สมาชิก

หงส์เหนือมังกร

ตอนที่ 2

หลิวกลับจากทำบุญกับแม่จะเดินเข้าตึกใหญ่โดยมีผิงกับฮัวถือตะกร้าใส่ของตามมาไม่ห่างเป็นจังหวะเดียวกับตี๋ซุ้งเดินออกมาพร้อมกับเต็งล้อและสมุนอารักขาเพื่อจะไปสมาคมประมุขบ้านธรรมกุลเห็นลูกก็ร้องทักไปทำบุญแล้วรู้สึกดีขึ้นไหมหลิวยังเคืองพ่อไม่หายจึงไม่รู้สึกรู้สมกับน้ำเสียงห่วงใยนั้น

“ป๊าไม่ต้องห่วงหลิวจะอยู่กับความเจ็บปวดนี้เป็นคืนสุดท้าย”ว่าแล้วหลิวเดินลิ่วเข้าตึกผิงกับฮัวรีบเดินตามตี๋ซุ้งหันมาขอบใจเหมยแก้เก้อเธอไม่วายประชดประชันว่าควรจะเป็นเธอมากกว่าที่ต้องขอบใจเขา

“การสูญเสียคนที่รักไปมันทำให้อาหลิวเข้มแข็งขึ้น”...

ตี๋เล็กเห็นพี่สาวเดินเข้ามาก็ร้องทักด้วยความดีใจแต่พอเห็นดวงตาบวมช้ำของเธออดถามไม่ได้ว่าร้องไห้มาหรือเธอโกหกว่าแพ้อากาศก็เลยนอนหลับได้ไม่เต็มที่ตาจึงบวมอย่างที่เห็นตี๋เล็กนึกว่าเธอถูกใครหักอกมาจะได้ไปจัดการมันให้เหมยเข้ามาทันได้ยินพอดีว่าแดกดันเสียงลั่น

“ก่อนจะจัดการใครจัดการชีวิตตัวเองก่อนไหม”

หลิวขำกลิ้งขณะที่ตี๋เล็กหน้าจ๋อยเหมยอยากรู้ว่ากลับมาคราวนี้เขาจะมาอยู่เลยหรือเปล่าเขาพยักหน้ารับคำเพราะตระหนักแล้วว่าไม่มีที่ไหนดีไปกว่าบ้านเราหลิวอาสาจะหาข้อมูลเรื่องเรียนหนังสือให้เขาเองตี๋เล็กขอให้เก็บเรื่องเรียนไว้ก่อนเรื่องที่เขาจะเล่าให้ฟังสำคัญกว่าเขาได้คุยกับพ่อก่อนที่จะไปประชุมสมาคมท่านพูดแปลกๆเหมือนจะวางมือเหมยเองก็ไม่รู้เหมือนกันไม่เคยได้ยินตี๋ซุ้งพูดเรื่องนี้มาก่อน

“ไม่เป็นไรรอให้ป๊าว่างๆเดี๋ยวเล็กค่อยถามก็ได้”...

ทางด้านปราบกลับมายังสถานที่ที่ตี๋ซาถูกยิงตายเพื่อหาหลักฐานมัดตัวตี๋ซุ้งแต่แถวนี้ไม่มีกล้องวงจรปิดทำให้มาถึงทางตันเขาไม่ยอมแพ้ง่ายๆเดินสำรวจรอบๆอย่างละเอียดอีกครั้งพบว่าหน้าบ้านหลังหนึ่งที่อยู่ซอยติดกันมีกล้องวงจรปิดติดไว้กล้องหันมาทางกระจกเลนส์นูนที่ติดตั้งอยู่บนเสาตรงปากซอยที่เกิดเหตุเพื่อให้รถสวนกันมองเห็นรถอีกฝั่งหนึ่งภาพสะท้อนจากเลนส์นูนเล็งไปยังจุดเกิดเหตุพอดี

ปราบสั่งให้ลูกน้องไปขอภาพจากกล้องตัวนั้นจะได้รู้ตัวว่าใครเป็นคนร้ายระหว่างนั้นมีตำรวจโทร.มาแจ้งปราบว่าตี๋ซุ้งนัดประชุมสมาคมธรรมกุลเขาสั่งการทันที

“ผมขอกำลังพร้อมอาวุธครบมือไปเจอผมที่สมาคมธรรมกุล”

ooooooo

การนัดประชุมวาระเร่งด่วนของสมาคมธรรมกุลครั้งนี้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของเหล่าสมาชิกว่าไม่พ้นต้องเกี่ยวข้องกับการตายของตี๋ซาเป็นอย่างที่พวกสมาชิกคาดไว้ตี๋ซุ้งชวนทุกคนดื่มไว้อาลัยให้กับการจากไปของตี๋ซามีเสียงหนึ่งในสมาชิกร้องถามว่าใครเป็นคนฆ่าเขาพวกตนจะได้ไปล้างแค้นได้ถูกตัว

“จะไม่มีการแก้แค้นอะไรทั้งนั้นอั๊วไม่อยากให้มีการนองเลือดกันขึ้นอีกแล้วที่อั๊วนัดพวกลื้อทุกคนมาวันนี้ไม่ใช่เพื่อการแก้แค้นแต่เพราะอั๊วมีเรื่องจะบอกพวกลื้อสองเรื่อง...เรื่องแรก คือเรื่องการตายของอาซากับเรื่องที่สอง...จะไม่มีสมาคมตระกูลธรรมกุลอีกต่อไป”

คำพูดของตี๋ซุ้งเรียกเสียงฮือฮาสนั่นห้องประชุมยังไม่ทันมีใครพูดอะไรปราบนำกำลังตำรวจเข้ามาเชิญตัวตี๋ซุ้งไปโรงพักเพื่อคุยเกี่ยวกับการตายของเฮียไถ่ตี๋ซุ้งตั้งแง่ในเมื่อตนยังไม่ใช่ผู้ต้องหาขอเลื่อนไปวันหลังจังหวะนั้นลูกน้องของปราบเข้ามาแจ้งว่าได้ภาพจากกล้องวงจรปิดจากบ้านหลังนั้นมาแล้วปราบหันมองตี๋ซุ้ง

“หรือจะให้ผมเพิ่มข้อหาฆาตกรรมตี๋ซาอีกข้อหาคุณถึงสะดวก”...

การพาเพ่ยไปส่งโรงพยาบาลคราวนี้ทำให้จางเหาต้องเจอกับข่าวร้ายสองเรื่องซ้อนเรื่องแรกก็คือหมอตรวจพบว่าเพ่ยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวระยะสุดท้ายเปอร์เซ็นต์รอดแทบไม่มีส่วนข่าวร้ายเรื่องที่สองระหว่างรอพบหมอจางเหาเห็นผู้ประกาศข่าวทางทีวีรายงานข่าวเรื่องที่ตี๋ซุ้งถูกตำรวจกองปราบปรามจับกุมข้อหาฆาตกรรมตี๋ซาเมื่อคืนที่ผ่านมาชายหนุ่มตกใจแทบช็อกรีบโทร.ถามซ้อซาว่าเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า

ซ้อซาปล่อยโฮอย่างหมดความอดกลั้นนั่นเท่ากับเป็นคำตอบว่าข่าวตี๋ซาถูกฆ่าเป็นเรื่องจริงจางเหาอยากรู้ว่าเป็นฝีมือใครเธอขอร้องอย่าถามอะไรตอนนี้จางเหาโทษว่าเป็นความผิดของตัวเองที่ไม่ได้อยู่ดูแลตี๋ซาให้ดีขอเพียงเธอบอกว่าใครฆ่าท่านเขาจะไปล้างแค้นให้เอง

“อโหสิยังยิ่งใหญ่กว่าการล้างแค้นอาจางลื้อฟังอาม้านะตอนนี้สิ่งที่ลื้อต้องทำถ้าอยากให้ป๊าลื้อตายตาหลับล่ะก็ล้มเลิกความคิดล้างแค้นซะลื้อจำคำสัญญาของลื้อที่ให้กับอาป๊าก่อนออกจากบ้านนี้ไปได้ไหม”

จางเหาอกแทบระเบิดด้วยความแค้นที่ไม่สามารถทำอะไรได้...

ที่ห้องสอบสวนกองปราบปรามตี๋ซุ้งเอาแต่นั่งเงียบไม่พูดอะไรจนปราบคนสอบปากคำอารมณ์เสียที่เขาไม่ให้ความร่วมมือแถมเต็งล้อที่นั่งอยู่ด้วยย้ำว่าเราจะไม่พูดอะไรทั้งนั้นจนกว่าทนายของเราจะมา

“ไม่อยากพูดก็ไม่ต้องพูดก็ได้เพราะอีกเดี๋ยวภาพหลักฐานจากกล้องวงจรปิดก็จะถูกส่งมายังไงคุณก็ต้องจำนนต่อหลักฐานอยู่ดี”

“ผมไม่มีทางฆ่าตี๋ซาเพราะผมกับอาซารักกันเหมือนพี่น้องกันจริงๆ”ตี๋ซุ้งยืนยันหนักแน่น

“ไม่ต้องมาเล่นละครคิดว่าผมจะเชื่อหรือไง”

จังหวะนั้นธานินทร์เปิดประตูห้องเข้ามาบอกให้ตี๋ซุ้งกลับไปได้แล้วปราบโวยวายจะปล่อยไปได้อย่างไรในเมื่อตนมีหลักฐานที่จะทำให้เห็นว่าตี๋ซุ้งเป็นฆาตกรธานินทร์ไม่สนใจยืนยันให้ปราบปล่อยผู้ต้องหาไปเจ้าพ่อใหญ่จะขออยู่เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของตัวเองธานินทร์เสียงกร้าวใส่ให้เขารีบไปตอนที่ยังมีโอกาสจะดีกว่าตี๋ซุ้งค้อมหัวให้ธานินทร์แล้วเดินออกจากห้องโดยมีเต็งล้อกับสมุนตามประกบปราบถึงกับหน้าเครียด

“ท่านครับท่านปล่อยมันไปทำไมเราอุตส่าห์จับตัวไอ้ตี๋ซุ้งได้แล้วนะครับ”

“จับตัวเหรอ?ผมบอกแล้วใช่ไหมว่าให้รอคำสั่งผมก่อน”

ปราบยืนยันว่ามีหลักฐานที่จะจับตี๋ซุ้งได้จริงๆธานินทร์สวนทันทีหลักฐานที่ใช้ไม่ได้ต่างหากจากนั้นก็พาปราบไปดูวีดิโอจากกล้องวงจรปิดที่อ้างว่าเป็นหลักฐานปรากฏภาพที่จับไว้ได้เป็นภาพสะท้อนจากเลนส์กระจกนูนที่เสาหน้าปากซอยเกิดเหตุเห็นตี๋ซาเดินเข้าไปในซอยก่อนจะชะงักเหมือนเจอใครบางคนแต่แล้วภาพทุกอย่างกลายเป็นสีดำปราบโวยวายเกิดอะไรขึ้นเมื่อสักครู่นี้เราจะเห็นฆาตกรอยู่แล้ว

“ผมก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ถ้าเอาหลักฐานชิ้นนี้ไปจับตัวพวกมันพวกเราก็จะกลายเป็นตัวตลกทันที”

ooooooo

ตี๋ซุ้งเดินนำเต็งล้อลงมาจากกองปราบปรามก็ถูกฝูงนักข่าวรุมล้อมสัมภาษณ์เรื่องที่เขาตกเป็นผู้ต้องหาคดีฆ่าตี๋ซาเขาตอบเพียงว่าผู้ตายเป็นน้องของเขานักข่าวขอให้เขายืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องตี๋ซุ้งกลับนิ่งเงียบไม่ตอบอะไรเต็งล้อจึงต้องช่วยพูด

“ทางเรามีสิทธิ์ที่จะไม่ตอบอะไรทนายของเราจะเป็นคนจัดการเองขอตัวนะ”เต็งล้อจะพาตี๋ซุ้งไปที่รถแต่นักข่าวยังตามไปสัมภาษณ์ไม่เลิกหากเป็นอย่างนี้ก็เท่ากับไม่ปฏิเสธว่าเป็นคนฆ่าใช่ไหมตี๋ซุ้งเดินหนีไม่ยอมตอบคำถามนักข่าวจะตามอีกสมุนต้องมากันเอาไว้...

เหตุการณ์ตอนที่นักข่าวรุมสัมภาษณ์ตี๋ซุ้งเป็นข่าวฮอตประเด็นร้อนออกทีวีทุกช่องหลิวเห็นข่าวนี้ถึงกับหน้าเครียดสั่งให้ฮัวเอารถออกครู่ต่อมาหลิวไปหาซ้อซาที่บ้านเจอท่านกำลังคุยเรื่องจัดงานศพตี๋ซาอยู่กับเจ็กตงเธอร้องไห้โฮโผเข้าไปกอดขอโทษท่านไม่หยุดปากซ้อซากอดเธอตอบพลางตบหลังเบาๆขอโทษทำไมเธอไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อยหลิวได้แต่ร้องไห้พูดอะไรไม่ออกระหว่างนั้นตี๋ซุ้งเดินเข้ามากับเต็งล้อ

ซ้อซาดันตัวหลิวออกห่างหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับน้ำตาให้ตี๋ซุ้งมองซ้อซาด้วยแววตาอ่อนโยนเช่นทุกครั้ง

“ลื้อจะเชื่อคำพูดอั๊วหรือไม่ก็ตามแต่อั๊วไม่ได้ฆ่าอาซา”

ผู้สูญเสียเอาแต่ก้มหน้าน้ำตารินไม่โต้ตอบใดๆหลิวกลับเป็นฝ่ายโมโหแทนต่อว่าพ่อตัวเองว่าจะโกหกไปถึงไหนซ้อซาดึงมือเธอไว้ส่ายหน้าไม่ให้พูดอะไรอีกแล้วพยายามสะกดอารมณ์เพื่อไม่ให้เสียงสั่น

“เฮียซานับถือเฮียซุ้งเป็นพี่มาตลอดอั๊วไม่รู้หรอกว่าใครเป็นคนฆ่าแต่อั๊วก็ดีใจเหมือนกันเพราะต่อจากนี้เราสองตระกูลจะได้ไม่ต้องมีบุญคุณต่อกันอีกต่อไป”

หลิวตกใจกับการตัดสินใจของซ้อซาตี๋ซุ้งก็เช่นกันแต่ในเมื่อเป็นความต้องการของเธอเขาก็ให้เกียรติแล้วค้อมหัวให้เธอเป็นการอำลาครั้งสุดท้ายโดยไม่ลืมสั่งให้สมุนพาคุณหนูกลับไปด้วยหลิวดื้อดึงไม่ยอมไปซ้อซาจึงต้องช่วยขอร้อง

“ลื้อกลับไปเถอะถ้าลื้อยังรักอาอี๊กับอาเจ็กลื้ออยู่อย่ากลับมาที่นี่อีก”ซ้อซาตัดสัมพันธ์ไม่เหลือเยื่อใยหลิวเสียใจวิ่งออกไปทั้งน้ำตาสมุนคำนับซ้อซาแล้วรีบวิ่งตามขณะที่เจ็กตงมองทุกคนด้วยสีหน้าเป็นกังวล...

ที่บ้านริมทะเลจางเหายืนครุ่นคิดอยู่ริมชายหาดแค้นใจกับโชคชะตาที่เล่นตลกทั้งเรื่องตี๋ซาถูกฆ่าทั้งเรื่องที่เพ่ยป่วยหนักโดยเธอเองก็ยังไม่รู้เพ่ยตั้งสำรับมื้อกลางวันเสร็จไม่ได้ยินเสียงจางเหาอยู่แถวนั้นค่อยๆคลำทางตามหาพลางร้องเรียกจางเหาเห็นเธอออกมานอกบ้านเตือนว่าออกมาทำไมที่นี่ลมแรงเดี๋ยวจะไม่สบายเพ่ยไม่สนใจคำเตือนเข้ามาจับใบหน้าพี่ชายไว้บอกให้กลับกรุงเทพฯไม่ต้องห่วงเธอ

“พี่ไม่ไปพี่ตัดสินใจแล้วอาป๊าเองก็ต้องการให้พี่ทำอย่างนี้เหมือนกัน”

เพ่ยเห็นใจพี่ชายที่ต้องต่อสู้กับความรู้สึกที่อยากกลับไปแก้แค้นให้พ่อบุญธรรม

ooooooo

ทันทีที่รถแล่นมาจอดหน้าตึกใหญ่บ้านธรรมกุลหลิวก้าวลงจากรถไม่รอให้สมุนมาเปิดเพราะยังเคืองพ่อไม่หายตี๋ซุ้งตะโกนไล่หลังว่าตนเองไม่ได้ฆ่าอาเจ็กซาอย่างที่ทุกคนกล่าวหาหลิวหันขวับ

“เหมือนที่ป๊าบอกว่าไม่ได้ทำอะไรอาร์ตี้ด้วยใช่ไหมป๊าทำอะไรก็ย่อมรู้อยู่แก่ใจ”หลิวพูดจบวิ่งลิ่วเข้าบ้านตี๋ซุ้งได้แต่มองตามหนักใจเต็งล้อเห็นสถานการณ์ตอนนี้ไม่สู้ดีนักแนะให้เขาเลื่อนการวางมือออกไปก่อนหากทำแบบนั้นอาจทำให้ทุกอย่างยุ่งยากยิ่งขึ้นป่วยการจะขอร้องตี๋ซุ้งยืนยันจะทำตามความตั้งใจเดิม...

ขณะที่บ้านธรรมกุลเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นตี๋เล็กกลับคิดแต่จะหาทางจีบรุจีให้ติดสืบจนรู้ว่าคืนนี้เธอไปเที่ยวผับหรูแห่งหนึ่งตามไปขึ้นเวทีร้องเพลงจีบเมื่อร้องเพลงจบมอบดอกไม้ให้อีกด้วย

“แบบนี้เรียกว่าความพยายามได้หรือยังครับ”ตี๋เล็กกระซิบ

“คงงั้นมั้ง”รุจียิ้มพอใจชายหนุ่มที่นั่งโต๊ะใกล้ๆเวทีปากเสียแขวะเสียงดังถ้าเธอรู้ว่ามีไอ้โง่มาบอกรักแบบนี้คงไม่ต้องหนีไปอเมริกาเพื่อนที่นั่งร่วมโต๊ะนิ่วหน้าสงสัยทำไมถึงเป็นอย่างนั้น

“เอ้าก็มีคนมารับเป็นพ่อให้เด็กในท้องแล้วไง”พูดจบชายหนุ่มกับเพื่อนพากันหัวเราะชอบใจรุจีไม่สนใจเสียงนกเสียงกาแต่ตี๋เล็กกลับเป็นเดือดเป็นแค้นแทนหยิบขวดเหล้าใกล้มือฟาดคนปากเสียเพื่อนๆร่วมโต๊ะของเขาไม่พอใจจะเอาเรื่องสมุนของตี๋เล็กเห็นไม่เข้าทีกรูกันล้อมกรอบพวกนั้นไว้ตี๋เล็กไม่พอใจที่ชายหนุ่มปากเสียสั่งให้สมุนลากตัวออกไปสั่งสอนนอกร้านรุจีเห็นเป็นเรื่องสนุกชวนเพื่อนสาวตามไปดู

พวกสมุนรุมซ้อมชายปากเสียกับพวกสะบักสะบอมเพื่อนของรุจีทนดูไม่ได้ขอร้องให้รุจีช่วยห้ามเธอกลับบอกว่าเธอไม่ใช่นางเอกแต่เป็นนางร้ายแล้วยืนดูสมุนซ้อมพวกปากเสียต่อไปอย่างไม่รู้สึกรู้สมการที่ตี๋เล็กออกโรงปกป้องรุจีสุดตัวทำให้ได้ใจสาวเจ้าไปเต็มๆคว้ามือถือของเขาจากกระเป๋าเสื้อมากดแล้วส่งคืนให้

“นี่ไลน์ฉัน”ว่าแล้วรุจีขอตัวกลับก่อนตี๋เล็กมองตามพอใจขยับจะไปขึ้นรถกับสมุนแต่ต้องชะงักเมื่อลูกน้องของป๋าเสริฐเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลังป๋าเสริฐไม่พอใจที่เขามาทำร้ายลูกค้าที่ร้านของตนเองทำท่าจะเอาเรื่องแม้จะรู้ว่าเขาเป็นลูกของตี๋ซุ้งตี๋เล็กไม่วายวางก้าม

“ถ้าแกทำอะไรฉันป๊าไม่ปล่อยแกไว้แน่”

แทนที่จะกลัวป๋าเสริฐหัวเราะลั่นราวกับได้ฟังเรื่องขำขันต่อให้ตี๋เล็กไปเอาบรรพบุรุษมาตนก็ไม่กลัวตี๋เล็กโกรธที่ถูกหยามซึ่งหน้าบอกให้เขาจำคำพูดตัวเองไว้ลูกน้องป๋าเสริฐไม่พอใจจะยิงตี๋เล็กทิ้งป๋าเสริฐยกมือห้ามไว้เตือนตี๋เล็กอย่ามาที่นี่ให้ตนเห็นหน้าอีกก่อนจะไล่ตะเพิดไปให้พ้นหน้าตี๋เล็กหมายหัวเขาไว้สักวันจะต้องเอาคืนให้สาสม

ooooooo

หงส์เหนือมังกร

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด