กีฬา
100 year

นิยายไทยรัฐ

เล่ห์ร้อยรัก

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

เล่ห์ร้อยรัก ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

แสงแดดยามเช้าสาดส่องทั่วเมืองฟ้าอมร ภายในโรงแรมกลางกรุงเทพฯ ชายหนุ่มหลับอย่างสบายอารมณ์ พลันเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น

เขาสะดุ้งตื่น พลางควานหาโทรศัพท์มือถือ ที่วางอยู่ข้างแหวนวงงาม เมื่อกดรับสายก็ได้ยินเสียงปรารภทนายความประจำตระกูลโทร.มาแจ้งว่า ตอนนี้มารออยู่ที่ล็อบบี้ข้างล่างแล้ว

ชายหนุ่มนั้นคือ อนาวิน เขาเด้งตัวขึ้นด้วยความตกใจ พลางหันไปบอกแม่สาวผมบลอนด์ที่นอนอยู่ข้างตัวเป็นภาษาอังกฤษว่า “DARLING THE TIME IS OVER YOU HAVE TO GO NOW” แล้วจุ๊บแก้มของเธอ ก่อนลุกไปแต่งตัว โดยไม่ลืมที่จะสวมแหวนประจำตระกูลติดนิ้วก้อยไปด้วย เพราะเป็นนิ้วเดียวที่สวมได้ พ่อหนุ่มมาดเข้มมองแหวนพลางส่งยิ้มมีเลศนัย

เวลาเดียวกัน บุญทันหนุ่มหน้าซื่อเดินเข้ามาในอาณาเขตบ้านวริทธิวรนันท์ เขาหยุดมองรอบๆบริเวณบ้านด้วยแววตาครุ่นคิด คำขู่ของชายลึกลับดังแว่วมา “ถ้าไม่อยากตาย อย่ากลับมาเมืองไทย”

“นายบุญทันใช่ไหม” ต้นหอมสาวใช้วัยรุ่นเข้ามาถามบุญทันจำต้องพักเรื่องคาใจไว้หันไปตอบรับ

แม่สาวใช้ว่าใช่ จะมาขอพบคุณนภา ต้นหอมกระดี๊กระด๊าเพราะหล่อเข้าตา เธอรีบพาชายหนุ่มไปพบนภาที่ตึกใหญ่

นภาหญิงวัยห้าสิบท่าทางเจ้าระเบียบนั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหาร บุญทันยกมือไหว้ เห็นเธอกวาดตามองอย่างสำรวจก่อนมอบหมายหน้าที่ประจำให้ทำ นั่นคือขับรถให้คุณปู่ และถ้ามีเวลาว่างก็ให้ช่วยล้างรถ ทำสวน พรวนดินด้วย บุญทันรับคำอย่างว่าง่าย นภาพอใจสั่งให้ต้นหอมพาบุญทันไปที่บ้านพักคนงาน

“ค่ะ” ต้นหอมพยักหน้าให้บุญทันเดินตามไป แต่ไม่ทันพ้นประตู ปารมีลูกสาวของนภาก็เดินสวนเข้ามา เธอเหลือบมองบุญทันแล้วตั้งคำถามกับแม่ว่า เขาเป็นใคร

นภาว่าเป็นคนขับรถคนใหม่ของคุณปู่ ปารมีรีบติงกลัวจะไว้ใจไม่ได้ นภาถอนใจบ่นกับลูก

“สมัยนี้บอกไม่ได้หรอกลูก ว่าใครไว้ใจได้หรือไม่ได้ มันต้องอยู่กันไปก่อนถึงจะรู้ว่าไว้ใจได้แค่ไหน”

ooooooo

ด้านอนาวิน เขาเดินเข้ามามองหาปรารภในล็อบบี้ แล้วปรารภที่นั่งรออยู่ก็ลุกเดินมาถามชายหนุ่ม

“ขอโทษครับ คุณภูบดีรึเปล่าครับ”

“ใช่ครับ คุณคงเป็น...”

“ผมปรารภ ทนายของคุณท่าน”

“สวัสดีครับ คุณลุงปรารภ ขอโทษทีนะครับที่ตื่นสายไปหน่อย มันเจ็ทแลคน่ะครับ นอนผิดเวลาเลยงง” อนาวินยกมือไหว้

“ไม่เป็นไรครับ ยินดีต้อนรับกลับเมืองไทย ไม่น่าเชื่อนะครับ ว่าคุณภูจะโตเป็นหนุ่มขนาดนี้ ผมจำได้ว่าเคยไปพบคุณพ่อคุณแม่คุณที่อเมริกาครั้งหนึ่ง ตอนนั้นคุณภูแค่ขวบเดียวเอง แต่น่าเสียดายนะครับคุณพ่อคุณแม่คุณไม่น่าอายุสั้น เลยไม่ได้กลับมาพบคุณท่าน”

“ครับ ถ้าพ่อกับแม่ยังอยู่ท่านก็คงคิดถึงคุณปู่เหมือนกัน”

“แล้วนี่คุณภูจะเข้าไปพบคุณท่านวันนี้เลยไหมครับ”

“ผมขอเวลาซักสองสามวันได้ไหมครับ พอดีผมมีธุระที่ต้องเคลียร์นิดหน่อย”

“ได้ครับ เอาเวลาที่คุณภูสะดวก นี่ถ้าคุณท่านรู้ว่าคุณภูอยู่เมืองไทยแล้ว ท่านต้องดีใจแน่ เดี๋ยววันนี้ผมจะเข้าไปบอกท่าน เอาล่ะครับ ผมไม่รบกวนเวลาคุณภูแล้ว”

“สวัสดีครับ” อนาวินยกมือไหว้อีกครั้ง

ปรารภชะงักเมื่อเห็นแหวนที่นิ้วก้อยของชายหนุ่ม เขาเปรยว่า ดีใจที่แหวนประจำตระกูลยังอยู่ อนาวินบอกว่ามันเป็นแหวนแต่งงานที่คุณพ่อให้คุณแม่

“รักษาให้ดีนะครับ มันเป็นแหวนสำคัญที่จะใช้ยืนยันว่าคุณเป็นทายาทของวริทธิวรนันท์”

อนาวินยกแหวนในมือขึ้นมองพลางอมยิ้มอย่างมีนัย

ครั้นปรารภกลับไปแล้ว อนาวินก็โทร.หาภูบดีหรือบุญทันเจ้าของแหวนตัวจริง บุญทันที่จัดเสื้อผ้าอยู่ในห้องพัก เห็นเบอร์ของเพื่อนรักโชว์ท่ีหน้าจอก็กดรับพร้อมกับรายงานว่า เข้ามาอยู่ในบ้านวริทธิวรนันท์เรียบร้อยแล้ว

อนาวินเบาใจบอกต่อว่าอีกสองวันตนถึงจะเข้าไปที่บ้านหลังนั้น แล้วนัดหมายให้บุญทันออกมาพบเพื่อซักซ้อมแผนการก่อนเริ่มงาน ภูบดีรับปากว่า จะออกไปพบในตอนบ่าย เพราะวันนี้ยังไม่ได้เริ่มงาน

“โอเค เดี๋ยวเจอกัน ระวังตัวด้วยล่ะ” อนาวินกดปิดโทรศัพท์ แล้วสไลด์หน้าจอไอโฟนเปิดหาข่าวจะอ่าน แต่จู่ๆก็มีสาวสวมแว่นดำนางหนึ่งเข้ามานั่งในฝั่งตรงข้าม และทำเหมือนไม่เห็นอนาวินที่นั่งอยู่ก่อน

อนาวินบอกกับเธอว่า โต๊ะนี้มีคนนั่งแล้ว แต่แม่สาวกลับยืนกรานว่าเป็นโต๊ะของเธอแถมยังพาลหาเรื่อง เมื่อทั้งสองเถียงกันได้สักพัก อนาวินก็รู้ว่าเธอตาบอด เขาเห็นใจแม่สาวตรงหน้าจึงอาสาจูงออกไปส่งข้างนอก

แม่สาวคนสวยเล่าเรื่องราวของตัวเองว่า ตาบอดมาตั้งแต่เด็กจึงถูกคนแกล้งอยู่เป็นประจำ และครั้งหนึ่งเคยมีคนหลอกให้ยืนคุยกับเสาไฟฟ้าอยู่ตั้งนาน กว่าจะรู้ตัวก็อายคนอื่นแทบแย่ จึงทำให้เธอไม่ยอมไว้ใจใคร

อนาวินสงสารจับใจ เขาจูงมือเธอไว้แน่นเพื่อจะพาข้ามถนน ทันใดนั้นมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งก็พุ่งเข้ามา

“ระวัง” อนาวินรวบตัวสาวไว้

เจ๊อ้อยคนขี่มอเตอร์ไซค์หันมาตะโกนด่า อนาวินฉุนเข้าไปเอาเรื่อง และขู่ว่าจะโทร.เรียกตำรวจมาเคลียร์ เจ๊อ้อยเห็นท่าไม่ดีรีบขี่มอเตอร์ไซค์หนีไป

อนาวินกลับมาดูแลแม่สาวตาบอด เห็นเธอมีแผลถลอกก็ตกใจ ส่วนแม่สาวเมื่อรู้ว่าตัวเองมีบาดแผลก็หน้าเสียบอกว่า เธอเป็นเบาหวาน หมอห้ามมีแผล เห็นทีจะต้องรีบล้างแผล

ชายหนุ่มอาสาพาไปโรงพยาบาล แม่สาวลอบยิ้มอ้างว่าแผลนิดเดียวคงไม่เป็นไร แล้วอ้อนให้อนาวินช่วยทำแผลให้ อนาวินติดกับพาเธอกลับไปที่ห้องพัก

ooooooo

“คุณนั่งตรงนี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวผมล้างมือก่อน” อนาวินเดินเข้าไปในห้องน้ำ

แม่สาวตาบอดมองตาม เมื่อเห็นอนาวินลับตาไปแล้วก็ถอดแว่นออก และเห็นชัดว่าเธอไม่ได้ตาบอด ตาลหรือญาดาสาวสิบแปดมงกุฎมองสำรวจทั่วห้องพลางส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ เมื่ออนาวินเดินออกมาเธอก็แสร้งทำเป็นตาบอดเช่นเดิม

“มาแล้วครับ” อนาวินเข้ามานั่งข้างๆตาล แล้วหยิบอุปกรณ์ในกระเป๋าปฐมพยาบาลมาช่วยทำแผลให้ ตาลลอบยิ้มแล้วชวนชายหนุ่มคุยจนได้รู้ว่าเขาเพิ่งกลับมาจากอเมริกา

เมื่อทำแผลเสร็จ อนาวินก็เตรียมจะสานสัมพันธ์ต่อตามประสาคนเจ้าชู้ ตาลทำซึ้งเอื้อมมือไปสัมผัสใบหน้าชายหนุ่มช้าๆ พลางลูบไปที่ตา จมูก และริมฝีปาก อนาวินชักเคลิ้มค่อยๆเคลื่อนหน้าเข้ามาจะจูบตาล แต่อยู่ๆก็สติดับวูบไป

“ไอ้ผู้ชายชีกอ หน็อย คิดว่าเราตาบอดจริงกะจะลวนลามเรางั้นหรือ” ตาลลุกขึ้นค้นตามตัวชายหนุ่มเพื่อหาของมีค่า จากนั้นก็หอบทรัพย์สินที่ขโมยมาได้ ออกไปหาเจ๊อ้อยแม่ของเธอที่สตาร์ตมอเตอร์ไซค์รออยู่ข้างโรงแรม แล้วสองแม่ลูกก็ซิ่งรถหายไป

ในตอนบ่าย บุญทันหรือภูบดีมารอพบอนาวินที่โรงแรมตามนัด แต่เพื่อนตัวดีไม่ยอมลงมาสักที แถมโทร. ตามก็ไม่รับสาย เขานึกห่วงจึงเดินไปถามพนักงานที่เคาน์เตอร์และแจ้งชื่อแขกที่เข้าพักว่า อนาวิน แต่พนักงานหาไม่พบ บุญทันนึกขึ้นได้รีบแจ้งชื่อใหม่ว่า ภูบดี วริทธิวรนันท์

พนักงานกดดูรายชื่อแขกอีกครั้ง แล้วแจ้งหมายเลขห้องให้บุญทันทราบ เขารีบขึ้นไปหาเพื่อนรัก แต่ต้องแปลกใจเพราะประตูไม่ได้ล็อก และเมื่อเปิดเข้าไปก็พบอนาวินนอนไม่ได้สติ

“เฮ้ย ไอ้วิน ไอ้วิน” บุญทันเขย่าตัวเรียกอนาวินค่อยๆลืมตา เขาทบทวนเรื่องราวที่เกิดก็รู้ตัวว่าถูกมอมยารูดทรัพย์ไปจนหมด แถมแหวนประจำตระกูลของเพื่อนรักก็ถูกขโมยไปด้วย เขาบอกเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นให้บุญทันฟัง พร้อมรับปากจะตามแหวนคืนมาให้ได้

ooooooo

ตาลนำเงินสดที่ขโมยมาแบ่งกับแม่ และเก็บอีกส่วนไว้เป็นกองกลางเพื่อใช้หนี้พนันให้แม่และจะไว้เปิดร้านเบเกอรี่อย่างที่ฝันไว้

เจ๊อ้อยไม่พอใจในส่วนแบ่งที่ได้รับ นางมองไปที่ของมีค่าอื่นๆที่ตาลจิ๊กมา และจะขอแบ่งไปขายบ้าง แต่ตาลไม่ยอม เพราะจะเอาของไปปล่อยในวันรุ่งขึ้น เพื่อนำเงินมาเข้ากองกลางจะได้ทำตามฝัน

เจ๊อ้อยเบะปาก แต่มือแอบหยิบแหวนออกมา ตาลรู้ทันรีบทวงแหวนคืนพลางบ่นว่า นึกเห็นใจชายหนุ่มอยู่เหมือนกัน เพราะเพิ่งกลับมาจากเมืองนอกก็โดนดีเข้าแล้ว

“เอ็งไม่ต้องไปสงสารมันหรอก ท่าทางมันจะเป็นคนมีเงิน ดูซิ มีแต่ของใช้แพงๆทั้งนั้น เราขอแบ่งมาใช้แค่นี้ คนรวยมันไม่เดือดร้อนหรอก แล้วเอ็งจะงกอะไรกับแม่กับเชื้อวะ เหนื่อยก็เหนื่อยมาด้วยกัน”

“แต่เราตกลงกันแล้วไม่ใช่หรือ ว่าต้องเก็บเงินไว้ใช้หนี้ที่แม่สร้างเอาไว้คนเดียว” ตาลจ้องหน้าแม่

เจ๊อ้อยเจอไม้นี้ก็เถียงไม่ออก ได้แต่นั่งมองลูกสาวถือของทั้งหมดเดินเข้าห้องไป

ooooooo

ปรารภกลับมารายงานพิพัฒน์ชายวัยเจ็ดสิบกว่าๆ เจ้าของบ้านวริทธิวรนันท์ ว่าภูบดีหลานชายเพียงคนเดียวของท่านกลับมาถึงเมืองไทยแล้ว และจะมาพบในอีกสองสามวันข้างหน้า พิพัฒน์ดีใจถามย้ำกับทนายว่า ใช่หลานเขาแน่หรือ ปรารภยืนยันหนักแน่นเพราะจำแหวนได้

“ขอบใจมากนะคุณปรารภ เฮ้อ ฉันจะได้ตายตาหลับซะที” พิพัฒน์มองรูปภูวดลและภาคินลูกชายทั้งสอง พลางรำพึง “ภูวดล พ่อขอชดใช้ความผิดทั้งหมดให้กับลูกชายแกนะ”

เช้าวันใหม่ พิพัฒน์เรียกประชุมสมาชิกในบ้าน อันประกอบด้วย นภากับปารมีสองแม่ลูก และอเนกกับลูกชายหญิงคือ เอและเมย์

เมื่อสองครอบครัวมาเจอกัน อเนกก็เปิดฉากแขวะนภาด้วยระแวงว่า เธอจะเข้ามามีส่วนแบ่งในมรดก เพราะเป็นแค่ลูกบุญธรรมของน้องชายพิพัฒน์ แต่ท่านเมตตาให้มาอยู่ในฐานะแม่บ้าน ขณะที่นภาเองก็ตอกกลับอเนกว่าเป็นแค่ญาติห่างๆ ที่พิพัฒน์สงสารรับมาเป็นลูกบุญธรรมไม่ได้สืบสายเลือดโดยตรง

“แต่ฉันก็ได้ชื่อว่าเป็นญาติ ย่อมมีสิทธิ์ในมรดกมากกว่าคนนอกอย่างเธอ” อเนกฮึดฮัดจะเอาเรื่อง

เอกับปารมีรีบปรามพ่อกับแม่ของตนเพราะเห็นพิพัฒน์เดินเข้ามา แล้วปารมีก็สวมบทหลานสาวคนดีเข้าไปดูแลคุณปู่ พิพัฒน์ส่งยิ้มให้พลางมองหาเมย์หลานสาวคนโปรด

“มาแล้วค่ะ คุณปู่ขา” เมย์แต่งตัวเปรี้ยวจี๊ดเข้ามาหอมแก้มปู่

นภามองอย่างหมั่นไส้ ขณะที่ปารมียิ้มทำเหมือนเอ็นดูกับท่าทางของเมย์ พิพัฒน์ตำหนิเมย์ที่มาสายแล้วแจ้งกับทุกคนว่า  ทนายปรารภได้พบกับภูบดีทายาทโดยตรงคนเดียวที่เหลืออยู่แล้ว และอีกไม่นานภูบดีจะย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านเพื่อสานต่อธุรกิจทุกอย่างแทนท่าน

นภา อเนก และเอหน้าเจื่อนรีบคัดค้านด้วยกลัวชวดสมบัติ แต่พิพัฒน์ยังยืนกรานว่า ภูบดีคือทายาทเพียงคนเดียวของท่าน แล้วสั่งให้อเนกช่วยดูแลสอนงานให้กับภูบดีด้วย
อเนกจำใจรับคำอย่างเสียไม่ได้ เมย์ไม่อยากรับรู้เรื่องสมบัติอีกแล้วจึงจะขอตัว แต่พิพัฒน์เรียกไว้พร้อมออกคำสั่งว่าจะให้เมย์แต่งงานกับภูบดี ทำเอาทุกคนอึ้งไปตามๆกัน

ooooooo

ปารมีตามมาคุยกับนภาในบ้าน เธอขอร้องแม่ว่าอย่าเครียด เพราะอาการป่วยอาจกำเริบ แต่นภายังทำใจไม่ได้ที่ต้องชวดสมบัติ เธอว่าพิพัฒน์ลำเอียง เห็นเมย์ที่เอาแต่เที่ยวเตร่ไปวันๆดีกว่าลูกสาวของเธอที่ขยันทำการทำงาน แถมยังจะให้เมย์แต่งกับภูบดีอีก

“ทำไงได้ล่ะคะ ในเมื่อคุณปู่รักน้องเมย์มากกว่าปา แต่อย่างว่าล่ะค่ะเราไม่ได้เป็นอะไรกับเขานี่คะแม่ แม่อย่าลืมนะคะ เราเป็นแค่คนอาศัย คุณปู่ให้ที่อยู่ ที่กิน ให้การศึกษากับลูกมันก็มากพอแล้วค่ะ”

“แต่ลูกอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เกิดนะ ลูกก็เหมือนลูกหลานแท้ๆ ยังไงแม่ก็จะไม่ยอมให้มรดกของคุณปู่ตกเป็นของคนอื่นหรอก” นภาหันไปหยิบขวดยามาเปิดแล้วเทใส่มือ

ปารมีร้องห้ามเพราะแม่เพิ่งกินยาไป แต่นภาว่า ถ้าไม่กินเธอก็คงปวดหัวตาย ปารมีได้แต่ถอนใจ

เวลาเดียวกัน เอบ่นกับพ่อถึงเรื่องคุณปู่จะยกสมบัติทั้งหมดให้ภูบดี เพราะที่บริษัทอยู่มาได้ถึงทุกวันนี้ก็เพราะเขากับพ่อช่วยกันบริหาร อเนกรีบแย้งว่า ไม่ใช่ฝีมือตนคนเดียวแต่ยังมีภาคินด้วย

“แต่คุณลุงก็ตายไปแล้ว พ่อควรได้เป็นซีอีโอแทน ไม่ใช่ให้ไอ้ภูบดีเข้ามาชุบมือเปิบแบบนี้”

“อย่าพูดแบบนี้ให้ใครได้ยินนะ ถึงยังไงบริษัทนี้มันก็ไม่ใช่ของเราอยู่ดี ถ้าคุณปู่จะยกให้ทายาทโดยสายเลือด ก็ไม่ใช่เรื่องผิด” อเนกตัดบท แล้วหันไปมองเมย์ที่แต่งตัวสวยเดินลงมา
เอถามน้องว่าจะออกไปไหน เมย์สวนว่าเรื่องของเธอ พี่ไม่เกี่ยวแล้วเข้าไปอ้อนพ่อให้ช่วยปฏิเสธคุณปู่ เพราะเธอไม่มีวันแต่งงานกับคนที่ไม่รักเด็ดขาด

อเนกหนักใจบอกกับลูกว่า ไม่มีใครขัดใจคุณปู่ได้ เอได้ทีเย้ยว่า น้ำหน้าอย่างเมย์คงหาผู้ชายดีไม่ได้ จึงควรทำตามคำสั่งของคุณปู่ เมย์หันขวับจะเอาเรื่องพี่ชาย อเนกร้องห้ามลูกทั้งสอง เอตัดพ้อว่าที่น้องเป็นแบบนี้ก็เพราะพ่อให้ท้าย

เมย์ไม่พอใจเดินหน้าตูมออกไปสตาร์ตรถและเกือบจะชนบุญทันที่เดินคุยมากับต้นหอมถึงเรื่องราวของคนในบ้านว่า ทุกคนล้วนแต่เป็นแค่ญาติห่างๆของคุณท่านเท่านั้น

“เดินประสาอะไรเนี่ย ไม่เห็นหรือว่ารถวิ่งมา” เมย์ลงมาต่อว่า แต่กลับโดนบุญทันสวนกลับอย่างไม่กลัว แถมยังเรื่องมารยาทในการขับรถอีกชุดใหญ่

เมย์แทบควันออกหูประกาศว่า เธอคือเจ้าของบ้าน

“แน่ใจหรือครับ เพราะเท่าที่ผมรู้เจ้าของบ้านคือคุณพิพัฒน์” บุญทันส่งยิ้มเยาะ

“แกนี่มันปากดีจริงๆ ฝากไว้ก่อนเถอะ วันนี้ฉันรีบหรอกนะ” เมย์เดินกลับไปขึ้นรถปิดประตูปังแล้วขับออกไปเกือบจะเฉี่ยวบุญทันที่ยังยืนขวาง

บุญทันถอนใจเฮือกร้องถามต้นหอมว่า เธอคือใคร ต้นหอมตอบว่า เธอคือคุณเมย์ ลูกสาวคุณอเนก เฮี้ยวที่สุดในบ้าน

ooooooo

เมื่อสืบข้อมูลเบื้องต้นเรื่องคนในบ้านจากต้นหอมได้แล้ว บุญทันก็เริ่มทำหน้าที่เป็นครั้งแรก ด้วยการขับรถพาพิพัฒน์ไปสนามกอล์ฟ และด้วยความผูกพันทางสายเลือดทำให้พิพัฒน์รู้สึกคุ้นเคยกับบุญทันเป็นอย่างมาก ท่านพยายามสอบถามเรื่องราวของชายหนุ่ม แต่เขาก็เอาตัวรอดไปได้

เวลาเดียวกัน ธาวินท่ียังข้องใจว่า ตัวเองถูกสาวมอมยารูดทรัพย์ได้อย่างไร เขาตัดสินใจไปพิสูจน์ความจริงที่ห้างสรรพสินค้า โดยแอบซุ่มอยู่ในโซนซื้อขายอุปกรณ์มือถือ ด้วยหวังว่าแม่สาวคนนั้นจะนำของที่ขโมยมาขาย

ในที่สุด ธาวินก็ได้พบกับตาลอีกครั้ง เพราะเธอนำของมาขายจริงๆ เขาเข้าไปจับตัว แต่สาวเจ้ากลับร้องโวยวายเรียกให้ รปภ.ช่วยแถมใส่ความว่า ธาวินเป็นพวกโรคจิตเอาของลับออกมาโชว์

รปภ.ตรงเข้ามาจับตัวธาวินไว้ ตาลจึงหนีไปได้อย่างหวุดหวิด

แม่สาวแสบวิ่งหน้าตื่นกลับไปบ้าน พลางเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้แม่ฟังและชวนหนีไปอยู่ต่างจังหวัด เพราะกลัวถูกจับ แต่เจ๊อ้อยว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะทำมาตั้งหลายหนยังไม่เคยถูกจับได้สักที และครั้งนี้ก็คงเป็นเรื่องบังเอิญ

“เจ้าประคู้น ขออย่าให้ลูกถูกจับเลย ลูกสัญญาครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ลูกตุ๋นคน” ตาลยกมือท่วมหัว

ooooooo

ธาวินเจ็บใจที่ตาลรอดตัวไปได้ เขาโทร.บอกบุญทันและรับปากว่าจะเอาแหวนมาคืนให้ได้ เพราะตอนนี้ตนจ้างนักสืบออกตามหาแม่ตัวแสบแล้ว บุญทันแนะนำให้เพื่อนรักโทร.หาปรารภเพื่อเลื่อนเวลาที่จะเข้าพบคุณปู่

“ฉันจะโทร.บอกเขาเย็นนี้ แล้วแกเป็นไงบ้าง เจอใครที่น่าสงสัยว่าจะเป็นฆาตกรรึยัง”

“ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ ฉันยังเจอคนในบ้านไม่ครบเลย”

“ยังไงแกก็ระวังตัวด้วยนะ”

“อืม แกก็เหมือนกัน” บุญทันปิดโทรศัพท์พลางถอนใจนึกถึงเหตุการณ์ในอดีต

หลายเดือนก่อน ภาคินโทร.ทางไกลหาหลานชาย เพราะอยากรู้ว่าจะกลับเมืองไทยเมื่อไหร่ ภูบดีบอกกับลุงว่า อีกประมาณสองอาทิตย์ เพราะตั้งใจจะกลับไปให้ทันวันเกิดปู่ และบ่นเสียดายที่พ่อกับแม่ของเขาไม่มีโอกาสได้กลับไปกราบคุณปู่ด้วยกัน

“เอาน่ะ คิดซะว่าพ่อกับแม่เราเค้าไปสบายแล้ว แค่หลานกลับมาคุณปู่ก็มีความสุขแล้ว” ภาคินปลอบใจ

ตอนที่ 2

ธาวินพาสองแม่ลูกวิ่งมากลางบ่อน เฮียเสกตามไล่ล่าพยายามยิงปืนขู่ ชายหนุ่มเห็นจวนตัว จึงดึงตาลไปทางบันไดหนีไฟ ขณะที่เจ๊อ้อยตามไม่ทัน หลงหลบไปอีกทาง

ครู่ต่อมา สองหนุ่มสาววิ่งมาถึงกลางซอย ตาลหันไปมองข้างหลังไม่เห็นแม่ตนตามมา จึงจะกลับเข้าไปช่วยแต่ธาวินห้ามไว้ เพราะเข้าไปก็ตายสถานเดียว นาทีนั้นเฮียเสกกับลูกน้องตามมาทัน จะเข้าเล่นงานตาล ธาวินสวมบทพระเอกเข้าปกป้อง จึงโดนฟาดด้วยไม้หน้าสามเข้าแสกหน้าตามด้วยที่ท้ายทอยอีกหนึ่งเป๊าะ ทำให้หมดสติไป

ตาลตกใจร้องขอความช่วยเหลือ โชคดีมีรถตำรวจผ่านมา เฮียเสกกับลูกน้องถอยหายไปในความมืด ตำรวจเข้ามาดูเหตุการณ์ ตาลฟ้องว่า สามีเธอถูกทำร้าย ตำรวจจึงวิทยุเรียกรถพยาบาลเข้ามารับ

ooooooo

ชายหนุ่มถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ตาลตามมาด้วยความเป็นห่วง

เธอโทร.บอกกับแม่เรื่องธาวินช่วยชีวิตไว้ และโดนรุมซ้อม เจ๊อ้อยว่าไม่ใช่ธุระ เร่งให้ลูกรีบกลับบ้าน เพราะถ้าตำรวจจะมาสอบปากคำจะพากันเข้าปิ้งไปตามๆ กัน ตาลรับคำขยับจะเดินหนี แต่พยาบาลเรียกไว้ เพราะเข้าใจว่าเธอเป็นญาติคนไข้ จึงจะให้ช่วยกรอกประวัติ

แม่สาวแสบหน้าเสีย แกล้งโวยวายกลบเกลื่อน “นี่คุณ สามีฉันกำลังจะตายนะ คุณจะมาเอาชื่ออะไรตอนนี้หา ให้เขาปลอดภัยก่อนได้ไหม ไม่ต้องกลัวหรอก ฉันมีเงินจ่ายค่ารักษาเขาแน่ ขอให้รักษาให้หายเถอะ”

“เอ่อ ค่ะ งั้นเดี๋ยวถ้าคุณพอมีเวลารบกวนกรอกประวัติให้หน่อยนะคะ” พยาบาลส่งเอกสารกรอกประวัติให้

ตาลทำเป็นไม่พอใจ กระชากกระดาษมาถือไว้ พลางบ่นกับตัวเอง “จะกรอกได้ไงวะ เราไม่รู้จักชื่อเขาซะหน่อย เอาไงดีวะเรา เผ่นก่อนดีกว่า” ว่าแล้วเธอจะเดินหนี แต่โอกาสไม่เปิดให้เธอง่ายๆ เพราะหมอเดินออกมาจากห้องฉุกเฉินพอดี

“ขอโทษครับ คุณเป็นญาติคนไข้รึเปล่าครับ” คุณหมอเรียก

“เอ่อ ค่ะ เขาเป็นไงบ้างคะหมอ ตายรึเปล่าคะ”

“ปลอดภัยแล้วครับ หมอเอกซเรย์ดูแล้ว มีกะโหลกชั้นนอกร้าวเล็กน้อย โชคดีที่ไม่มีเลือดคั่งในสมอง แต่ยังตอบไม่ได้ว่าจะฟื้นเมื่อไหร่ เพราะถึงแม้ว่าตอนนี้จะปลอดภัยแล้ว แต่คงต้องติดตามดูอาการอีกซักระยะ”

ตาลโล่งใจ เตรียมจะเดินออก แต่พยาบาลอีกคนนำซองใส่ของใช้ส่วนตัวของธาวินมาส่งให้ ตาลรับมาเปิดดูเห็นมีกระเป๋าสตางค์ การ์ดโรงแรม นามบัตร เครดิตการ์ดชื่อ P.VARITTIVORANUNTA และนามบัตรฝรั่งอีกปึกใหญ่ เธอถึงกับส่ายหน้า เพราะไม่รู้จะติดต่อ ญาติชายหนุ่มได้อย่างไร

พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นนามบัตรภาษาไทยชื่อปรารภ ซุกอยู่ล่างสุด สาวเจ้าเริ่มมีความหวังรีบโทร.หาปรารภ

ooooooo

เมื่อปรารภรู้ข่าว เขารีบมาที่โรงพยาบาลทันที

เวลาเดียวกันนั้น ตาลก็เข้ามาลาธาวินที่ยังไม่ได้สติ เพราะคิดว่าหมดหน้าที่ของเธอแล้ว เธอขอแหวนของชายหนุ่มไปทำทุน แล้วเดินออกมา แต่ต้องชะงักเพราะพยาบาลพาตำรวจมาสอบปากคำ

ตาลจำใจเดินตามตำรวจเข้าไปนั่งในห้องรับรองของโรงพยาบาล แล้วแต่งเรื่องว่า เธอกำลังเดินเล่นกันอยู่กับสามี จู่ๆก็มีคนร้ายเข้ามาปล้น สามีเธอไม่ยอมจึงถูกทำร้าย ตำรวจลงบันทึกตามนั้น ก่อนเงยหน้าขึ้นมาถามว่าสามีชื่ออะไร

ตาลอึกอักตอบไม่ได้ สถานการณ์คับขันนั้น ปรารภ เดินเข้ามาพลางร้องถามว่า คุณภูเป็นอย่างไรบ้าง ทุกคนชะงักหันไปมอง ปรารภจึงแนะนำตัวว่าเขาเป็นทนายประจำตระกูลของคุณภูบดี

ตาลมองทนายแล้วบอกกับตำรวจว่า สามีเธอชื่อภูบดี วริทธิวรนันท์ ก่อนหันไปแนะนำตัวกับปรารภว่า เธอเป็นภรรยาของชายหนุ่ม เล่นเอาปรารภยืนงง ตำรวจสงสัยในท่าทีของคนทั้งคู่ จึงเอ่ยถาม

“ท่าทางคุณทนายกับภรรยาคุณภูบดีจะยังไม่เคยเจอกันมาก่อนนะครับ”

ปรารภมองจ้องตาลอีกครั้ง เห็นเธอยกมือที่ใส่แหวนของภูบดีเสยผมอย่างไม่ตั้งใจ ก็ชะงักแล้วตอบตำรวจไปว่า คุณภูกับภรรยาเพิ่งมาจากต่างประเทศ จึงยังไม่เคยเจอกัน

“งั้นหรือครับ มิน่าคุณสองคนดูแปลกๆ เอาล่ะครับ ผมคงหมดธุระแค่นี้ ไว้คุณภูบดีฟื้นเมื่อไหร่ผมจะมาสอบปากคำใหม่ ลาล่ะครับ” ตำรวจออกไป

ตาลมองตามอย่างโล่งอก แล้วหันมาส่งยิ้มให้ปรารภ กลบเกลื่อนพิรุธ

ooooooo

แม่สาวแสบพาปรารภเข้ามาดูอาการธาวินในห้องพัก ทนายมองร่างที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงด้วยความสงสัย ก่อนหันมาถามตาลว่า เธอแต่งงานกับภูบดีตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมเจอกันวันก่อนไม่เห็นเขาพูดถึง

ตาลอึ้งไปนิดแล้วทำเนียนเล่าว่า เธอกับภูบดีเจอกันบนเครื่องบินตอนที่กลับมาเมืองไทย หลังจากนั้น

ทั้งคู่ก็ติดต่อกันเรื่อยและเธอก็เชื่อว่ามันคือรักแรกพบ

ปรารภเชื่อตามนั้น เขาบอกกับตาลว่า ถ้าเธอไม่ใช่คนสำคัญ คุณภูคงไม่มอบแหวนประจำตระกูลให้เป็นแน่

ตาลมองแหวนก็พอจะเข้าใจจึงรีบเสริม “ใช่ค่ะ คุณภูบอกว่าแหวนวงนี้สำคัญมาก ถึงได้มอบให้ตาลไว้บอกว่าแทนหัวใจทั้งดวงของคุณภูค่ะ”

ปรารภพยักหน้ารับบอกว่า พรุ่งนี้ตนจะไปเรียนพิพัฒน์คุณปู่ของภูบดีเรื่องชายหนุ่มเข้าโรงพยาบาล เพราะเขาคือทายาทโดยสายเลือดเพียงคนเดียวของตระกูล วริทธิวรนันท์ เจ้าของบริษัทในเครือวรารมย์เศรษฐีพันล้าน

ตาลยืนตะลึง กลัวว่าถ้าชายหนุ่มฟื้นขึ้นมาแล้วบอกความจริงกับตำรวจ เธอคงติดคุกหัวโตแน่

ส่วนปรารภเห็นตาลเงียบไปก็เข้าใจว่าเธอคงอยากจะพักจึงขอตัวกลับ ตาลสบโอกาสจะหนีกลับบ้าน แต่ได้ยินปรารภกำชับพยาบาลที่เฝ้าอยู่หน้าห้องว่า ให้ดูแลเธอกับภูบดีให้ดี ห้ามให้ออกไปไหนเพราะกลัวจะมีอันตราย

“อะไรกันวะ มาเฝ้าเราทำไม” ตาลบ่นเบาๆ แล้วพลันสะดุ้งเพราะเจ๊อ้อยโทร.มาตาม เธอกดรับสายบอกกับแม่ว่ามีเรื่องนิดหน่อย แต่ไม่ต้องห่วง เพราะเอาตัวรอดได้ แล้วถอยกลับมาตั้งหลักในห้อง

ooooooo

เช้าวันใหม่ นภาชวนปารมีไปทานอาหารที่ตึกใหญ่ หวังคุณปู่จะเปลี่ยนใจให้ปารมีแต่งงานกับภูบดีแทนเมย์ แต่ปารมีว่า คงเป็นไปไม่ได้

“อย่าเพิ่งท้อสิลูก ลูกลืมไปแล้วหรือว่า นายภูบดียังไม่เคยเจอยายเมย์เลยนะ แม่เชื่อว่า ถ้านายภูเจอแม่นั่นกับลูกของแม่ รับรองนายภูต้องเลือกลูกมากกว่านังเด็กนั่นร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะลูกแม่ทั้งสวยอ่อนหวาน น่ารักเป็นกุลสตรี ผิดกับนังเด็กนั่นที่ก้าวร้าวยังกะเด็กเหลือขอ จำไว้นะลูก ถ้านายภูบดีมา ลูกต้องใช้จริตใช้เสน่ห์ทุกอย่างเข้าไปผูกมัดใจให้ได้”

ตอนที่ 3

พิพัฒน์เรียกครอบครัวอเนกมาทานอาหารที่ตึกใหญ่ เขาต้องการเปิดตัวภูบดีและตาล ทั้งอเนกและเอมองตาลอย่างระแวงว่าจะมาปอกลอกภูบดี จึงพยายามซักถึงที่มาที่ไปตาล ทำให้สาวเจ้าไม่พอใจนัก เธอแกล้งทำหวานใส่ธาวิน พลางคุยว่า แค่สบตาก็รู้ว่าเกิดมาเพื่อกันและกัน

พิพัฒน์หัวเราะชอบใจเอ่ยต่อเรื่องจดทะเบียน ธาวินอึกอักเพราะจำไม่ได้ ตาลจึงตอบเองว่ายังไม่ได้จดและเธอก็ไม่ซีเรียสเรื่องนี้ ความรักเป็นเรื่องใหญ่กว่า แต่พิพัฒน์ไม่ยอม

ตอนที่ 4

ตาลออกมานั่งฝันหวานถึงเงินสิบห้าล้านที่จะได้จากพิพัฒน์ ธาวินเดินตามมา แต่เห็นสาวเจ้านั่งเหม่อจึงเขามาลักหอมแก้ม ตาลสะดุ้งตื่นจากภวังค์ ต่อว่าชายหนุ่มที่ชอบขโมยหอมอยู่เรื่อย

“ผมไม่ได้ขโมยนะ ก็ตาลเป็นเมียผม” ธาวินทำท่าจะหอมซ้ำ ตาลร้องห้ามบอกว่าเขาเป็นเกย์ไม่ได้ชอบผู้หญิง แต่ธาวินไม่ฟังจะหอมแก้มให้ได้ ตาลเบี่ยงตัวหลบอ้างว่าขอเวลาทำใจ

“โอเคจ้ะ ผมขอโทษ ตาลยังไม่บอกผมเลยว่าเหม่อคิดอะไรอยู่”

“อ๋อ ตาลคิดถึงแม่น่ะค่ะ แม่คงดีใจที่รู้ว่าตาลจะแต่งงาน”

“พอตาลได้เงินค่าสินสอดจากคุณปู่ไปใช้หนี้

คุณแม่ของตาลก็จะไม่ลำบากแล้ว สัญญากับผมนะถ้าตาลมีเรื่องอะไรเดือดร้อน ตาลต้องบอกให้ผมรู้เป็นคนแรก” ธาวินจับมือเธอขึ้นมาพลางสบตา “ก่อนหน้านี้ผมอาจเคยทำร้ายความรู้สึกตาล แต่ผมให้สัญญาว่า จากนี้ไป ผมจะรักและดูแลตาลให้ดีที่สุด”

ตาลฟังแล้วอึ้งเริ่มหวั่นไหวไปกับธาวิน ใกล้ๆกันนั้น บุญทันแอบมองทั้งคู่อยู่ เขาบอกกับตัวเองว่าต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับธาวิน

จังหวะนั้นเอง เมย์เดินออกมาเห็นบุญทันกำลังชะเง้อมองธาวินกับตาล จึงเข้าไปต่อว่า บุญทันลืมตัวดึงเมย์มาจูบเพื่อให้เธอหยุดพูด เมย์โกรธมากตบหน้าบุญทันฉาดใหญ่

“แกกล้าดีมากนะ ที่ทำแบบนี้กับฉัน ฉันจะบอกคุณปู่ให้ไล่แกออก” เมย์เดินออกไป

“เอ่อ เดี๋ยวครับคุณเมย์...ไม่น่าเลยเรา” บุญทันนึกโกรธตัวเอง

ooooooo

ปารมีเข้ามาอ้อนทำคะแนนกับพิพัฒน์บนตึกใหญ่ เธอบอกกับคุณปู่เรื่องอาการป่วยของแม่ หวังเรียกคะแนนสงสาร

แล้วเมย์เดินหน้าบึ้งเข้ามาฟ้องคุณปู่ให้ไล่บุญทันออก พิพัฒน์ถามถึงเหตุผล แต่เมย์อึกอักไม่กล้าบอกความจริง เธออ้างว่าไม่ชอบหน้าบุญทัน

“เฮอะ แกนี่ชักจะเอาแต่ใจใหญ่แล้วนะ ไม่ชอบหน้าใครก็จะให้ปู่ไล่ออก แกโตแล้วนะไม่ใช่เด็กๆ หัดเอาอย่าง ยัยปาเขาซิ เขาไม่เคยทำอะไรให้ปู่ต้องหนักใจหรือปวดหัวเหมือนแก” พิพัฒน์ส่ายหน้าระอา

เมย์หันมามองหน้าปารมี เห็นเธอส่งยิ้มหยันจึงว่าประชด “ก็ใช่สิคะ เมย์เลียแข้งเลียขาคนไม่เป็นนี่” แล้วแม่จอมเหวี่ยงก็เดินเชิดออกไป

พิพัฒน์ถอนใจเฮือกหันมาบอกปารมีว่าอย่าไปถือสาน้อง

“ไม่หรอกค่ะคุณปู ปารู้ตัวว่าปากับแม่เป็นแค่คนมาอาศัย ไม่เหมือนน้องเมย์ที่เขาเป็นญาติคุณปู่ เขาจะว่าปากับแม่ยังไงก็ได้”

“แกก็คิดมากเหมือนแม่แกอีกคนแล้วยายปา ปู่ไม่เคยคิดว่าแกกับแม่เป็นคนอื่นคนไกล ยังไงปู่ก็รักแกเหมือนลูกเหมือนหลาน”

“ขอบคุณนะคะคุณปู่ คุณปู่มีพระคุณกับปาและแม่มากค่ะ” ปารมีก้มลงกราบ

พิพัฒน์ถอนใจอีกรอบ แล้ววานให้ปารมีไปตามบุญทันมาพบ ครั้นออกมาถึงหน้าบ้าน ปารมีพบบุญทันกำลังเจรจาอยู่กับเมย์ แต่ดูท่าทางเมย์โกรธมาก เธอสะบัดหน้าเดินเชิดออกไป ปารมีชักสงสัยจึงเข้าไปบอกบุญทันว่า คุณปู่เรียกหาแล้วเอ่ยถามว่า เกิดอะไรขึ้น แต่บุญทันว่าไม่มีอะไรแล้ว ขอตัว

“แต่ฉันว่าแกสองคนเหมือนมีอะไรกันนะ” ปารมี มองตาม

ooooooo

บุญทันเข้าไปพบพิพัฒน์ในห้องทำงาน ได้ยินท่านเอ่ยว่า ต้องขอโทษแทนเมย์ที่เอาแต่ใจจนเคยตัวบุญทันหน้าเสียรีบออกตัวว่า เป็นเพราะตนพูดไม่ดีกับเมย์ก่อน

พิพัฒน์ส่ายหน้าบ่นต่อ ตอนแรกท่านตั้งใจจะให้เมย์แต่งงานกับภูบดีหลานชาย เพราะถ้ามีครอบครัว เมย์อาจมีความคิดเป็นผู้ใหญ่กับเขาบ้าง แต่เสียดายที่หลานชายดันมีเมียแล้ว

บุญทันอมยิ้มแล้วแกล้งเปรยว่า ถ้าไม่ใช่ภูบดี คุณเมย์จะเหมาะสมกับใคร พิพัฒน์ตอบทันควันว่า ถ้าท่านไม่จับเมย์แต่งงานก็คงไม่มีใครกล้ามาขอเป็นเมียแน่

“เออ มัวแต่พูดเรื่องยายเมย์เกือบลืมเรื่องสำคัญ เดือนหน้าหลังจากที่ภูบดีแต่งงาน เขาจะเข้าไปทำงานที่บริษัท ฉันจะให้แกขับรถให้เขา ส่วนฉันเดี๋ยวให้ไอ้แย้มมัน หาคนมาใหม่ แล้วปืนที่ให้ไปยังอยู่ดีใช่ไหม” พิพัฒน์เข้าเรื่อง

บุญทันพยักหน้ารับ พิพัฒน์ย้ำให้เขาเอาปืนติดตัวไว้ เพราะไม่แน่ใจว่าการกลับมาของภูบดีจะทำให้ใครไม่พอใจบ้าง แล้วท่านก็รำพึงถึงภาคินลูกชายที่ตายอย่างไม่มีสาเหตุ แถมหลังภาคินตายไปแล้ว สมยศก็มาแจ้งกับพิพัฒน์ว่า ผลการชันสูตรศพพบว่ามียาเสพติดในเลือด ตำรวจจึงสันนิษฐานว่าภาคินคงใช้ยาเสพติดก่อนที่จะโดดตึกเพื่อฆ่าตัวตาย

“ฉันฝากให้แกดูแลภูบดีด้วยนะ” พิพัฒน์หันมากำชับ

“ครับท่าน”บุญทันรับคำหนักแน่น เขาแอบน้ำตาคลอตื้นตันในความรักที่ปู่มีให้ และให้สัญญากับตัวเองว่าจะต้องหาตัวฆาตกรที่ฆ่าลุงภาคินมาให้ได้

ooooooo

หลังจากให้ลูกน้องไปสืบเรื่องตาลได้ไม่นาน สมยศก็หาบ้านตาลพบ เขาตามไปสมทบกับลูกน้องที่บ้านของตาล และบุกเข้าค้นในบ้าน แต่ไม่พบใครจึงออกมาสอบถามชาวบ้านแถวนั้นก็พอได้เค้าว่า สองแม่ลูกหายไปสองอาทิตย์กว่าแล้ว และเป็นไปได้ว่าทั้งคู่จะเป็นนักต้มตุ๋น

สมยศนำข้อมูลที่ได้ไปบอกกับปารมีและขอเงินค่าเหนื่อยเพิ่มอีกสองหมื่น ปารมียอมจ่ายและเร่งให้สมยศรีบหาหลักฐานมาแฉตาล สมยศอ้อนจะชวนปารมีไปหาความสุขกันต่อ แต่เธออ้างว่าต้องรีบกลับเพราะแม่ไม่สบาย แล้วรีบขอตัว

จังหวะนั้นเอง เอเข้าไปซื้อกาแฟในร้าน เขาเหลือบเห็นปารมีคุยอยู่กับสมยศก็หึง จึงตามไปต่อว่า ปารมีตีหน้าซื่ออ้างว่า แวะมาซื้อกาแฟให้คุณปู่ แต่บังเอิญเจอสารวัตรสมยศเลยหยุดคุยด้วย

เอยอมเชื่อตามนั้น เขาชวนปารมีไปหาที่เงียบๆคุยกัน แต่ปารมีว่าต้องเอาเค้กกลับไปให้คุณปู่ทาน แล้วเดินเลี่ยงออกไป เอมองตามอย่างเสียดาย ส่วนปารมีทำหน้าชิงชังบอกกับตัวเอง

“ผู้ชายมีแต่พวกเอาแต่ได้ เอาไว้ให้ถึงวันที่ฉันได้ทุกอย่างก่อนเถอะ ฉันจะเอาคืนพวกแกให้สาสม”

ooooooo

เช้าวันใหม่พิพัฒน์บอกกับตาลและธาวินว่าให้ไปลองชุดแต่งงาน ปารมีช่วยติดต่อร้านเวดดิ้งไว้ให้แล้ว ธาวินรับคำ พิพัฒน์คุยถึงเรื่องฮันนีมูน ธาวินว่าที่ไหนก็ได้ แล้วหันมาถามตาล ว่าจะไปไหนดี

“ตาลไปไหนก็ได้ค่ะที่มีคุณภูไปด้วย” ตาลทำฉอเลาะใส่

“แหม แกนี่โชคดีนะเจ้าภูที่ได้เมียน่ารักอย่างหนูตาล” พิพัฒน์หัวเราะชอบใจ

ตาลนึกขึ้นได้แสร้งตีหน้าซื่อถามพิพัฒน์เรื่องเงินค่าสินสอดว่าจะได้เมื่อไหร่ เพราะเธอไม่ค่อยรู้เรื่องธรรม– เนียมไทยจึงศึกษาไว้

“ปกติตามธรรมเนียมก็ต้องให้วันแต่งน่ะแหละ แล้วหนูบอกแม่รึยังว่าจะเอาเงินไปใช้หนี้ให้”

“บอกแล้วค่ะคุณปู่ แม่ดีใจใหญ่เลย แม่ฝากกราบขอบพระคุณคุณปู่ด้วย”

“หวังว่าวันแต่งคงจะได้เจอแม่หนูนะ”

“ค่ะ แม่บอกว่าจะมาแน่ค่ะ คุณปู่เติมกาแฟหน่อยไหมคะ” ตาลส่งยิ้มใสซื่อ...พิพัฒน์อมยิ้มถูกใจหลานสะใภ้ยิ่งนัก

ในตอนสาย ธาวินกับตาลออกไปลองชุดแต่งงานตามคำสั่งของคุณปู่โดยมีบุญทันเป็นคนขับรถพาไป บุญทันแอบสังเกตอาการเพื่อนรักอยู่ห่างๆ แต่ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าอะไรทำให้เขาเปลี่ยนไป

สักพักปรารภก็ตามมา เขาสั่งให้บุญทันกลับไปก่อน เขาจะพาภูบดีไปหาหมอ แล้วพาไปส่งบ้านเอง บุญทันเอะใจอาสาขับรถไปให้ แต่ปรารภไม่ยอม ทำให้บุญทันยิ่งสงสัยจึงแอบตามไป

เวลาต่อมา ปรารภ ธาวิน และตาลมาพบหมอระบบประสาทตามนัด เพื่อหาวิธีฟื้นความทรงจำของธาวิน บุญทันเห็นป้ายที่หน้าห้องหมอก็สงสัยว่า ปรารภกับตาลจะร่วมมือกันล้างสมองธาวิน

ส่วนธาวินที่คุยอยู่กับหมอในห้อง เขาได้รับคำแนะนำว่า ให้ลองกระตุ้นความทรงจำด้วยการให้ตาลพาชายหนุ่มออกเดทอีกครั้ง เพื่อความประทับใจในอดีตจะทำให้ความจำของเขากลับคืนมา

ตาลอึกอักเพราะยังคิดไม่ออกว่าจะพาชายหนุ่มไปเดทที่ไหน

หลังจากทั้งสามออกจากห้องหมอมาแล้ว บุญทันก็สวมรอยเข้าไปคุยกับหมอ อยากรู้ความจริงว่าเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนรัก แต่หมอไม่ยอมบอกเพราะปรารภขอร้องไว้อย่าบอกใครเรื่องเจ้านายของเขาความจำเสื่อม บุญทันผิดหวัง แต่เขายังไม่ละความพยายาม

ooooooo

ในตอนค่ำ บุญทันแอบตามธาวินกับตาลไปเดทที่ร้านอาหารฝรั่งในโรงแรมหรู เขาได้ยินทั้งสองคุยกันเรื่องธาวินความจำเสื่อม

“ไอ้วินความจำเสื่อมงั้นหรือ” บุญทันอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน และต้องสะดุ้งเมื่อเห็นเมย์เดินเข้ามาทักทายตาลกับธาวิน เพราะเธอบังเอิญนัดเพื่อนมาทานที่ร้านนี้เหมือนกัน

ตาลชวนเมย์นั่งด้วยกัน แต่เมย์ไม่อยากเป็นก้างขวางคอจึงขอตัวไปนั่งรอเพื่อนที่โต๊ะ บุญทันรีบยกเมนูบังหน้า แล้วหาโอกาสหลบออกไป แต่บังเอิญเมย์หันไปเห็นพอดี เธอวิ่งตามมาเรียกบุญทัน แต่เขาหายไปในความมืดเสียแล้ว

ส่วนธาวินที่ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขานั่งจิบไวน์อย่างอารมณ์ดีพลางมองตาลอย่างเคลิบเคลิ้ม ตาลชักเขินชวนให้ชายหนุ่มทานอาหาร

“แปลกนะทำไมผมจำได้แค่ภาพที่อยากจูบตาล ทำไมจำภาพอื่นๆ ไม่ได้เลย”

“ก็คุณภูเจ้าชู้นี่คะ เจอตาลครั้งแรกก็อยากจะปล้ำตาลซะแล้ว คุณน่ะผู้ชายชีกอ”

“ผมขอถามอะไรอย่างได้ไหม ถ้าผมจำอะไรในอดีตไม่ได้เลย ตาลจะยังรักผมอยู่ใช่ไหม”

“รักสิคะ ก็ตาลเป็นเมียคุณภูนะคะ ตาลจะไม่รักคุณภูได้ไง”

“ขอบคุณมากนะตาล ผมอยากให้ตาลรู้นะถึงผมจะจำไม่ได้ว่าผมรักตาลตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ผมจะรักตาลตลอดไป” ธาวินจับมือตาลขึ้นจูบ ตาลซาบซึ้งชักอินไปด้วย

ooooooo

บุญทันกลับห้องพักด้วยอาการคิดไม่ตก เพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมจู่ๆ ธาวินถึงความจำเสื่อม แล้วผู้หญิงชื่อตาลเป็นใคร เธอมาเกี่ยวข้องอะไรด้วย

ส่วนตาลที่กลายเป็นผู้ต้องสงสัย เธอประคองธาวินที่เมาไวน์เข้ามาในห้อง ระหว่างนั้นได้ยินชายหนุ่มบอกรักไม่หยุด และทำท่าจะจูบ

“ไม่ได้ค่ะ” ตาลรีบผละออกมา

“ทำไมอ่ะ ตาลไม่รักผมหรือ ผมว่าผมไม่ได้เป็นเกย์แล้วล่ะนะ ให้ผมจุ๊บทีนึง” ธาวินทำปากจู๋

“ไม่ค่ะ ตาลจะไปอาบน้ำ” ตาลผลักธาวินล้มลงไปนอนบนเตียง แล้วหนีเข้าห้องน้ำไป

“ผมอยากให้คนทั้งโลกรู้ว่าผมรักตาล ผม...รัก...ตาล...” ธาวินพึมพำแล้วหลับไป

ตาลแอบยิ้มนึกถึงที่ธาวินพูด แล้วรีบเตือนตัวเอง “ไม่ได้นะ นี่มันเรื่องโกหก เราไม่ได้เป็นอะไรกับเขาห้ามอิน”

ครั้นอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว ตาลก็เข้ามาปลุกให้ธาวินไปอาบน้ำบ้าง แต่เขากลับรวบตัวเธอลงไปนอน ตาลโวยวายพลางดิ้นหนี แต่ธาวินกลับยิ่งรัดแน่นไม่ยอมปล่อย

ตาลหมดปัญญาหยุดดิ้น ธาวินก็หยุดรัด แต่เมื่อเธอจะลุกหนี เขาก็ดึงกลับไปกอดใหม่

“โอ๊ย...อะไรกันเนี่ย ฉันไม่ใช่หมอนข้างนะ... ปล่อย...” ตาลจะเล่นงานธาวิน แต่เห็นเขายังหลับไม่รู้เรื่อง ก็ถอนใจจำนอนอยู่ในอ้อมกอด แล้วหลับไปในที่สุด

ooooooo

แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามา ธาวินลืมตาตื่นขึ้นเห็นตาลยังคงหลับอยู่ในอ้อมกอด เขาอมยิ้มแล้วก้มลงหอมแก้มเธอเบาๆ ตาลงัวเงียตื่นขึ้นมาเห็นธาวินส่งยิ้มให้ก็รีบผละออกมา แต่เขากลับดึงไว้ไม่ยอมปล่อย เธอจึงกัดแขนเขาเป็นการเอาคืน พลางต่อว่าที่หลอกกอดเธอทั้งคืน

“ถ้าผมไม่แกล้งก็ไม่ได้นอนกอดตาลสิ” ธาวินยื่นหน้าเข้ามาใกล้อย่างทะเล้น

“คุณเนี่ยเจ้าเล่ห์ที่สุดเลย” ตาลส่งค้อนให้ก่อนเดินหนีเข้าห้องน้ำไป...ธาวินหัวเราะไล่หลังอย่างอารมณ์ดี

เวลาเดียวกัน พิพัฒน์เรียกอเนกมาพบ และแจ้งว่าจะให้ภูบดีเข้าไปดูแลโครงการโรงแรมที่หัวหินในต้นปีหน้า และหลังจากเสร็จเรื่องแต่งงานแล้ว จะให้หลานชายเข้าไปทำงานที่บริษัทโดยเริ่มจากฝ่ายบริหารที่เอดูแลอยู่ แล้วให้เอย้ายไปอยู่ฝ่ายการตลาดแทน อเนกอึดอัดใจขยับจะค้าน แต่พิพัฒน์ชิงพูดขึ้นก่อน

“ฉันรู้ว่าแกจะพูดอะไร แต่วันหนึ่งข้างหน้าภูบดีจะต้องเป็นคนดูแลบริษัทในเครือของฉันทั้งหมดและฉันก็หวังว่าแกกับลูกชายจะเป็นที่ปรึกษาที่ดีให้กับเจ้าภู”

“ครับ” อเนกลอบถอนใจอย่างอึดอัด แล้วขอตัวกลับไปแจ้งข่าวกับลูกชาย

ooooooo

เอโวยลั่นไม่ยอมเป็นลูกน้องภูบดี แต่อเนกว่าไม่มีใครขัดคำสั่งคุณปู่ได้ เพราะท่านเป็นเจ้าของบริษัท เอค้านว่า เขากับพ่อมีส่วนในการสร้างให้มันเจริญมาถึงทุกวันนี้

“เรื่องนั้นพ่อรู้ แต่แกอย่าลืมว่าพ่อเป็นแค่ลูกบุญธรรมของคุณปู่ เปรียบไปแล้วก็เหมือนเป็นแค่ลูกจ้างคนหนึ่ง เราไม่มีสิทธิ์อะไรในบริษัทนี้”

“ไม่ ผมไม่ยอม ผมจะไปพูดกับคุณปู่เอง ผมไม่เชื่อหรอกว่าน้ำหน้าอย่างไอ้ภูบดีมันจะบริหารงานที่นี่ได้”

“เชื่อพ่อ ไม่มีประโยชน์หรอก คุณปู่รอทายาทคนนี้มานานถึงวันนี้ท่านไม่ฟังใครหรอก นอกจากภูบดี” อเนกเอาน้ำเย็นเข้าลูบ แต่เอไม่รับฟัง เขาเดินหัวเสียออกไป

ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา เอก็มานั่งปรับทุกข์อยู่กับปารมีในห้องพักของโรงแรม เพราะเขาไม่มีวันยอมให้ภูบดีมาชุบมือเปิบแน่ๆ ปารมีได้โอกาสรีบใส่ไฟหวังหลอกใช้เอกำจัดภูบดีกับตาล เอส่งยิ้มร้ายยอมทำตามคำแนะนำของปารมี

คืนต่อมา ปารมีทำพั้นช์มาให้ตาลที่นั่งเล่นอยู่ในสวนชิม เธออ้างว่าจะเตรียมไว้เลี้ยงแขกของคุณปู่และบังเอิญว่าเมย์นั่งคุยอยู่กับตาลด้วย ตาลจึงชวนให้ลองชิมด้วยกัน เมย์ชิมอย่างจำใจ แล้วติว่าไม่อร่อยก่อนจะขอตัวกลับบ้าน เพราะไม่ชอบหน้าปารมี

ปารมีทำจ๋อยหันมาขอความเห็นใจจากตาล

“คุณปาอย่าไปโกรธคุณเมย์เลยนะคะ สงสัยมันจะขมคุณเมย์คงไม่ชอบ”

“ไม่โกรธหรอกค่ะพี่ตาล น้องเมย์เขาก็เป็นแบบนี้แหละ อะไรที่ปาทำให้ เขาไม่เคยบอกว่าดีหรอกค่ะ ว่าแต่พี่ตาลเถอะเติมอีกหน่อยไหมคะ เดี๋ยวปาไปเติมให้”

“ไม่ต้องหรอกค่ะ แค่นี้ก็พอแล้ว”

“แล้วพี่ภูล่ะคะ ปาอยากให้พี่ภูได้ชิมด้วย”

“คุณภูอยู่บนห้องค่ะ”

“งั้นพี่ตาลรอเดี๋ยวนะคะ ปาฝากไปให้พี่ภูช่วยชิมด้วย” ปารมีเดินออกไป

ตาลยกพั้นช์ดื่มจนหมดแก้ว สักพักรู้สึกง่วง เธอจะเดินกลับไปนอน แต่ไม่ทันได้ขยับขาก็ร่วงลงไปกองกับพื้น เช่นเดียวกับเมย์ที่หลับไม่รู้เรื่องอยู่ในห้องนอน

ooooooo

ด้านธาวินนั่งรอตาลอยู่ในห้อง แต่ไม่เห็นเธอกลับมาเสียทีจึงลงมาถามหากับต้นหอม แม่สาวใช้ว่าเธอเห็นคุณตาลเดินเล่นอยู่ในสวนเมื่อตอนหัวค่ำ ธาวินออกไปดูแต่ไม่พบจึงโทร.ตาม เขาได้ยินเสียงมือถือของตาลดังมาจากในสวนจึงมองหาต้นเสียง

ก็พบมันหล่นอยู่ที่พื้น

“ทำไมโทรศัพท์ตาลมาหล่นอยู่นี่” ธาวินหยิบมือถือขึ้นมารู้สึกใจคอไม่ดีนัก เขาเดินหาตาลต่อไป จนใกล้จะถึงบ้านพักบุญทันก็เห็นเงาของใครบางคนออกมาจากบ้านพัก แล้วเดินหายไปในความมืด

“ใคร” ธาวินพึมพำกับตัวเองแล้วเดินเข้าไปที่หน้าบ้าน เห็นประตูปิดไม่สนิทจึงเปิดเข้าไปก็ต้องตะลึง เพราะที่เห็นคือตาลกับบุญทันนอนหลับไม่ได้ใส่เสื้อผ้าอยู่ในผ้าห่มเดียวกัน

ธาวินยืนอึ้งด้วยความเจ็บปวด เขาหันหลังจะเดินออก แต่แล้วก็ฉุกคิดได้จึงกลับเข้าไปเขย่าตัวเรียกตาลให้ตื่น แต่เธอกลับหลับไม่รู้เรื่อง ธาวินเปลี่ยนเป้าหมายไปเรียกบุญทัน แต่ก็หลับไม่รู้เรื่องเช่นกัน

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น” ธาวินมองซ้ายขวาแล้วหยิบเสื้อผ้ามาใส่ให้ตาลก่อนพากลับไปที่ตึกใหญ่

หลังจากธาวินพาตาลออกไป ใครบางคนก็พาเมย์ที่นอนหลับไม่รู้เรื่องเข้ามาแทนที่ตาล

ส่วนธาวิน ขณะอุ้มตาลเข้ามาในตึก ต้นหอมออกมาเห็นก็ตกใจร้องถามว่า คุณตาลเป็นอะไร ธาวินว่าแค่เป็นลมแล้วรีบพาเมียรักเข้าห้องไป ต้นหอมได้แต่มองตามอย่างเป็นห่วง

ธาวินอุ้มตาลเข้ามาวางบนเตียงพลางเขย่าตัวเรียก เธองึมงำอย่างไม่มีสติ ทำให้ชายหนุ่มงุนงง ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

ooooooo

เช้าวันใหม่ ต้นหอมเดินมาบอกป้านวลแม่ครัวประจำบ้านว่าให้เอาอาหารขึ้นไปเสิร์ฟได้เลยเพราะคุณท่านจะไปธุระแต่เช้า แล้วกวาดตามองหาบุญทัน ลุงแย้มรู้ทันไล่ให้ต้นหอมไปดูบุญทันที่บ้านพัก

“เอ็งไปดูซิ มันไม่สบายรึเปล่า ปกติป่านนี้มันต้องมาขอกาแฟกินแล้ว”

“จ้ะ” ต้นหอมเดินหน้าบานออกไป

ครั้นมาถึงบ้านพัก แม่สาวใช้ก็เคาะประตูเรียกบุญทัน แต่ไม่มีเสียงตอบรับ เธอจึงเปิดประตูเข้าไปดูแล้วก็ตะลึง เพราะเห็นเมย์ไม่ได้ใส่เสื้อผ้านอนกอดก่ายอยู่กับบุญทัน จึงวิ่งหน้าตาตื่นไปตามป้านวลกับลุงแย้มมาดู สองผู้เฒ่าปรึกษากันแล้วลงมติว่าคงต้องเรียนให้คุณท่านทราบ

เวลาเดียวกันนั้น ธาวินลงมาทานอาหารกับคุณปู่ จึงได้รับรู้เรื่องที่เกิดขึ้นด้วย พิพัฒน์โกรธมาก ชวนธาวินไปที่บ้านพักบุญทันด้วยกัน

ปารมีแอบดูอยู่ลอบยิ้มสะใจ และสะกิดให้เอที่ซุ่มอยู่ข้างๆออกไปดูเหตุการณ์ ส่วนเธอจะทำเป็นไม่รู้เรื่องอยู่ในบ้าน เอพยักหน้าเดินตามพิพัฒน์ไป ปารมีแสยะยิ้มบอกว่าคราวนี้เมย์ได้มีผัวสมใจแน่

พิพัฒน์กับธาวินเดินตามเหล่าคนใช้เข้าไปในบ้านพักของบุญทัน พบเมย์นอนอยู่กับบุญทัน ท่านโกรธมากตวาดว่านี่มันเรื่องอะไรกัน

“ต้นหอมก็ไม่ทราบค่ะ พอดีต้นหอมมาเรียกพี่บุญทัน แต่แกไม่ตื่นต้นหอมก็เลยเปิดประตูเข้ามาก็เจอภาพอย่างที่เห็นนี่แหละค่ะ” สาวใช้รายงานเสียงสั่น

เมย์งัวเงียรู้สึกตัวตื่นอย่างมึนงง เธอเห็นพิพัฒน์ ธาวิน ต้นหอม ลุงแย้ม ป้านวลยืนอยู่ในห้องก็ร้องถามว่ามาทำอะไรกันในห้องเธอ แต่ทุกคนไม่มีคำตอบ แม่จอมวีนกะพริบตาอย่างงงมองไปรอบๆ

“นี่มันไม่ใช่ห้องเมย์นี่” เมย์ร้องเสียงหลง แล้วหันไปข้างตัวเห็นบุญทันนอนอยู่ด้วยก็ตกตะลึง

“ฉันไม่คิดเลยว่าแกจะกล้าทำแบบนี้” พิพัฒน์มองหลานรักด้วยความผิดหวัง

“ไม่ใช่นะคะคุณปู่ เมย์ไม่รู้เรื่อง”

“แกใส่เสื้อผ้าแล้วไปคุยกับฉันบนตึก ปลุกไอ้บุญทันด้วย” พิพัฒน์หันเดินออกมีลุงแย้ม ป้านวล ต้นหอมเดินตาม ขณะที่ธาวินมองทั้งสองอย่างงุนงงสงสัยกับสิ่งที่เกิดขึ้น

ooooooo

พิพัฒน์เดินออกมาหน้าบ้านก็เจอเอเดินเข้ามา เขาทำเหมือนไม่รู้เรื่องถามปู่ว่าเกิดอะไรขึ้น พิพัฒน์จึงไล่ให้เอเข้าไปคุยกับเมย์ข้างใน เอเป็นงงเดินเข้าไป เห็นเมย์อยู่ในห้องกับบุญทันไม่ใช่ตาลก็ตกใจ

“ยายเมย์...นี่แก...ไอ้บุญทันมึง” เอเข้าไปกระชากตัวบุญทันขึ้นมาแล้วต่อยโครมด้วยความโกรธ

“อย่าครับพี่เอ” ธาวินเข้ามาดึง

บุญทันลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างงุนงง เขาร้องถามว่าเกิดอะไรขึ้น คุณเอมาต่อยเขาทำไม

“เรื่องอะไรงั้นหรือ” เอสะบัดหลุดต่อยโครมเข้าที่หน้าบุญทันอีกครั้ง แล้วตามไปซ้ำอีก แต่ธาวินดึงไว้ บุญทันเป็นงงมองไปรอบๆ ตัวเห็นเมย์นั่งอยู่ข้างๆ

“คุณเมย์ นี่มันอะไรกันครับ”

“ฉันสิต้องถามนายว่ามันเรื่องอะไรกัน”

“ยายเมย์ ฉัน ไม่คิดเลยนะว่าแกจะใฝ่ต่ำอย่างนี้”

“ไม่ใช่นะพี่เอ เมย์ไม่รู้เรื่องจริงๆ”

“ไม่รู้เรื่องงั้นหรือ ไม่รู้เรื่องแล้วแกมานอนแก้ผ้าอยู่กับผู้ชายได้ยังไง”

“ผมว่าต้องมีการเข้าใจผิดกันนะครับ”

“ใช่ค่ะ เมย์ว่าต้องมีการเข้าใจผิดกันแน่ๆ”

เออ้ำอึ้งรู้อยู่แก่ใจว่าบุญทันถูกมอมยา แต่ไม่เข้าใจว่าเมย์มานอนกับบุญทันได้ไง

“พี่ว่าเราอย่ามาพูดอะไรกันตรงนี้เลย เมย์กับบุญทันแต่งตัวซะแล้วไปคุยกับคุณปู่ ไปครับ พี่เอ” ธาวินจัดบท ดึงเอออกไปด้วยกัน

เมย์มองตามพี่ชายน้ำตาไหลทั้งเสียใจและอับอาย ก่อนหันมาตบหน้าบุญทันเพราะเข้าใจว่าเขาทำลายเธอ บุญทันนั่งงงร้องถามตัวเองว่า นี่มันเรื่องบ้าอะไร

ooooooo

อเนกถูกตามตัวมารับฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้น เขาแทบช็อกไม่เชื่อว่าลูกสาวจะใฝ่ต่ำลงไปนอนกับคนขับรถ แต่พิพัฒน์ยืนยันว่าเห็นมากับตาตัวเอง

ธาวินขอร้องให้คุณปู่ฟังความจริงจากเมย์และบุญทันก่อน เพราะดูท่าทั้งสองตกใจแล้วก็งงๆกับเรื่องที่เกิดขึ้นมาก

“มันต้องตกใจแล้วก็งงแน่ ที่อยู่ๆ มีคนไปเห็นมันสองคนทำเรื่องอัปรีย์” เอหันไปทางบุญทัน

“แต่ผมมั่นใจว่าผมไม่ได้ทำอะไรคุณเมย์นะครับ”

“ถ้าแกไม่ทำอะไรลูกสาวฉัน แล้วลูกสาวฉันไปนอนอยู่ในห้องแกได้ยังไง”

“ผมก็ไม่ทราบครับ เมื่อคืนผมรู้สึกว่าตัวเองง่วงนอนผิดปกติก็เลยนอนแต่หัวค่ำ จากนั้นก็หลับสนิท มาตื่นอีกทีก็ตอนที่คุณเอต่อยผม”

“แต่ฉันไม่เชื่อว่าแกจะไม่ทำอะไรน้องชั้น”

“ผมก็ไม่รู้จะเอาหลักฐานอะไรมายืนยันให้ทุกคน

เชื่อ แต่ถ้าถามผม ผมสาบานได้ว่าผมไม่ได้ทำอะไรคุณเมย์จริงๆ”

“เมย์มั่นใจค่ะว่าเมย์กับนายบุญทันไม่ได้มีอะไรกัน” เมย์ช่วยยืนยัน

“ถ้าไม่มีอะไรกัน แล้วแกสองคนไปนอนอยู่ด้วยกันได้ยังไง” พิพัฒน์ตวาด

“เมย์ไม่รู้จริงๆนะคะ เมื่อคืนเมย์กลับเข้าบ้านเมย์ก็ขึ้นนอนเลย”

“นี่แกจะบอกว่ามีคนอุ้มแกไปหาไอ้บุญทันงั้นหรือ”

“ใช่ค่ะ เมย์ว่าต้องมีใครแกล้งเมย์”

“ใครจะแกล้งแก ฉันว่าแกน่ะแหละเป็นฝ่ายให้ท่ามัน”

“ทำไมพี่เอพูดแบบนี้”

“นั่นสิครับ ผมว่าคุณเอไม่ควรพูดดูถูกคุณเมย์แบบนี้นะครับ”

“แกเองก็เหมือนกัน อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่าแกอยากยกฐานะตัวเองขึ้นเป็นหลานเขยคุณปู่”

“เอาล่ะ เจ้าเอ ปู่ว่าพอได้แล้ว”

“ใช่ พ่อว่าพอได้แล้ว ตอนนี้เรื่องมันก็เกิดขึ้นแล้ว เราควรจะมาช่วยกันคิดดีกว่าว่าจะเอายังไงต่อไป”

“เอาอย่างนี้แล้วกันครับ ผมจะขอรับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้น ผมจะแต่งงานกับคุณเมย์ เพื่อไม่ให้คนดูถูกหรือนินทาคุณเมย์เธอได้”

“นี่ บุญทัน ฉันว่าแกเข้าใจอะไรผิดแล้วนะ น้ำหน้าอย่างแกน่ะหรือ จะมีปัญญาเลี้ยงลูกสาวฉัน”

“ใช่ แกไปส่องกระจกดูเงาตัวเองซะก่อนว่าแกเป็นใครแล้วยายเมย์เป็นใคร”

“ถึงผมจะเป็นแค่คนขับรถ แต่ผมก็มีความรู้มีการศึกษาในระดับหนึ่ง ผมคิดว่าผมคงไม่ปล่อยให้คุณเมย์อดอยากหรอกครับ”

“แต่ฉันไม่แต่ง เพราะฉันกับนาย เราไม่มีอะไรกัน เพราะฉะนั้นนายไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ” เมย์เดินออกไป

เอเสนอว่าให้ส่งบุญทันกับตำรวจเพื่อเอาผิด พิพัฒน์ส่ายหน้าถามว่าแค่นี้ยังอายไม่พอหรือ

“ผมเห็นด้วยกับคุณปู่ เราไม่ควรแจ้งตำรวจหรอกครับ เกิดหนังสือพิมพ์เอาไปลงข่าว มันจะยุ่งนะครับ” ธาวินขู่

อเนกยอมคล้อยตาม แต่เอยืนกรานว่าบุญทันต้องรับผิดชอบ พิพัฒน์จึงหันมาถามบุญทัน

“ที่แกบอกว่าแกจะรับผิดชอบด้วยการแต่งงานกับยายเมย์ แกแน่ใจหรือว่าแกจะดูแลยายเมย์ได้ แต่ฉันบอกก่อนนะว่าแกอย่ามาหวังว่าฉันจะให้สมบัติยายเมย์ฉันจะไม่ให้เงินมันแม้แต่บาทเดียว”

“ผมก็ไม่ได้หวังอะไรจากคุณเมย์ครับ ผมแค่อยากรับผิดชอบเพื่อไม่ให้เธอเสียหายไปมากกว่านี้”

“ตกลง ฉันยกยายเมย์ให้แก” พิพัฒน์สรุป

“ขอบคุณครับท่าน” บุญทันก้มลงกราบท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน

ooooooo

เมื่อออกมาจากบ้านพิพัฒน์แล้ว เอก็เอ่ยถามพ่อว่าทำไมถึงไม่ค้านคุณปู่เรื่องบุญทัน เพราะรับไม่ได้ที่น้องสาวจะแต่งงานกับคนขับรถ อเนกถอนใจตอบกลับว่า ที่บุญทันมันยอมรับผิดชอบเมย์ก็ถือว่าโชคดีแล้ว เพราะเมย์เป็นคนเข้าไปหาถึงห้อง

“ผมไม่เข้าใจเลยจริงๆว่ามันเกิดอะไรขึ้น มันไม่น่าจะเป็นยายเมย์” เอหลุดปากพูดออกมา แต่พอเห็นสายตาอเนกก็รีบกลับลำ “คือผมหมายถึงว่าผมไม่อยากเชื่อว่ายายเมย์มันจะกล้าทำเรื่องต่ำๆแบบนี้”

“อาจเป็นเพราะพ่อที่เลี้ยงลูกไม่ดี” อเนกเดินคอตกออกไป

“มันผิดแผนไปได้ยังไงวะ” เอบ่นพึมพำ

ส่วนธาวินเมื่อเสร็จเรื่องเมย์กับบุญทันแล้ว ก็รีบขึ้นไปดูตาลที่ยังนอนหลับสนิท เขาทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน แต่ยังหาคำตอบไม่ได้

ตาลเริ่มรู้สึกตัว เธอเห็นธาวินยืนหน้าเครียดมองอยู่ก็ตกใจ

“ตื่นแล้วหรือ ดื่มน้ำซะหน่อย” ธาวินเทน้ำส่งให้

“ทำไมรู้คะว่าตาลคอแห้ง” ตาลดื่มน้ำอึกใหญ่ แล้วชะงัก นึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน “เอ๊ะ แล้วตาลขึ้นมานอนบนห้องได้ยังไง ตาลจำได้ว่าเมื่อคืนตาลอยู่ในสวนแล้วก็ง่วงมาก อยู่ๆก็เหมือนหลับวูบไป คุณภูไปเจอตาลหลับอยู่ในสวนหรือคะ”

“ไม่ใช่ ผมเจอตาลนอนอยู่ในห้องบุญทัน ตาลหลับอยู่กับบุญทัน” ธาวินเน้น

“ตาลหลับอยู่กับบุญทัน คนขับรถคุณปู่น่ะหรือคะ แล้วทำไมตาลถึงไปหลับอยู่ที่นั่นล่ะคะ”

“ผมต่างหากที่ต้องถามตาลว่าทำไมตาลถึงไปนอนอยู่กับเขาโดยไม่ใส่อะไรเลย”

“อะไรนะคะ คุณภูบอกว่าตาลไม่ได้ใส่เสื้อผ้านอนอยู่กับเขา หมะ...หมาย...หมายความว่าตาลถูกข่มขืนหรือคะ” ตาลน้ำตาคลอ ตกใจสุดขีด

“นี่ตาลไม่รู้เลยหรือว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง”

“ไม่รู้ค่ะ ตาลจำได้แค่ว่าตาลง่วงแล้วตาลก็หลับไปในสวน...ไอ้บุญทัน ตาลจะไปฆ่ามัน” ตาลลุกจากเตียง แต่ธาวินรวบตัวกอดไว้

“ใจเย็นตาล...ผมคิดว่าบุญทันคงจะไม่ได้ทำอะไรตาลหรอก”

“แต่คุณภูบอกว่าตาลนอนอยู่กับมัน”

“นั้นคือภาพที่ผมเข้าไปเจอ แต่บุญทันก็หลับเป็นตายเหมือนกัน”

“แล้วสรุปมันคืออะไร ทำไมตาลไปนอนที่นั่นแถมไม่ใส่เสื้อผ้าด้วย”

“ผมว่าตาลค่อยๆคิดก่อนดีกว่า ว่าเมื่อคืนก่อนที่ตาลจะหลับไปเกิดอะไรขึ้น”

ตาลพยายามลำดับเหตุการณ์ แล้วร้องบอกกับธาวิน “หรือว่าจะเป็นน้ำพั้นช์ที่คุณปาให้ตาลดื่ม”

“พั้นช์อะไร”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เปิดเบื้องหลัง ความทุ่มเท กว่าจะเป็นหัวเรือ "สางนางพราย"
7 ธ.ค. 2562

08:05 น.