หลานชายแค้นแทนยาย ลงมือสังหารโหดน้ากับป้า 2 ศพยัดใส่รถเก๋งขับข้ามจังหวัดไปทิ้งหมกบ่อบาดาลร้าง เทเศษหินปิดทับอำพรางก่อนเผ่นหนีไปกบดานต่างประเทศ ผ่านไปเกือบ 2 สัปดาห์เพิ่งสำนึกผิดโร่กลับมามอบตัว พาตำรวจไปชี้จุดทิ้งศพในบ่อบาดาล เผยชนวนเหตุจากโกรธแค้นน้ากับป้าทำร้ายยายที่ป่วยติดเตียงจนน่วมทั้งตัวเหมือนไม่ใช่แม่ตัวเอง พยายามขอไปดูแลเองกลับถูกขัดขวาง มีปากเสียงวิวาทรุนแรงถูกอีกฝ่ายบีบคอก่อนทำเอาฉุนฟิวส์ขาดพลั้งมือทุบตีจนเสียชีวิตทั้งคู่หลานชายโร่เข้ามอบตัวสารภาพผิดคดีลงมือสังหารน้ากับป้า 2 ศพหมกบ่อบาดาลรายนี้ เปิดเผยเมื่อช่วงเช้าวันที่ 15 ม.ค. ขณะที่ พ.ต.ต.พีรวัส คำกะสินธุ์ สว. (สอบสวน) สภ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี ปฏิบัติหน้าที่อยู่บนโรงพัก ได้มีนายกิตติก กินเวณุ ชื่นกลิ่น อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25 หมู่ 6 ต.ไม้ดัด อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี เข้ามอบตัวพร้อมทนายความ ให้การว่า เมื่อวันที่ 2 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้ก่อเหตุฆ่าน้ากับป้าเสียชีวิต 2 ศพในพื้นที่ อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี แล้วนำศพมาทิ้งบ่อบาดาลร้างในที่ดินของปู่ย่า ริมถนนสาธารณะ ซอย 16 สาย 2 ซ้าย หมู่ 3 ต.พัฒนานิคม หลังรับแจ้งรายงานให้ พล.ต.ต.ยรรยง สันติปรีชาวัฒน์ ผบก.ภ.จ.ลพบุรี พ.ต.อ.ชัยมิตร สิทธิพูล ผกก.สภ.พัฒนานิคม นำกำลังตำรวจ ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวร รพ.พัฒนานิคม และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ไปตรวจสอบยังจุดที่ทิ้งศพที่เกิดเหตุในป่าละเมาะริมถนนมีบ่อน้ำบาดาลร้าง ปากบ่อกว้าง 1.80 เมตร ลึก 5 เมตร มีร่องรอยเทหินเกล็ดลงไปทับถมก้นบ่อ เต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นเน่าโชยคลุ้ง จากการสอบถามนายกิตติกเผยว่าผู้เสียชีวิตทั้งสองคือ น.ส.วิราภรณ์ พวงมาลัย อายุ 61 ปี น้า และ น.ส.พนมพร พวงมาลัย อายุ 64 ปี ป้า อยู่บ้านเลขที่ 16/12 หมู่ 13 ต.พระพุทธบาท อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี ทั้งคู่อาสาดูแลยายที่ป่วยติดเตียงอยู่ที่บ้าน แต่กลับลงมือทำร้ายยายเหมือนไม่ใช่แม่ของตัวเอง จนได้รับบาดเจ็บฟกช้ำดำเขียวน่วมไปทั้งตัว ทุกครั้งที่ตนมาหายายเห็นสภาพที่ถูกทำร้ายแล้วทนไม่ไหว พยายามจะขอยายไปดูแลเองแต่ถูกขัดขวางเรื่อยมานายกิตติกเผยต่อไปว่า จนกระทั่งวันเกิดเหตุ 2 ม.ค. เวลาประมาณ 2 ทุ่ม ตนเดินทางไปหายายที่บ้านน้ากับป้า เห็นว่ายายมีร่องรอยถูกทำร้ายเหมือนเช่นเคย พยายามขอร้องไม่ให้น้ากับป้าทำร้ายยายอีก แต่พูดคุยกันไม่รู้เรื่องมีปากเสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรงถึงขั้นลงมือทำร้ายกัน ตนถูกบีบคอก่อนเลยพลั้งมือเอามืออุดปากจมูกน้ากับป้า ก่อนลงมือทุบตีจนเสียชีวิตทั้งคู่ หลังก่อเหตุยัดศพใส่ท้ายรถเก๋งโตโยต้า ทะเบียน กค 3594 สิงห์บุรี นำมาทิ้งในบ่อบาดาลร้างดังกล่าวเพื่ออำพรางคดี จากนั้นขับรถไปจอดทิ้งไว้ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา หนีข้ามไปกบดานอยู่ประเทศมาเลเซีย ผ่านไปหลายวันรู้สึกกังวลใจและหวาดกลัว ตัดสินใจโทร.กลับไปปรึกษาหารือพ่อและญาติๆ ก่อนเดินทางกลับมามอบตัวที่ สภ.พัฒนานิคม และพาตำรวจมายังจุดที่ทิ้งศพน้ากับป้าด้านพ่อผู้ก่อเหตุกล่าวว่า ลูกชายรักยายมากเพราะยายเลี้ยงดูมาตั้งแต่ยังเล็กๆ ก่อนเกิดเหตุพยายามที่จะเอายายที่ป่วยติดเตียงกลับไปดูแลเอง แต่ถูกน้าและป้าขัดขวางทุกครั้ง จนล่าสุดมาหายายก็เจอบาดแผลเต็มตัวจนเป็นเหตุให้โกรธแค้นลงมือสังหารน้ากับป้าเพราะรักยายมากต่อมาตำรวจและหน่วยกู้ภัยฯนำรถเครนมาคล้องเชือกให้อาสากู้ภัยโรยตัวลงไปกู้ศพที่อยู่ก้นบ่อ ต้องใส่หน้ากากมีถังออกซิเจนเพื่อความปลอดภัย การปฏิบัติงานเต็มไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากทั้ง 2 ศพถูกทับถมด้วยเศษหิน ดิน หญ้า มีกลิ่นเน่าเหม็นตลบอบอวล เบื้องต้นนำขึ้นมาได้ 1 ศพ ยังไม่ทราบว่าเป็นศพใคร ส่วนอีกศพยังไม่สามารถนำขึ้นมาได้เนื่องจากมีเศษหินเกล็ดทับถมอยู่ด้านบนจำนวนมาก ต้องใช้เวลาขุดนาน ก้นบ่อเป็นที่แคบ แถมยังไม่ค่อยมีอากาศหายใจ กู้ภัยบางคนถึงกับเป็นลมล้มฟุบต้องหามส่งโรงพยาบาลจ้าละหวั่นอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่