ตอนที่ 4
และแล้ววิญญาณณฤทธิ์ในร่างบุญสิตาก็ต้องหัวเสียอย่างหนัก ที่มาสมัครเป็นผู้จัดการบริษัท แต่รับทำงานแม่บ้าน! ด่าพุฒิเมธตามหลัง
“ไอ้เมธ...ไอ้ลูกหมา ฉันเป็นพี่แก เป็นเจ้าของบริษัทนะเว้ย ให้ฉันมาเป็นแม่บ้านเนี่ยนะ!”
ฝ่ายศรันย์ไม่เข้าใจว่าทำไมพุฒิเมธจึงรับบุญสิตาเข้าทำงานทั้งที่นางไม่น่าไว้ใจเลย พุฒิเมธบอกว่ายิ่งไม่น่าไว้ใจยิ่งต้องเอาไว้ใกล้ตัวจะได้จับตามองง่ายๆว่าเขามีแผนจะทำอะไรกันแน่ ศรันย์ถามว่าถ้ากันต์รู้ว่าเมธรับนางมาโดยพลการแบบนี้จะยอมหรือ โหน่งกังวลว่ายิ่งนางเคยอาละวาดกับกันต์แล้วด้วย
พอกันต์รู้ก็ไม่พอใจรีบมาบริษัททันที แอบดูบุญสิตาทำความสะอาดอยู่อย่างสังเกต พอบุญสิตาเห็นกันต์ก็ไม่พอใจแต่เสียงเตือนของพุฒิเมธที่ว่าถ้าไม่อยากถูกไล่ออกก็ขอโทษกันต์เสีย จึงจำใจเอ่ยขอโทษ กันต์เองก็อยากรู้ว่าเธอเป็นใครกันแน่จึงพูดดีด้วยว่า ยินดีต้อนรับที่ได้ทำงานที่บริษัทของตน
วิญญาณณฤทธิ์ในร่างบุญสิตาได้ยินกันต์พูดว่าบริษัทของตนก็ปรี๊ดแตกแอ๊บหลุดเถียงว่าเป็นบริษัทของมาร์คต่างหาก ตนมาทำงานที่นี่เพื่อมาร์คไม่ใช่เพื่อเขา ขณะอารมณ์กำลังปะทุ พุฒิเมธก็เข้ามาถามว่ามีอะไรกันหรือเปล่า กันต์บอกว่าไม่มี แค่ทักทายพนักงานใหม่เท่านั้น
“ข่าวไวจังเลยครับ พอดีผมรับพนักงานใหม่นะครับ คุณพ่อท่านฝากมาผมก็เลยไม่ได้บอกล่วงหน้า”
พุฒิเมธเหน็บ มองหน้ากันต์ถาม “คงไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหมครับ”
“จ้างก็ดี พี่ก็สนใจพนักงานคนนี้เหมือนกัน ดูท่าทางซินเขาก็น่าจะขยันทำงานเก่งอยู่ มีอะไรให้ช่วย อยากได้คำแนะนำก็บอกได้นะ” กันต์ยิ้มให้บุญสิตาแล้วเดินไป
“ขนลุก” บุญสิตาพึมพำเมื่อเห็นความหน้าเนื้อ ใจเสือของกันต์ แล้วอดหันมายั่วพุฒิเมธไม่ได้ ถามว่าที่ช่วยเหลือตนนี่ชอบตนหรือ ถ้าชอบก็จะได้ทอดสะพานให้ ทำเอาพุฒิเมธงง ถามว่าวันนี้ลืมกินยาเหรอ?
เพราะวิญญาณณฤทธิ์มีเวลาอยู่ในร่างบุญสิตาเพียงวันละ 4 ชั่วโมง เขาเร่งทำเวลาเต็มที่ บ่ายแก่ๆ จึงรีบไปเยี่ยมสมบัติที่โรงพยาบาลพร้อมของฝากที่พ่อชอบ วรรณนาบอกว่าวันนี้คุณพี่ก็จะกลับแล้ว ถ้ามีเวลาให้ไปเที่ยวที่บ้านบ้างเพราะ “คุณพี่สดชื่นขึ้นเยอะหลังจากได้คุยกับหนู”
อยู่กับสมบัติพักใหญ่ บุญสิตาดูนาฬิกาเห็นเหลือเวลาอีกสองชั่วโมงจึงเอ่ยลาบอกว่ามีธุระต้องไปทำ
วิญญาณณฤทธิ์พาบุญสิตาไปเข้าห้างบอกว่าควรหัดแต่งตัวเสียบ้าง พาไปเลือกซื้อเสื้อผ้าดีๆ ซื้อเครื่องสำอาง ซื้อครีมบำรุงผิวและเครื่องใช้ต่างๆมากมาย จนเหลือเวลาอีกชั่วโมงเดียว ก็ซื้อนาฬิกาไว้เรือนหนึ่งแล้วพาเข้าร้านนั้นออกร้านนี้ซื้อของเพียบ
ซื้อจนพอใจแล้วหิ้วของพะรุงพะรังกลับบ้าน เจอสมศรี ทราย กับซันเดินเข้าบ้านพอดี ทุกคนแปลกใจที่เห็นบุญสิตาซื้อของมามากมาย ทรายอยากรู้จะเข้าไปรื้อดูว่าซื้ออะไรมาบ้าง บุญสิตาไม่ให้ดูบอกว่าตนจะซื้ออะไรก็เรื่องของตนเงินตน ปรามว่า “นี่ฉันเตือนไปครั้งหนึ่งแล้วใช่ไหม ท่าทางพวกป้าๆจะยังไม่เข็ดนะ” ทำหน้าโหดใส่แล้วเดินเข้าห้องเลย
ซันงงว่าพี่ซินเป็นอะไรอีกแล้ว ทรายว่าหรือเป็นบ้าไปแล้วจริงๆ สมศรีบอกว่าอย่าไปยุ่งเลยดูน่ากลัว
ooooooo
ครู่เดียวบุญสิตาก็ออกมาประกาศกลางวงสามแม่ลูกว่าในฐานะตนเป็นคนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในครอบครัว ขอวางระเบียบใหม่ให้ทุกคนต้องผลัดกันทำงานบ้านและหาเงิน ปรามด้วยสายตาสั่งว่า
ซันในฐานะที่เป็นผู้ชายคนเดียว ต่อไปนี้ต้องดูแลงานในสวนและดูแลไอ้โชคหมาที่เลี้ยงไว้ ทรายให้กวาดบ้านถูบ้านและซักผ้า ส่วนสมศรีในฐานะแก่กว่าเพื่อนเป็นแม่ของทุกคนจะให้ทำงานเบาๆคือทำกับข้าวและจ่ายตลาด ประกาศอย่างห้ามเถียงห้ามถามว่า
“ต่อไปนี้ฉันจะมีชีวิตใหม่ ไม่ให้พวกเธอมาโขกสับอีกแล้ว” พอดูนาฬิกาเหลือเวลาอีกยี่สิบนาทีก็ไปลากถังขยะใบใหญ่เข้ามาในห้องแล้วขนเสื้อผ้าเก่าในตู้ทั้งหมดทิ้งถังขยะ เอาที่ซื้อใหม่ทันสมัยแขวนแทน แล้วจัดโต๊ะทำงาน แต่งห้องด้วยดอกไม้ดูสวยงามมีชีวิตชีวา
พอดูนาฬิกาเหลืออีก 20 นาทีจะห้าโมงแล้ว เวลาเหลือน้อยเต็มที
สมศรี ทราย กับซันต่างงงว่าซินเป็นอะไร ซันเสนอให้พาไปหาหมอ ทรายถามว่าเราจะยอมทำตามที่ซินบอกหรือ ซันบอกว่าถ้าไม่ทำมีหวังมีเรื่องอีก จำวันนั้นไม่ได้หรือ สมศรีบอกให้ดูสถานการณ์ไปก่อนก็แล้วกันช่วงนี้อย่าเพิ่งไปหาเรื่องอะไร ทำตามนางไปก่อน ทรายกับซันพยักหน้าเห็นด้วยฝืนๆ
ณฤทธิ์ซื้อนาฬิกามาตั้งที่โต๊ะเขียนหนังสือของบุญสิตา เธอถามว่าซื้อมาให้ตนหรือ เขาตอบจากใจว่า
“ตอนนี้เธอคือฉัน ฉันคือเธอ ให้ฉันก็เหมือนให้เธอ เธอให้เวลาฉัน ฉันก็อยากให้เวลากับเธอด้วย...ตั้งแต่ฉันเกิดมา ฉันไม่เคยรู้สึกว่าเวลามีค่าขนาดนี้มาก่อนเลย ฉันต้องรีบทำทุกอย่างให้เสร็จภายในสี่ชั่วโมง ต้องไปบริษัท ไปหาพ่อ แล้วก็ซื้อของให้เธอ”
บุญสิตาถามว่าซื้อของให้ตนหรือ เขาบอกว่าซื้อเสื้อผ้าให้ เธอรีบเปิดตู้ดู กลายเป็นเสื้อผ้าใหม่ทั้งตู้ ถามว่าแล้วของเก่าหายไปไหนหมด เขาบอกว่าทิ้งหมดแล้ว บอกเธอสีหน้าจริงจังว่า
“ถึงเวลาแล้วที่เธอจะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง เธอต้องเป็นคนใหม่ เป็นนิวบุญสิตา” ณฤทธิ์บอกว่าทรายใช้เงินคนอื่นมาบำรุงบำเรอตัวเองยังไม่คิดอะไรเลย “ถึงนางจะนิสัยกาก แต่นางยังรักชีวิตตัวเองมากกว่าเธออีก” บุญสิตาบอกว่าตนจะทำตามที่เขาแนะนำ ทำตาปริบๆ บอกว่า แต่เสื้อผ้า ตนขอเก็บไว้บริจาค
พุฒิเมธกลับมาบอกสมบัติว่าตนรับบุญสิตาเข้าทำงานแล้ว ตกกลางคืนก็โทรศัพท์บอกบุญสิตาว่าพ่อกลับบ้านแล้ว และเรื่องบรรจุเป็นพนักงานประจำของเธอต้องรอก่อนเพราะเฮียเพิ่งเสีย ส่วนเรื่องเงินไม่ต้องห่วง เงินเดือนยังออกให้เหมือนเดิมและพรุ่งนี้ให้รีบมาทำงานด้วย อย่าสาย
เช้าวันรุ่งขึ้น บุญสิตาในชุดทำงานเรียบร้อยนึกว่าได้เป็นพนักงาน แต่พุฒิเมธกลับให้แต่งชุดประจำตำแหน่งแม่บ้านและพาไปแนะนำกับทุกคนในออฟฟิศในฐานะแม่บ้าน บอกว่าพวกเราอยู่กันแบบครอบครัวเป็นพี่น้องกันมีอะไรก็ถามพวกเขาได้ บุญสิตาฝากเนื้อ ฝากตัวอย่างอ่อนน้อมถ่อมตน กลัวจะไม่ได้งานทำ
ศรันย์ จัสติน และเอ ต่างกังวลกับอนาคตของบริษัท ช่วงนี้จึงช่วยงานและแก้ปัญหาทุกอย่างที่แก้ได้ไม่ดูดาย แล้วจู่ๆทั้งสามก็แปลกใจ ตกใจ เมื่อเห็นสมบัติเดินเข้ามาในบริษัท ศรันย์จำต้องไปรับหน้าแต่ถูกสมบัติมองอย่างเย็นชาเพราะไม่ชอบพวกเกย์ แล้วเดินเข้าไปห้องทำงานของณฤทธิ์ด้วยความคิดถึงลูกชาย
เมื่อบุญสิตาเอาน้ำไปเสิร์ฟสมบัติ เขาถามว่าทำงานที่นี่เป็นยังไงบ้าง วิญญาณณฤทธิ์ที่ตามมาบอก
บุญสิตาให้ช่วยคุยเป็นเพื่อนคุณพ่อแทนตนด้วย บุญสิตาชวนว่าถ้าคุณพ่อคิดถึงคุณมาร์คก็มาที่นี่บ่อยๆ แล้วคุยถึงความสมบูรณ์แบบของบริษัทที่มาร์คพยายามทำเพื่อสมาชิกและพนักงานทุกคนจะได้รู้สึกสะดวกสบายและไม่เหงา สมบัติชมว่าเป็นความคิดที่ดี
พุฒิเมธมาเจอสมบัติถามว่าพ่อมาได้ยังไง สมบัติบอกว่าอยากเห็นที่ทำงานของมาร์ค แต่จะกลับแล้วพุฒิเมธจึงชวนกลับด้วยกัน
กลับถึงบ้าน สมบัติได้ยินพุฒิเมธปรารภกับวรรณนาเรื่องปัญหาในบริษัทเรื่องพนักงานลาออก ลูกค้ายกเลิกงาน ข่าวลือว่าบริษัทจะปิด วันๆตนต้องคอยตอบคำถาม แก้ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้หยุด วรรณนาถามว่าไหวไหม เขาบอกว่าไม่ไหวก็ต้องไหว โชคดีที่มีพวกเพื่อนๆ
และพนักงานที่รักเฮียคอยช่วย แล้วสรุปว่า
“คงต้องช่วยกันดูไปก่อน ถ้าคุณพ่อหายดีค่อยว่ากันอีกที ถ้าท่านขาย พนักงานก็คงต้องลอยแพกัน”
พุฒิเมธรำพึงอย่างกังวล เครียด สมบัติได้ยินก็คิดเครียดว่าจะทำอย่างไรดี?
ฝ่ายณฤทธิ์บ่นกับบุญสิตาว่าพอพ่อเริ่มดีขึ้นปัญหาของบริษัทก็เริ่มมา ตนอยากแยกร่างไปจัดการจริงๆ
บุญสิตาแนะนำว่าเขาควรจัดเรียงลำดับความสำคัญจัดการเรื่องพ่อเขาก่อน ณฤทธิ์สารภาพว่าก่อนตายเขาทะเลาะกับพ่อบ่อยมาก เลยไปซื้อของชิ้นหนึ่งไว้เตรียมขอโทษแต่ตายเสียก่อน ตอนนี้ของอยู่ที่ห้อง พรุ่งนี้ขอยืมร่างเธอไปหาของได้ไหม บุญสิตาพยักหน้ารับ
ooooooo










