หลายคนเริ่มจะลืมแล้วว่าหาดใหญ่เพิ่งประสบภัยน้ำท่วมใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์เมื่อปลายปีที่ผ่านมา บ้านเรือนทรัพย์สินเสียหายทั้งเมือง เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวย่อยยับ แม้ช่วงเทศกาลปีใหม่ได้เห็นภาพนักท่องเที่ยวจำนวนมากดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง แต่บรรยากาศครึกครื้นอย่างนั้นเป็นเพียงอาการกระชุ่มกระชวยชั่วคราว สภาพความเป็นจริงวันนี้ต้องถือว่าหาดใหญ่ยังไม่ฟื้นจากวิกฤติภาพการท่องเที่ยวหาดใหญ่ช่วงปีใหม่มาจากการกระตุ้นชั่วขณะ นักท่องเที่ยวที่เข้ามาจำนวนมากเป็นคนไทยจากพื้นที่ใกล้เคียง ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติมากันแค่ครึ่งเดียว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวมาเลเซียที่เป็นตลาดหลัก อย่างเช่นด่านสะเดาในช่วงปีใหม่จะเข้ามาวันละ 1.7-1.8 หมื่นคน แต่ช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา มีแค่วันละ 1 หมื่นคน แถมไหลไปยังพื้นที่อื่นแทน เช่น พัทลุง กระบี่ ภูเก็ต เพราะมีความพร้อมสำหรับการท่องเที่ยวมากกว่า(เดือนหน้าจะถึงวันตรุษจีนแล้ว ภาครัฐยังไม่มีการสื่อสารประชาสัมพันธ์กิจกรรมล่วงหน้าเลย ทั้งที่ตลาดนักท่องเที่ยวมาเลเซียต้องการเวลาในการขายแพ็กเกจ ทำให้แทบไม่มียอดจองโรงแรมหาดใหญ่เข้ามา)แม้โรงแรมในหาดใหญ่กลับมาเปิดให้บริการได้ 50-60% แต่ธุรกิจอื่นอย่างร้านค้า ร้านอาหาร ยังเปิดไม่ถึง 20% ถนนสายท่องเที่ยวมีแสงไฟเพียงบางช่วง ไม่คึกคักเต็มสองข้างทางเหมือนก่อน บรรยากาศหงอยเหงาไม่น่าเที่ยวสักเท่าไหร่ การมีโรงแรมเปิดเพียงอย่างเดียวไม่อาจพยุงระบบท่องเที่ยวทั้งเมืองได้ผู้ประกอบการที่มีทุนคงพอจะดำเนินกิจการต่อได้ แต่ถ้าเป็นเอสเอ็มอีที่หมดเนื้อหมดตัว ไร้สิ้นความหวัง ก็โบกมือลาไม่สู้ต่ออีกแล้ว ส่วนกลุ่มที่อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ มีกำลังใจแต่ขาดกำลังทรัพย์ ต่างเฝ้ารอมาตรการความช่วยเหลือจากภาครัฐ ซึ่งหากไม่มีมาตรการออกมาเพิ่ม หรือมาในวันสายเกินไป ธุรกิจเหล่านี้ก็ไปต่อไม่ได้ปัญหาสำคัญคือ มาตรการช่วยเหลือที่รัฐให้มายังไม่ตรงจุด และไม่เพียงพอต่อความเสียหายของภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการต้องการสินเชื่อเพื่อตั้งหลักใหม่ ซอฟต์โลนดอกเบี้ยต่ำ 1.5% รวมถึงมาตรการลดรายจ่ายเช่นยกเว้นภาษีที่ดิน แต่สิ่งที่ได้รับจากรัฐบาลมีแค่เงินเยียวยา กับเงินกู้ฟื้นฟูธุรกิจ สูงสุดไม่เกิน 209,000 บาทผลที่ตามมาคือ ทุนเก่าไม่กลับ ทุนใหม่ไม่เข้า เมืองขาดแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ ก่อนหน้านี้หาดใหญ่เคยประสบภัยน้ำท่วมหลายครั้งแล้วฟื้นกลับมาได้ แต่น้ำท่วมครั้งล่าสุดหนักหน่วงรุนแรงมาก เปรียบเหมือนผู้ป่วยไอซียูถึงรอดชีวิตมาได้แต่ก็สาหัสดร.สิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่สงขลา ให้สัมภาษณ์สื่อหลายสำนัก ทั้งโพสต์เฟซบุ๊กส่งเสียงถึงรัฐบาลที่ลืมหาดใหญ่ไปแล้วว่า หาดใหญ่ยังไม่ฟื้นดี สภาพเศรษฐกิจ กิจการร้านค้า ยังเละตุ้มเป๊ะ กลางวันอย่างเหงา กลางคืนโคตรเหงา หลายหน่วยงานภาครัฐเคยขีดเส้นตายกำหนดเวลาฟื้นหาดใหญ่ ขีดกันไม่รู้กี่เส้นกี่หน มันครบกำหนดเวลามาไม่รู้กี่ครั้งแล้วก็ยังไม่ฟื้น เพราะเอกชนเสนออย่างหนึ่ง แต่รัฐไปทำอย่างหนึ่ง อยากให้ใช้วิธีต่างๆตามมาตรการที่ภาคเอกชนเสนอดูบ้างเผลอแป๊บเดียวผ่านมาเกือบ 2 เดือนแล้ว ทุกอย่างยังว่างเปล่า ผมแอบหวั่นใจว่าปลายปีนี้หาดใหญ่จะเผชิญน้ำท่วมอีกหรือไม่ รัฐบาลจะสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้อย่างไร จนป่านนี้ยังไม่มีการประกาศ มาตรการแจ้งเตือนภัย แผนอพยพคน รวมถึงแนวทางบริหารจัดการรับมือน้ำท่วมมหาอุทกภัยหาดใหญ่ไม่ใช่แค่ท่วมรอบนอก แต่ท่วมทั่วในเมืองมิดหลังคา ถือเป็นปัญหาระดับชาติ ไม่ใช่วาระท้องถิ่น รัฐบาลจะมัวทำมองไม่เห็นแล้วปล่อยให้เป็นเรื่องของท้องถิ่นจัดการเองไม่ได้ ความล่าช้าและคลุมเครือของภาครัฐยิ่งทำให้รู้สึกโดดเดี่ยว ไม่มีใครการันตีได้เลยว่าหาดใหญ่จะฟื้นก่อนถึงฤดูท่องเที่ยวหรือไม่ และจะเจอน้ำท่วมอีกไหมหากลงทุนใหม่แล้วต้องเจอทุกข์ภัยซ้ำเดิม ผู้ประกอบการคงเลือกไม่เสี่ยงดีกว่า.ลมกรดคลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม