ตอนที่ 4
บุญสิตาไปที่สำนักพิมพ์นิตยสาร ขอโทษอย่างรู้สึกผิดมากที่เมื่อวานไม่ได้มาตามนัด เลขาบอกว่าบอสบอกว่า พ่อเธอป่วยเข้าโรงพยาบาลกะทันหันเลยโทร.มาขอสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์แทน
เลขาชมว่าเธอเก่งมากสัมภาษณ์ไม่ถึงสิบนาทีก็ได้งานแล้ว เดี๋ยวบอสจะบรีฟงานให้เขียนจากที่บ้านส่งต้นฉบับมาทุกอาทิตย์หรือจะทำสต๊อกส่งมาล่วงหน้าก็ได้
บุญสิตาฟังเลขาพูดแล้วงงมาก แต่ก็ดีใจมากที่ได้งาน คิดทันทีว่า “คงเป็นฝีมือคุณมาร์คใช่ไหม”
ค่ำนี้พอกลับถึงห้องนอน บุญสิตาก็ตะโกนถามว่าคุณมาร์คอยู่แถวนี้ไหม ถามว่าสัมภาษณ์งานให้ตนใช่ไหม ขอบคุณและขอโทษที่ตนพูดไม่ดีกับเขาเพราะตนกำลังเครียดทั้งเรื่องงานและเรื่องเงิน
“ไม่เป็นไรหรอก ถึงเธอจะไม่ให้ร่างฉัน แต่เธอก็อุตส่าห์ใส่ใจ เป็นห่วงไปเยี่ยมพ่อฉัน ขอบใจนะ” บุญสิตาถามว่าเขาเห็นหรือ “อือ...ฉันเฝ้าท่าน อยู่กับท่านตลอดแหละ ก็ตอนมีชีวิตไม่เคยได้อยู่กับท่าน ไม่เคยได้ดูแลท่าน ตอนตายแล้วเพิ่งคิดจะทำ แต่สุดท้ายก็ได้แต่เฝ้าท่านไปวันๆ ทำอะไรให้ท่านไม่ได้สักอย่าง จะหยิบน้ำให้ท่านยังทำไม่ได้ น่าตลกเนอะ”
“ท่านคงรับรู้ได้แหละว่าคุณมาร์คอยู่ใกล้ๆ”
วิญญาณณฤทธิ์รู้สึกผิดมากที่ขณะมีชีวิตปฏิบัติกับพ่อไม่ดี บุญสิตาถามว่าเพราะแบบนี้ใช่ไหมเขาถึงอยากกลับไปอธิบายให้ท่านเข้าใจว่าท่านไม่ได้เป็นต้นเหตุให้เขาตาย
“ใช่ ฉันตายโดยที่ไม่ทันได้ลาอะไรท่าน ไม่เคยบอกรักท่านด้วยซ้ำ ฉันแค่อยากกลับไปทำหน้าที่ลูก ทำสิ่งต่างๆที่เคยบอกว่าเดี๋ยว กลับไปกอดท่านแค่นาทีเดียวก็ยังดี”
บุญสิตาสงสารจึงอนุญาตให้ใช้ร่างตนได้เพราะตนก็ไม่ได้ลาแม่เหมือนกัน รู้ว่าการจากกันโดยไม่มีโอกาสได้ลามันสร้างความเจ็บปวดให้คนที่ยังอยู่ขนาดไหน เลยอยากให้โอกาสเขา บอกว่า
“โอกาสที่ฉันไม่มีโอกาสน่ะ แต่ฉันให้ยืมแค่ตอนไปหาท่านเท่านั้นนะ ลำพังชีวิตฉันคนเดียวก็วุ่นวายแล้ว ฉันไม่อยากหาเรื่องเพิ่มตอนนี้ ฉันต้องหางานด้วย”
“ได้...ฉันสัญญา ฉันจะไม่ทำให้เธอวุ่นวาย ฉันจะทำให้ชีวิตเธอดีขึ้นเพื่อตอบแทนเธอ ฉันสัญญา”
บุญสิตายิ้มพยักหน้า แต่ในใจก็แอบกลัวไม่ได้ว่าชีวิตตนต้องวุ่นวายแน่ๆ
ooooooo
เช้านี้ วิญญาณณฤทธิ์มาหาบุญสิตาจะยืมร่างไปเยี่ยมพ่อแต่เข้าร่างไม่ได้ เขาถามว่าทำไมเข้าไม่ได้ทั้งที่เคยเข้ามาแล้วสองครั้ง ครั้งแรกเพื่อช่วยเธอ อีกครั้งเพื่อช่วยคุณพ่อ
“สองครั้งคุณเข้าเพราะตั้งใจช่วยคน หรือเพราะเหตุนี้คุณถึงเข้าร่างฉันไม่ได้...คุณลองตั้งใจว่าอยากจะไปช่วยคุณพ่อดูซิ”
ณฤทธิ์พยักหน้ามองร่างบุญสิตาตั้งท่าจะวิ่งเข้าร่างอีกครั้งทำเอาเธอชักกลัว แต่พอวิ่งจะถึงตัว วิญญาณณฤทธิ์กลับหายวับไป บุญสิตาร้องเรียกก็ไม่ตอบ
ที่แท้เขาถูกเวลาเรียกไปที่ห้องกาลเวลา บอกว่าเขาเข้าใจถูกแล้ว จะเข้าร่างได้ต้องมีจิตใจอยากช่วยเหลือคนจริงๆ แต่เพราะไม่อยากให้เขาไปก่อเรื่องวุ่นๆ จึงเรียกมาเพื่อบอกกฎการเข้าร่างที่ถูกต้องทั้งหมด อย่าคิดว่านึกจะเข้าร่างบุญสิตาก็เข้าได้ง่ายๆ เพราะทุกอย่างต้องมีกฎข้อห้ามทั้งนั้น
“กฎอะไร” ณฤทธิ์ร้อนใจ เวลาบอกว่ามีกฎง่ายๆ สามข้อที่เขาต้องเข้าใจคือ ข้อแรก เขาจะสามารถเข้าร่างเธอได้แค่ครั้งละสี่ชั่วโมงเท่านั้นและต้องใช้ในแต่ละวันให้คุ้มค่า รีบจัดการปัญหาชีวิตที่ค้างคาก่อนตาย
ข้อสอง ห้ามใครรู้ว่าเขาคือณฤทธิ์ในร่างบุญสิตาเด็ดขาด ส่วนข้อสาม ระหว่างที่เขาอยู่บนโลกนี้ เขาจะต้องช่วยเหลือคนที่กำลังอยากจะฆ่าตัวตาย สิ้นหวัง หมดหวัง ท้อแท้กับชีวิตให้พวกเขาอยากกลับมามีชีวิตอีกครั้ง
นี่เป็นภารกิจที่เขากับบุญสิตาจะต้องช่วยกันเพื่อเป็นการเพิ่มพลังชีวิต ให้ร่างกายของเขาเอง
“งั้นที่ฉันสามารถเข้าร่างครั้งนี้ได้ เพราะฉันต้องการจะไปช่วยพ่อฉันที่กำลังตรอมใจ ไม่อยากมีชีวิตอยู่ใช่ไหม”
“ใช่ ภารกิจแรกที่เธอและบุญสิตาต้องช่วยและเยียวยาให้เขาอยากกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ก็คือพ่อของเธอเอง”
วิญญาณณฤทธิ์เข้าสิงร่างบุญสิตาได้สำเร็จ เมื่อเธอกลับไปบ้านเห็นสมศรีกับทรายกำลังนั่งแต่งเล็บกันอยู่ที่โต๊ะอาหาร สมศรีจิกหัวใช้ทันทีให้ไปซักผ้าที่ค้างจากเมื่อวานให้เสร็จภายในสองชั่วโมง ทรายก็สั่งให้ทำกับข้าวให้ตนก่อนเพราะหิวแล้ว
ครู่เดียวบุญสิตาก็ถือชามอาหารปิดฝาเรียบร้อยมาให้ทั้งสองที่โต๊ะ สมศรีแปลกใจว่าทำไมทำเสร็จเร็ว แต่พอเปิดดูกลายเป็นอาหารหมา ทั้งสองมองบุญสิตาขวับ แต่บุญสิตานาทีนี้ไม่ได้หลบตาแต่สู้ตาอย่างไม่สะทกสะท้านบอกให้กินเสีย หิวมากไม่ใช่หรือ
ทรายลุกพรวดถามว่า ว่าตนกับแม่เป็นหมาหรือ ถูกบุญสิตาชี้หน้าทรายปรามว่า
“ฟังให้ดีนะ ต่อไปนี้ใครดีมาฉันก็จะดีกลับ ใครร้ายมาฉันก็จะร้ายกลับเป็นสองเท่า” แล้วชี้หน้าสมศรี “ส่วนป้า ถึงหน้าจะดูแก่แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นชราภาพ ก็หัดทำงานบ้านเองบ้างนะ ไม่ใช่ใช้อย่างเดียวจะเป็นง่อยเสียก่อน แล้วก็เลิกให้ท้ายยัยนี่ได้แล้ว นี่ห้องเธอใช่ไหม”
บุญสิตาชี้ไปที่ห้อง ทรายพยักหน้าเหวอ บุญสิตาเดินเข้าไปในห้องแต่นึกอะไรได้หันมาที่ซันล้วงไปในกระเป๋ากางเกงหยิบกระเป๋าสตางค์เอาเงินออกมา บอกว่า
“ส่วนเงินนี่ฉันขอคืนนะ เมื่อคืนฉันเห็นแกแอบเข้าไปขโมยเงินฉัน” เอาเงินที่ซันขโมยไปแล้วคืนให้ซันร้อยเดียว อบรมว่า “เป็นเด็กเป็นเล็ก เอาไปแค่ร้อยเดียวพอ” ยิ้มแววตาพิฆาตแล้วผละไป
“รู้ได้ไงวะ” ซันพึมพำงงๆ
ทั้งสมศรี ทราย และซันถูกเล่นงานกันถ้วนหน้าต่างมองหน้ากันงง อยากด่าก็ด่าไม่ออก
วิญญาณณฤทธิ์ในร่างบุญสิตาสั่งสอนสามแม่ลูกแล้วก็เข้าห้องนอนของทราย บุญสิตามองตัวเองในกระจก ดูโทรม เฉามาก วิญญาณณฤทธิ์บอกว่า
“ฉันจะโมดิฟายเธอเอง ฉันจะทำให้เธอเป็นนิวบุญสิตาที่สวยเจิดและไม่ยอมก้มหัวให้ใครอีก”
แล้วจัดแจงหาเสื้อผ้าที่เหมาะสม เอาเครื่องสำอางของทรายมาทารองพื้น เติมแป้ง ปัดขนตา กรีดตา ทาปาก แม้จะเก้ๆกังๆเพราะไม่เคยทำ แต่ครู่เดียวก็เสร็จออกจากห้อง สมศรี ทรายและซันต่างมองลุคใหม่ของบุญสิตาอึ้ง ที่เปลี่ยนเป็นนุ่งกระโปรงยาวดูดีทันสมัย ซันแอบกระซิบว่า “คงเมามาอีกแน่” ส่วนสมศรีเร่งให้ทรายเข้าไปดูข้าวของในห้อง
พอทรายเข้าไปเห็นเสื้อผ้าถูกรื้อกระจุยเต็มห้อง เครื่องสำอางถูกทิ้งเกลื่อน ทรายแผดเสียงลั่น
“นังซิน!”
ooooooo
บุญสิตาที่ถูกวิญญาณณฤทธิ์สิง กลายเป็นสาวสวยทันสมัย แต่กิริยาท่าทางกระด้างโดกเดก กระเดียดไปทางผู้ชายตัวตนของณฤทธิ์
เมื่อออกจากบ้านมาแล้ว บุญตาสิย้ำกับวิญญาณณฤทธิ์ว่าตนให้ยืมร่างไปหาพ่อเท่านั้น แต่ก็มีข้อแม้ว่า ห้ามทำให้ร่างกายตนได้รับอันตรายหรือเกิดการสูญเสีย ห้ามกินเนื้อสัตว์ ห้ามดื่มของมึนเมา สารเสพติดทุกชนิดที่ให้โทษกับร่างกาย ห้ามฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ประพฤติผิดในกาม พูดเท็จ ลักทรัพย์ ต้องมีความรับผิดชอบ มีวินัย ซื่อสัตย์ สามัคคี เสียสละ รู้จักวางตัวในสังคม
ทีแรกณฤทธิ์ก็ตอบได้...ได้...ได้ เพราะอยากได้ร่างเธอ แต่ฟังๆไปเริ่มหงุดหงิดบ่นว่าเยอะขนาดนี้ตนจำไม่ได้หรอก บุญสิตาจึงเอากระดาษที่จดไว้ให้ดู ก็เกี่ยงว่าตนเป็นผีมองไม่เห็น เธอเลยเผาเหมือนเผากระดาษกงเต๊กไปให้แล้วย้ำข้อสุดท้ายว่า
“ต้องส่งร่างฉันคืนให้ทันเวลาที่นัดแนะกันไว้และต้องรายงานฉันทุกอย่างที่คุณทำระหว่างที่ใช้ร่างฉัน” พูดจบถามว่ามีอะไรอีกไหม ณฤทธิ์ถามว่าถ้าตนทำร่างกายเธอหายต้องเสียค่าปรับเท่าไหร่ บุญสิตาได้แต่อึ้ง
เมื่อตกลงกันแล้ว เสียงเวลาก็แทรกเตือนว่ามีเวลาแค่วันละสี่ชั่วโมงเท่านั้น วิญญาณณฤทธิ์ดูนาฬิกาเห็นว่ามีเวลาถึงบ่ายสองก็ไปเรียกแท็กซี่บอกคนขับว่าไปโรงพยาบาลราษฎร์บำรุงครับ นึกได้รีบเปลี่ยนเป็นค่ะ
ที่โรงพยาบาล พุฒิเมธกับวรรณนาคุยกันด้วยความเป็นห่วงสมบัติ หมอโอบบอกว่าอาการของสมบัติเกิดจากการสูญเสียคนสำคัญ ยาเป็นเพียงตัวช่วย ที่สำคัญท่านต้องอยู่กับความเป็นจริง ยอมรับความจริงให้ได้
ขณะนั้นเอง พุฒิเมธได้รับโทรศัพท์ ฟังปลายสายแล้วเขาหน้าเครียดบอกวรรณนาว่าต้องรีบเข้าออฟฟิศมีเรื่องนิดหน่อย ฝากดูแลคุณพ่อด้วย ตอนเย็นจะแวะมาใหม่
ooooooo
เมื่อพุฒิเมธไปถึง ที่บริษัทกำลังปั่นป่วน พนักงานตกใจว้าวุ่นเพราะตั้งแต่เช้าลูกค้าโทร.เข้ามายกเลิกสัญญาเป็นสิบๆรายและพนักงานก็ยื่นใบลาออกหลายคน
ขณะทุกคนกำลังว้าวุ่นงุนงงว่าเกิดอะไรขึ้นนั้น พุฒิเมธว่า “ลูกค้าคงได้ยินข่าวลือหลังจากเฮียเสียว่าบริษัทเราจะปิด เขาคงคิดว่าไม่มีใครจะมาดูแลต่อจากเฮีย...” จัสตินถามว่าข่าวลือมาจากไหน ศรันย์โพล่งว่า
“จะใครซะอีกล่ะก็ไอ้ปลิงบริษัทไง มีอยู่คนเดียวที่จ้องจะขายบริษัทมาร์คทิ้ง” ทุกคนฟังแล้วเครียด
เวลาเดียวกัน ในงานเปิดตัวสินค้าแบรนด์ดัง กันต์กำลังให้สัมภาษณ์นักข่าวเรื่องอนาคตของบริษัทหลังมาร์คเสียชีวิต ได้ข่าวว่าจะปิดบริษัทจริงหรือ กันต์วางมาดตอบอย่างผู้บริหารว่า
“ตอนนี้ผมก็ได้มารับช่วงดูแลบริหารงานต่อจากคุณมาร์คครับ ส่วนเรื่องจะมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างบริษัทยังไง ยังไม่ได้ตัดสินใจ ถ้ามีอะไรอัพเดตตัดสินใจได้แล้วผมจะเปิดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกทีครับ ผมขอตัวนะครับ”
ระหว่างกันต์ไปเข้าห้องน้ำ โทรศัพท์เขาดังขึ้น พอรับสายเขาสั่งทันทีว่า
“บอกลูกค้า กระจายข่าวไปให้หมดเลยนะว่าเรากำลังจะขายบริษัท ถ้าใครสนใจให้ติดต่อมา...สัญญาโครงการต่างๆที่ค้างไว้ งานอะไรก็ยกเลิกไปก่อน”
ooooooo
บุญสิตาเข้าไปเยี่ยมสมบัติเกือบเผลอเรียกพ่อพอรู้สึกตัวก็เปลี่ยนเป็นเรียกลุง บอกว่าพอดีมาหาหมอเลยแวะมาเยี่ยมพร้อมของฝากที่สมบัติชอบมากคือเฉาก๊วยโบราณใส่ชาเย็น
สมบัติถามว่าทำไมถึงรู้ว่าตนชอบ เธอบอกว่าเป็นเพื่อนกับมาร์คได้ยินมาร์คเล่าให้ฟังตลอดและขออนุญาตเรียกลุงว่าพ่อได้ไหม สมบัติยินดีถามว่ามาร์คเล่าเรื่องพ่อให้หนูฟังตลอดเลยหรือ
วิญญาณณฤทธิ์ผ่านร่างบุญสิตาพูดถึงอดีตที่ตนทะเลาะกับพ่อแล้วทำเป็นไม่สนใจ แต่ที่แท้เขารู้สึกผิดมาตลอด เพราะเขาอยากเอาชนะเลยไม่เคยขอโทษพ่อเลย มองสมบัติเต็มตาบอกว่า “จริงๆมาร์ครักและแคร์คุณพ่อมากนะคะ” นอกจากนี้ยังมอบดอกลีลาวดีให้บอกว่า “หนูคิดว่ามาร์คคงอยากให้ดอกไม้นี้เพื่อให้กำลังใจคุณพ่อค่ะ”
สมบัติรับดอกลีลาวดีไปด้วยความซึ้งใจเพราะเป็นดอกไม้ในความทรงจำ เวลานั้นณฤทธิ์ในวัย 17 เขานั่งดูต้นลีลาวดีที่โดนสมบัติตัดทิ้งด้วยความโกรธที่พ่อตัดต้นไม้ของแม่ทิ้ง วรรณนาบอกว่าที่พ่อตัดทิ้งเพราะไม่อยากให้มาร์คยึดติดกับแม่ที่เสียไป ณฤทธิ์เสียใจมากตะโกนว่า “ผมเกลียดพ่อ” แล้วทุบดินระบายอารมณ์รุนแรง
สมบัติเข้าไปกอดณฤทธิ์ด้วยความรู้สึกเจ็บปวดไม่ต่างกัน บอกเขาว่า
“แกจะเกลียดฉันฉันไม่ว่า แต่แกอย่าทำร้ายตัวเองแบบนี้...แกเห็นดอกไม้นั่นไหม” สมบัติชี้ต้นลีลาวดีที่กำลังแตกใบใหม่ “ขนาดฉันตัดมันทิ้ง มันควรจะตายไปแล้ว แต่สุดท้ายมันก็ยังพยายามกลับมามีชีวิต ออกดอกออกผลให้ลมหายใจกับเราอีกครั้ง แกก็ต้องพยายามมีชีวิตต่อไป เหมือนกับต้นไม้ของแม่แก มันอาจจะยาก แต่เวลาผ่านไปต้นอ่อนนี้มันก็จะแข็งแกร่งเหมือนต้นไม้อื่น”
ให้ดอกลีลาวดีในความทรงจำแล้ว บุญสิตาขอกอดสมบัติแทนมาร์คสักครั้ง สมบัติอนุญาตด้วยความยินดี วิญญาณณฤทธิ์ได้กอดพ่อชื่นใจแล้วจึงขอตัวกลับบอกว่าจะมาเยี่ยมใหม่ แล้วรีบออกไปเลย
สมบัติมองบุญสิตาที่เดินออกไป ขำๆกับท่าทางที่ผู้หญิงก็ไม่ใช่ผู้ชายก็ไม่เชิงของเธอ
วิญญาณณฤทธิ์พาร่างบุญสิตาไปที่บริษัทอ้างว่ามาสมัครงาน ศรันย์พาไปเขียนใบสมัคร บุญสิตาถือโอกาสถามสภาพบริษัท ได้ยินข่าวว่าจะขายบริษัทหรือ ศรันย์แปลกใจว่าเธอรู้เรื่องบริษัทมาก
บุญสิตาแก้เกี้ยวว่าจะมาสมัครงานก็ต้องศึกษาข้อมูลบริษัท เมื่อกรอกใบสมัครเสร็จศรันย์บอกว่า
แล้วยังไงจะติดต่อกลับไป ระหว่างนั้นเอง จัสตินวิ่งเข้ามาบอกศรันย์ว่าเมธกับกันต์ทะเลาะกันรีบไปห้ามเร็ว แต่พอศรันย์จะวิ่งไปก็ถูกบุญสิตาตัดหน้าไปก่อน ศรันย์กับจัสตินมองงงๆ แล้ววิ่งตามไป
นาฬิกาที่ผนังห้องบอกว่า อีกสิบนาทีจะบ่ายสองแล้ว!
ooooooo










