ตอนที่ 8
ทีวีกำลังออกข่าวพุฒิเมธกำลังสวีตกับเจนนี่ วิญญาณณฤทธิ์รีบพาร่างบุญสิตาไปนั่งที่เก้าอี้เพื่อออกจากร่างเธอ พอบุญสิตารู้สึกตัวณฤทธิ์ก็พึมพำว่า “หวังว่านางจะไม่เห็นข่าวนี้นะ”
ทันใดนั้น ทรายเดินเข้ามาถามบุญสิตาอย่างอยากรู้อยากเห็นว่า “ตกลงเมธกับเจนนี่เป็นแฟนกัน
หรือเปล่า ถ้าไม่ได้เป็นแล้วทำไมเมธบอกว่าเป็น แล้วทำไมรูปวันนี้มันถึงได้สวีตกันขนาดนี้ล่ะ”
บุญสิตาถามงงๆว่ารูปอะไร ทรายหยิบโทรศัพท์มาเปิดให้ดู พอเห็นพุฒิเมธกอดเจนนี่อย่างรักกันมาก ก็เศร้า ฝ่ายเจนนี่ดูข่าวตัวเองและคอมเมนต์ของแฟนคลับที่ด่าว่าเธอสตรอ...เป็นโรคจิต...นางคงมีปม...และเลิกกับเมธก็ดี เจนนี่จะได้เป็นของผมคนเดียว
เจนนี่อ่านแล้วก็เข้าห้องร้องไห้ ณฤทธิ์เห็นแล้วสงสารพึมพำว่าเลิกอ่านข่าวพวกนี้ได้แล้ว อ่านแล้วก็เครียด ฝ่ายเจนนี่อ่านคอมเมนต์แล้วระบายความอัดอั้นกับตัวเองว่า
“ฉันเป็นดาราแล้วฉันไม่ใช่คนเหรอ ฉันถึงทำผิดอะไรไม่ได้เลย ทำไมถึงได้ขุดๆๆๆๆกันนักหนา ทำไมต้องมาวุ่นวายกับฉันขนาดนี้” ณฤทธิ์ได้ยินก็บอกว่า เธอเป็นคนของประชาชนก็ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีสิ
ขณะนั้นเองมีคนโพสต์รูปเจนนี่ตัดต่อเอาสตรอมาใส่หัวเขียนว่า “สตรอแห่งชาติ” เจนนี่อ่านแล้วน้ำตาหยดลงหน้าจอโทรศัพท์อย่างเจ็บปวด
คืนเดียวกัน นัท เด็กหนุ่มที่คลั่งไคล้เจนนี่จนเอากระดาษห่อก้อนหินปาใส่บุญสิตาวันนั้น อยู่ในห้องนอนที่ติดรูปในอิริยาบถต่างๆของเจนนี่เต็มไปหมด เขานั่งอยู่ที่โต๊ะที่เต็มไปด้วยตำราเรียน แต่กำลังเล่นคอมพ์ดูเว็บไซต์เดียวกับที่เจนนี่ดูด้วยความสนใจ แล้วพิมพ์ข้อความแสดงความเห็นในกระทู้ต่างๆของเจนนี่อย่างจริงจัง
รุ่งขึ้น ซันจะไปส่งบุญสิตาตามที่เธอสั่งไว้เมื่อคืนขณะวิญญาณณฤทธิ์ยังสิงอยู่ แต่เช้านี้บุญสิตากลับบอกว่าไม่ต้องไปส่ง ซันยืนยันว่าเมื่อคืนพี่ย้ำกับตนให้ไปส่งให้ได้ บ่นว่าไม่ทันแก่เลยขี้ลืมจัง พอไปถึงบริษัทซันถามว่าเจนนี่อยู่หรือเปล่าอยากเซลฟี่ไปอวดเพื่อน
“เลิกพูดมาก แล้วไปได้แล้ว” บุญสิตาตัดบท แต่พอดีจัสตินขับรถมาจอด บุญสิตาจึงแนะนำว่านี่คือน้องชายตน ซันมองแล้วถามว่าคนนี้ใช่ไหมที่มีเรื่องกับพี่ ตัวจริงไม่เห็นหล่ออย่างในรูปเลย ซ้ำพูดเหมือนหาเรื่อง
“รู้ไหมว่าเพราะข่าวฉาวของพวกคุณทำพี่ผมโดนโรคจิตตามทำร้าย”
จัสตินตกใจถามว่าทำไมไม่บอก บุญสิตาแก้ว่าน้องตนพูดมั่ว แล้วไล่ให้ซันรีบไปเรียนเสีย พอเข้าออฟฟิศเอแปลกใจว่าวันนี้นางซินของเรามีหนุ่มหล่อมาส่งด้วย โหน่งว่าคงเป็นแฟนถามว่าหล่อไหม เอบอกว่าน่ารักมาก พอดีจัสตินเข้ามาบอกว่าไม่ใช่แฟนเป็นน้องชายเธอ
เอบอกว่าหล่อขนาดนี้ปั้นเป็นนายแบบได้เลยนะ
จัสตินบอกว่าหน้าตาดีแต่ปากร้าย มาโวยว่าพวกเราทำให้ซินโดนแฟนคลับพวกเราตามทำร้าย
พุฒิเมธถามเสียงดังว่าทำไมซินไม่บอกพวกเรา พูดแล้วรู้ตัวว่าเยอะไปเลยพยายามแก้ว่า...
“ผมก็แค่เป็นห่วงพนักงานกลัวเขาจะเครียดไม่อยากให้ซ้ำรอยแบบตอนลุงบุญ”
“งั้นวันนี้ก็ฝากดูซินด้วยก็แล้วกัน ซินต้องไปออกงานกับแกแล้วก็เจนนี่” จัสตินบอก
พุฒิเมธกลัวถูกจับพิรุธทางใจได้เฉไฉ ตัดบทขอไปเตรียมตัวก่อน แล้วรีบออกไปเลย
ooooooo
วันนี้พุฒิเมธกับเจนนี่มีงานเปิดตัวสินค้าโทรศัพท์ สโลแกน “โซเชียลไม่อั้น เม้าท์สนั่น 24 ชั่วโมง” ที่ห้างสรรพสินค้าของสมบัติ
มีเหตุน่ากลัวเมื่อนัทที่คลั่งไคล้เจนนี่มีผ้าปิดปาก ใส่หมวก จะเอามีดเด็กเล่นเปื้อนเลือดวางไว้กับของขวัญ ทั้งนัทและเจนนี่ตกใจ นัทวิ่งชนเจนนี่หนีออกไป ในขณะที่เจนนี่กรี๊ดและร้องขอความช่วยเหลือ
“ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย” พอดีเห็นเมธเข้ามาเธอผวาเข้าไปหา “เมธ ช่วยด้วย”
แม้จะตกใจแทบสิ้นสติแต่เมื่อถึงเวลางาน ทั้งสองก็ออกไปทำงานได้อย่างมืออาชีพ
นัทวิ่งหนีไปและย้อนกลับมาในสภาพเปิดหน้าร่วมกับแฟนคลับของเจนนี่ชูป้ายเชียร์เจนนี่ และเบียดเข้าไปจนได้จับมือกับเจนนี่บอกว่า “ผมชอบพี่มากนะครับ สู้ๆ” แต่นัทจับมือเจนนี่ไม่ปล่อย เจนนี่ใจไม่ดีพยายามดึงมือกลับแล้วรู้สึกเวียนหัวหน้ามืดคลื่นไส้จนต้องวิ่งไปอาเจียนข้างเวที
เป็นเรื่องใหญ่ทันที นักข่าวถ่ายรูปเจนนี่ที่อาเจียนกลางงานอีเวนต์ประโคมข่าวครึกโครมจนสองพิธีกรสาวเจ้าเก่าเม้าท์กันอย่างออกรสว่า...
“เจนนี่หน้ามืด อ้วกกลางงานอีเวนต์ค่ะ”
“อาการแบบนี้มันคุ้นๆนะคะ หรือว่าจะท้อง...”
ศรันย์กับพุฒิเมธดูรายการนี้ต่างโมโหที่พิธีกรเม้าท์กันส่งเดช พุฒิเมธสั่งเอให้บอกเจนนี่ช่วงนี้ให้พักผ่อน ไปหาหมอให้เรียบร้อยก่อน หายค่อยว่ากัน
วันรุ่งขึ้นบุญสิตาจึงพาเจนนี่ไปหาหมอ เจนนี่เดินผ่านป้าย “แผนกสูตินรี” ก็ถูกแอบเก็บภาพไว้
แล้วก็มีข่าวพาดหัวตัวเขื่องว่า “ยืนยัน นางท้องจริงๆ ฝากครรภ์แล้ววันนี้”
ข่าวนี้ทำให้ทั้งพุฒิเมธ ศรันย์ และบุญสิตาเครียดหนัก ศรันย์ให้บอกเจนนี่ว่า
“ไม่ต้องออกไปไหนทั้งนั้น เก็บตัวอยู่แต่ในบ้านซะ เรื่องจะได้เงียบ”
เป็นเรื่องอีกจนได้ เมื่อสองพิธีกรเจ้าเก่าเม้าท์กันมันว่า
“ตอนนี้นางงดออกงาน ออกสื่อ หายหน้าหายตาไปเป็นอาทิตย์แล้วค่ะ มีสายข่าวแว่วมาว่านางแอบไป ทำแท้ง!”
“นางพวกนี้จะเอายังไงเนี่ย ทำอะไรก็ผิดไปหมด” วิญญาณณฤทธิ์บ่นหัวเสีย บุญสิตาเป็นห่วงสภาพจิตใจของเจนนี่ว่าตอนนี้คงย่ำแย่ ศรันย์ถามว่าแล้วตอนนี้เจนนี่เป็นยังไง บุญสิตาบอกว่าอยู่กับคุณเมธ
ooooooo
เจนนี่ฟูมฟายระบายความอัดอั้นกับพุฒิเมธว่าตนทำผิดแค่ครั้งเดียวตอนนี้กลายเป็นทำอะไรก็ผิดหมด บอกว่าที่ตนอาเจียนเพราะเครียดกับข่าวจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ เล่าอย่างอัดอั้นว่าเมื่อตอนไปหาหมอเดินผ่านแผนกสูตินรีก็กลายเป็นตนไปฝากท้อง ตนอยู่เงียบๆ
ก็กลายเป็นไปทำแท้ง ถามว่า “ฉันควรทำยังไง??”
พุฒิเมธได้แต่มองอย่างเห็นใจกับความจริงที่เธอพูด แต่คนที่สะใจและเตรียมถล่มเจนนี่ซ้ำคือซาร่า เธอบอกกันต์ว่าจะทำภาพตัดต่อโปรโมตข่าวให้นาง
สมบัติกับวรรณนาที่ติดตามข่าวนี้ ต่างเห็นใจเจนนี่ แก้วตาติงว่าถ้าทำตัวดีๆใครเขาจะเสียเวลามาว่า
“แต่บางทีมันก็เกินไป ถ้ามันเป็นเรื่องจริง จะว่าไปก็ไม่แปลกหรอก ถ้ามันไม่จริง คิดบ้างไหมว่าคนที่โดนว่าเขาจะรู้สึกยังไง” วรรณนาติง
“ถูก ขนาดผมโดนลูกน้องเม้าท์ ผมยังรู้สึกแย่ แล้วนี่คนทั้งประเทศรุมว่า ผมไม่อยากคิดเลยว่าผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างเจนนี่เขาจะเป็นยังไง” สมบัติพูดอย่างเห็นใจ
แล้วก็กลายเป็นเรื่องตกใจเมื่อแม่บ้านของเจนนี่โทรศัพท์บอกพุฒิเมธว่าเจนนี่ไม่กลับบ้านตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ทั้งพุฒิเมธ จัสติน บุญสิตาและณฤทธิ์ที่อยู่แถวนั้นต่างตกใจว่าเธอหายไปไหน
เมื่อไปดูกล้องวงจรปิดที่บ้านเจนนี่ เห็นนัทยืนแอบดูเจนนี่อยู่ที่หน้าบ้าน บุญสิตารู้สึกคุ้นๆ เมื่อเจนนี่ขับรถออกจากบ้าน นัทก็ขี่มอเตอร์ไซค์ตามไปทันที พุฒิเมธสงสัยจะเป็นคนเดียวกับที่เอามีดเด็กเล่นเปื้อนเลือดไปให้เจนนี่ในงานอีเวนต์วันนั้น
บุญสิตาเป็นห่วงเจนนี่ แต่ณฤทธิ์จำได้ว่านัทเคยมามีตแอนด์กรี๊ด ไพรเวทปาร์ตี้กับบริษัทเราน่าจะมีชื่อที่อยู่ที่ออฟฟิศ บอกว่าเดี๋ยวจะโทร.ขอข้อมูลจากเอ
เมื่อได้ข้อมูลแล้วก็พากันไปที่บ้านนัท แม่นัทบอกว่าลูกเป็นคนชื่นชอบเจนนี่ ไม่มีทางทำอะไรอย่างที่คิดกัน แต่ก็ยอมให้เข้าไปดูห้องของนัทซึ่งเต็มไปด้วยรูปเจนนี่
ขณะนั้นเอง ศรันย์ได้รับโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่คอนโดที่พัทยาของเจนนี่แจ้งว่ารถเธอขวางทางเข้าออกโทร.ไปหาที่ห้องก็ไม่ติดไม่รู้เป็นอะไร เมื่อพุฒิเมธเล่าให้ทุกคนฟัง ณฤทธิ์บอกว่าเดี๋ยวตนจะตามไปที่พัทยาเอง
ณฤทธิ์ไปเห็นเจนนี่กำลังเสียใจฟูมฟายแล้วไปหยิบขวดยานอนหลับมา ณฤทธิ์ตกใจรีบไปตามคนมาช่วย ไปเจอพุฒิเมธ จัสติน และบุญสิตากำลังเดินทางมา เขาบอกว่าเจนนี่กำลังจะฆ่าตัวตาย ขอเข้าสิงร่างบุญสิตาทันทีแล้วเร่งคนขับรถให้ขับเร็วกว่านี้อีก
ooooooo
เมื่อไปถึงคอนโด ขอกุญแจสำรองไขเข้าไปในห้อง ทุกคนช็อกเมื่อเห็นเม็ดยาหล่นกระจายเต็มพื้นและเจนนี่ก็นอนหมดสติอยู่ที่พื้น พุฒิเมธเอามือรอที่จมูกยังหายใจอยู่ เขาบอกให้เรียกรถพยาบาลเร็ว!
ทุกคนพยายามเรียกเธอ ครู่หนึ่งเธอลืมตาขึ้น
ทุกคนดีใจ พุฒิเมธถามว่าเธอกินยาพวกนี้เข้าไปใช่ไหม เจนนี่บอกว่าตนไม่ทันได้กิน เล่าให้ฟังว่า ขณะเธอกำลังจะกินยาได้ยินเสียงเคาะประตูจึงเดินไปดูที่ตาแมวก็ไม่เห็นใคร ตกใจกลัววิ่งจะไปหยิบโทรศัพท์แต่สะดุดล้มหัวฟาดพื้นหมดสติไป ยาเลยกระจายเต็มพื้น
รู้ความจริงแล้วทุกคนโล่งใจ พุฒิเมธบอกให้บุญสิตาพาเจนนี่ลงไปก่อน ตนกับจัสตินจะเก็บของแล้วตามไป ระหว่างนั้นจัสตินถามว่าแล้วคนที่มาเคาะห้องเธอเป็นใคร?
“นั่นสิ แล้วเด็กโรคจิตคนนั้นอยู่ที่ไหน” พุฒิเมธมองหาแต่ไม่เห็น
บุญสิตาพาเจนนี่มานั่งในรถตู้ปิดประตูแล้วขอไปบอกยามเรื่องรถของเจนนี่ที่จอดขวางทางอยู่
ที่ลานจอดรถ นัทใส่หมวกใส่หน้ากากเดินถือถุงพลาสติกสีดำเล็กๆ กำลังด้อมๆมองๆ มุ่งไปยังรถตู้ที่เจนนี่นั่งอยู่คนเดียวแล้วเคาะกระจกรถ เจนนี่นึกว่าบุญสิตากลับมาจึงเปิดประตูรถให้ เธอตกใจสุดขีดเมื่อเห็นเป็นนัทที่ใส่หมวกใส่หน้ากากและถือถุงดำเล็กๆกำลังล้วงไปในถุงอย่างน่ากลัว
เจนนี่ตกใจผลักนัทกระเด็นแล้ววิ่งลงจากรถ โชคดีที่พุฒิเมธ จัสตินกับบุญสิตากลับมาพอดีจึงช่วยกันจับนัทไว้ จากการสารภาพของนัท เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องเข้าใจผิดทั้งสิ้น นัทสารภาพว่าตนชื่นชอบเจนนี่มากและตั้งเป้าหมายในชีวิตที่อยากเป็นและดังอย่างเธอ ไม่มีเจตนาร้ายเลยแม้แต่นิดเดียว ถุงดำที่ถือมาก็ล้วนแต่เป็นของบำรุงและขนมขบเคี้ยวที่ซื้อมาฝาก และขอโทษที่ทำให้เจนนี่ตกใจ
“ฉันต่างหากที่ต้องขอบคุณ ถ้าไม่ได้นายฉันคงตายไปแล้ว” เจนนี่เอ่ยจากใจ พุฒิเมธก็ขอโทษแทนทุกคนด้วย
“ไม่เป็นไรครับ ผมห่วงพี่มากกว่า พี่อย่าคิดมากเลยนะ ผมจะช่วยพี่หาคนที่สร้างข่าวใส่ร้ายพี่เอง”
บุญสิตาบอกเจนนี่ว่าทุกคนเป็นห่วงเธอมาก ก็พอดีนาฬิกาเตือนหมดเวลา เธอรีบบอกเจนนี่ว่า
“เธอต้องสู้นะ เพื่อพี่มาร์ค งานรอเธออยู่อีกเพียบ รีบหายรีบกลับไปทำงาน ฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” พูดจบก็วิ่งไป แต่นึกอะไรได้หันมาบอกประสาคนเป็นเจ้าของบริษัทว่า “พรุ่งนี้มีถ่ายโฆษณาด้วยนะ ยังไม่ลืมใช่ไหม” พูดจบก็วิ่งไปเลย
ทุกคนงง ที่บุญสิตาสั่งราวกับเจ้าของบริษัท ซ้ำลีลาท่าทางและคำพูดก็ถอดแบบมาร์คมาไม่มีผิด!










