคงไม่ปล่อยเราไว้อย่างนี้หรอก”

ooooooo

เช้าวันใหม่ สมยศกับลูกน้องมาขอพบพิพัฒน์ เพื่อเรียนให้ทราบว่า ตาลเป็นพวกสิบแปดมงกุฎ เธอโกหกทุกคนเรื่องแม่ เพราะความจริงแล้ว เจ๊อ้อยทำงานใช้หนี้พนันอยู่ที่บ่อนเฮียเสกไม่ใช่ไต้หวัน

“คือ ที่ผมมาบอกก็เพราะผมกลัวว่าคุณภูบดีจะถูกหลอก” สมยศทำสีหน้าจริงจัง

พิพัฒน์นั่งอึ้ง แล้วเรียกให้ต้นหอมไปเชิญภูบดีกับตาลมาพบ

เวลาเดียวกันนั้น ตาลเดินลงมาเห็นสมยศนั่งคุยอยู่กับพิพัฒน์พอดี เธอนึกระแวงกลัวตำรวจจะมาจับจึงวิ่งหนีขึ้นห้อง สวนกับธาวินที่กำลังจะลงไปทานอาหารเช้า

ตาลหลอกธาวินว่า ลืมมือถือไว้ในห้องน้ำจะขึ้นไปหยิบ จังหวะนั้นเองต้นหอมก็เข้ามาตามบอกว่า คุณท่านให้ทั้งสองไปพบที่ห้องรับแขก ดูท่าทางจะมีเรื่องสำคัญ เพราะท่าทางท่านเครียดมาก

“ไป ตาล” ธาวินหันไปคว้ามือตาล แต่เธอรีบหดมือหนี บอกให้ชายหนุ่มลงไปก่อน

“ก็ได้” ธาวินเดินลงบันไดไปกับต้นหอม ตาลมองตามอย่างเสียวสันหลัง

เมื่อธาวินเดินเข้ามาในห้องรับแขก พิพัฒน์รีบถามหาตาล ชายหนุ่มว่าเธอขึ้นไปเอาโทรศัพท์ เดี๋ยวลงมา สมยศทักทายธาวิน แล้วเข้าประเด็นเรื่องตาลเป็นพวกสิบแปดมงกุฎ เธอโกหกทุกคนว่าแม่ทำงานอยู่ที่ไต้หวัน แต่แท้จริงแล้วอยู่ที่เมืองไทย และตอนนี้ก็ติดหนี้อยู่ในบ่อนพนันสิบล้านบาท

ธาวินชะงักไปนิดแล้วตอบกลับ “อ้อ เรื่องนั้นผมรู้แล้วครับ มีอะไรอีกไหมที่สารวัตรอยากบอก”

“ไม่ทราบว่าคุณภูบดีรู้รึเปล่า ว่าแม่คุณตาลเคยถูกจับข้อหามอมยาและรูดทรัพย์ ผมสันนิษฐานว่าคุณตาลน่าจะเคยร่วมทำงานประเภทเดียวกับแม่”

“เรื่องที่แม่ตาลถูกจับผมก็ทราบครับ แต่เรื่องที่คุณบอกว่าตาลน่าจะทำงานประเภทเดียวกันผมว่าคุณกำลังหมิ่นประมาทภรรยาผมอยู่นะครับ ถ้าคุณไม่มีหลักฐานอะไร อย่ากล่าวหาภรรยาผมลอยๆ เพราะผมอาจให้ทนายฟ้องกลับคุณ ถ้าหมดธุระแล้วเชิญครับ” ธาวินเสียงเข้ม

สมยศไม่พอใจ แต่พยายามควบคุมอารมณ์ รีบลุกขึ้นลาพิพัฒน์แล้วเดินออกไป ขณะที่พิพัฒน์มองหน้าธาวินนิ่ง เพื่อรอคำอธิบาย

เวลาเดียวกัน ตาลตัดสินใจหนี เธอโยนกระเป๋าลงทางหน้าต่าง แล้วใช้ผ้าปูที่นอนผูกโรยตัวลงมาแต่โชคไม่ดี ที่ดันโรยตัวมาตรงห้องรับแขก ซึ่งธาวินกำลังอธิบายกับคุณปู่ว่า เขาจะบอกความจริงกับท่านในวันสองวันนี้แต่ยังไม่มีโอกาส พิพัฒน์จึงให้หลานชายไปตามตาลมาพบ เพราะจะสอบสวนเอง

ธาวินรับคำขยับจะเดินออก แต่ต้องชะงักเพราะเห็นตาลโหนตัวลงมาจากชั้นบน

“ซวยแล้วเรา ดันโดดมาลงตรงนี้อีก” ตาลรีบยกมือไหว้ขอโทษพิพัฒน์ก่อนวิ่งหนีไป

“เดี๋ยวผมมานะครับ คุณปู่” ธาวินวิ่งตามและจับตัวตาลไว้ได้ สมยศออกมาเห็นจึงประชดว่าจะหนีไปไหน ธาวินว่า เขากับตาลแค่วิ่งเล่นไล่จับกันแล้วเดินโอบเอวตาลเข้าไปในตึก สมยศมองตามอย่างอาฆาต

เมื่อสมยศกับลูกน้องออกไปแล้ว ธาวินจึงเปิดฉากสอบสวนเรื่องเธอเป็นพวกสิบแปดมงกุฎ ส่วนแม่ของเธอติดหนี้อยู่ที่บ่อน และเคยถูกจับข้อหามอมยารูดทรัพย์

ตาลมองหน้าธาวินอย่างรู้สึกละอายใจ เธอขอโทษที่ไม่ได้บอกความจริงแต่แรก

“แล้วมีเรื่องอะไรอีกที่คุณยังปิดบังผม”

“ไม่มีแล้วค่ะ”

“แล้วเรื่องที่เรารักกันคุณก็ไม่ได้โกหกผมใช่ไหม”

“ค่ะ ตาลไม่ได้โกหก ตาลรักคุณภูนะคะ คุณภูยกโทษให้ตาลนะคะ” ตาลโผเข้ากอดธาวินด้วยความรู้สึกรักจริงๆ แต่ธาวินกลับเข้าใจว่า เธอเล่นละครเพื่อเอาตัวรอดจึงแกล้งเออออ ยกโทษให้

“ขอบคุณนะคะคุณภู ตาลรักคุณภูค่ะ” ตาลน้ำตาคลอ ด้วยความซาบซึ้ง

หลังจากนั้นธาวินพาตาลเข้ามาพบพิพัฒน์ในห้อง หญิงสาวเข้าไปกราบขอโทษคุณปู่และสารภาพทั้งน้ำตาว่าที่ต้องโกหกก็เพราะกลัวท่านจะรังเกียจ ที่มาจากครอบครัวไม่ดี

“เอาล่ะ ไม่ต้องร้องไห้ ปู่ไม่โกรธไม่เกลียดหนูหรอก เพราะสิ่งที่หนูทำก็เพราะความกตัญญูต่อแม่”

“ขอบพระคุณนะคะคุณปู่ คุณปู่ดีกับตาล ตาลจะไม่ลืมพระคุณเลยค่ะ” ตาลกราบคุณปู่อีกครั้ง

“คนที่หนูต้องขอบคุณคือเจ้าภูมากกว่า เพราะเขารักหนู เขาถึงไม่สนใจว่าหนูจะมีประวัติความเป็นมายังไง ส่วนปู่ถ้าหลานรักใครปู่ก็รักด้วยทั้งนั้น แล้วนี่มีเรื่องอะไรที่โกหกปิดบังปู่อีกรึเปล่า”

“เอ่อ ไม่มีแล้วค่ะ”

“ดีแล้ว คนเราอยู่ด้วยกันต้องซื่อสัตย์และมีความจริงใจให้กัน สัญญากับปู่นะว่าจะไม่โกหกหรือปิดบังอะไรปู่อีก”

“ค่ะ” ตาลฝืนยิ้ม ขณะที่ธาวินเหลือบมองอย่างหมั่นไส้ เพราะเธอยังโกหกทุกคนเรื่องสวมรอยเป็นภรรยาของเขาอยู่

ooooooo

ในตอนบ่าย ปารมีมาพบสมยศที่อพาร์ตเมนต์ เพื่อฟังข่าวเรื่องตาล แต่ต้องผิดหวังเพราะแผนการเปิดโปงของเธอทำอะไรตาลไม่ได้ แถมสมยศยังโดนขู่ว่า จะถูกฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาทอีกด้วย

“ผมว่าคุณต้องหาแผนใหม่แล้วล่ะ เพราะเท่าที่ผมดู ผมว่าไอ้ภูบดีมันรักเมียมันมาก ถ้าคุณคิดจะทำให้มันเลิกกันคงยาก”

“งั้นก็ฆ่ามันทิ้งซะเลย ในเมื่อมันไม่เลิกกัน เราก็ต้องจัดการเอง”่

“ผมต้องขอเวลาวางแผนก่อน อ้อ แต่งานนี้คุณต้องเตรียมเงินเยอะหน่อยนะ เพราะผมต้องหาคนที่ไว้ใจได้มาทำ”

“เรื่องนั้นไม่มีปัญหา ขอให้ทำให้สำเร็จก็แล้วกัน” ปารมีสั่งการสีหน้าร้ายกาจ

ขณะที่ปารมีวางแผนร้ายอยู่กับสมยศ ธาวินก็ชวนบุญทันออกไปข้างนอกเพื่อปรึกษาเรื่องตาล บุญทันว่า ส่งเธอให้ตำรวจก็จบเรื่อง แต่ธาวินรีบค้าน เขาอ้างว่าถ้าตาลถูกจับ ตำรวจก็ต้องสอบปากคำเขาแล้วสืบรู้จนได้ว่า เขากับบุญทันสลับตัวกันและความลับก็จะถูกเปิดเผย

“งั้นก็แล้วไป ฉันนึกว่าที่แกไม่ส่งเขาให้ตำรวจ เพราะว่าแกชอบเขาส่วนตัว”

“แกจะบ้าหรือ ฉันจะไปชอบเขาได้ยังไง เขามอมยาแล้วก็รูดทรัพย์ฉันนะโว้ย แถมยังมาหลอกว่าเป็นเมียฉันอีก”

“อ้าว ใครจะไปรู้ดีเท่าหัวใจแก ฉันเห็นก่อนหน้านี้ แกหายใจเข้าก็น้องตาล หายใจออกก็น้องตาล”

“แกไม่ต้องมากัดฉันเลยไอ้ภู มาพูดเรื่องสำคัญดีกว่า พรุ่งนี้ฉันจะเข้าไปทำงานที่บริษัท แกจะให้ฉันเริ่มสืบเรื่องการตายของลุงภาคินจากอะไรก่อน”

บุญทันแนะนำหาให้เจอก่อนว่าลุงภาคินมีปัญหากับใครในบริษัทบ้าง เพราะท่านเป็นซีอีโอใหญ่ ถ้าจะมีปัญหากับใครก็น่าจะเป็นเรื่องผลประโยชน์ ธาวิน

พยักหน้าเห็นด้วย เขารับปากว่าจะไม่ทำให้เพื่อนผิดหวังอย่างแน่นอน

ooooooo

ตาลถือถาดกาแฟและจานขนมเค้กที่เพิ่งทำเสร็จออกมาจากในครัว ตั้งใจจะเอาไปให้พิพัฒน์ชิม แต่นภาเข้ามาขวาง ขอเอากาแฟกับขนมเค้กไปให้พิพัฒน์เอง เพราะไม่ใช่หน้าที่ของตาล แม่สาวแสบจำใจส่งถาดให้ แล้วแอบบ่นเบาๆว่า นภาขโมยซีน

ส่วนพิพัฒน์ นั่งคุยอยู่กับปรารภเรื่องของตาล เพราะถ้าไม่ได้รู้จัก ไม่ได้เห็นนิสัยใจคอตาลมาก่อน ก็อาจทำใจยอมรับเธอเป็นสะใภ้ได้ลำบาก แล้วนภาเปิดประตูเข้ามา พร้อมกับถาดกาแฟและขนมเค้กหวังจะทำคะแนน แต่พิพัฒน์กลับวานให้เธอไปบอกตาลมาพบ เพราะมีธุระจะคุยด้วย

นภาเดินออกไป พิพัฒน์หันมาบอกปรารภว่า พรุ่งนี้ช่วยโอนเงินค่าสินสอดให้ตาลด้วย

ครู่ต่อมา นภาตามตาลมาพบพิพัฒน์ แล้วแอบยืนฟังเรื่องราวอยู่หน้าห้อง เธอได้ยินพิพัฒน์บอกตาลเอาเลขที่บัญชีให้ปรารภ เพื่อจะได้โอนเงินไปไถ่ตัวแม่ออกมา

ตาลตกใจถามย้ำ “นี่คุณปู่ให้หนูจริงๆหรือคะ หนูไม่อยากเชื่อว่าคุณปู่จะให้เงินหนูจริงๆทั้งที่คุณปู่ก็รู้ว่าหนูโกหก”

“แต่ที่คุณต้องโกหกเพราะต้องการเอาเงินไปช่วยคุณแม่ไม่ใช่หรือครับ” ปรารภอมยิ้ม

“นั่นล่ะ ปู่ถึงให้หนู ไปเอาเลขที่บัญชีมาให้คุณปรารภเขาซะ เขาจะได้จัดการให้”

“ขอบพระคุณนะคะคุณปู่ คุณปู่มีพระคุณกับชีวิตหนู ถ้ามีอะไรที่หนูจะทำให้คุณปู่ได้ขอให้คุณปู่บอกนะคะ ขอบคุณนะคะคุณปรารภ” ตาลกราบคุณปู่แล้วหันมาไหว้ปรารภ

ทั้งสองส่งยิ้มอย่างเอ็นดูตาล ผิดกับนภาที่ยืนแค้นอยู่หน้าห้อง ครั้นตาลเปิดประตูออกมาเห็นนภายืนหน้าเครียด ก็นึกสงสัยว่าคุณป้ามหาภัยจะมาแอบฟัง

ooooooo

นภากลับถึงบ้าน เธอรีบหยิบยาระงับประสาทมากิน พร้อมถอนหายใจแรงด้วยความริษยา ปารมีเดินลงมาเห็นแม่มีอาการแปลกไปก็เอ่ยถาม

“มีอะไรรึเปล่าแม่”

“คุณปู่ให้เงินนังตาลสิบห้าล้านไม่ยุติธรรมจริงๆ เราสองแม่ลูกอยู่รับใช้มาเกือบยี่สิบปีไม่เคยได้อะไรเลย นอกจากเศษเงินเล็กๆ น้อยๆ แต่นางผู้หญิงคนนี้เข้ามาอยู่ไม่ถึงเดือนคุณปู่ก็หลงมัน แม่จะไม่อดทนอีกต่อไปแล้ว แม่จะไปพูดกับคุณปู่ ขอให้ท่านแบ่งสมบัติให้เราแล้วเราจะไปจากที่นี่”

“แม่คะ แม่ลืมไปแล้วหรือว่า เราไม่ได้เป็นอะไรกับเขา เราเป็นแค่ผู้อาศัยนะคะ คุณปู่ไม่มีทางให้อะไรเราหรอกค่ะ แต่แม่ไม่ต้องตื่นเต้นตกใจเรื่องเมียพี่ภูหรอกค่ะ เขาจะอยู่กับเราไม่นานหรอก”

“ลูกหมายความว่ายังไง”

“เอาไว้วันหนึ่งแม่ก็จะรู้เอง เชื่อหนูนะคะ แม่อยู่เฉยๆ แล้วทุกอย่างจะดีเอง” ปารมีเดินยิ้มออกไป

นภามองตามไม่เข้าใจว่าลูกสาวคิดจะทำอะไรกันแน่

ooooooo

ค่ำนั้น ตาลตัดสินใจคืนเตียงให้ธาวิน ส่วน ตัวเองลงไปนอนที่โซฟา เพราะอยากตอบแทนที่เขาดีกับเธอมาตลอด แต่ธาวินอ้อนให้นอนบนเตียงด้วยกัน โดยให้สัญญาว่า จะไม่แตะเนื้อหรือโดนตัวเธอเด็ดขาด

ตาลใจอ่อนยอมตกลง เธอล้มตัวลงนอนหันหลังให้ ธาวินแกล้งทำเป็นหลับ สาวเจ้าหันมาแอบมองแล้วอมยิ้ม เธอถามชายหนุ่มว่า ตกลงรู้หรือยังว่าใครเป็นคนวางแผนอุ้มเธอกับคุณเมย์ไปที่ห้องบุญทัน

ธาวินอึกอัก นึกถึงคำพูดของบุญทันที่บอกว่า อาจจะเป็นแผนของตาลก็ได้ จึงหันมาจ้องเธอนิ่ง แต่ไม่พบพิรุธอะไร ส่วนตาลก็ชักร้อนตัวร้องถามว่า จ้องเธอทำไม

“อ๋อ ผมกำลังคิดว่านั่นสินะ ใครกันที่เป็นคนวางแผนเรื่องนี้ ผมก็พยายามคิด แต่คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก”

“ถ้าคิดไม่ออกก็อย่าเพิ่งคิดเลยค่ะ ตาลไม่อยากให้คุณภูเครียดเดี๋ยวจะปวดหัวอีก” ตาลเป็นห่วง แล้วรวบรวมความกล้าชะโงกไปหอมแก้มชายหนุ่มบอกว่าฝันดี

ธาวินสะดุ้งมองตาลด้วยความสับสน เพราะใจหนึ่งก็รักเธอ แต่อีกใจก็ค้านว่าไม่ใช่

ooooooo

ดึกแล้ว เมย์ยังนอนไม่หลับจึงลงมาข้างล่าง เห็นเอเดินออกจากบ้าน แม่จอมวีนสงสัยว่าพี่ชายจะไปไหนจึงแอบตาม แต่เมื่อมาถึงในสวนเอก็หายตัวไป เธอกวาดตามองหาและรู้สึกเหมือนมีคนเดินตาม จู่ๆ บุญทันเข้ามาคว้าตัวเธอไว้ พลางกระซิบบอกว่า อย่าส่งเสียงแล้วชี้ให้ดูอะไรบางอย่าง

เมย์มองออกไปเห็นเอคุยกับปารมีอยู่ในมุมลับตา เธอนึกสงสัยว่าพวกเขาคุยอะไรกัน

ด้านปารมี เธอกำลังต่อว่าเอที่โทร.นัดให้ออกมาพบกลางดึก แต่เอตัดพ้อว่าเขาแค่อยากเจอหน้า เพราะโทร.หาตอนกลางวัน ปารมีก็บ่ายเบี่ยงทำเหมือนไม่อยากคุยด้วย แล้วเข้ามางอนง้อจูบมือเธอด้วยความรัก

เมย์ตกตะลึง ขยับตัวถอยออก แต่เท้าเหยียบกิ่งไม้ดังแกรก เอกับปารมีชะงักหันมองทางต้นเสียง ขณะที่บุญทันดึงเมย์หลบหลังพุ่มไม้ เอเดินมามองแต่ไม่พบใคร จึงบอกปารมีว่า กิ่งไม้คงตกลงมา

ปารมีได้โอกาสรีบขอตัว ส่วนเอแยกไปอีกทาง บุญทันเห็นว่าปลอดภัยแล้วจึงพาเมย์ออกมา หญิงสาวข้องใจถามบุญทันว่า พี่ชายของเธอกับปารมีรักกันตั้งแต่เมื่อไหร่ บุญทันส่ายหน้าเพราะเขาก็เพิ่งทราบพร้อมกับเธอ เมย์ซักอีกว่าบุญทันมาทำอะไรดึกๆดื่นๆ

“อ๋อ ผมนอนไม่หลับน่ะครับ ก็เลยจะไปหยิบหนังสืออ่านเล่นในรถ แล้วคุณเมย์ล่ะครับลงมาทำอะไรดึกๆ”

“ฉันก็นอนไม่หลับเหมือนกัน”

“คิดเรื่องของเราอยู่หรือครับ คุณคงรังเกียจที่ผมฐานะต่ำต้อยกว่า”

“เปล่า ฉันไม่ได้คิดเรื่องนั้น”

“ถ้าคุณเมย์ไม่ได้คิดเรื่องนั้น ทำไมถึงไม่ตอบแต่งงานกับผม”

“ฉันจะแต่งกับนายได้ยังไง ในเมื่อฉันไม่ได้รักนาย หรือนายจะบอกว่านายรักฉัน”

“ใช่ครับ ผมรักคุณ ผมไม่รู้ว่าผมเริ่มรักคุณตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ผมรู้ว่าทุกครั้งที่เห็นคุณร้องไห้ ผมอยากจะเป็นคนเช็ดน้ำตาให้คุณ” บุญทันสารภาพ

เมย์ยืนตะลึงใจเต้นแรง เมื่อตั้งสติได้ เธอตบหน้าชายหนุ่มพร้อมตวาดใส่ก่อนเดินเชิดออกไป “อย่ามาพูดจาภาษาน้ำเน่ากับฉัน ฉันไม่ชอบ”

บุญทันจับแก้มตัวเองพลางถอนใจคิดว่า เมย์คงไม่ชอบเขาจริงๆ

ส่วนเมย์เมื่อกลับมาถึงห้อง เธอก็นั่งอมยิ้มกับตัวเอง พลางรำพึงเบาๆ “บ้า...จะมารักเราได้ยังไง เราทั้งด่าทั้งตบตั้งหลายครั้ง สงสัยจะเจอคนบ้าแล้วเรา”

ooooooo

เช้าวันใหม่ ตาลนั่งทานอาหารอยู่กับพิพัฒน์ คุณปู่ย้ำกับเธอเรื่องจะโอนเงินให้ในวันนี้  และให้เธอบอกกับแม่ว่า ต้องเลิกเล่นพนันเด็ดขาด ตาลรีบรับปากและบอกเธอตั้งใจจะเอาเงินที่เหลือไปเปิดร้านชำให้แม่ที่เชียงใหม่ พิพัฒน์พยักหน้าพอใจ แล้วหันไปทักธาวินที่เดินเข้ามาในชุดสูท

ตาลแปลกใจทักว่าจะออกไปไหน ธาวินว่าไปทำงานเพราะไม่อยากอยู่เฉยๆ ตาลทำงอนที่เขาไม่ยอมบอกก่อน พิพัฒน์หัวเราะชอบใจบอกให้หนุ่มสาวเคลียร์กันเอง แล้วลุกออกไป

ธาวินบอกตาลว่า เขาจะบอกเธอตั้งแต่เมื่อคืนแต่ลืม ตาลขอตามไปทำงานด้วยเพราะเป็นห่วง แต่ธาวินไม่ยอมอ้างว่า มีปรารภอยู่ทั้งคน แล้วรีบขอตัว ตาลลุกขึ้นมาหอมแก้มชายหนุ่มบอกว่า เลิกงานแล้วให้รีบกลับบ้าน

“จ้ะ” ธาวินตอบรับแล้วเดินยิ้มออกไปหาบุญทันที่รถ

บุญทันทักเพื่อนรักว่าเป็นอะไร เดินยิ้มมาแต่เช้า ธาวินว่า คนมันอารมณ์ดี แล้วไล่บุญทันออกรถ

ooooooo

หน้าบริษัทวรารมย์ บุญทันเปิดประตูให้ธาวินก้าวลงมา ปรารภที่รออยู่รีบออกมาต้อนรับแล้วพาชายหนุ่มไปด้านใน ไม่ทันเห็นอเนกที่ยืนเครียดมองเหตุการณ์อยู่ห่างๆ

ธาวินถามปรารภถึงตำแหน่งที่เขาจะเข้ามาดูแล แต่เมื่อรู้ว่าเป็นตำแหน่งที่เอทำอยู่ก็ไม่สบายใจนัก ปรารภยืนกรานว่าเป็นคำสั่งของพิพัฒน์ ไม่มีใครคัดค้านได้

“คุณภูไม่ต้องกังวลครับ คุณเป็นทายาทเพียงคนเดียว วันหนึ่งบริษัทนี้ก็ต้องเป็นของคุณ” ปรารภให้กำลังใจ แล้วหันไปเรียกเลขาหน้าห้องมาแนะนำตัวกับธาวิน ก่อนจะพาชายหนุ่มเข้าไปดูห้องทำงาน

“คุณภูใช้ห้องนี้เป็นห้องทำงานนะครับ เดิมเป็นห้องของคุณภาคิน ถ้าคุณภูอยากจะตกแต่งหรือรีโนเวตใหม่ก็บอกนะครับ”

“ไม่ต้องหรอกครับ นี่ก็โอเคแล้ว”

“สำหรับเอกสารที่คุณภูควรจะรู้ก่อนในเบื้องต้น ผมเอาวางไว้ให้บนโต๊ะแล้ว มีข้อมูลบางส่วนอยู่ในคอมฯ คุณภูเรียกมาดูได้เลย” ปรารภจะเดินออก แต่ธาวินยังชวนคุยเรื่องลุงภาคินเพราะอยากรู้สาเหตุการตายที่แท้จริง ปรารภคาดว่าเป็นไปได้ทั้งฆ่าตัวตายและถูกฆาตกรรม

“ขอบคุณครับ ผมไม่รบกวนแล้ว เดี๋ยวผมจะอ่านเอกสารเลย”

“ครับ อ้อ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะให้เขาเรียกประชุมคณะกรรมการบริษัท เพื่อแนะนำคุณภูให้ทุกคนได้รู้จัก” ปรารภเดินออกไป สวนกับเลขาที่นำกาแฟเข้ามาให้

ธาวินเห็นปรารภเดินลับตาไปแล้ว จึงให้เลขาไปตามบุญทันขึ้นมาพบ ไม่นานนักบุญทันก็เข้ามาในห้อง สองหนุ่มช่วยกันอ่านเอกสารกองโตบนโต๊ะ เพื่อหาหลักฐานใช้ควานหาตัวฆาตกร

ooooooo

ตอนที่ 5

ปารมีเดินเข้ามาถามหาตาลกับต้นหอม แม่สาวใช้ว่ายังไม่เห็นลงมาทานข้าวเช้าเลย สงสัยจะไม่สบาย เพราะเมื่อคืนเห็นคุณภูบอกว่าเป็นลม

“งั้นเดี๋ยวฉันขึ้นไปดูหน่อยดีกว่า พอดีทำซุปมาให้คุณตาลเขาด้วย” ปารมีทำทีเป็นห่วงเป็นใย

ต้นหอมมองอย่างชื่นชมและอดเปรียบเทียบปารมีกับเมย์ไม่ได้

เวลาเดียวกัน ตาลบอกกับธาวินว่าในพั้นช์ที่ปารมีทำมาให้เธอกับเมย์ชิมน่าจะมียานอนหลับผสมอยู่ และต้องมีใครบางคนคิดไม่ดีกับเธอแน่ๆ ธาวินคล้อยตาม เสียงเคาะประตูดังขึ้น เสียงปารมีบอกว่าทำซุปมาให้

ชายหนุ่มเดินไปเปิดประตู ปารมีวางซุปลงบนโต๊ะพร้อมสารภาพว่า นภาแอบเอายานอนหลับใส่ในพั้นช์ที่เธอทำมาให้ตาลกับเมย์ชิม

“แล้วคุณป้าทำแบบนั้นเพื่ออะไรคะ”

“พี่ตาลจำได้ไหมคะ ที่ปาเคยบอกว่าคุณแม่เป็นโรคซึมเศร้าน่ะค่ะ คือ คุณแม่เลยนอนไม่ค่อยหลับ หมอก็เลยให้ยานอนหลับมาทาน บังเอิญแกเห็นปาทำพั้นช์ ก็เลยนึกสนุกแอบเอายาใส่ลงไป เพื่อให้ตัวเองกินจะได้หลับสนิท แต่ท่านคงไม่รู้ว่าปาจะเอามาให้พี่ตาลทานด้วย เพราะปกติปาก็ชอบผสมเครื่องดื่มแช่ไว้ทานกันเองในบ้าน”

“ที่แท้เป็นอย่างนี้นี่เอง เมื่อกี้ตาลเพิ่งคุยกับคุณภูอยู่เลยว่าสงสัยในพั้นช์จะมียานอนหลับ”

“ปาขอโทษด้วยนะคะพี่ตาล ปาเองก็จิบไปหน่อย หลับถึงเช้าเหมือนกัน นี่ก็เพิ่งตื่นค่ะ อ้อ ปาทำซุปไก่มาให้ พี่ตาลทานหน่อยนะคะจะได้สดชื่น” ปารมีหันไปตักซุปใส่ถ้วยส่งให้ตาล

ธาวินยังคลางแคลงใจ ซักปารมีว่าบุญทันได้กินพั้นช์ด้วยหรือเปล่า

“เปล่าค่ะ คนที่ทานมีแค่พี่ตาล ปา คุณแม่ แล้วก็ น้องเมย์ มีอะไรหรือคะ” ปารมีตีหน้าซื่อ

“นี่คุณปายังไม่รู้เรื่องน้องเมย์หรือคะ”

“ไม่ทราบเลยค่ะ เรื่องอะไรคะ”

ธาวินกับตาลสบตากันแปลกใจที่ปารมีไม่รู้เรื่อง

ooooooo

ธาวินเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ปารมีฟัง แม่จอมมารยาทำท่าตกใจว่าไม่น่าจะมีเรื่องแบบนี้ แล้วขอตัวไปดูแลคุณปู่ เพราะท่านคงเสียใจมาก

ตาลมองตามแล้วหันมาถามธาวินว่าปารมีจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ไหม ธาวินว่าคงไม่ เพราะเมื่อคืนก่อนที่เขาจะเจอตาล เห็นผู้ชายคนหนึ่งออกมาจากห้องบุญทัน แต่ไม่รู้ว่าเป็นใครเพราะมืดมาก

“หรือว่าผู้ชายคนนี้อุ้มตาลไปห้องบุญทัน แล้วน้องเมย์ล่ะคะ น้องเมย์ไปนอนอยู่ในห้องบุญทันได้ยังไง คุณภูบอกคุณปู่หรือยัง”

“เปล่า ตอนแรกผมยังไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น เลยไม่อยากให้คุณปู่รู้เรื่องตาล”

“นี่ อย่าบอกนะคะว่าตอนแรกคุณภูคิดว่าตาลไปนอนกับบุญทันจริงๆ คุณภูคิดว่าตาลเป็นคนเลวขนาดนั้นเลยหรือ”

“ผมขอโทษ แต่เป็นใคร ใครก็ต้องคิดเหมือนผมทั้งนั้น เจอเมียตัวเองนอนอยู่กับผู้ชายอื่น จะให้คิดยังไง”

“ถือว่าเป็นโชคของตาลนะคะเนี่ยที่เกิดเรื่องกับน้องเมย์ ไม่งั้นป่านนี้ตาลถูกคุณภูเฉดหัวออกจากบ้านแน่ๆ” ตาลทำงอนธาวินเข้ามาขอโทษและให้สัญญาว่าจะเชื่อใจเธอในทุกเรื่อง ตาลยิ้มเขินๆ แล้วนึกได้ถามว่า ใครเป็นคนสวมเสื้อผ้าให้เธอเมื่อคืน ธาวินอมยิ้มบอกว่าเขาเป็นคนทำเอง

“จริงหรือคะ คุณภูเนี่ยบ้าที่สุดเลย” ตาลเอามือทุบธาวินแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำไปอย่างอายๆ

“จะอายทำไม ทำยังกะเราไม่เคยเห็นไปได้” ธาวินหัวเราะร่วน

ส่วนตาลแอบบ่นกับตัวเองในห้องน้ำ “บ้าจริงๆเลย นี่มันเรื่องอะไรวะเนี่ย อยู่ๆก็ถูกจับแก้ผ้า ตาย...ตาย...ตาย... ไอ้ตาล เขาเห็นเราหมดเลย ฮึ่ย ใครวะที่ทำกับเราแบบนี้”

ooooooo

เมย์นั่งทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนอยู่ในห้อง เธอตอบตัวเองไม่ได้ว่าไปนอนห้องบุญทันได้อย่างไร และสุดท้ายเธอก็โยนความผิดไปให้บุญทัน เพราะเป็นคนที่น่าสงสัยที่สุด

ด้านบุญทัน เขาเดินเข้าในครัวเพื่อจะทานข้าว แต่ได้ยินคนงานจับกลุ่มเม้าท์เรื่องของเขากับเมย์จึงยืนยันกับทุกคนว่า เขากับคุณเมย์ไม่ได้มีอะไรกัน แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าคุณเมย์มานอนที่ห้องได้อย่างไร

เหล่าคนงานไม่มีใครยอมเชื่อ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าคุณเมย์น่าจะเป็นฝ่ายย่องเข้าหาบุญทันเพราะประวัติเธอแรงไม่เบา

“เอาล่ะ ทุกคน ฉันขอร้องล่ะนะ เลิกพูด เลิกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้กันได้แล้ว ถ้าคุณท่านหรือใครในบ้านมาได้ยินมันจะไม่ดี” บุญทันเดินเซ็งออกไป พลางนึกทบทวนเรื่องเมื่อคืน เพราะจำได้ว่าหลังจากทานข้าวเย็นแล้วเขาก็ตรงเข้านอนเลย แต่ในระหว่างที่ทานข้าวเย็นอยู่นั้น เอให้ต้นหอมมาตามบอกว่ารถสตาร์ตไม่ติดให้ไปช่วยดู

เมื่อบุญทันไปถึง มะยมสาวใช้ที่บ้านเอก็ออกมาบอกว่ารถสตาร์ตติดแล้ว และคุณเอก็ออกไปแล้ว เขาจึงเดินกลับมาทานข้าวต่อ สักพักก็รู้สึกง่วงจึงเข้าห้องนอน และมารู้สึกตัวอีกครั้งก็ตอนที่โดนเอชกหน้า และพบว่าเมย์มานอนอยู่ในห้องด้วย

ooooooo

เวลาเดียวกัน ปารมียืนเหม่อจิบกาแฟอยู่ในครัว เธอนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน เพราะหลังจากที่แอบเห็นธาวินเข้าไปช่วยตาลออกมา เธอจึงโทร.เรียกใครบางคนมาพาตัวเมย์ลงไปนอนกับบุญทันแทน

“เล่นกับใครไม่เล่นมาเล่นกับฉัน” ปารมียกกาแฟจิบพลางส่งยิ้มสะใจ แล้วเอก็เข้าประชิดตัวเพราะอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืนนี้กันแน่ ทำไมถึงกลายเป็นเมย์นอนอยู่กับบุญทันแทนที่จะเป็นตาลตามแผน

ปารมีตีหน้าซื่อบอกว่าไม่รู้เรื่องอะไรเลย แล้วใส่ไฟว่าบางทีเมย์อาจจะเป็นฝ่ายย่องไปหาบุญทันเองก็ได้ เอทำท่าจะค้าน แต่ได้ยินเสียงนภาเรียกหาปารมีดังเข้ามาเสียก่อน

ปารมีรีบขานรับแม่แล้วไล่ให้เอออกไป นภาเดินลงมาคุยกับลูก เพราะสงสัยว่าทำไมตัวเองถึงตื่นสาย

ปารมีว่า แม่คงดื่มพั้นช์ที่เธอผสมเข้าไปก็เลยเมา

“แต่แม่กินไปนิดเดียวเองนะ ไม่ถึงครึ่งแก้วด้วยซ้ำ ทำไมหลับได้ยาวขนาดนี้ยังกะกินยานอนหลับ” นภาบ่นเบาๆ แล้วซักต่อว่า ปารมีคุยกับใครเพราะได้ยินเสียงผู้ชาย ปารมีว่าเธอคุยโทรศัพท์กับเพื่อน

ooooooo

ธาวินกลับมาพบคุณหมออีกครั้ง เพราะหลังจากไปดินเนอร์กับตาลตามคำแนะนำของหมอแล้ว เขาก็ยังจำอะไรไม่ได้อยู่ดี แต่บางครั้งก็เห็นภาพใครบางคนแวบเข้ามา แต่ก็จำไม่ได้ว่าเกี่ยวข้องกับเขาอย่างไร

“ยังดีครับ แสดงว่าสมองส่วนความจำที่หายไปกำลังฟื้นตัว”

“หมายความว่าผมมีโอกาสกลับมาจำทุกอย่างได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ใช่ไหม แล้วเมื่อไหร่ล่ะครับ”

“เรื่องนี้หมอตอบไม่ได้ เพราะคนไข้บางคนก็ใช้เวลาปีหรือสองปี บางคนก็สามปี แต่มีบางคนอยู่ๆก็จำอะไรได้ขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ”

“จริงหรือครับ ผมนึกว่าต้องถูกตีซ้ำหรือว่าช็อตสมองซะอีก ถึงจะจำอะไรได้”

“นั่นมันในหนังครับ ถ้าเป็นเรื่องจริงหากถูกตีซ้ำ สมองมันจะยิ่งบอบช้ำ คือเรื่องแบบนี้ต้องใจเย็นครับ บทมันจะจำอะไรได้ขึ้นมามันก็ปิ๊งขึ้นมาครับ” หมอให้กำลังใจ แล้วบอกกับธาวินว่าเมื่ออาทิตย์ที่แล้วมีผู้ชายคนหนึ่งอ้างว่าเป็นเพื่อนกับภูบดีมาถามเรื่องอาการป่วยของเขา แต่หมอไม่ได้บอกอะไร เพราะปรารภสั่งไว้

“เพื่อน” ธาวินนิ่วหน้าแปลกใจ

ขณะที่ธาวินคุยอยู่กับหมอในห้อง ตาลก็แอบโทร.หาเจ๊อ้อยจึงได้รู้ว่า มีตำรวจไปตามหาเธอกับแม่ที่บ้าน ตาลร้อนใจกลัวความลับถูกเปิดเผย แล้วจังหวะนั่นเอง เธอก็หันไปเห็นธาวินเดินออกจากห้องจึงกดวางสายแล้วเข้าไปสอบถามอาการ

ธาวินบอกข่าวดีว่าอีกไม่นานเขาก็จะจำทุกอย่างได้ ตาลถึงกับหน้าเสีย แต่ชายหนุ่มไม่ทันสังเกต เขาชวนคนรักไปทานอาหาร และเมื่อมาถึงลานจอดรถ สารวัตรสมยศที่บังเอิญมาทำธุระที่โรงพยาบาลก็เข้ามาทัก

และพูดเป็นนัยๆถึงแม่ของตาลที่เธออ้างว่าทำงานอยู่ไต้หวัน ทำให้ตาลนึกหวั่น

ธาวินเห็นตาลสีหน้าไม่ดีนักจึงรีบพาเธอออกไป

“ให้ฉันได้หลักฐานมากกว่านี้ก่อนเถอะ ฉันจะกระชากหน้ากากเธอออกมา แม่น้ำตาลเชื่อม” สมยศมองตามตาลอย่างหมายมาด

ooooooo

ในร้านอาหาร ตาลนั่งเขี่ยอาหารในจานนึกถึงเรื่องสมยศอย่างกังวล ธาวินมองคนรักแล้วเปรยขึ้น

“ผมรู้สึกไม่ถูกชะตากับสารวัตรสมยศเลย ผมไม่ชอบสายตาที่เขามองตาล เหมือนเขาพยายามจะจับผิด”

“เอ่อ คงไม่มีอะไรหรอกค่ะ เขาเป็นตำรวจก็คงติดนิสัยชอบมองคนไปในทางที่ไม่ดีไว้ก่อน”

“แต่ตาลเป็นเมียผมนะ จะมีอะไรที่ไม่ดี เอาไว้คราวหน้าผมเจอเขา ผมจะบอกเขาเองว่าอย่ามาดูถูกตาลแบบนี้”

ตาลประทับใจในความรักที่ชายหนุ่มมีให้ จึงลองเอ่ยถาม “ถ้าสมมติวันหนึ่งคุณภูรู้ว่าตาลเคยทำเรื่องไม่ดีไว้ แบบไม่ดีมากๆ คุณภูจะโกรธหรือเกลียดตาลไหม”

“ไม่หรอก ผมจะโกรธหรือเกลียดตาลได้ยังไงขนาดผมเป็นเกย์ตาลยังไม่ทิ้งผมไป ฉะนั้นจะไม่มีอะไรมาทำให้ผมเปลี่ยนใจเลิกรักตาลได้หรอก”ธาวินยิ้มให้อย่างจริงใจ

ตาลฟังแล้วเศร้า ยิ่งรู้สึกแย่ที่หลอกลวงคนดีๆ อย่างเขา

ooooooo

สมยศยังเดินหน้าหาหลักฐานมาเปิดโปงตาลต่อไป วันหนึ่งปื๊ดสายของเขามาแจ้งข่าวดีว่าตามตัวเจ๊อ้อยพบแล้ว เธอทำงานอยู่ที่บ่อนเฮียเสก สมยศจึงชวนปื๊ดปลอมตัวเป็นนักพนันเข้าไปเพื่อจะหลอกพาเจ๊อ้อยออกมา แต่เจ๊อ้อยไหวทันจึงบอกให้เฮียเสกรู้ว่า สมยศเป็นตำรวจ

เฮียเสกพาลูกน้องพร้อมอาวุธครบมือเข้าล้อมกรอบสมยศกับปื๊ด ปื๊ดกลัวตายชวนลูกพี่ถอย สมยศทำกร่างบอกว่าตนเป็นตำรวจจะมาขอตัวเจ๊อ้อยออกไป

“แต่ผมไม่ให้ออกไป เพราะผมเป็นเจ้าของชีวิตเขา ถ้าคุณอยากให้เขาออกไปคุณก็เอาเงินมาไถ่ สิบล้าน มีรึเปล่าล่ะ” เฮียเสกเสียงเข้ม

สมยศเห็นเฮียเอาจริงก็เปลี่ยนท่าทีเป็นอ่อนลงขอร้องให้เฮียเสกยอมปล่อยเจ๊อ้อยไปกับเขา

“ก็บอกแล้วไงถ้าอยากได้ให้เอาเงินมาไถ่ เอาล่ะ คุณออกไปได้แล้ว ก่อนที่ลูกน้องผมมันจะคันมือคันเท้า” เฮียเสกให้สัญญาณ เหล่าลูกน้องเตรียมพร้อมจะกระทืบ

“ผมว่ารีบไปเถอะครับ” ปื๊ดสะกิด

สมยศจำใจขยับจะเดินออก แต่เฮียเสกยกมือขวาง “อ้อ เดี๋ยว แล้วผมก็หวังว่าคุณจะไม่เอาตำรวจมาถล่มบ่อนผมหรอกนะ เพราะนายผมชื่อเสี่ยเป็ด คุณคงรู้จักนะ”

สมยศปัดมือเสกที่ขวางออกแล้วเดินไป เจ๊อ้อยที่แอบดูอยู่ชะเง้อมองตามด้วยสงสัยว่า ตำรวจรู้ที่อยู่ของเธอได้อย่างไร

ooooooo

ตาลยังคิดไม่ตกว่าเธอเข้าไปนอนกับบุญทันในห้องได้อย่างไร จึงพยายามปะติดปะต่อเรื่องราว แล้วสรุปเอาเองว่าทั้งหมดเป็นแผนการของบุญทัน จึงเข้ามาปลุกธาวินที่นอนอยู่บนโซฟา

“คุณภูคะ ตาลรู้แล้วค่ะว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นแผนของไอ้บุญทัน ตาลว่าต้องเป็นฝีมือมันแน่ๆ เพราะมันเป็นเกย์ มันต้องการให้ตาลเลิกกับคุณ เพื่อเข้ามาเสียบคุณ แต่พอไม่สำเร็จก็เลยเปลี่ยนเป้าหมายไปที่น้องเมย์หวังจะเป็นหลานเขยคุณปู่แทน”

ธาวินมองหน้าตาลอย่างไม่แน่ใจ แล้วปฏิเสธว่า ไม่น่าเป็นไปได้

“คุณภูคะ ตาลจะสอนอะไรอย่างนะคะ อย่ามองคน ในแง่ดีเกินไป คุณภูจะถูกหลอกได้ง่ายๆ รู้ไหมคะว่าสมัยนี้คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจหรอกค่ะ เอ่อ ตาลหมายถึงนายบุญทันน่ะค่ะ ทั้งหน้าตาทั้งจิตใจเชื่อไม่ได้ แต่คุณภูไม่ต้องห่วงนะคะ เรื่องนี้ตาลจะจัดการเอง ตาลจะทำให้มันยอมสารภาพออกมาว่ามันอยู่เบื้องหลังเรื่องชั่วๆนี้ให้ได้”

“แต่ผมว่าตาลอยู่เฉยๆดีกว่า ผมไม่อยากให้ใครรู้เรื่องที่ตาลไปนอนอยู่ในห้องบุญทัน เพราะเราไม่มีหลักฐานอะไรที่จะไปเอาผิดเขา และถ้าหากว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ฝีมือบุญทัน ตาลจะเป็นฝ่ายเสียหาย เอาอย่างนี้ ผมจะสืบเรื่องบุญทันเอง ส่วนตาล ต่อไปนี้จะไปไหนทำอะไร ตาลต้องระวังตัวให้มากกว่าเดิม เพราะบางทีการมาที่นี่ของเรา สองคนอาจทำให้ใครไม่พอใจก็ได้”

“ถ้าอย่างงั้นคุณภูก็ต้องระวังตัวเหมือนกันนะคะ” ตาลลืมตัวจับมือธาวินด้วยความเป็นห่วง

ธาวินพยักหน้าพลางสบตา ตาลกลัวจะเคลิ้มรีบดึงมือออกแล้ววิ่งกลับไปนอนคลุมโปง

ธาวินมองตามพลางถอนใจ เขานึกถึงหน้าบุญทันขึ้นมา แล้วจู่ภาพบุญทันยืนโบกมือทักทายอยู่หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่งและเรียกเขาว่า วิน ก็แวบเข้ามา

ชายหนุ่มสะดุ้งรู้สึกเหมือนเคยเห็นบุญทันมาก่อน แต่ไม่รู้ว่าที่ไหน

ooooooo

มะยมมาเคาะประตูเรียกเมย์ลงไปทานข้าว แต่สาวเจ้าปฏิเสธ เธอจึงรายงานต่อว่า คุณอเนกสั่งให้มาตามเพราะมีธุระจะคุยด้วย เมย์รับคำอย่างเซ็งๆ ยอมเดินตามสาวใช้ลงไป

ที่โต๊ะอาหาร อเนกเรียกให้เมย์ทานอาหารเช้าด้วยกัน เพราะมะยมบอกว่าเธอไม่ยอมทานอะไรมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว เมย์จำใจนั่งลงหยิบขนมปังมาทาเนย แต่ยังไม่ทันได้เข้าปาก อเนกก็พูดถึงเรื่องพิพัฒน์จะให้เมย์แต่งงานกับบุญทัน

เมย์ปฏิเสธเสียงแข็งเพราะมั่นใจว่าต้องมีคนจัดฉากแกล้งเธอแน่ๆ แต่อเนกไม่เชื่อ ยืนกรานจะให้ลูกทำตามคำสั่งคุณปู่

เอเดินลงมาได้ยินรีบเสริมว่านั่นเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว เพราะถ้าเกิดเมย์ท้องขึ้นมาเด็กจะได้มีพ่อ

“พี่เอ นี่เมย์เป็นน้องพี่เอนะ ทำไมพี่เอพูดจาดูถูกเมย์แบบนี้”

“ฉันดูถูกดีกว่าดูผิดก็แล้วกัน หน็อย ตอนที่คุณปู่จะให้แต่งงานกับไอ้ภูบดีทำเป็นเล่นตัว ฉันนึกว่าแกจะหาผู้ชายได้เลอเลิศแค่ไหน สุดท้ายก็ใฝ่ต่ำไปคว้าคนขับรถ”

“พี่เอ” เมย์จะเถียง

อเนกรีบตัดบท “เอาล่ะ พอ พอ พอได้แล้ว ตอนนี้จะพูดอะไรก็ไม่มีประโยชน์ แกรู้ไว้ก็แล้วกันยายเมย์ ว่าคุณปู่เขายกแกให้บุญทันแล้ว”

เมย์อึ้งมองหน้าพ่อกับพี่ชาย เห็นเอยิ้มเยาะก็ยิ่งแค้นจึงลุกออกไป

อเนกมองตามแล้วหันมาบ่นกับเอว่า ไม่อยากเชื่อเลยว่าเมย์จะกล้าทำเรื่องแบบนี้ เอได้ทีใส่ไฟว่าเมย์ใฝ่ต่ำ โบราณถึงว่ามีลูกสาวเหมือนมีส้วมอยู่หน้าบ้าน อเนกได้แต่ถอนใจนึกโทษตัวเองที่เลี้ยงลูกไม่ดี

ooooooo

เมย์เดินมาทุบประตูเรียกบุญทันอยู่หน้าห้อง ชายหนุ่มที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จรีบหยิบอุปกรณ์แปลงโฉมมาตกแต่งใบหน้าให้เป็นบุญทันคนเดิมมิใช่ภูบดีทายาทพันล้าน แล้วเดินมาเปิดประตูให้ แต่ไม่ทันได้เอ่ยทัก ก็ถูกเมย์ด่าหนึ่งชุดใหญ่ ก่อนจะเข้าเรื่องถามบุญทันว่าตกลงเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เป็นฝีมือเขาที่ต้องการแกล้งเธอใช่ไหม

บุญทันกลัวคนอื่นมาเห็นและเมย์จะเสียหายอีก จึงขอให้เธอเข้ามาคุยในห้อง เมย์ยอมเดินเข้าไปแต่ปากก็ยังต่อว่าเขาไม่หยุด

บุญทันยืนยันว่าเขาไม่ได้ทำอะไรเมย์ และไม่รู้ จริงๆว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะหลับไม่รู้เรื่อง เมย์โกรธมากหาว่าบุญทันปัดความรับผิดชอบ เธอหยิบหมอนฟาดใส่ บุญทันร้องลั่นบอกว่ายินดีแต่งงานกับเมย์เพื่อรับผิดชอบ แต่ถ้าเธอไม่เต็มใจเขาก็ไม่บังคับ

“ใช่สิ ตอนนี้ใครๆก็มาลงที่ฉัน ฉันมันเลว ฉันมันแย่ ฉันมันไม่เอาไหน สมใจนายแล้วใช่ไหมที่ทำให้ฉันต้องอายคน ไอ้คนเลว” เมย์ทุบบุญทันระบายความอัดอั้นตันใจ

“โอ๊ย คุณเมย์ ผมเจ็บนะครับ” บุญทันดึงมือเมย์ไว้

แม่จอมวีนร้องไห้โฮ บุญทันสงสารดึงเธอเข้ามา กอดปลอบ “ผมรู้นะครับว่าคุณเสียใจ ผมเองก็เสียใจเหมือนกันที่มันเกิดเรื่องแบบนี้ แต่ผมไม่รู้จริงๆว่ามันเกิดอะไรขึ้น ถ้าคุณไม่รังเกียจก็แต่งงานกับผมเถอะนะครับ อย่างน้อยมันก็อาจจะช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้น”

เมย์ชะงักถอยออกมามองหน้าบุญทัน “ไม่...ฉันไม่แต่งกับนาย ฉันเกลียดนาย” แล้วเธอก็ผลักบุญทันหงายไป ก่อนเดินหนี

บุญทันได้แต่มองตามถอนใจไม่รู้จะทำอย่างไรดี

ooooooo

เมย์เดินออกมาหน้าห้อง เห็นมะยมกับต้นหอมยืนแอบฟังด้วยความอยากรู้ก็ยิ่งหงุดหงิดใจ เธอรีบเดินหนีมาที่สวน แต่ก็ต้องอารมณ์เสียหนักขึ้น เพราะปารมีดักรอเย้ยว่าถ้าแต่งงานกับบุญทันแล้วคงต้องย้ายลงมาอยู่ที่บ้านพักคนงาน

เมย์ไม่อยากมีเรื่องจะเดินหนี แต่ปารมีกลับใส่อีกชุด “น้องเมย์นี่ร้ายนะคะ เห็นทำเชิดๆเริดๆที่แท้ก็ล็อกคอคนขับรถซะเลย”

เมย์สุดทนหันมาตบปารมีหน้าหัน แล้วตามไปกระชากผมมาตบซ้ำด้วยความแค้นใจ ปารมีหวีดร้องเพราะเห็นธาวินกับตาลออกมาเดินเล่น ทั้งสองเข้ามาช่วยแยกเมย์ออกไป

ปารมีบีบน้ำตาเรียกคะแนนสงสาร เมย์ฉุนจัดจะเข้าไปตบปารมีอีก แต่พิพัฒน์ลงมาพอดี เขาเรียกทุกคนเข้าไปในห้องรับแขกเพื่อสอบสวน

ooooooo

อเนกกับนภาเข้ามารับฟังเรื่องราวด้วย ขณะที่เมย์ถูกพิพัฒน์ตำหนิที่ก่อเรื่องไม่หยุด สาวเจ้าเถียงว่าเป็นเพราะปารมีหาเรื่องก่อน แต่ปารมีรีบออกตัวว่า เธอแค่ถามน้องดีๆ ว่าจะแต่งงานเมื่อไหร่ เมย์หันขวับจะเอาเรื่องปารมีที่โกหก พิพัฒน์ร้องห้าม และสั่งให้เมย์ขอโทษปารมี แต่เมย์ไม่ยอม

อเนกกลัวพิพัฒน์จะโกรธจึงบังคับให้ลูกขอโทษปารมี แต่เมย์ก็ยังไม่ยอมอยู่ดี ปารมีสวมบทนางเอกบอกว่าไม่เป็นไร

“ไม่ได้ ครั้งนี้ฉันจะไม่ยอมให้แกทำอะไรตาม อำเภอใจอีกแล้ว ถ้าแกไม่ขอโทษยายปา แกก็ออกไปจากบ้านฉัน หรือว่าแกอยากเห็นปู่ตรอมใจตายเพราะแก” พิพัฒน์ยื่นคำขาด

อเนกชักกลัว กระซิบบอกเมย์ให้ยอมทำตามที่คุณปู่สั่ง เมย์จำใจขอโทษปารมี แล้วลุกเดินออกไป

พิพัฒน์ส่ายหน้าอย่างระอาพลางเตือนอเนกให้อบรบลูกบ้าง นภาเสริมว่าเมย์ช่างไร้มารยาท อเนกไม่พอใจขอตามไปคุยกับเมย์ พิพัฒน์พยักหน้ารับ

“เฮ้อ เป็นไงเจ้าภู หนูตาล บ้านนี้มันวุ่นวายไหม” พิพัฒน์มองมาทางธาวินกับตาลที่นั่งอึ้ง

ทั้งสองออกความเห็นว่า ปกติเมย์เป็นคนน่ารัก ไม่น่าเป็นคนขี้โมโหแบบนี้ และน่าสงสารปารมีที่ต้องมาเจ็บตัว

“ยายปามันเป็นคนเรียบร้อย ไม่กล้าสู้คน โดยเฉพาะกับยัยเมย์มันกลัวหงอเลยล่ะ” พิพัฒน์ถอนใจ

ooooooo

อเนกตามมาต่อว่าเมย์ที่สร้างเรื่องไม่หยุด เมย์อธิบายว่าปารมีเป็นฝ่ายหาเรื่องเธอก่อน แต่อเนกไม่เชื่อ สองพ่อลูกมีปากเสียงกัน แล้วอเนกก็พลั้งมือตบหน้าเมย์ ก่อนจะเดินหนีไป

แม่จอมเหวี่ยงทรุดลงร้องไห้ด้วยความเสียใจ บุญทันที่แอบดูอยู่เข้ามายื่นผ้าเช็ดหน้าให้ แต่กลับโดนตวาด เขาได้แต่ยืนเซ็ง ไม่รู้จะช่วยเธอได้อย่างไร

เวลาเดียวกัน นภาพาปารมีกลับมาทำแผลที่บ้าน เธอต่อว่าลูกสาวที่ไม่ยอมสู้เมย์บ้าง ปารมีส่งยิ้มสะใจบอกกับแม่ว่า แค่นี้เล็กน้อย เพราะตอนนี้ใครๆก็เห็นแล้ว ว่าเมย์เป็นคนเลวและสำส่อน

“ใช่ นังเด็กนี่มันเหลือขอจริงๆ วันๆดีแต่สร้างเรื่อง นี่ดีนะที่มันไม่ได้แต่งงานกับภูบดี ไม่งั้นล่ะก็มันต้องไล่เราสองแม่ลูกออกจากบ้านนี้แน่”

“แม่ไม่ต้องกลัวหรอกค่ะ ถึงยังไงหนูก็ไม่มีวันยอมให้ใครมาไล่เราเหมือนหมูเหมือนหมาหรอก” ปารมีมั่นใจ เสียงมือถือดังขึ้น ปารมีลอบมองเห็นเบอร์เอโชว์หน้าจอจึงเดินเลี่ยงออกไปคุยข้างนอก เพราะไม่อยากให้นภาได้ยิน

เอโทร.มานัดให้ปารมีออกไปพบที่โรงแรม แต่ปารมีปฏิเสธว่าวันนี้ไม่ว่างไว้พรุ่งนี้ แล้วกดวางสายทันที

นภาเดินตามออกมาถามว่าใครโทร.มา ทำไมต้องเดินออกมารับข้างนอกด้วย ปารมีโกหกว่าเพื่อนโทร.มาชวนไปดูหนัง นภาพยักหน้ารับแล้วถามต่อเรื่องเอว่ายังมาป้วนเปี้ยนจีบปารมีอยู่หรือเปล่า ปารมีรีบปฏิเสธบอกว่าแม่ไม่ให้คบกับเอ เธอก็ไม่คบเพราะไม่อยากเห็นแม่เสียใจ

“แม่โชคดีนะที่มีลูกสาวน่ารักอย่างปา ถ้าเกิดมีลูกอย่างนังเมย์แม่คงอกแตกตายวันล่ะหลายสิบรอบ” นภายิ้มพอใจ

ooooooo

ธาวินพยายามคิดถึงภาพที่แวบมาให้เห็น หวังจะจำเรื่องราวของตัวเองได้ แล้วจู่ๆหน้าของบุญทันก็ลอยเข้ามาพร้อมกับคำพูดของพิพัฒน์ที่ว่า บุญทันเป็นลูกผู้ชาย เขากล้ารับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นจึงจะซื้อใจด้วยการให้แต่งงานกับเมย์

“บุญทัน” ธาวินพึมพำแล้วเดินออกมามองบุญทันที่กวาดใบไม้อยู่หน้าบ้านอย่างวิเคราะห์

พ่อหนุ่มผิวเข้มตัดสินใจเดินเข้าไปเรียก และถามเขาว่า ตั้งแต่เกิดเรื่องได้คุยกับเมย์หรือยัง

“ครับ แต่คุณเมย์เธอไม่ยอมแต่ง” บุญทันตอบแล้วจะเดินไปทำงานต่อ แต่ธาวินเรียกไว้เพราะภาพตอนภูบดียกมือยิ้มทักอยู่หน้าร้านอาหารแวบเข้ามา

ธาวินชะงักนึกจะถามบุญทันว่าเคยรู้จักกันมาก่อนหรือเปล่า แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ เป็นฝ่ายเดินหนีไปเสียเอง บุญทันมองตามอย่างเซ็งๆ แล้วบ่นกับตัวเอง

“เฮ้อ ไอ้วินก็สมองเสื่อม เราก็ดันซวยมาเจอเรื่องบ้าอะไรไม่รู้”

ooooooo

สายวันต่อมา ปารมีแอบมาพบกับเอที่โรงแรมตามนัด เอดีใจเตรียมเข้าคลุกวงใน แต่ปารมีปฏิเสธอ้างว่าไม่ค่อยสบาย เอถอยมาตั้งหลักบ่นว่าเสียดายที่แผนการผิดพลาด และไม่รู้ว่าใครมาช่วยตาลออกไป

ปารมีส่ายหน้าไม่ยอมรับรู้อะไรทั้งนั้น เธอแสร้งทำเป็นโกรธที่โดนเมย์ทำร้าย เอรีบเอาใจรับปากว่าจะกลับไปจัดการกับน้องสาวตัวดีให้ แล้วขยับเข้ามานัวเนีย

“ก็บอกแล้วไงคะว่าไม่สบาย ปากลับก่อนล่ะ อ้อ แล้วอย่าลืมคิดหาทางจัดการไอ้ภูบดีกับเมียด้วยล่ะ” ปารมี ดันตัวเอออกไป แล้วเปิดประตูเดินออกไปหน้าตาเฉย ปล่อยให้เอนั่งเซ็ง

“นึกว่าฉันง่ายล่ะสิ ถ้าฉันไม่ให้ก็อย่าหวัง” ปารมีแอบยิ้มเยาะ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เธอเห็นเบอร์สมยศขึ้นหน้าจอจึงกดรับ สมยศนัดให้ปารมีไปพบที่โรงแรมอ้างว่ามีข่าวดีเรื่องตาลจะบอก ปารมีดีใจรีบออกไปพบ

ครู่ต่อมา ปารมีก็เข้ามาอยู่กับสมยศในห้อง เขาบอกเล่าเรื่องเจ๊อ้อยที่บ่อนเฮียเสกให้เธอฟัง พร้อมกับข้อมูลในแฟ้มคดีเก่าๆ ที่ระบุว่า เจ๊อ้อยเคยถูกจับข้อหามอมยารูดทรัพย์มาแล้ว ส่วนตาลยังไม่มีประวัติแค่คาดว่าคงอยู่แก๊งเดียวกับแม่ แต่ไม่เคยถูกจับ

“นี่มันเป็นพวกสิบแปดมงกุฎเลยนะเนี่ย เอ๊ะ แล้วเมื่อกี้คุณบอกว่าแม่มันติดหนี้บ่อนสิบล้านใช่ไหม”

“ใช่ ไอ้คนคุมบ่อนมันบอกว่าถ้าอยากได้ตัวนางเจ๊อ้อยให้เอาเงินสิบล้านไปไถ่”

“งั้นก็เป็นไปได้ว่านังตาลมันอาจจะคิดปอกลอกไอ้ภูบดี เอาอย่างนี้ พรุ่งนี้คุณเข้าไปหาคุณปู่ บอกให้คุณปู่รู้ว่าคุณไปสืบเจออะไรมา แฉมันให้หมดเลยนะ รับรองนังตาลต้องถูกเฉดหัวออกจากบ้านแน่”

“ได้ แล้วจะไม่ให้รางวัลผมหน่อยหรือ” สมยศมองจ้องปารมีแววตากรุ้มกริ่ม

ปารมีทำเอียงอายเดินเข้ามาหาสมยศอย่างรู้กัน

ooooooo

ตาลเข้าครัวทำเค้กกล้วยหอม ต้นหอมขอเป็นลูกมือ ตาลวานเธอไปหากล้วยหอมมาเพิ่ม แต่ในระหว่างที่รอต้นหอมกลับมา ตาลรู้สึกเหมือนมีคนแอบมองอยู่

ธาวินโผเข้ากอด ชวนไปว่ายน้ำที่สระด้วยกัน แต่ตาลปฏิเสธเพราะอยากทำเค้กให้ทุกคนลองชิม ธาวินยอมตามใจเดินออกไป

ขณะที่ตาลเพลินอยู่กับการทำเค้ก ธาวินที่ลงไปว่ายน้ำ เขาเริ่มจำเรื่องราวของตัวเองได้ ภาพตอนที่ภูบดีมาพบที่ร้านอาหารเพื่อปรึกษาเรื่องจะกลับมาหาตัวฆาตกรที่เมืองไทยผุดขึ้นมา ตามด้วยเหตุการณ์ตอนธาวินคิดแผนให้ภูบดีปลอมเป็นบุญทันคนขับรถ ส่วนเขาจะปลอมเป็นภูบดี

“ไอ้ภู...ใช่ บุญทันคือภูบดี ในที่สุดเราก็จำได้ เราคือธาวิน” ธาวินหัวเราะอย่างดีใจ

เวลาเดียวกันนั้น ตาลนำขนมเค้กที่เพิ่งทำเสร็จไปให้พิพัฒน์กับปรารภชิม ทั้งสองชมว่าอร่อยมาก และแนะนำให้เปิดร้าน ตาลดีใจมากบอกว่ามันคือความฝันของเธอ

พิพัฒน์ชอบใจขอออกทุนให้ ตาลกราบขอบคุณและจะใช้ชื่อร้านว่าพีพี เพราะมาจากพิพัฒน์ แต่ปรารภว่าให้ใช้ชื่อพีทีจะดีกว่า เพราะได้ทั้งพิพัฒน์ ภูบดี และตาล

“โอเคเลยค่ะ ตาลจองชื่อนี้เลย งั้นเดี๋ยวตาลเอาไปให้คุณภูชิมก่อนนะคะ” ตาลถือถาดเค้กออกไป

พิพัฒน์มองตามแล้วหันมาชมกับปรารภว่า ตาลน่ารัก เหมาะสมกับเจ้าภู ไม่เหมือนเมย์ที่สร้างแต่เรื่องปวดหัว ปรารภเห็นใจเพราะรู้เรื่องเมย์กับบุญทันแล้ว

ooooooo

ตาลนำขนมเค้กมาให้ธาวินลองชิม เขาส่งยิ้มแปลกๆ บอกว่า ผมจำคุณได้แล้ว ตาลถึงกับหน้าเสีย ธาวินเย้าว่า เธอเป็นเมียเขาไม่ใช่หรือ แล้วจ้องหน้าอย่างจับผิด ตาลเอะใจกลัวชายหนุ่มจะจำเรื่องราวได้จึงรีบเปลี่ยนเรื่องชวนให้ชิมเค้กฝีมือเธอ

ธาวินเดินเข้าหาตาลท่าทางเอาเรื่อง ตาลใจคอไม่ดี แต่แล้วเขาก็ยิ้มให้แล้วบอกว่า โชคดีที่มีเมียสวยน่ารักขนาดนี้

“คุณภูเนี่ย ตาลตกใจหมดเลย นึกว่าคุณภูจำอะไรได้แล้วซะอีก” ตาลหลุดออกมา แล้วรีบส่งเค้กให้

ธาวินรับเค้กไปกิน แต่สายตายังจับจ้องอยู่ที่ตาล จนเธอเริ่มรู้สึกแปลกๆ ธาวินกลัวไก่ตื่นจึงทำแกล้งตัดพ้อ “ผมบอกตามตรงนะ ผมไม่เชื่อ บางครั้งผมอดคิดไม่ได้ว่าตาลหลอกผมรึเปล่า คุณเป็นเมียผม แต่ไม่เคยแสดงอะไรให้ผมมั่นใจเลยว่าตาลรักผม เพราะตาลไม่เคยแม้แต่จะหอมแก้มหรือว่ากอดผม”

“คุณภูต้องเห็นใจตาลนะคะ ตาลยังทำใจให้ยอมรับไม่ได้”

“งั้นก็แสดงว่าตาลไม่ได้รักผมจริง มันคงไม่มีประโยชน์อะไรที่เราจะมาฝืนอยู่ด้วยกัน” ธาวินทำงอน

ตาลตะลึงแล้วตัดสินใจจุ๊บที่แก้มชายหนุ่ม แต่เขายังทำเฉยชา พลางต่อรองว่าต้องที่ปากด้วย ตาลจำใจทำตามเพื่อให้เขาเชื่อใจเธอ

ธาวินได้โอกาสดึงตาลเข้าไปกอดและทำท่าจะจูบเธอบ้าง ตาลรีบดันตัวไว้บอกว่า เดี๋ยวใครมาเห็น แล้วทั้งสองก็สะดุดล้มลงไปที่เตียง ธาวินค่อยๆเคลื่อนหน้าเข้ามาจะจูบ แต่เสียงมือถือตาลดังขัดจังหวะเสียก่อน แม่สาวสะดุ้งรีบผลักธาวินออกแล้วลุกไปรับโทรศัพท์

“ยายตัวแสบ คิดสวมรอยเป็นเมียฉันหรือ คอยดู ฉันจะเล่นงานเธอให้หมดตัวเลย” ธาวินส่งยิ้มร้าย

ตาลหามุมสงบกดรับสายเจ๊อ้อย เธอได้ยินแม่บอกว่ามีตำรวจไปตามหาที่บ่อน แต่โชคดีที่อยู่กับเฮียเสกจึงรอดตัวไป ตาลซักถึงรูปพรรณสัณฐานของตำรวจคนนั้น ก็พอจะเดาได้ว่าน่าจะเป็นสารวัตรสมยศ เธอร้อนใจกลัวความลับถูกเปิดเผย แล้วจู่ๆก็รู้สึกเหมือนมีคนแอบมองอยู่ จึงกดวางสายแล้วหันกลับมา เมื่อไม่พบใคร ก็รีบยกมือท่วมหัว

“สาธุ ถ้าหนูทำอะไรไปไม่ดี ยกโทษให้หนูด้วยนะคะ สาธุ” แล้วแม่สาวก็เดินออกไป โดยมีสายตาใครบางคนมองตามไปจนลับตา

ooooooo

ตอนที่ 4

ตาลออกมานั่งฝันหวานถึงเงินสิบห้าล้านที่จะได้จากพิพัฒน์ ธาวินเดินตามมา แต่เห็นสาวเจ้านั่งเหม่อจึงเขามาลักหอมแก้ม ตาลสะดุ้งตื่นจากภวังค์ ต่อว่าชายหนุ่มที่ชอบขโมยหอมอยู่เรื่อย

“ผมไม่ได้ขโมยนะ ก็ตาลเป็นเมียผม” ธาวินทำท่าจะหอมซ้ำ ตาลร้องห้ามบอกว่าเขาเป็นเกย์ไม่ได้ชอบผู้หญิง แต่ธาวินไม่ฟังจะหอมแก้มให้ได้ ตาลเบี่ยงตัวหลบอ้างว่าขอเวลาทำใจ

“โอเคจ้ะ ผมขอโทษ ตาลยังไม่บอกผมเลยว่าเหม่อคิดอะไรอยู่”

“อ๋อ ตาลคิดถึงแม่น่ะค่ะ แม่คงดีใจที่รู้ว่าตาลจะแต่งงาน”

“พอตาลได้เงินค่าสินสอดจากคุณปู่ไปใช้หนี้

คุณแม่ของตาลก็จะไม่ลำบากแล้ว สัญญากับผมนะถ้าตาลมีเรื่องอะไรเดือดร้อน ตาลต้องบอกให้ผมรู้เป็นคนแรก” ธาวินจับมือเธอขึ้นมาพลางสบตา “ก่อนหน้านี้ผมอาจเคยทำร้ายความรู้สึกตาล แต่ผมให้สัญญาว่า จากนี้ไป ผมจะรักและดูแลตาลให้ดีที่สุด”

ตาลฟังแล้วอึ้งเริ่มหวั่นไหวไปกับธาวิน ใกล้ๆกันนั้น บุญทันแอบมองทั้งคู่อยู่ เขาบอกกับตัวเองว่าต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับธาวิน

จังหวะนั้นเอง เมย์เดินออกมาเห็นบุญทันกำลังชะเง้อมองธาวินกับตาล จึงเข้าไปต่อว่า บุญทันลืมตัวดึงเมย์มาจูบเพื่อให้เธอหยุดพูด เมย์โกรธมากตบหน้าบุญทันฉาดใหญ่

“แกกล้าดีมากนะ ที่ทำแบบนี้กับฉัน ฉันจะบอกคุณปู่ให้ไล่แกออก” เมย์เดินออกไป

“เอ่อ เดี๋ยวครับคุณเมย์...ไม่น่าเลยเรา” บุญทันนึกโกรธตัวเอง

ooooooo

ปารมีเข้ามาอ้อนทำคะแนนกับพิพัฒน์บนตึกใหญ่ เธอบอกกับคุณปู่เรื่องอาการป่วยของแม่ หวังเรียกคะแนนสงสาร

แล้วเมย์เดินหน้าบึ้งเข้ามาฟ้องคุณปู่ให้ไล่บุญทันออก พิพัฒน์ถามถึงเหตุผล แต่เมย์อึกอักไม่กล้าบอกความจริง เธออ้างว่าไม่ชอบหน้าบุญทัน

“เฮอะ แกนี่ชักจะเอาแต่ใจใหญ่แล้วนะ ไม่ชอบหน้าใครก็จะให้ปู่ไล่ออก แกโตแล้วนะไม่ใช่เด็กๆ หัดเอาอย่าง ยัยปาเขาซิ เขาไม่เคยทำอะไรให้ปู่ต้องหนักใจหรือปวดหัวเหมือนแก” พิพัฒน์ส่ายหน้าระอา

เมย์หันมามองหน้าปารมี เห็นเธอส่งยิ้มหยันจึงว่าประชด “ก็ใช่สิคะ เมย์เลียแข้งเลียขาคนไม่เป็นนี่” แล้วแม่จอมเหวี่ยงก็เดินเชิดออกไป

พิพัฒน์ถอนใจเฮือกหันมาบอกปารมีว่าอย่าไปถือสาน้อง

“ไม่หรอกค่ะคุณปู ปารู้ตัวว่าปากับแม่เป็นแค่คนมาอาศัย ไม่เหมือนน้องเมย์ที่เขาเป็นญาติคุณปู่ เขาจะว่าปากับแม่ยังไงก็ได้”

“แกก็คิดมากเหมือนแม่แกอีกคนแล้วยายปา ปู่ไม่เคยคิดว่าแกกับแม่เป็นคนอื่นคนไกล ยังไงปู่ก็รักแกเหมือนลูกเหมือนหลาน”

“ขอบคุณนะคะคุณปู่ คุณปู่มีพระคุณกับปาและแม่มากค่ะ” ปารมีก้มลงกราบ

พิพัฒน์ถอนใจอีกรอบ แล้ววานให้ปารมีไปตามบุญทันมาพบ ครั้นออกมาถึงหน้าบ้าน ปารมีพบบุญทันกำลังเจรจาอยู่กับเมย์ แต่ดูท่าทางเมย์โกรธมาก เธอสะบัดหน้าเดินเชิดออกไป ปารมีชักสงสัยจึงเข้าไปบอกบุญทันว่า คุณปู่เรียกหาแล้วเอ่ยถามว่า เกิดอะไรขึ้น แต่บุญทันว่าไม่มีอะไรแล้ว ขอตัว

“แต่ฉันว่าแกสองคนเหมือนมีอะไรกันนะ” ปารมี มองตาม

ooooooo

บุญทันเข้าไปพบพิพัฒน์ในห้องทำงาน ได้ยินท่านเอ่ยว่า ต้องขอโทษแทนเมย์ที่เอาแต่ใจจนเคยตัวบุญทันหน้าเสียรีบออกตัวว่า เป็นเพราะตนพูดไม่ดีกับเมย์ก่อน

พิพัฒน์ส่ายหน้าบ่นต่อ ตอนแรกท่านตั้งใจจะให้เมย์แต่งงานกับภูบดีหลานชาย เพราะถ้ามีครอบครัว เมย์อาจมีความคิดเป็นผู้ใหญ่กับเขาบ้าง แต่เสียดายที่หลานชายดันมีเมียแล้ว

บุญทันอมยิ้มแล้วแกล้งเปรยว่า ถ้าไม่ใช่ภูบดี คุณเมย์จะเหมาะสมกับใคร พิพัฒน์ตอบทันควันว่า ถ้าท่านไม่จับเมย์แต่งงานก็คงไม่มีใครกล้ามาขอเป็นเมียแน่

“เออ มัวแต่พูดเรื่องยายเมย์เกือบลืมเรื่องสำคัญ เดือนหน้าหลังจากที่ภูบดีแต่งงาน เขาจะเข้าไปทำงานที่บริษัท ฉันจะให้แกขับรถให้เขา ส่วนฉันเดี๋ยวให้ไอ้แย้มมัน หาคนมาใหม่ แล้วปืนที่ให้ไปยังอยู่ดีใช่ไหม” พิพัฒน์เข้าเรื่อง

บุญทันพยักหน้ารับ พิพัฒน์ย้ำให้เขาเอาปืนติดตัวไว้ เพราะไม่แน่ใจว่าการกลับมาของภูบดีจะทำให้ใครไม่พอใจบ้าง แล้วท่านก็รำพึงถึงภาคินลูกชายที่ตายอย่างไม่มีสาเหตุ แถมหลังภาคินตายไปแล้ว สมยศก็มาแจ้งกับพิพัฒน์ว่า ผลการชันสูตรศพพบว่ามียาเสพติดในเลือด ตำรวจจึงสันนิษฐานว่าภาคินคงใช้ยาเสพติดก่อนที่จะโดดตึกเพื่อฆ่าตัวตาย

“ฉันฝากให้แกดูแลภูบดีด้วยนะ” พิพัฒน์หันมากำชับ

“ครับท่าน”บุญทันรับคำหนักแน่น เขาแอบน้ำตาคลอตื้นตันในความรักที่ปู่มีให้ และให้สัญญากับตัวเองว่าจะต้องหาตัวฆาตกรที่ฆ่าลุงภาคินมาให้ได้

ooooooo

หลังจากให้ลูกน้องไปสืบเรื่องตาลได้ไม่นาน สมยศก็หาบ้านตาลพบ เขาตามไปสมทบกับลูกน้องที่บ้านของตาล และบุกเข้าค้นในบ้าน แต่ไม่พบใครจึงออกมาสอบถามชาวบ้านแถวนั้นก็พอได้เค้าว่า สองแม่ลูกหายไปสองอาทิตย์กว่าแล้ว และเป็นไปได้ว่าทั้งคู่จะเป็นนักต้มตุ๋น

สมยศนำข้อมูลที่ได้ไปบอกกับปารมีและขอเงินค่าเหนื่อยเพิ่มอีกสองหมื่น ปารมียอมจ่ายและเร่งให้สมยศรีบหาหลักฐานมาแฉตาล สมยศอ้อนจะชวนปารมีไปหาความสุขกันต่อ แต่เธออ้างว่าต้องรีบกลับเพราะแม่ไม่สบาย แล้วรีบขอตัว

จังหวะนั้นเอง เอเข้าไปซื้อกาแฟในร้าน เขาเหลือบเห็นปารมีคุยอยู่กับสมยศก็หึง จึงตามไปต่อว่า ปารมีตีหน้าซื่ออ้างว่า แวะมาซื้อกาแฟให้คุณปู่ แต่บังเอิญเจอสารวัตรสมยศเลยหยุดคุยด้วย

เอยอมเชื่อตามนั้น เขาชวนปารมีไปหาที่เงียบๆคุยกัน แต่ปารมีว่าต้องเอาเค้กกลับไปให้คุณปู่ทาน แล้วเดินเลี่ยงออกไป เอมองตามอย่างเสียดาย ส่วนปารมีทำหน้าชิงชังบอกกับตัวเอง

“ผู้ชายมีแต่พวกเอาแต่ได้ เอาไว้ให้ถึงวันที่ฉันได้ทุกอย่างก่อนเถอะ ฉันจะเอาคืนพวกแกให้สาสม”

ooooooo

เช้าวันใหม่พิพัฒน์บอกกับตาลและธาวินว่าให้ไปลองชุดแต่งงาน ปารมีช่วยติดต่อร้านเวดดิ้งไว้ให้แล้ว ธาวินรับคำ พิพัฒน์คุยถึงเรื่องฮันนีมูน ธาวินว่าที่ไหนก็ได้ แล้วหันมาถามตาล ว่าจะไปไหนดี

“ตาลไปไหนก็ได้ค่ะที่มีคุณภูไปด้วย” ตาลทำฉอเลาะใส่

“แหม แกนี่โชคดีนะเจ้าภูที่ได้เมียน่ารักอย่างหนูตาล” พิพัฒน์หัวเราะชอบใจ

ตาลนึกขึ้นได้แสร้งตีหน้าซื่อถามพิพัฒน์เรื่องเงินค่าสินสอดว่าจะได้เมื่อไหร่ เพราะเธอไม่ค่อยรู้เรื่องธรรม– เนียมไทยจึงศึกษาไว้

“ปกติตามธรรมเนียมก็ต้องให้วันแต่งน่ะแหละ แล้วหนูบอกแม่รึยังว่าจะเอาเงินไปใช้หนี้ให้”

“บอกแล้วค่ะคุณปู่ แม่ดีใจใหญ่เลย แม่ฝากกราบขอบพระคุณคุณปู่ด้วย”

“หวังว่าวันแต่งคงจะได้เจอแม่หนูนะ”

“ค่ะ แม่บอกว่าจะมาแน่ค่ะ คุณปู่เติมกาแฟหน่อยไหมคะ” ตาลส่งยิ้มใสซื่อ...พิพัฒน์อมยิ้มถูกใจหลานสะใภ้ยิ่งนัก

ในตอนสาย ธาวินกับตาลออกไปลองชุดแต่งงานตามคำสั่งของคุณปู่โดยมีบุญทันเป็นคนขับรถพาไป บุญทันแอบสังเกตอาการเพื่อนรักอยู่ห่างๆ แต่ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าอะไรทำให้เขาเปลี่ยนไป

สักพักปรารภก็ตามมา เขาสั่งให้บุญทันกลับไปก่อน เขาจะพาภูบดีไปหาหมอ แล้วพาไปส่งบ้านเอง บุญทันเอะใจอาสาขับรถไปให้ แต่ปรารภไม่ยอม ทำให้บุญทันยิ่งสงสัยจึงแอบตามไป

เวลาต่อมา ปรารภ ธาวิน และตาลมาพบหมอระบบประสาทตามนัด เพื่อหาวิธีฟื้นความทรงจำของธาวิน บุญทันเห็นป้ายที่หน้าห้องหมอก็สงสัยว่า ปรารภกับตาลจะร่วมมือกันล้างสมองธาวิน

ส่วนธาวินที่คุยอยู่กับหมอในห้อง เขาได้รับคำแนะนำว่า ให้ลองกระตุ้นความทรงจำด้วยการให้ตาลพาชายหนุ่มออกเดทอีกครั้ง เพื่อความประทับใจในอดีตจะทำให้ความจำของเขากลับคืนมา

ตาลอึกอักเพราะยังคิดไม่ออกว่าจะพาชายหนุ่มไปเดทที่ไหน

หลังจากทั้งสามออกจากห้องหมอมาแล้ว บุญทันก็สวมรอยเข้าไปคุยกับหมอ อยากรู้ความจริงว่าเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนรัก แต่หมอไม่ยอมบอกเพราะปรารภขอร้องไว้อย่าบอกใครเรื่องเจ้านายของเขาความจำเสื่อม บุญทันผิดหวัง แต่เขายังไม่ละความพยายาม

ooooooo

ในตอนค่ำ บุญทันแอบตามธาวินกับตาลไปเดทที่ร้านอาหารฝรั่งในโรงแรมหรู เขาได้ยินทั้งสองคุยกันเรื่องธาวินความจำเสื่อม

“ไอ้วินความจำเสื่อมงั้นหรือ” บุญทันอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน และต้องสะดุ้งเมื่อเห็นเมย์เดินเข้ามาทักทายตาลกับธาวิน เพราะเธอบังเอิญนัดเพื่อนมาทานที่ร้านนี้เหมือนกัน

ตาลชวนเมย์นั่งด้วยกัน แต่เมย์ไม่อยากเป็นก้างขวางคอจึงขอตัวไปนั่งรอเพื่อนที่โต๊ะ บุญทันรีบยกเมนูบังหน้า แล้วหาโอกาสหลบออกไป แต่บังเอิญเมย์หันไปเห็นพอดี เธอวิ่งตามมาเรียกบุญทัน แต่เขาหายไปในความมืดเสียแล้ว

ส่วนธาวินที่ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขานั่งจิบไวน์อย่างอารมณ์ดีพลางมองตาลอย่างเคลิบเคลิ้ม ตาลชักเขินชวนให้ชายหนุ่มทานอาหาร

“แปลกนะทำไมผมจำได้แค่ภาพที่อยากจูบตาล ทำไมจำภาพอื่นๆ ไม่ได้เลย”

“ก็คุณภูเจ้าชู้นี่คะ เจอตาลครั้งแรกก็อยากจะปล้ำตาลซะแล้ว คุณน่ะผู้ชายชีกอ”

“ผมขอถามอะไรอย่างได้ไหม ถ้าผมจำอะไรในอดีตไม่ได้เลย ตาลจะยังรักผมอยู่ใช่ไหม”

“รักสิคะ ก็ตาลเป็นเมียคุณภูนะคะ ตาลจะไม่รักคุณภูได้ไง”

“ขอบคุณมากนะตาล ผมอยากให้ตาลรู้นะถึงผมจะจำไม่ได้ว่าผมรักตาลตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ผมจะรักตาลตลอดไป” ธาวินจับมือตาลขึ้นจูบ ตาลซาบซึ้งชักอินไปด้วย

ooooooo

บุญทันกลับห้องพักด้วยอาการคิดไม่ตก เพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมจู่ๆ ธาวินถึงความจำเสื่อม แล้วผู้หญิงชื่อตาลเป็นใคร เธอมาเกี่ยวข้องอะไรด้วย

ส่วนตาลที่กลายเป็นผู้ต้องสงสัย เธอประคองธาวินที่เมาไวน์เข้ามาในห้อง ระหว่างนั้นได้ยินชายหนุ่มบอกรักไม่หยุด และทำท่าจะจูบ

“ไม่ได้ค่ะ” ตาลรีบผละออกมา

“ทำไมอ่ะ ตาลไม่รักผมหรือ ผมว่าผมไม่ได้เป็นเกย์แล้วล่ะนะ ให้ผมจุ๊บทีนึง” ธาวินทำปากจู๋

“ไม่ค่ะ ตาลจะไปอาบน้ำ” ตาลผลักธาวินล้มลงไปนอนบนเตียง แล้วหนีเข้าห้องน้ำไป

“ผมอยากให้คนทั้งโลกรู้ว่าผมรักตาล ผม...รัก...ตาล...” ธาวินพึมพำแล้วหลับไป

ตาลแอบยิ้มนึกถึงที่ธาวินพูด แล้วรีบเตือนตัวเอง “ไม่ได้นะ นี่มันเรื่องโกหก เราไม่ได้เป็นอะไรกับเขาห้ามอิน”

ครั้นอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว ตาลก็เข้ามาปลุกให้ธาวินไปอาบน้ำบ้าง แต่เขากลับรวบตัวเธอลงไปนอน ตาลโวยวายพลางดิ้นหนี แต่ธาวินกลับยิ่งรัดแน่นไม่ยอมปล่อย

ตาลหมดปัญญาหยุดดิ้น ธาวินก็หยุดรัด แต่เมื่อเธอจะลุกหนี เขาก็ดึงกลับไปกอดใหม่

“โอ๊ย...อะไรกันเนี่ย ฉันไม่ใช่หมอนข้างนะ... ปล่อย...” ตาลจะเล่นงานธาวิน แต่เห็นเขายังหลับไม่รู้เรื่อง ก็ถอนใจจำนอนอยู่ในอ้อมกอด แล้วหลับไปในที่สุด

ooooooo

แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามา ธาวินลืมตาตื่นขึ้นเห็นตาลยังคงหลับอยู่ในอ้อมกอด เขาอมยิ้มแล้วก้มลงหอมแก้มเธอเบาๆ ตาลงัวเงียตื่นขึ้นมาเห็นธาวินส่งยิ้มให้ก็รีบผละออกมา แต่เขากลับดึงไว้ไม่ยอมปล่อย เธอจึงกัดแขนเขาเป็นการเอาคืน พลางต่อว่าที่หลอกกอดเธอทั้งคืน

“ถ้าผมไม่แกล้งก็ไม่ได้นอนกอดตาลสิ” ธาวินยื่นหน้าเข้ามาใกล้อย่างทะเล้น

“คุณเนี่ยเจ้าเล่ห์ที่สุดเลย” ตาลส่งค้อนให้ก่อนเดินหนีเข้าห้องน้ำไป...ธาวินหัวเราะไล่หลังอย่างอารมณ์ดี

เวลาเดียวกัน พิพัฒน์เรียกอเนกมาพบ และแจ้งว่าจะให้ภูบดีเข้าไปดูแลโครงการโรงแรมที่หัวหินในต้นปีหน้า และหลังจากเสร็จเรื่องแต่งงานแล้ว จะให้หลานชายเข้าไปทำงานที่บริษัทโดยเริ่มจากฝ่ายบริหารที่เอดูแลอยู่ แล้วให้เอย้ายไปอยู่ฝ่ายการตลาดแทน อเนกอึดอัดใจขยับจะค้าน แต่พิพัฒน์ชิงพูดขึ้นก่อน

“ฉันรู้ว่าแกจะพูดอะไร แต่วันหนึ่งข้างหน้าภูบดีจะต้องเป็นคนดูแลบริษัทในเครือของฉันทั้งหมดและฉันก็หวังว่าแกกับลูกชายจะเป็นที่ปรึกษาที่ดีให้กับเจ้าภู”

“ครับ” อเนกลอบถอนใจอย่างอึดอัด แล้วขอตัวกลับไปแจ้งข่าวกับลูกชาย

ooooooo

เอโวยลั่นไม่ยอมเป็นลูกน้องภูบดี แต่อเนกว่าไม่มีใครขัดคำสั่งคุณปู่ได้ เพราะท่านเป็นเจ้าของบริษัท เอค้านว่า เขากับพ่อมีส่วนในการสร้างให้มันเจริญมาถึงทุกวันนี้

“เรื่องนั้นพ่อรู้ แต่แกอย่าลืมว่าพ่อเป็นแค่ลูกบุญธรรมของคุณปู่ เปรียบไปแล้วก็เหมือนเป็นแค่ลูกจ้างคนหนึ่ง เราไม่มีสิทธิ์อะไรในบริษัทนี้”

“ไม่ ผมไม่ยอม ผมจะไปพูดกับคุณปู่เอง ผมไม่เชื่อหรอกว่าน้ำหน้าอย่างไอ้ภูบดีมันจะบริหารงานที่นี่ได้”

“เชื่อพ่อ ไม่มีประโยชน์หรอก คุณปู่รอทายาทคนนี้มานานถึงวันนี้ท่านไม่ฟังใครหรอก นอกจากภูบดี” อเนกเอาน้ำเย็นเข้าลูบ แต่เอไม่รับฟัง เขาเดินหัวเสียออกไป

ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา เอก็มานั่งปรับทุกข์อยู่กับปารมีในห้องพักของโรงแรม เพราะเขาไม่มีวันยอมให้ภูบดีมาชุบมือเปิบแน่ๆ ปารมีได้โอกาสรีบใส่ไฟหวังหลอกใช้เอกำจัดภูบดีกับตาล เอส่งยิ้มร้ายยอมทำตามคำแนะนำของปารมี

คืนต่อมา ปารมีทำพั้นช์มาให้ตาลที่นั่งเล่นอยู่ในสวนชิม เธออ้างว่าจะเตรียมไว้เลี้ยงแขกของคุณปู่และบังเอิญว่าเมย์นั่งคุยอยู่กับตาลด้วย ตาลจึงชวนให้ลองชิมด้วยกัน เมย์ชิมอย่างจำใจ แล้วติว่าไม่อร่อยก่อนจะขอตัวกลับบ้าน เพราะไม่ชอบหน้าปารมี

ปารมีทำจ๋อยหันมาขอความเห็นใจจากตาล

“คุณปาอย่าไปโกรธคุณเมย์เลยนะคะ สงสัยมันจะขมคุณเมย์คงไม่ชอบ”

“ไม่โกรธหรอกค่ะพี่ตาล น้องเมย์เขาก็เป็นแบบนี้แหละ อะไรที่ปาทำให้ เขาไม่เคยบอกว่าดีหรอกค่ะ ว่าแต่พี่ตาลเถอะเติมอีกหน่อยไหมคะ เดี๋ยวปาไปเติมให้”

“ไม่ต้องหรอกค่ะ แค่นี้ก็พอแล้ว”

“แล้วพี่ภูล่ะคะ ปาอยากให้พี่ภูได้ชิมด้วย”

“คุณภูอยู่บนห้องค่ะ”

“งั้นพี่ตาลรอเดี๋ยวนะคะ ปาฝากไปให้พี่ภูช่วยชิมด้วย” ปารมีเดินออกไป

ตาลยกพั้นช์ดื่มจนหมดแก้ว สักพักรู้สึกง่วง เธอจะเดินกลับไปนอน แต่ไม่ทันได้ขยับขาก็ร่วงลงไปกองกับพื้น เช่นเดียวกับเมย์ที่หลับไม่รู้เรื่องอยู่ในห้องนอน

ooooooo

ด้านธาวินนั่งรอตาลอยู่ในห้อง แต่ไม่เห็นเธอกลับมาเสียทีจึงลงมาถามหากับต้นหอม แม่สาวใช้ว่าเธอเห็นคุณตาลเดินเล่นอยู่ในสวนเมื่อตอนหัวค่ำ ธาวินออกไปดูแต่ไม่พบจึงโทร.ตาม เขาได้ยินเสียงมือถือของตาลดังมาจากในสวนจึงมองหาต้นเสียง

ก็พบมันหล่นอยู่ที่พื้น

“ทำไมโทรศัพท์ตาลมาหล่นอยู่นี่” ธาวินหยิบมือถือขึ้นมารู้สึกใจคอไม่ดีนัก เขาเดินหาตาลต่อไป จนใกล้จะถึงบ้านพักบุญทันก็เห็นเงาของใครบางคนออกมาจากบ้านพัก แล้วเดินหายไปในความมืด

“ใคร” ธาวินพึมพำกับตัวเองแล้วเดินเข้าไปที่หน้าบ้าน เห็นประตูปิดไม่สนิทจึงเปิดเข้าไปก็ต้องตะลึง เพราะที่เห็นคือตาลกับบุญทันนอนหลับไม่ได้ใส่เสื้อผ้าอยู่ในผ้าห่มเดียวกัน

ธาวินยืนอึ้งด้วยความเจ็บปวด เขาหันหลังจะเดินออก แต่แล้วก็ฉุกคิดได้จึงกลับเข้าไปเขย่าตัวเรียกตาลให้ตื่น แต่เธอกลับหลับไม่รู้เรื่อง ธาวินเปลี่ยนเป้าหมายไปเรียกบุญทัน แต่ก็หลับไม่รู้เรื่องเช่นกัน

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น” ธาวินมองซ้ายขวาแล้วหยิบเสื้อผ้ามาใส่ให้ตาลก่อนพากลับไปที่ตึกใหญ่

หลังจากธาวินพาตาลออกไป ใครบางคนก็พาเมย์ที่นอนหลับไม่รู้เรื่องเข้ามาแทนที่ตาล

ส่วนธาวิน ขณะอุ้มตาลเข้ามาในตึก ต้นหอมออกมาเห็นก็ตกใจร้องถามว่า คุณตาลเป็นอะไร ธาวินว่าแค่เป็นลมแล้วรีบพาเมียรักเข้าห้องไป ต้นหอมได้แต่มองตามอย่างเป็นห่วง

ธาวินอุ้มตาลเข้ามาวางบนเตียงพลางเขย่าตัวเรียก เธองึมงำอย่างไม่มีสติ ทำให้ชายหนุ่มงุนงง ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

ooooooo

เช้าวันใหม่ ต้นหอมเดินมาบอกป้านวลแม่ครัวประจำบ้านว่าให้เอาอาหารขึ้นไปเสิร์ฟได้เลยเพราะคุณท่านจะไปธุระแต่เช้า แล้วกวาดตามองหาบุญทัน ลุงแย้มรู้ทันไล่ให้ต้นหอมไปดูบุญทันที่บ้านพัก

“เอ็งไปดูซิ มันไม่สบายรึเปล่า ปกติป่านนี้มันต้องมาขอกาแฟกินแล้ว”

“จ้ะ” ต้นหอมเดินหน้าบานออกไป

ครั้นมาถึงบ้านพัก แม่สาวใช้ก็เคาะประตูเรียกบุญทัน แต่ไม่มีเสียงตอบรับ เธอจึงเปิดประตูเข้าไปดูแล้วก็ตะลึง เพราะเห็นเมย์ไม่ได้ใส่เสื้อผ้านอนกอดก่ายอยู่กับบุญทัน จึงวิ่งหน้าตาตื่นไปตามป้านวลกับลุงแย้มมาดู สองผู้เฒ่าปรึกษากันแล้วลงมติว่าคงต้องเรียนให้คุณท่านทราบ

เวลาเดียวกันนั้น ธาวินลงมาทานอาหารกับคุณปู่ จึงได้รับรู้เรื่องที่เกิดขึ้นด้วย พิพัฒน์โกรธมาก ชวนธาวินไปที่บ้านพักบุญทันด้วยกัน

ปารมีแอบดูอยู่ลอบยิ้มสะใจ และสะกิดให้เอที่ซุ่มอยู่ข้างๆออกไปดูเหตุการณ์ ส่วนเธอจะทำเป็นไม่รู้เรื่องอยู่ในบ้าน เอพยักหน้าเดินตามพิพัฒน์ไป ปารมีแสยะยิ้มบอกว่าคราวนี้เมย์ได้มีผัวสมใจแน่

พิพัฒน์กับธาวินเดินตามเหล่าคนใช้เข้าไปในบ้านพักของบุญทัน พบเมย์นอนอยู่กับบุญทัน ท่านโกรธมากตวาดว่านี่มันเรื่องอะไรกัน

“ต้นหอมก็ไม่ทราบค่ะ พอดีต้นหอมมาเรียกพี่บุญทัน แต่แกไม่ตื่นต้นหอมก็เลยเปิดประตูเข้ามาก็เจอภาพอย่างที่เห็นนี่แหละค่ะ” สาวใช้รายงานเสียงสั่น

เมย์งัวเงียรู้สึกตัวตื่นอย่างมึนงง เธอเห็นพิพัฒน์ ธาวิน ต้นหอม ลุงแย้ม ป้านวลยืนอยู่ในห้องก็ร้องถามว่ามาทำอะไรกันในห้องเธอ แต่ทุกคนไม่มีคำตอบ แม่จอมวีนกะพริบตาอย่างงงมองไปรอบๆ

“นี่มันไม่ใช่ห้องเมย์นี่” เมย์ร้องเสียงหลง แล้วหันไปข้างตัวเห็นบุญทันนอนอยู่ด้วยก็ตกตะลึง

“ฉันไม่คิดเลยว่าแกจะกล้าทำแบบนี้” พิพัฒน์มองหลานรักด้วยความผิดหวัง

“ไม่ใช่นะคะคุณปู่ เมย์ไม่รู้เรื่อง”

“แกใส่เสื้อผ้าแล้วไปคุยกับฉันบนตึก ปลุกไอ้บุญทันด้วย” พิพัฒน์หันเดินออกมีลุงแย้ม ป้านวล ต้นหอมเดินตาม ขณะที่ธาวินมองทั้งสองอย่างงุนงงสงสัยกับสิ่งที่เกิดขึ้น

ooooooo

พิพัฒน์เดินออกมาหน้าบ้านก็เจอเอเดินเข้ามา เขาทำเหมือนไม่รู้เรื่องถามปู่ว่าเกิดอะไรขึ้น พิพัฒน์จึงไล่ให้เอเข้าไปคุยกับเมย์ข้างใน เอเป็นงงเดินเข้าไป เห็นเมย์อยู่ในห้องกับบุญทันไม่ใช่ตาลก็ตกใจ

“ยายเมย์...นี่แก...ไอ้บุญทันมึง” เอเข้าไปกระชากตัวบุญทันขึ้นมาแล้วต่อยโครมด้วยความโกรธ

“อย่าครับพี่เอ” ธาวินเข้ามาดึง

บุญทันลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างงุนงง เขาร้องถามว่าเกิดอะไรขึ้น คุณเอมาต่อยเขาทำไม

“เรื่องอะไรงั้นหรือ” เอสะบัดหลุดต่อยโครมเข้าที่หน้าบุญทันอีกครั้ง แล้วตามไปซ้ำอีก แต่ธาวินดึงไว้ บุญทันเป็นงงมองไปรอบๆ ตัวเห็นเมย์นั่งอยู่ข้างๆ

“คุณเมย์ นี่มันอะไรกันครับ”

“ฉันสิต้องถามนายว่ามันเรื่องอะไรกัน”

“ยายเมย์ ฉัน ไม่คิดเลยนะว่าแกจะใฝ่ต่ำอย่างนี้”

“ไม่ใช่นะพี่เอ เมย์ไม่รู้เรื่องจริงๆ”

“ไม่รู้เรื่องงั้นหรือ ไม่รู้เรื่องแล้วแกมานอนแก้ผ้าอยู่กับผู้ชายได้ยังไง”

“ผมว่าต้องมีการเข้าใจผิดกันนะครับ”

“ใช่ค่ะ เมย์ว่าต้องมีการเข้าใจผิดกันแน่ๆ”

เออ้ำอึ้งรู้อยู่แก่ใจว่าบุญทันถูกมอมยา แต่ไม่เข้าใจว่าเมย์มานอนกับบุญทันได้ไง

“พี่ว่าเราอย่ามาพูดอะไรกันตรงนี้เลย เมย์กับบุญทันแต่งตัวซะแล้วไปคุยกับคุณปู่ ไปครับ พี่เอ” ธาวินจัดบท ดึงเอออกไปด้วยกัน

เมย์มองตามพี่ชายน้ำตาไหลทั้งเสียใจและอับอาย ก่อนหันมาตบหน้าบุญทันเพราะเข้าใจว่าเขาทำลายเธอ บุญทันนั่งงงร้องถามตัวเองว่า นี่มันเรื่องบ้าอะไร

ooooooo

อเนกถูกตามตัวมารับฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้น เขาแทบช็อกไม่เชื่อว่าลูกสาวจะใฝ่ต่ำลงไปนอนกับคนขับรถ แต่พิพัฒน์ยืนยันว่าเห็นมากับตาตัวเอง

ธาวินขอร้องให้คุณปู่ฟังความจริงจากเมย์และบุญทันก่อน เพราะดูท่าทั้งสองตกใจแล้วก็งงๆกับเรื่องที่เกิดขึ้นมาก

“มันต้องตกใจแล้วก็งงแน่ ที่อยู่ๆ มีคนไปเห็นมันสองคนทำเรื่องอัปรีย์” เอหันไปทางบุญทัน

“แต่ผมมั่นใจว่าผมไม่ได้ทำอะไรคุณเมย์นะครับ”

“ถ้าแกไม่ทำอะไรลูกสาวฉัน แล้วลูกสาวฉันไปนอนอยู่ในห้องแกได้ยังไง”

“ผมก็ไม่ทราบครับ เมื่อคืนผมรู้สึกว่าตัวเองง่วงนอนผิดปกติก็เลยนอนแต่หัวค่ำ จากนั้นก็หลับสนิท มาตื่นอีกทีก็ตอนที่คุณเอต่อยผม”

“แต่ฉันไม่เชื่อว่าแกจะไม่ทำอะไรน้องชั้น”

“ผมก็ไม่รู้จะเอาหลักฐานอะไรมายืนยันให้ทุกคน

เชื่อ แต่ถ้าถามผม ผมสาบานได้ว่าผมไม่ได้ทำอะไรคุณเมย์จริงๆ”

“เมย์มั่นใจค่ะว่าเมย์กับนายบุญทันไม่ได้มีอะไรกัน” เมย์ช่วยยืนยัน

“ถ้าไม่มีอะไรกัน แล้วแกสองคนไปนอนอยู่ด้วยกันได้ยังไง” พิพัฒน์ตวาด

“เมย์ไม่รู้จริงๆนะคะ เมื่อคืนเมย์กลับเข้าบ้านเมย์ก็ขึ้นนอนเลย”

“นี่แกจะบอกว่ามีคนอุ้มแกไปหาไอ้บุญทันงั้นหรือ”

“ใช่ค่ะ เมย์ว่าต้องมีใครแกล้งเมย์”

“ใครจะแกล้งแก ฉันว่าแกน่ะแหละเป็นฝ่ายให้ท่ามัน”

“ทำไมพี่เอพูดแบบนี้”

“นั่นสิครับ ผมว่าคุณเอไม่ควรพูดดูถูกคุณเมย์แบบนี้นะครับ”

“แกเองก็เหมือนกัน อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่าแกอยากยกฐานะตัวเองขึ้นเป็นหลานเขยคุณปู่”

“เอาล่ะ เจ้าเอ ปู่ว่าพอได้แล้ว”

“ใช่ พ่อว่าพอได้แล้ว ตอนนี้เรื่องมันก็เกิดขึ้นแล้ว เราควรจะมาช่วยกันคิดดีกว่าว่าจะเอายังไงต่อไป”

“เอาอย่างนี้แล้วกันครับ ผมจะขอรับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้น ผมจะแต่งงานกับคุณเมย์ เพื่อไม่ให้คนดูถูกหรือนินทาคุณเมย์เธอได้”

“นี่ บุญทัน ฉันว่าแกเข้าใจอะไรผิดแล้วนะ น้ำหน้าอย่างแกน่ะหรือ จะมีปัญญาเลี้ยงลูกสาวฉัน”

“ใช่ แกไปส่องกระจกดูเงาตัวเองซะก่อนว่าแกเป็นใครแล้วยายเมย์เป็นใคร”

“ถึงผมจะเป็นแค่คนขับรถ แต่ผมก็มีความรู้มีการศึกษาในระดับหนึ่ง ผมคิดว่าผมคงไม่ปล่อยให้คุณเมย์อดอยากหรอกครับ”

“แต่ฉันไม่แต่ง เพราะฉันกับนาย เราไม่มีอะไรกัน เพราะฉะนั้นนายไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ” เมย์เดินออกไป

เอเสนอว่าให้ส่งบุญทันกับตำรวจเพื่อเอาผิด พิพัฒน์ส่ายหน้าถามว่าแค่นี้ยังอายไม่พอหรือ

“ผมเห็นด้วยกับคุณปู่ เราไม่ควรแจ้งตำรวจหรอกครับ เกิดหนังสือพิมพ์เอาไปลงข่าว มันจะยุ่งนะครับ” ธาวินขู่

อเนกยอมคล้อยตาม แต่เอยืนกรานว่าบุญทันต้องรับผิดชอบ พิพัฒน์จึงหันมาถามบุญทัน

“ที่แกบอกว่าแกจะรับผิดชอบด้วยการแต่งงานกับยายเมย์ แกแน่ใจหรือว่าแกจะดูแลยายเมย์ได้ แต่ฉันบอกก่อนนะว่าแกอย่ามาหวังว่าฉันจะให้สมบัติยายเมย์ฉันจะไม่ให้เงินมันแม้แต่บาทเดียว”

“ผมก็ไม่ได้หวังอะไรจากคุณเมย์ครับ ผมแค่อยากรับผิดชอบเพื่อไม่ให้เธอเสียหายไปมากกว่านี้”

“ตกลง ฉันยกยายเมย์ให้แก” พิพัฒน์สรุป

“ขอบคุณครับท่าน” บุญทันก้มลงกราบท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน

ooooooo

เมื่อออกมาจากบ้านพิพัฒน์แล้ว เอก็เอ่ยถามพ่อว่าทำไมถึงไม่ค้านคุณปู่เรื่องบุญทัน เพราะรับไม่ได้ที่น้องสาวจะแต่งงานกับคนขับรถ อเนกถอนใจตอบกลับว่า ที่บุญทันมันยอมรับผิดชอบเมย์ก็ถือว่าโชคดีแล้ว เพราะเมย์เป็นคนเข้าไปหาถึงห้อง

“ผมไม่เข้าใจเลยจริงๆว่ามันเกิดอะไรขึ้น มันไม่น่าจะเป็นยายเมย์” เอหลุดปากพูดออกมา แต่พอเห็นสายตาอเนกก็รีบกลับลำ “คือผมหมายถึงว่าผมไม่อยากเชื่อว่ายายเมย์มันจะกล้าทำเรื่องต่ำๆแบบนี้”

“อาจเป็นเพราะพ่อที่เลี้ยงลูกไม่ดี” อเนกเดินคอตกออกไป

“มันผิดแผนไปได้ยังไงวะ” เอบ่นพึมพำ

ส่วนธาวินเมื่อเสร็จเรื่องเมย์กับบุญทันแล้ว ก็รีบขึ้นไปดูตาลที่ยังนอนหลับสนิท เขาทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน แต่ยังหาคำตอบไม่ได้

ตาลเริ่มรู้สึกตัว เธอเห็นธาวินยืนหน้าเครียดมองอยู่ก็ตกใจ

“ตื่นแล้วหรือ ดื่มน้ำซะหน่อย” ธาวินเทน้ำส่งให้

“ทำไมรู้คะว่าตาลคอแห้ง” ตาลดื่มน้ำอึกใหญ่ แล้วชะงัก นึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน “เอ๊ะ แล้วตาลขึ้นมานอนบนห้องได้ยังไง ตาลจำได้ว่าเมื่อคืนตาลอยู่ในสวนแล้วก็ง่วงมาก อยู่ๆก็เหมือนหลับวูบไป คุณภูไปเจอตาลหลับอยู่ในสวนหรือคะ”

“ไม่ใช่ ผมเจอตาลนอนอยู่ในห้องบุญทัน ตาลหลับอยู่กับบุญทัน” ธาวินเน้น

“ตาลหลับอยู่กับบุญทัน คนขับรถคุณปู่น่ะหรือคะ แล้วทำไมตาลถึงไปหลับอยู่ที่นั่นล่ะคะ”

“ผมต่างหากที่ต้องถามตาลว่าทำไมตาลถึงไปนอนอยู่กับเขาโดยไม่ใส่อะไรเลย”

“อะไรนะคะ คุณภูบอกว่าตาลไม่ได้ใส่เสื้อผ้านอนอยู่กับเขา หมะ...หมาย...หมายความว่าตาลถูกข่มขืนหรือคะ” ตาลน้ำตาคลอ ตกใจสุดขีด

“นี่ตาลไม่รู้เลยหรือว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง”

“ไม่รู้ค่ะ ตาลจำได้แค่ว่าตาลง่วงแล้วตาลก็หลับไปในสวน...ไอ้บุญทัน ตาลจะไปฆ่ามัน” ตาลลุกจากเตียง แต่ธาวินรวบตัวกอดไว้

“ใจเย็นตาล...ผมคิดว่าบุญทันคงจะไม่ได้ทำอะไรตาลหรอก”

“แต่คุณภูบอกว่าตาลนอนอยู่กับมัน”

“นั้นคือภาพที่ผมเข้าไปเจอ แต่บุญทันก็หลับเป็นตายเหมือนกัน”

“แล้วสรุปมันคืออะไร ทำไมตาลไปนอนที่นั่นแถมไม่ใส่เสื้อผ้าด้วย”

“ผมว่าตาลค่อยๆคิดก่อนดีกว่า ว่าเมื่อคืนก่อนที่ตาลจะหลับไปเกิดอะไรขึ้น”

ตาลพยายามลำดับเหตุการณ์ แล้วร้องบอกกับธาวิน “หรือว่าจะเป็นน้ำพั้นช์ที่คุณปาให้ตาลดื่ม”

“พั้นช์อะไร”

ooooooo

ตอนที่ 3

พิพัฒน์เรียกครอบครัวอเนกมาทานอาหารที่ตึกใหญ่ เขาต้องการเปิดตัวภูบดีและตาล ทั้งอเนกและเอมองตาลอย่างระแวงว่าจะมาปอกลอกภูบดี จึงพยายามซักถึงที่มาที่ไปตาล ทำให้สาวเจ้าไม่พอใจนัก เธอแกล้งทำหวานใส่ธาวิน พลางคุยว่า แค่สบตาก็รู้ว่าเกิดมาเพื่อกันและกัน

พิพัฒน์หัวเราะชอบใจเอ่ยต่อเรื่องจดทะเบียน ธาวินอึกอักเพราะจำไม่ได้ ตาลจึงตอบเองว่ายังไม่ได้จดและเธอก็ไม่ซีเรียสเรื่องนี้ ความรักเป็นเรื่องใหญ่กว่า แต่พิพัฒน์ไม่ยอม

ตอนที่ 2

ธาวินพาสองแม่ลูกวิ่งมากลางบ่อน เฮียเสกตามไล่ล่าพยายามยิงปืนขู่ ชายหนุ่มเห็นจวนตัว จึงดึงตาลไปทางบันไดหนีไฟ ขณะที่เจ๊อ้อยตามไม่ทัน หลงหลบไปอีกทาง

ครู่ต่อมา สองหนุ่มสาววิ่งมาถึงกลางซอย ตาลหันไปมองข้างหลังไม่เห็นแม่ตนตามมา จึงจะกลับเข้าไปช่วยแต่ธาวินห้ามไว้ เพราะเข้าไปก็ตายสถานเดียว นาทีนั้นเฮียเสกกับลูกน้องตามมาทัน จะเข้าเล่นงานตาล ธาวินสวมบทพระเอกเข้าปกป้อง จึงโดนฟาดด้วยไม้หน้าสามเข้าแสกหน้าตามด้วยที่ท้ายทอยอีกหนึ่งเป๊าะ ทำให้หมดสติไป

ตาลตกใจร้องขอความช่วยเหลือ โชคดีมีรถตำรวจผ่านมา เฮียเสกกับลูกน้องถอยหายไปในความมืด ตำรวจเข้ามาดูเหตุการณ์ ตาลฟ้องว่า สามีเธอถูกทำร้าย ตำรวจจึงวิทยุเรียกรถพยาบาลเข้ามารับ

ooooooo

ชายหนุ่มถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ตาลตามมาด้วยความเป็นห่วง

เธอโทร.บอกกับแม่เรื่องธาวินช่วยชีวิตไว้ และโดนรุมซ้อม เจ๊อ้อยว่าไม่ใช่ธุระ เร่งให้ลูกรีบกลับบ้าน เพราะถ้าตำรวจจะมาสอบปากคำจะพากันเข้าปิ้งไปตามๆ กัน ตาลรับคำขยับจะเดินหนี แต่พยาบาลเรียกไว้ เพราะเข้าใจว่าเธอเป็นญาติคนไข้ จึงจะให้ช่วยกรอกประวัติ

แม่สาวแสบหน้าเสีย แกล้งโวยวายกลบเกลื่อน “นี่คุณ สามีฉันกำลังจะตายนะ คุณจะมาเอาชื่ออะไรตอนนี้หา ให้เขาปลอดภัยก่อนได้ไหม ไม่ต้องกลัวหรอก ฉันมีเงินจ่ายค่ารักษาเขาแน่ ขอให้รักษาให้หายเถอะ”

“เอ่อ ค่ะ งั้นเดี๋ยวถ้าคุณพอมีเวลารบกวนกรอกประวัติให้หน่อยนะคะ” พยาบาลส่งเอกสารกรอกประวัติให้

ตาลทำเป็นไม่พอใจ กระชากกระดาษมาถือไว้ พลางบ่นกับตัวเอง “จะกรอกได้ไงวะ เราไม่รู้จักชื่อเขาซะหน่อย เอาไงดีวะเรา เผ่นก่อนดีกว่า” ว่าแล้วเธอจะเดินหนี แต่โอกาสไม่เปิดให้เธอง่ายๆ เพราะหมอเดินออกมาจากห้องฉุกเฉินพอดี

“ขอโทษครับ คุณเป็นญาติคนไข้รึเปล่าครับ” คุณหมอเรียก

“เอ่อ ค่ะ เขาเป็นไงบ้างคะหมอ ตายรึเปล่าคะ”

“ปลอดภัยแล้วครับ หมอเอกซเรย์ดูแล้ว มีกะโหลกชั้นนอกร้าวเล็กน้อย โชคดีที่ไม่มีเลือดคั่งในสมอง แต่ยังตอบไม่ได้ว่าจะฟื้นเมื่อไหร่ เพราะถึงแม้ว่าตอนนี้จะปลอดภัยแล้ว แต่คงต้องติดตามดูอาการอีกซักระยะ”

ตาลโล่งใจ เตรียมจะเดินออก แต่พยาบาลอีกคนนำซองใส่ของใช้ส่วนตัวของธาวินมาส่งให้ ตาลรับมาเปิดดูเห็นมีกระเป๋าสตางค์ การ์ดโรงแรม นามบัตร เครดิตการ์ดชื่อ P.VARITTIVORANUNTA และนามบัตรฝรั่งอีกปึกใหญ่ เธอถึงกับส่ายหน้า เพราะไม่รู้จะติดต่อ ญาติชายหนุ่มได้อย่างไร

พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นนามบัตรภาษาไทยชื่อปรารภ ซุกอยู่ล่างสุด สาวเจ้าเริ่มมีความหวังรีบโทร.หาปรารภ

ooooooo

เมื่อปรารภรู้ข่าว เขารีบมาที่โรงพยาบาลทันที

เวลาเดียวกันนั้น ตาลก็เข้ามาลาธาวินที่ยังไม่ได้สติ เพราะคิดว่าหมดหน้าที่ของเธอแล้ว เธอขอแหวนของชายหนุ่มไปทำทุน แล้วเดินออกมา แต่ต้องชะงักเพราะพยาบาลพาตำรวจมาสอบปากคำ

ตาลจำใจเดินตามตำรวจเข้าไปนั่งในห้องรับรองของโรงพยาบาล แล้วแต่งเรื่องว่า เธอกำลังเดินเล่นกันอยู่กับสามี จู่ๆก็มีคนร้ายเข้ามาปล้น สามีเธอไม่ยอมจึงถูกทำร้าย ตำรวจลงบันทึกตามนั้น ก่อนเงยหน้าขึ้นมาถามว่าสามีชื่ออะไร

ตาลอึกอักตอบไม่ได้ สถานการณ์คับขันนั้น ปรารภ เดินเข้ามาพลางร้องถามว่า คุณภูเป็นอย่างไรบ้าง ทุกคนชะงักหันไปมอง ปรารภจึงแนะนำตัวว่าเขาเป็นทนายประจำตระกูลของคุณภูบดี

ตาลมองทนายแล้วบอกกับตำรวจว่า สามีเธอชื่อภูบดี วริทธิวรนันท์ ก่อนหันไปแนะนำตัวกับปรารภว่า เธอเป็นภรรยาของชายหนุ่ม เล่นเอาปรารภยืนงง ตำรวจสงสัยในท่าทีของคนทั้งคู่ จึงเอ่ยถาม

“ท่าทางคุณทนายกับภรรยาคุณภูบดีจะยังไม่เคยเจอกันมาก่อนนะครับ”

ปรารภมองจ้องตาลอีกครั้ง เห็นเธอยกมือที่ใส่แหวนของภูบดีเสยผมอย่างไม่ตั้งใจ ก็ชะงักแล้วตอบตำรวจไปว่า คุณภูกับภรรยาเพิ่งมาจากต่างประเทศ จึงยังไม่เคยเจอกัน

“งั้นหรือครับ มิน่าคุณสองคนดูแปลกๆ เอาล่ะครับ ผมคงหมดธุระแค่นี้ ไว้คุณภูบดีฟื้นเมื่อไหร่ผมจะมาสอบปากคำใหม่ ลาล่ะครับ” ตำรวจออกไป

ตาลมองตามอย่างโล่งอก แล้วหันมาส่งยิ้มให้ปรารภ กลบเกลื่อนพิรุธ

ooooooo

แม่สาวแสบพาปรารภเข้ามาดูอาการธาวินในห้องพัก ทนายมองร่างที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงด้วยความสงสัย ก่อนหันมาถามตาลว่า เธอแต่งงานกับภูบดีตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมเจอกันวันก่อนไม่เห็นเขาพูดถึง

ตาลอึ้งไปนิดแล้วทำเนียนเล่าว่า เธอกับภูบดีเจอกันบนเครื่องบินตอนที่กลับมาเมืองไทย หลังจากนั้น

ทั้งคู่ก็ติดต่อกันเรื่อยและเธอก็เชื่อว่ามันคือรักแรกพบ

ปรารภเชื่อตามนั้น เขาบอกกับตาลว่า ถ้าเธอไม่ใช่คนสำคัญ คุณภูคงไม่มอบแหวนประจำตระกูลให้เป็นแน่

ตาลมองแหวนก็พอจะเข้าใจจึงรีบเสริม “ใช่ค่ะ คุณภูบอกว่าแหวนวงนี้สำคัญมาก ถึงได้มอบให้ตาลไว้บอกว่าแทนหัวใจทั้งดวงของคุณภูค่ะ”

ปรารภพยักหน้ารับบอกว่า พรุ่งนี้ตนจะไปเรียนพิพัฒน์คุณปู่ของภูบดีเรื่องชายหนุ่มเข้าโรงพยาบาล เพราะเขาคือทายาทโดยสายเลือดเพียงคนเดียวของตระกูล วริทธิวรนันท์ เจ้าของบริษัทในเครือวรารมย์เศรษฐีพันล้าน

ตาลยืนตะลึง กลัวว่าถ้าชายหนุ่มฟื้นขึ้นมาแล้วบอกความจริงกับตำรวจ เธอคงติดคุกหัวโตแน่

ส่วนปรารภเห็นตาลเงียบไปก็เข้าใจว่าเธอคงอยากจะพักจึงขอตัวกลับ ตาลสบโอกาสจะหนีกลับบ้าน แต่ได้ยินปรารภกำชับพยาบาลที่เฝ้าอยู่หน้าห้องว่า ให้ดูแลเธอกับภูบดีให้ดี ห้ามให้ออกไปไหนเพราะกลัวจะมีอันตราย

“อะไรกันวะ มาเฝ้าเราทำไม” ตาลบ่นเบาๆ แล้วพลันสะดุ้งเพราะเจ๊อ้อยโทร.มาตาม เธอกดรับสายบอกกับแม่ว่ามีเรื่องนิดหน่อย แต่ไม่ต้องห่วง เพราะเอาตัวรอดได้ แล้วถอยกลับมาตั้งหลักในห้อง

ooooooo

เช้าวันใหม่ นภาชวนปารมีไปทานอาหารที่ตึกใหญ่ หวังคุณปู่จะเปลี่ยนใจให้ปารมีแต่งงานกับภูบดีแทนเมย์ แต่ปารมีว่า คงเป็นไปไม่ได้

“อย่าเพิ่งท้อสิลูก ลูกลืมไปแล้วหรือว่า นายภูบดียังไม่เคยเจอยายเมย์เลยนะ แม่เชื่อว่า ถ้านายภูเจอแม่นั่นกับลูกของแม่ รับรองนายภูต้องเลือกลูกมากกว่านังเด็กนั่นร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะลูกแม่ทั้งสวยอ่อนหวาน น่ารักเป็นกุลสตรี ผิดกับนังเด็กนั่นที่ก้าวร้าวยังกะเด็กเหลือขอ จำไว้นะลูก ถ้านายภูบดีมา ลูกต้องใช้จริตใช้เสน่ห์ทุกอย่างเข้าไปผูกมัดใจให้ได้”

ตอนที่ 1

แสงแดดยามเช้าสาดส่องทั่วเมืองฟ้าอมร ภายในโรงแรมกลางกรุงเทพฯ ชายหนุ่มหลับอย่างสบายอารมณ์ พลันเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น

เขาสะดุ้งตื่น พลางควานหาโทรศัพท์มือถือ ที่วางอยู่ข้างแหวนวงงาม เมื่อกดรับสายก็ได้ยินเสียงปรารภทนายความประจำตระกูลโทร.มาแจ้งว่า ตอนนี้มารออยู่ที่ล็อบบี้ข้างล่างแล้ว

ชายหนุ่มนั้นคือ อนาวิน เขาเด้งตัวขึ้นด้วยความตกใจ พลางหันไปบอกแม่สาวผมบลอนด์ที่นอนอยู่ข้างตัวเป็นภาษาอังกฤษว่า “DARLING THE TIME IS OVER YOU HAVE TO GO NOW” แล้วจุ๊บแก้มของเธอ ก่อนลุกไปแต่งตัว โดยไม่ลืมที่จะสวมแหวนประจำตระกูลติดนิ้วก้อยไปด้วย เพราะเป็นนิ้วเดียวที่สวมได้ พ่อหนุ่มมาดเข้มมองแหวนพลางส่งยิ้มมีเลศนัย

เวลาเดียวกัน บุญทันหนุ่มหน้าซื่อเดินเข้ามาในอาณาเขตบ้านวริทธิวรนันท์ เขาหยุดมองรอบๆบริเวณบ้านด้วยแววตาครุ่นคิด คำขู่ของชายลึกลับดังแว่วมา “ถ้าไม่อยากตาย อย่ากลับมาเมืองไทย”

“นายบุญทันใช่ไหม” ต้นหอมสาวใช้วัยรุ่นเข้ามาถามบุญทันจำต้องพักเรื่องคาใจไว้หันไปตอบรับ

แม่สาวใช้ว่าใช่ จะมาขอพบคุณนภา ต้นหอมกระดี๊กระด๊าเพราะหล่อเข้าตา เธอรีบพาชายหนุ่มไปพบนภาที่ตึกใหญ่

นภาหญิงวัยห้าสิบท่าทางเจ้าระเบียบนั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหาร บุญทันยกมือไหว้ เห็นเธอกวาดตามองอย่างสำรวจก่อนมอบหมายหน้าที่ประจำให้ทำ นั่นคือขับรถให้คุณปู่ และถ้ามีเวลาว่างก็ให้ช่วยล้างรถ ทำสวน พรวนดินด้วย บุญทันรับคำอย่างว่าง่าย นภาพอใจสั่งให้ต้นหอมพาบุญทันไปที่บ้านพักคนงาน

“ค่ะ” ต้นหอมพยักหน้าให้บุญทันเดินตามไป แต่ไม่ทันพ้นประตู ปารมีลูกสาวของนภาก็เดินสวนเข้ามา เธอเหลือบมองบุญทันแล้วตั้งคำถามกับแม่ว่า เขาเป็นใคร

นภาว่าเป็นคนขับรถคนใหม่ของคุณปู่ ปารมีรีบติงกลัวจะไว้ใจไม่ได้ นภาถอนใจบ่นกับลูก

“สมัยนี้บอกไม่ได้หรอกลูก ว่าใครไว้ใจได้หรือไม่ได้ มันต้องอยู่กันไปก่อนถึงจะรู้ว่าไว้ใจได้แค่ไหน”

ooooooo

ด้านอนาวิน เขาเดินเข้ามามองหาปรารภในล็อบบี้ แล้วปรารภที่นั่งรออยู่ก็ลุกเดินมาถามชายหนุ่ม

“ขอโทษครับ คุณภูบดีรึเปล่าครับ”

“ใช่ครับ คุณคงเป็น...”

“ผมปรารภ ทนายของคุณท่าน”

“สวัสดีครับ คุณลุงปรารภ ขอโทษทีนะครับที่ตื่นสายไปหน่อย มันเจ็ทแลคน่ะครับ นอนผิดเวลาเลยงง” อนาวินยกมือไหว้

“ไม่เป็นไรครับ ยินดีต้อนรับกลับเมืองไทย ไม่น่าเชื่อนะครับ ว่าคุณภูจะโตเป็นหนุ่มขนาดนี้ ผมจำได้ว่าเคยไปพบคุณพ่อคุณแม่คุณที่อเมริกาครั้งหนึ่ง ตอนนั้นคุณภูแค่ขวบเดียวเอง แต่น่าเสียดายนะครับคุณพ่อคุณแม่คุณไม่น่าอายุสั้น เลยไม่ได้กลับมาพบคุณท่าน”

“ครับ ถ้าพ่อกับแม่ยังอยู่ท่านก็คงคิดถึงคุณปู่เหมือนกัน”

“แล้วนี่คุณภูจะเข้าไปพบคุณท่านวันนี้เลยไหมครับ”

“ผมขอเวลาซักสองสามวันได้ไหมครับ พอดีผมมีธุระที่ต้องเคลียร์นิดหน่อย”

“ได้ครับ เอาเวลาที่คุณภูสะดวก นี่ถ้าคุณท่านรู้ว่าคุณภูอยู่เมืองไทยแล้ว ท่านต้องดีใจแน่ เดี๋ยววันนี้ผมจะเข้าไปบอกท่าน เอาล่ะครับ ผมไม่รบกวนเวลาคุณภูแล้ว”

“สวัสดีครับ” อนาวินยกมือไหว้อีกครั้ง

ปรารภชะงักเมื่อเห็นแหวนที่นิ้วก้อยของชายหนุ่ม เขาเปรยว่า ดีใจที่แหวนประจำตระกูลยังอยู่ อนาวินบอกว่ามันเป็นแหวนแต่งงานที่คุณพ่อให้คุณแม่

“รักษาให้ดีนะครับ มันเป็นแหวนสำคัญที่จะใช้ยืนยันว่าคุณเป็นทายาทของวริทธิวรนันท์”

อนาวินยกแหวนในมือขึ้นมองพลางอมยิ้มอย่างมีนัย

ครั้นปรารภกลับไปแล้ว อนาวินก็โทร.หาภูบดีหรือบุญทันเจ้าของแหวนตัวจริง บุญทันที่จัดเสื้อผ้าอยู่ในห้องพัก เห็นเบอร์ของเพื่อนรักโชว์ท่ีหน้าจอก็กดรับพร้อมกับรายงานว่า เข้ามาอยู่ในบ้านวริทธิวรนันท์เรียบร้อยแล้ว

อนาวินเบาใจบอกต่อว่าอีกสองวันตนถึงจะเข้าไปที่บ้านหลังนั้น แล้วนัดหมายให้บุญทันออกมาพบเพื่อซักซ้อมแผนการก่อนเริ่มงาน ภูบดีรับปากว่า จะออกไปพบในตอนบ่าย เพราะวันนี้ยังไม่ได้เริ่มงาน

“โอเค เดี๋ยวเจอกัน ระวังตัวด้วยล่ะ” อนาวินกดปิดโทรศัพท์ แล้วสไลด์หน้าจอไอโฟนเปิดหาข่าวจะอ่าน แต่จู่ๆก็มีสาวสวมแว่นดำนางหนึ่งเข้ามานั่งในฝั่งตรงข้าม และทำเหมือนไม่เห็นอนาวินที่นั่งอยู่ก่อน

อนาวินบอกกับเธอว่า โต๊ะนี้มีคนนั่งแล้ว แต่แม่สาวกลับยืนกรานว่าเป็นโต๊ะของเธอแถมยังพาลหาเรื่อง เมื่อทั้งสองเถียงกันได้สักพัก อนาวินก็รู้ว่าเธอตาบอด เขาเห็นใจแม่สาวตรงหน้าจึงอาสาจูงออกไปส่งข้างนอก

แม่สาวคนสวยเล่าเรื่องราวของตัวเองว่า ตาบอดมาตั้งแต่เด็กจึงถูกคนแกล้งอยู่เป็นประจำ และครั้งหนึ่งเคยมีคนหลอกให้ยืนคุยกับเสาไฟฟ้าอยู่ตั้งนาน กว่าจะรู้ตัวก็อายคนอื่นแทบแย่ จึงทำให้เธอไม่ยอมไว้ใจใคร

อนาวินสงสารจับใจ เขาจูงมือเธอไว้แน่นเพื่อจะพาข้ามถนน ทันใดนั้นมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งก็พุ่งเข้ามา

“ระวัง” อนาวินรวบตัวสาวไว้

เจ๊อ้อยคนขี่มอเตอร์ไซค์หันมาตะโกนด่า อนาวินฉุนเข้าไปเอาเรื่อง และขู่ว่าจะโทร.เรียกตำรวจมาเคลียร์ เจ๊อ้อยเห็นท่าไม่ดีรีบขี่มอเตอร์ไซค์หนีไป

อนาวินกลับมาดูแลแม่สาวตาบอด เห็นเธอมีแผลถลอกก็ตกใจ ส่วนแม่สาวเมื่อรู้ว่าตัวเองมีบาดแผลก็หน้าเสียบอกว่า เธอเป็นเบาหวาน หมอห้ามมีแผล เห็นทีจะต้องรีบล้างแผล

ชายหนุ่มอาสาพาไปโรงพยาบาล แม่สาวลอบยิ้มอ้างว่าแผลนิดเดียวคงไม่เป็นไร แล้วอ้อนให้อนาวินช่วยทำแผลให้ อนาวินติดกับพาเธอกลับไปที่ห้องพัก

ooooooo

“คุณนั่งตรงนี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวผมล้างมือก่อน” อนาวินเดินเข้าไปในห้องน้ำ

แม่สาวตาบอดมองตาม เมื่อเห็นอนาวินลับตาไปแล้วก็ถอดแว่นออก และเห็นชัดว่าเธอไม่ได้ตาบอด ตาลหรือญาดาสาวสิบแปดมงกุฎมองสำรวจทั่วห้องพลางส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ เมื่ออนาวินเดินออกมาเธอก็แสร้งทำเป็นตาบอดเช่นเดิม

“มาแล้วครับ” อนาวินเข้ามานั่งข้างๆตาล แล้วหยิบอุปกรณ์ในกระเป๋าปฐมพยาบาลมาช่วยทำแผลให้ ตาลลอบยิ้มแล้วชวนชายหนุ่มคุยจนได้รู้ว่าเขาเพิ่งกลับมาจากอเมริกา

เมื่อทำแผลเสร็จ อนาวินก็เตรียมจะสานสัมพันธ์ต่อตามประสาคนเจ้าชู้ ตาลทำซึ้งเอื้อมมือไปสัมผัสใบหน้าชายหนุ่มช้าๆ พลางลูบไปที่ตา จมูก และริมฝีปาก อนาวินชักเคลิ้มค่อยๆเคลื่อนหน้าเข้ามาจะจูบตาล แต่อยู่ๆก็สติดับวูบไป

“ไอ้ผู้ชายชีกอ หน็อย คิดว่าเราตาบอดจริงกะจะลวนลามเรางั้นหรือ” ตาลลุกขึ้นค้นตามตัวชายหนุ่มเพื่อหาของมีค่า จากนั้นก็หอบทรัพย์สินที่ขโมยมาได้ ออกไปหาเจ๊อ้อยแม่ของเธอที่สตาร์ตมอเตอร์ไซค์รออยู่ข้างโรงแรม แล้วสองแม่ลูกก็ซิ่งรถหายไป

ในตอนบ่าย บุญทันหรือภูบดีมารอพบอนาวินที่โรงแรมตามนัด แต่เพื่อนตัวดีไม่ยอมลงมาสักที แถมโทร. ตามก็ไม่รับสาย เขานึกห่วงจึงเดินไปถามพนักงานที่เคาน์เตอร์และแจ้งชื่อแขกที่เข้าพักว่า อนาวิน แต่พนักงานหาไม่พบ บุญทันนึกขึ้นได้รีบแจ้งชื่อใหม่ว่า ภูบดี วริทธิวรนันท์

พนักงานกดดูรายชื่อแขกอีกครั้ง แล้วแจ้งหมายเลขห้องให้บุญทันทราบ เขารีบขึ้นไปหาเพื่อนรัก แต่ต้องแปลกใจเพราะประตูไม่ได้ล็อก และเมื่อเปิดเข้าไปก็พบอนาวินนอนไม่ได้สติ

“เฮ้ย ไอ้วิน ไอ้วิน” บุญทันเขย่าตัวเรียกอนาวินค่อยๆลืมตา เขาทบทวนเรื่องราวที่เกิดก็รู้ตัวว่าถูกมอมยารูดทรัพย์ไปจนหมด แถมแหวนประจำตระกูลของเพื่อนรักก็ถูกขโมยไปด้วย เขาบอกเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นให้บุญทันฟัง พร้อมรับปากจะตามแหวนคืนมาให้ได้

ooooooo

ตาลนำเงินสดที่ขโมยมาแบ่งกับแม่ และเก็บอีกส่วนไว้เป็นกองกลางเพื่อใช้หนี้พนันให้แม่และจะไว้เปิดร้านเบเกอรี่อย่างที่ฝันไว้

เจ๊อ้อยไม่พอใจในส่วนแบ่งที่ได้รับ นางมองไปที่ของมีค่าอื่นๆที่ตาลจิ๊กมา และจะขอแบ่งไปขายบ้าง แต่ตาลไม่ยอม เพราะจะเอาของไปปล่อยในวันรุ่งขึ้น เพื่อนำเงินมาเข้ากองกลางจะได้ทำตามฝัน

เจ๊อ้อยเบะปาก แต่มือแอบหยิบแหวนออกมา ตาลรู้ทันรีบทวงแหวนคืนพลางบ่นว่า นึกเห็นใจชายหนุ่มอยู่เหมือนกัน เพราะเพิ่งกลับมาจากเมืองนอกก็โดนดีเข้าแล้ว

“เอ็งไม่ต้องไปสงสารมันหรอก ท่าทางมันจะเป็นคนมีเงิน ดูซิ มีแต่ของใช้แพงๆทั้งนั้น เราขอแบ่งมาใช้แค่นี้ คนรวยมันไม่เดือดร้อนหรอก แล้วเอ็งจะงกอะไรกับแม่กับเชื้อวะ เหนื่อยก็เหนื่อยมาด้วยกัน”

“แต่เราตกลงกันแล้วไม่ใช่หรือ ว่าต้องเก็บเงินไว้ใช้หนี้ที่แม่สร้างเอาไว้คนเดียว” ตาลจ้องหน้าแม่

เจ๊อ้อยเจอไม้นี้ก็เถียงไม่ออก ได้แต่นั่งมองลูกสาวถือของทั้งหมดเดินเข้าห้องไป

ooooooo

ปรารภกลับมารายงานพิพัฒน์ชายวัยเจ็ดสิบกว่าๆ เจ้าของบ้านวริทธิวรนันท์ ว่าภูบดีหลานชายเพียงคนเดียวของท่านกลับมาถึงเมืองไทยแล้ว และจะมาพบในอีกสองสามวันข้างหน้า พิพัฒน์ดีใจถามย้ำกับทนายว่า ใช่หลานเขาแน่หรือ ปรารภยืนยันหนักแน่นเพราะจำแหวนได้

“ขอบใจมากนะคุณปรารภ เฮ้อ ฉันจะได้ตายตาหลับซะที” พิพัฒน์มองรูปภูวดลและภาคินลูกชายทั้งสอง พลางรำพึง “ภูวดล พ่อขอชดใช้ความผิดทั้งหมดให้กับลูกชายแกนะ”

เช้าวันใหม่ พิพัฒน์เรียกประชุมสมาชิกในบ้าน อันประกอบด้วย นภากับปารมีสองแม่ลูก และอเนกกับลูกชายหญิงคือ เอและเมย์

เมื่อสองครอบครัวมาเจอกัน อเนกก็เปิดฉากแขวะนภาด้วยระแวงว่า เธอจะเข้ามามีส่วนแบ่งในมรดก เพราะเป็นแค่ลูกบุญธรรมของน้องชายพิพัฒน์ แต่ท่านเมตตาให้มาอยู่ในฐานะแม่บ้าน ขณะที่นภาเองก็ตอกกลับอเนกว่าเป็นแค่ญาติห่างๆ ที่พิพัฒน์สงสารรับมาเป็นลูกบุญธรรมไม่ได้สืบสายเลือดโดยตรง

“แต่ฉันก็ได้ชื่อว่าเป็นญาติ ย่อมมีสิทธิ์ในมรดกมากกว่าคนนอกอย่างเธอ” อเนกฮึดฮัดจะเอาเรื่อง

เอกับปารมีรีบปรามพ่อกับแม่ของตนเพราะเห็นพิพัฒน์เดินเข้ามา แล้วปารมีก็สวมบทหลานสาวคนดีเข้าไปดูแลคุณปู่ พิพัฒน์ส่งยิ้มให้พลางมองหาเมย์หลานสาวคนโปรด

“มาแล้วค่ะ คุณปู่ขา” เมย์แต่งตัวเปรี้ยวจี๊ดเข้ามาหอมแก้มปู่

นภามองอย่างหมั่นไส้ ขณะที่ปารมียิ้มทำเหมือนเอ็นดูกับท่าทางของเมย์ พิพัฒน์ตำหนิเมย์ที่มาสายแล้วแจ้งกับทุกคนว่า  ทนายปรารภได้พบกับภูบดีทายาทโดยตรงคนเดียวที่เหลืออยู่แล้ว และอีกไม่นานภูบดีจะย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านเพื่อสานต่อธุรกิจทุกอย่างแทนท่าน

นภา อเนก และเอหน้าเจื่อนรีบคัดค้านด้วยกลัวชวดสมบัติ แต่พิพัฒน์ยังยืนกรานว่า ภูบดีคือทายาทเพียงคนเดียวของท่าน แล้วสั่งให้อเนกช่วยดูแลสอนงานให้กับภูบดีด้วย
อเนกจำใจรับคำอย่างเสียไม่ได้ เมย์ไม่อยากรับรู้เรื่องสมบัติอีกแล้วจึงจะขอตัว แต่พิพัฒน์เรียกไว้พร้อมออกคำสั่งว่าจะให้เมย์แต่งงานกับภูบดี ทำเอาทุกคนอึ้งไปตามๆกัน

ooooooo

ปารมีตามมาคุยกับนภาในบ้าน เธอขอร้องแม่ว่าอย่าเครียด เพราะอาการป่วยอาจกำเริบ แต่นภายังทำใจไม่ได้ที่ต้องชวดสมบัติ เธอว่าพิพัฒน์ลำเอียง เห็นเมย์ที่เอาแต่เที่ยวเตร่ไปวันๆดีกว่าลูกสาวของเธอที่ขยันทำการทำงาน แถมยังจะให้เมย์แต่งกับภูบดีอีก

“ทำไงได้ล่ะคะ ในเมื่อคุณปู่รักน้องเมย์มากกว่าปา แต่อย่างว่าล่ะค่ะเราไม่ได้เป็นอะไรกับเขานี่คะแม่ แม่อย่าลืมนะคะ เราเป็นแค่คนอาศัย คุณปู่ให้ที่อยู่ ที่กิน ให้การศึกษากับลูกมันก็มากพอแล้วค่ะ”

“แต่ลูกอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เกิดนะ ลูกก็เหมือนลูกหลานแท้ๆ ยังไงแม่ก็จะไม่ยอมให้มรดกของคุณปู่ตกเป็นของคนอื่นหรอก” นภาหันไปหยิบขวดยามาเปิดแล้วเทใส่มือ

ปารมีร้องห้ามเพราะแม่เพิ่งกินยาไป แต่นภาว่า ถ้าไม่กินเธอก็คงปวดหัวตาย ปารมีได้แต่ถอนใจ

เวลาเดียวกัน เอบ่นกับพ่อถึงเรื่องคุณปู่จะยกสมบัติทั้งหมดให้ภูบดี เพราะที่บริษัทอยู่มาได้ถึงทุกวันนี้ก็เพราะเขากับพ่อช่วยกันบริหาร อเนกรีบแย้งว่า ไม่ใช่ฝีมือตนคนเดียวแต่ยังมีภาคินด้วย

“แต่คุณลุงก็ตายไปแล้ว พ่อควรได้เป็นซีอีโอแทน ไม่ใช่ให้ไอ้ภูบดีเข้ามาชุบมือเปิบแบบนี้”

“อย่าพูดแบบนี้ให้ใครได้ยินนะ ถึงยังไงบริษัทนี้มันก็ไม่ใช่ของเราอยู่ดี ถ้าคุณปู่จะยกให้ทายาทโดยสายเลือด ก็ไม่ใช่เรื่องผิด” อเนกตัดบท แล้วหันไปมองเมย์ที่แต่งตัวสวยเดินลงมา
เอถามน้องว่าจะออกไปไหน เมย์สวนว่าเรื่องของเธอ พี่ไม่เกี่ยวแล้วเข้าไปอ้อนพ่อให้ช่วยปฏิเสธคุณปู่ เพราะเธอไม่มีวันแต่งงานกับคนที่ไม่รักเด็ดขาด

อเนกหนักใจบอกกับลูกว่า ไม่มีใครขัดใจคุณปู่ได้ เอได้ทีเย้ยว่า น้ำหน้าอย่างเมย์คงหาผู้ชายดีไม่ได้ จึงควรทำตามคำสั่งของคุณปู่ เมย์หันขวับจะเอาเรื่องพี่ชาย อเนกร้องห้ามลูกทั้งสอง เอตัดพ้อว่าที่น้องเป็นแบบนี้ก็เพราะพ่อให้ท้าย

เมย์ไม่พอใจเดินหน้าตูมออกไปสตาร์ตรถและเกือบจะชนบุญทันที่เดินคุยมากับต้นหอมถึงเรื่องราวของคนในบ้านว่า ทุกคนล้วนแต่เป็นแค่ญาติห่างๆของคุณท่านเท่านั้น

“เดินประสาอะไรเนี่ย ไม่เห็นหรือว่ารถวิ่งมา” เมย์ลงมาต่อว่า แต่กลับโดนบุญทันสวนกลับอย่างไม่กลัว แถมยังเรื่องมารยาทในการขับรถอีกชุดใหญ่

เมย์แทบควันออกหูประกาศว่า เธอคือเจ้าของบ้าน

“แน่ใจหรือครับ เพราะเท่าที่ผมรู้เจ้าของบ้านคือคุณพิพัฒน์” บุญทันส่งยิ้มเยาะ

“แกนี่มันปากดีจริงๆ ฝากไว้ก่อนเถอะ วันนี้ฉันรีบหรอกนะ” เมย์เดินกลับไปขึ้นรถปิดประตูปังแล้วขับออกไปเกือบจะเฉี่ยวบุญทันที่ยังยืนขวาง

บุญทันถอนใจเฮือกร้องถามต้นหอมว่า เธอคือใคร ต้นหอมตอบว่า เธอคือคุณเมย์ ลูกสาวคุณอเนก เฮี้ยวที่สุดในบ้าน

ooooooo

เมื่อสืบข้อมูลเบื้องต้นเรื่องคนในบ้านจากต้นหอมได้แล้ว บุญทันก็เริ่มทำหน้าที่เป็นครั้งแรก ด้วยการขับรถพาพิพัฒน์ไปสนามกอล์ฟ และด้วยความผูกพันทางสายเลือดทำให้พิพัฒน์รู้สึกคุ้นเคยกับบุญทันเป็นอย่างมาก ท่านพยายามสอบถามเรื่องราวของชายหนุ่ม แต่เขาก็เอาตัวรอดไปได้

เวลาเดียวกัน ธาวินท่ียังข้องใจว่า ตัวเองถูกสาวมอมยารูดทรัพย์ได้อย่างไร เขาตัดสินใจไปพิสูจน์ความจริงที่ห้างสรรพสินค้า โดยแอบซุ่มอยู่ในโซนซื้อขายอุปกรณ์มือถือ ด้วยหวังว่าแม่สาวคนนั้นจะนำของที่ขโมยมาขาย

ในที่สุด ธาวินก็ได้พบกับตาลอีกครั้ง เพราะเธอนำของมาขายจริงๆ เขาเข้าไปจับตัว แต่สาวเจ้ากลับร้องโวยวายเรียกให้ รปภ.ช่วยแถมใส่ความว่า ธาวินเป็นพวกโรคจิตเอาของลับออกมาโชว์

รปภ.ตรงเข้ามาจับตัวธาวินไว้ ตาลจึงหนีไปได้อย่างหวุดหวิด

แม่สาวแสบวิ่งหน้าตื่นกลับไปบ้าน พลางเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้แม่ฟังและชวนหนีไปอยู่ต่างจังหวัด เพราะกลัวถูกจับ แต่เจ๊อ้อยว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะทำมาตั้งหลายหนยังไม่เคยถูกจับได้สักที และครั้งนี้ก็คงเป็นเรื่องบังเอิญ

“เจ้าประคู้น ขออย่าให้ลูกถูกจับเลย ลูกสัญญาครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ลูกตุ๋นคน” ตาลยกมือท่วมหัว

ooooooo

ธาวินเจ็บใจที่ตาลรอดตัวไปได้ เขาโทร.บอกบุญทันและรับปากว่าจะเอาแหวนมาคืนให้ได้ เพราะตอนนี้ตนจ้างนักสืบออกตามหาแม่ตัวแสบแล้ว บุญทันแนะนำให้เพื่อนรักโทร.หาปรารภเพื่อเลื่อนเวลาที่จะเข้าพบคุณปู่

“ฉันจะโทร.บอกเขาเย็นนี้ แล้วแกเป็นไงบ้าง เจอใครที่น่าสงสัยว่าจะเป็นฆาตกรรึยัง”

“ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ ฉันยังเจอคนในบ้านไม่ครบเลย”

“ยังไงแกก็ระวังตัวด้วยนะ”

“อืม แกก็เหมือนกัน” บุญทันปิดโทรศัพท์พลางถอนใจนึกถึงเหตุการณ์ในอดีต

หลายเดือนก่อน ภาคินโทร.ทางไกลหาหลานชาย เพราะอยากรู้ว่าจะกลับเมืองไทยเมื่อไหร่ ภูบดีบอกกับลุงว่า อีกประมาณสองอาทิตย์ เพราะตั้งใจจะกลับไปให้ทันวันเกิดปู่ และบ่นเสียดายที่พ่อกับแม่ของเขาไม่มีโอกาสได้กลับไปกราบคุณปู่ด้วยกัน

“เอาน่ะ คิดซะว่าพ่อกับแม่เราเค้าไปสบายแล้ว แค่หลานกลับมาคุณปู่ก็มีความสุขแล้ว” ภาคินปลอบใจ

เล่ห์ร้อยรัก เรื่องย่อละคร

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"คิมเบอร์ลี่" เก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่ ออกแรงปะทะ "น้ำหนึ่ง" ใน "สองเสน่หา"

"คิมเบอร์ลี่" เก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่ ออกแรงปะทะ "น้ำหนึ่ง" ใน "สองเสน่หา"
6 พ.ค. 2564

06:31 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 6 พฤษภาคม 2564 เวลา 19:53 น.