พระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว นักโทษเด็ดขาดตามเรือนจำทั่วประเทศได้อานิสงส์ลดโทษกว่า 2 แสนคน ส่วนผู้ถูกคุมประพฤติอยู่นอกเรือนจำอยู่แล้วกว่า 7,500 คน ถือว่าพ้นโทษเป็นอิสระทันที รวมทั้ง “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี “ทวี สอดส่อง” รมว.ยุติธรรมยันไม่ต้องรอให้ถึงวันพ้นโทษ 31 ส.ค.พระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ ในวันมหามงคล ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เมื่อวันที่ 17 ส.ค. พระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 ก.ค.67 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทร รามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานอภัยโทษ แก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ เพื่อให้โอกาสแก่บุคคลเหล่านั้นกลับตัวประพฤติตนเป็นพลเมืองดี อันจะเป็นคุณประโยชน์ แก่ประเทศสืบต่อไป โดยผู้ต้องโทษต่อไปนี้ให้ได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวไป และได้รับพระราชทานอภัยโทษลดโทษตามลำดับชั้นนักโทษเด็ดขาดตามกฎหมายว่าด้วยราชทัณฑ์ หรือกฎหมายว่าด้วยเรือนจำทหาร ผู้ต้องโทษต่อไปนี้ให้ได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวไป ตามมาตรา 61.ผู้ต้องกักขัง 2.ผู้ทำงานบริการสังคมหรือทำงานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับ 3.ผู้ได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติ ส่วนผู้ต้องโทษต่อไปนี้ได้รับพระราชทานอภัยโทษลดโทษ อาทิ ตามมาตรา 8 นักโทษเด็ดขาดซึ่งมิได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัว ให้ได้รับพระราชทานอภัยโทษลดโทษ 1.ผู้ต้องโทษจำคุกตลอดชีวิต ให้เปลี่ยนกำหนดโทษจำคุก 50 ปี แล้วให้ลดโทษตามลำดับชั้นนักโทษเด็ดขาด 2.ผู้ต้องโทษจำคุกไม่ถึงตลอดชีวิต ให้ลดโทษจากกำหนดโทษตามลำดับชั้นนักโทษเด็ดขาด 3.ผู้ต้องโทษจำคุกเพราะความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท ให้ลดโทษจากกำหนดโทษลง 2 ใน 3 เฉพาะความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ ลงวันที่ 17 ส.ค.67ต่อมาเวลา 13.00 น. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่อยู่ระหว่างการพักการลงโทษนั้น ถือเป็น 1 ในจำนวนผู้ที่ได้รับการอภัยโทษด้วย เป็นการปล่อยตัวพ้นโทษทันที เป็นผู้บริสุทธิ์เเล้ว ส่วนเรื่องใบบริสุทธิ์ที่จะต้องมอบให้แก่ผู้พ้นโทษจะเป็นกระบวนการของกรมราชทัณฑ์และกรมคุมประพฤติที่ต้องประสานงานกัน อย่างไรก็ตาม การพระราชทานอภัยโทษเป็นการทั่วไปครั้งนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะรายนายทักษิณเท่านั้น แต่เพื่อผู้ต้องขังทุกรายที่ผ่านเกณฑ์พิจารณา มีสิทธิประโยชน์ต่อผู้ต้องขัง ทั้งการลดโทษและการพ้นโทษ ต้องไปดูประเภทของผู้ต้องราชทัณฑ์รายนั้นๆ เช่น หากเป็นผู้กักขังแทนค่าปรับก็ให้ปล่อยตัวพ้นโทษไป เป็นต้น ทั้งนี้ ตนทราบจำนวนผู้ต้องราชทัณฑ์เบื้องต้นจำนวนหนึ่งที่ได้รับประโยชน์จากพระราชกฤษฎีกาครั้งนี้ แต่ไม่ได้พ้นโทษทุกราย ส่วนรายละเอียดภาพรวมทั้งหมดกรมราชทัณฑ์จะเป็นผู้ชี้แจงต่อสาธารณะผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากข้อมูลล่าสุดกรมราชทัณฑ์ มีผู้ต้องขังเด็ดขาดทั่วประเทศที่ควบคุมอยู่ในเรือนจำทั่วประเทศจำนวน 220,094 ราย เป็นนักโทษชาย 192,898 ราย นักโทษหญิง 27,196 ราย และผู้ถูกคุมประพฤติที่ใช้ชีวิตนอกเรือนจำจำนวน 7,500 ราย สำหรับพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ 2567 จะมีผู้ต้องขังได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำทั่วประเทศตามมาตรา 7 ประมาณ 50,000 ราย นอกจากนี้ ยังมีนักโทษเด็ดขาดที่ได้รับสิทธิเข้าหลักเกณฑ์ลดวันต้องโทษ ตามพระราชกฤษฎีกาฉบับดังกล่าวอีก เกือบ 200,000 รายขณะนี้กรมราชทัณฑ์อยู่ระหว่างเตรียมนัดประชุม เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับผู้ต้องขังที่จะได้รับการปล่อยตัวพ้นเรือนจำ ในส่วนนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเป็นหนึ่งในผู้ถูกคุมประพฤติที่จะพ้นโทษครั้งนี้ ดังนั้น จะทำให้นายทักษิณเป็นอิสระทันที ไม่ต้องรอให้ครบกำหนดโทษในวันที่ 31 ส.ค. เนื่องจากเป็นผู้ถูกคุมประพฤติที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวตามมาตรา 6 ของพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ 2567 ฉบับนี้ ระบุว่า ผู้ต้องโทษดังต่อไปนี้ให้ได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวไป 1.ผู้ต้องกักขัง 2.ผู้ทำงานบริการสังคมหรือทำงานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับ 3.ผู้ได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติ และสามารถเดินทางไปรับใบบริสุทธิ์จากเรือนจำได้ในภายหลัง เนื่องอยู่ในกลุ่มที่ไม่ได้ถูกกักขังในเรือนจำ ที่ผ่านมาได้รับการพักโทษไปอยู่นอกเรือนจำแล้ว สำหรับกลุ่มผู้ถูกคุมประพฤติที่จะได้รับพระราชทานอภัยโทษ ปล่อยตัวพ้นจากการเป็นผู้ถูกคุมประพฤติครั้งนี้มีประมาณ 7,500 รายทั่วประเทศอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่