ตอนที่ 2
ไพศาลวิ่งไล่ตามเอกสาร ชลัชได้แต่มองตามด้วยความเคียดแค้น จนเกิดอาการเกร็งชักทั้งตัว ล้มตึงเสียงดังจนไพศาลต้องหันมาดู แต่ไม่ยอมช่วย และ
แสยะยิ้มร้ายด้วยความสมเพช
“แกมันโง่เองช่วยไม่ได้ เห็นแก่ความเป็นเพื่อน ฉันจะช่วยให้แกหายเจ็บ”
ขาดคำก็เล็งปืนจะปิดปากเพื่อนรัก แต่ไม่ทันเหนี่ยวไก เติมก็โผล่มาขวาง ไพศาลเลยผละหนี ทิ้งชลัชให้นอนพะงาบๆ ขยับตัวไม่ได้ เติมต้องเข้าพยุงและรีบพาส่งโรงพยาบาล
ไม่มีใครรู้ นอกจากชลัชว่าเอกสารมอบอำนาจฉบับนั้นปลิวไปอยู่ในช่องแคบๆใต้ตู้เอกสาร และเพราะอาการชักครั้งนั้นทำให้ชลัชมีสภาพเหมือนผัก ขยับปากบอกใครไม่ได้ ไพศาลเลยต้องควานหาเอกสารฉบับนั้นเอง ด้วยการส่งคนไปค้นห้องทำงานของชลัช แต่ก็เหลวทุกครั้ง
เหตุการณ์ขโมยเอกสารในห้องทำงานของชลัชที่ออฟฟิศสุขสยามเมื่อวันก่อนก็เป็นฝีมือคนของไพศาล แต่เพราะชมพูนิษฐ์ดันโผล่มาเห็น แผนการเลยล่ม และตอนนี้เขาก็เหลือเวลาไม่มากแล้ว
ไพศาลดึงตัวเองจากอดีต คิดถึงอดีตเพื่อนรักอย่างชลัชแล้วขบกรามแน่น “ถ้าตอนนั้นไม่ผิดพลาด ป่านนี้ก็มีเงินเป็นร้อยๆล้านมาหมุนแล้ว ต้องหาหนังสือมอบอำนาจนั่นให้เจอ ก่อนที่ไอ้เหมราชจะซื้อที่ดินสำเร็จ!”
ooooooo
ชมพูนิษฐ์ไม่ละความพยายามจะหานายทุนมากู้สถานการณ์ของสุขสยาม ด้วยการนำแผนปรับปรุงสวนสนุกไปปรึกษาบรรดาเพื่อนรักของพ่อ แต่ถูกปฏิเสธกลับมาทุกรายเพราะไม่มีใครอยากงัดข้อกับเหมราช
กวินทร์รู้ความเคลื่อนไหวของชมพูนิษฐ์ตลอด และไม่รอช้ารีบไปรายงานเหมราช
“วันนี้คุณชมพูนิษฐ์ไปเสนอแผนร่วมทุนกับคุณกิตติ ประธานบริษัทที่รู้จักกับคุณชลัช”
เหมราชหูผึ่ง แต่ทำเฉยจนเลขาหนุ่มอดหมั่นไส้ไม่ได้
“นี่เฮียไม่อยากรู้เลยเหรอฮะว่าผลจะออกมายังไง”
“ไม่ต้องบอกก็เดาได้อยู่แล้ว...”
ชมพูนิษฐ์แบกความผิดหวังเพราะถูกปฏิเสธ
การร่วมทุนกับสุขสยาม เหล่าพนักงาน ทั้งโบนิตา เติม กระตั้วและโอลีฟ เฝ้ารอด้วยใจจดจ่อ หวังว่าจะได้รับข่าวดี ชมพูนิษฐ์ไม่อยากให้ทุกคนคิดมาก เลยตัดสินใจโกหก
“แค่นิดบอกอยากหาผู้ร่วมทุน...ทุกคนก็ทำท่าจะสนใจทันที”
เหล่าพนักงานดีใจมาก ชมพูนิษฐ์ต้องโกหกต่อเพื่อให้แนบเนียน
“แต่...นิดก็ยังกลุ้มไม่หาย ก็ทุกคนสนใจกันหมดยังงี้ นิดก็กลุ้มใจว่าจะเลือกใคร เพราะถึงเราจะต้องการคนมาร่วมทุนแค่ไหน แต่เราก็ต้องคัดเลือกคนที่เหมาะสมจะมาทำงานกับเราด้วย...ถูกไหมคะ”
ชมพูนิษฐ์อึดอัดใจมากต้องปั้นเรื่องหลอกทุกคนที่สุขสยาม และพาลโทษว่าเป็นความผิดของเหมราชที่กดดันให้เธอทำแบบนี้ โดยไม่รู้เลยว่าซาตานหนุ่มไม่รับรู้เรื่องเหล่านี้ด้วย แต่วุ่นวายกับการเปิดแถลงข่าวร่วมทุนกับลิมเปงเซียง
อิงขวัญมาทำข่าวงานนี้ด้วยตามประสานักข่าวสายเศรษฐกิจที่เกาะติดเรื่องนี้มานาน ลิมเปงเซียงเป็นฝ่ายเปิดประเด็น...ในฐานะนักธุรกิจชาวต่างชาติที่ตัดสินใจมาลงทุนในเมืองไทย
“ความจริงผมสนใจจะมาลงทุนทำที่เมืองไทยนานแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสสักที”
เหมราชเลิกสวมบทซาตานชั่วคราว ยิ้มบางๆให้กล้องกับนักข่าว ก่อนเสริมประเด็นของลิมเปงเซียง










