1 พรรค 2 แนวทาง อะไรก็เกิดขึ้นได้หลังแกนนำกลุ่ม กปปส.กลับคืนสู่พรรคประชาธิปัตย์ แม้ภาพภายนอกจะดูสงบราบรื่นไร้ปัญหา แต่วงในจะเกิดอะไรขึ้นยังมิอาจพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าไปกันได้ที่ว่าอย่างนี้ก็เพราะเหตุปัจจัยภายในพรรคมีอะไรอีกหลายอย่างที่จะทำให้เกิดความกลมเกลียวเหมือนเดิมคงเป็นไปได้ยากการที่แยกตัวไปร่วมกลุ่ม กปปส. อันไม่ต่างไปจากเลือดต่างสีด้วยแนวคิดที่ต่างกัน จะหันกลับมารวมสีให้เป็นเนื้อเดียวกันไม่ใช่เรื่องง่ายๆแม้ด้านหนึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาธิปัตย์ที่โค่นล้มรัฐบาลยุคนั้นได้ แต่เมื่อกลับเข้ามานอกจากจะแย่งพื้นที่ ส.ส.แล้ว ยังแย่งเก้าอี้ผู้บริหารพรรคด้วยเพราะ กปปส.แต่ละคนล้วนไม่ธรรมดานี้ยังไม่นับเรื่องที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งแม้ว่าจะไม่เข้า มาคืนถิ่นประชาธิปัตย์ แต่ถามว่ายังมีบทบาททางการเมืองหรือไม่ยังมีบทบาทต่อกลุ่ม กปปส.หรือไม่แนวคิดที่จะหนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ต่อไปหลังเลือกตั้ง ด้วยเหตุผลเพื่อให้การปฏิรูปประเทศเดินหน้าต่อไปได้เป็นข้อเสนอที่ “ตำใจ” นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แน่ถามต่อไปอีกว่า แนวคิดของนายสุเทพจะมีอิทธิพลและบทบาทในทางการเมืองของประเทศนี้หรือไม่ไม่มีใครปฏิเสธได้...ขณะที่นายอภิสิทธิ์ต้องการจะตอกย้ำว่าประชาธิปัตย์เป็นสถาบันพรรคการเมืองที่เก่าแก่ของประเทศ จึงมีอุดมการณ์ที่ยึดแนวทางประชาธิปไตย คือ หากพรรคที่รวบรวมเสียง ส.ส.เกิน 250 เสียงเป็นเสียงข้างมากในสภาผู้แทนฯ ต้องเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลติง ส.ว.ที่จะได้การแต่งตั้ง 250 คน จาก คสช. เป็นการล่วงหน้าให้เคารพเจตนารมณ์ของประชาชน ต้องยอมให้สภาผู้แทนฯเลือกนายกฯตามเสียงข้างมากก่อน หากไม่ได้ค่อยมาว่ากันใหม่หมายถึง ส.ว. 250 คน ที่บทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญกำหนดเอาไว้ว่า สามารถเข้ามาร่วมโหวตเลือกนายกฯคนนอกได้เอาหลักการมาปิดประตูเอาไว้ก่อนความเป็นจริงแล้ว หากมีการเลือกตั้งนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งนั้น มีโอกาสมากกว่าเยอะ แม้รัฐธรรมนูญจะเอื้อต่อแนวทางนายกฯคนนอก และ ส.ว. แต่งตั้ง 250 คนหากพรรคการเมืองร่วมมือร่วมใจกัน และเลือก ส.ส.เป็นนายกฯทุกอย่างก็จบ นายกฯคนนอกไม่มีวันได้เกิดแน่ยิ่งไปกว่านั้น หากได้นายกฯคนนอก ก็หาใช่ว่าจะบริหารประเทศได้อย่างสะดวก เพราะ ส.ว. 250 คนนั้น แม้จะมีอำนาจโหวตนายกฯคนนอกได้แต่ไม่มีอำนาจเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล และพิจารณาร่างกฎหมายสำคัญอีกทั้งการเป็นนายกฯเพื่อบริหารประเทศ จะต้องมี ส.ส.ในมือมากกว่ากึ่งหนึ่ง ไม่ได้รวมกับ ส.ว. หากมีการโหวตในสภาผู้แทนฯนี่คือข้อจำกัดทางการเมืองที่เป็นจริงฉะนั้น หากจะมาในแนวทางนี้ก็ต้องหาเสียง ส.ส.ให้ได้เกินกึ่งหนึ่ง มิฉะนั้นก็ไปไม่รอดไม่สามารถบริหารประเทศได้เว้นแต่ว่า ส.ส.ไม่สามารถจับมือกันจัดตั้งรัฐบาลได้ก็ต้องหา “คนนอก” ที่ได้รับการยอมรับให้มาเป็นนายกฯแทนหัวหน้าพรรคการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีใครช่วยได้กลัวว่าหวยมันจะออกมาอย่างนี้สิครับ...“สายล่อฟ้า”