เข้าสนามพระอาทิตย์สุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์ เพราะเดือนนี้ปีนี้มี ๒๘ วันเดิมเคยมี ๓๐ วัน ตามที่ จูเลียส ซีซาร์ แห่งกรุงโรม กำหนด เพราะหลายพันปีก่อนเป็นชาติมหาอำนาจ ยกทัพไปตึ้บชิงเมืองเขาไปทั่ว จูเลียส จึงชี้นกเป็นไม้ไม่มีใครกล้าเถียง ตอนนั้น ๑ ปี จึงมี ๑๐ เดือน มีนาคม ถึง ธันวาคม ตาม ปฏิทินจูเลียส แต่ละเดือนมี ๓๐-๓๑ วัน--ต่อมาเพิ่มเดือน มกราและกุมภา แถมยังเปลี่ยนชื่อเดือน ๗ เป็น July ตามชื่อตัวพอ ออกัสตัส ซีซาร์ เป็นกษัตริย์ต่อ ก็เปลี่ยนชื่อเดือนที่ ๘ เป็น August ตามชื่อตัวเองอีกเพื่อเสริมมง และเห็นว่าการที่สิงหาคม มี ๓๐ วัน เป็นความโชคร้าย ซีซาร์สายมูจึงเอาวันจากเดือน ก.พ.มาเติมให้สิงหามี ๓๑ วัน ก.พ.จึงเหลือ ๒๘--ทำให้มนุษย์เงินเดือนรับเงินเดือนเร็วขึ้น ส่วนสายหวยก็รวย-เจ๊งเร็วขึ้นส่วนที่ ๔ ปี ก.พ.จะมี ๒๙ วัน เพราะนักดาราศาสตร์คำนวณพบว่าโลกใช้เวลาโคจรรอบดวงอาทิตย์ ๓๖๕ วันกับเศษอีก ๒๕ เมื่อครบ ๔ ปี จะทำให้มีเศษ ๑ วันพอดี จึงเอาไปเติมให้ ก.พ.--เดือนนี้จึงพาท่านผู้ชมเตร่ สนามพระวิภาวดี กัน ๔ ครั้ง พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์อกครุฑ (กลาง) วัดใหม่อมตรส ของก้อง ท่าพระจันทร์.เริ่มกันที่ พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์อกครุฑ (กลาง) วัดใหม่ อมตรส กรุงเทพฯ จาก เสี่ยก้อง ท่าพระจันทร์ ซึ่งนักนิยมฯแยกเล่นเป็นใหญ่-กลาง-เล็กพระสภาพงามสมบูรณ์ มีไขคราบกรุขึ้นจับแน่นเข้าผิวเนื้อบางๆ บอกความเป็นพระ “กรุเก่า” ชัดเจน แท้เจ๋งๆ (ตาเปล่า ทั้งพิมพ์ ทั้งเนื้อ) แบบนี้หายาก ราคาก็ต้องหลายล้านแน่ พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าแก่ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ของพรรค คูวิบูลย์ศิลป์.องค์ที่สองเป็น พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าแก่ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.สุพรรณบุรี สร้างด้วยเนื้อดินกรองละเอียด ผสมมวลสารว่านยา เกสรดอกไม้ รูปทรงสามเหลี่ยมยอดตัด ด้านหน้าเป็นองค์พระพุทธศิลป์อู่ทอง แยกพิมพ์ตามศิลป์เป็น ๓ ยุค คือ ๑.หน้าแก่ (ยุคต้น) ๒.หน้ากลาง (ยุคกลาง) ๓.หน้าหนุ่ม (ยุคปลาย)ด้านหลังองค์พระทุกพิมพ์ ทุกองค์ มีรอยกดลายนิ้วหัวแม่มือจมลึกเข้าเนื้อชัดเจนแยกได้เป็นมาตรฐาน ๒ แบบ คือ ลายก้นหอย กับลายมัดหวาย เชื่อกันว่าเป็นลายนิ้วมือ พระมหาเถระปิยะทัสสีสาริบุตร ประธานจัดสร้าง กับพระฤๅษี ประธานพิธี--องค์นี้ของ เสี่ยพรรค คูวิบูลย์ศิลป์ มืออาชีพสายตรง “พระเบญจ” เป็นพระแท้ดูง่าย สภาพสมบูรณ์ ฟอร์มทรงพองาม พิมพ์พระมีรอยสัมผัสใช้ เปิดผิวส่วนนูนเห็นเนื้อในที่อัดแน่นด้วยมวลสารว่านเกสรดอกไม้ ซอกส่วนลึกมีฝ้ากรุราดำขึ้นจับแน่น บอกอายุถึงยุค เป็นพระซื้อง่าย-ขายคล่อง จากนักนิยมพระหลัก ที่ชอบของดีราคาดี พระชัยวัฒน์ฐานบัว ท่านเจ้ามา วัดจักรวรรดิ ของอิทธิ ชวลิตธำรง.อีกองค์เป็น พระชัยวัฒน์ ฐานบัว เนื้อนวโลหะกลับดำ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (มา) วัดจักรวรรดิ กทม. ของ เสี่ยอิทธิ ชวลิตธำรง ซึ่งบอกว่าได้จาก “รังเก่า” สายตรงพระกริ่ง-พระชัยวัฒน์ การันตีเป็นพระแท้ แต่ไม่แน่ใจที่มา เพราะดูพิมพ์พระก็งดงาม งานแต่งก็ประณีต ด้วยฝีมือช่าง “ชั้นครู” เนื้อโลหะก็เข้มข้นเข้าขั้น เทียบชั้นเนื้อพระชัยฯ (ล้มลุก) ท่านเจ้ามา แต่ลายมือจารอักขระนามพระอรหันต์ ใต้ฐานคล้ายกับ พระชัยหุ้มก้น (สมาธิ) ของ สมเด็จพระสังฆราช (แพ)ก็ต้องถามกูรูกูรู้ได้ความเห็นว่า ดูทรง ดูเนื้อ ความประณีตงดงาม คิดว่าเป็นของ ท่านเจ้ามา ที่มักจะสร้าง พระชัยวัฒน์ เป็นพระ “นำฤกษ์” ในพิธีสำคัญๆ พระจึงมีน้อยมาก พระของขวัญ เคลือบชะแล็ก รุ่น ๑ พิมพ์ ๓ หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ ของภูมิ สองสี่เก้า.องค์ต่อไปเป็น พระของขวัญ รุ่นแรก พระมงคลเทพมุนี (สด) วัดปากน้ำ กรุงเทพฯ มีเคลือบ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๔๙๓ จำนวน ๘๔,๐๐๐ องค์ ด้วยแม่พิมพ์ทองเหลือง ที่ หลวงภูมินาถสนิท (สืบ ตังครัตน์) ให้ช่างแกะถวาย ๑๐ พิมพ์ลักษณะโดยรวมเป็นองค์พระนั่งสมาธิราบ ปางปฐมเทศนา ในซุ้มเรือนแก้วยอดแหลม ด้านหลังมีรอยปั๊มอักขระคำ “ธรรมขันธ์” จมลึกเข้าเนื้อ เพื่อมอบสมนาคุณผู้บริจาคทรัพย์ ๒๕ บาท สร้างอาคารโรงเรียนพระปริยัติธรรมโดยท่านทำพิธีปลุกเสกตามหลักวิชาธรรมกายเองตลอดพรรษา นำออกแจกในวันคล้ายวันเกิดท่าน ณ พระอุโบสถ วัดปากน้ำ จึงเรียกเป็น “พระของขวัญ”แต่เมื่อนำไปใช้เจอเหงื่อ ละอองน้ำ องค์พระก็ละลาย หลวงพ่อจึงแก้ไข ให้นำองค์พระกลับมาเคลือบชะแล็ก (สีเข้ม) หรือแล็กเกอร์ ทำให้พระรุ่นแรกมีทั้งที่เป็นเนื้อผงสีขาวนวล (ไม่เคลือบ) กับองค์เคลือบ อย่างองค์นี้ของ เสี่ยภูมิ สองสี่เก้า ที่มีรายละเอียดบอกชัดเป็นพิมพ์ที่ ๓ มีเคลือบ สวยเต็มร้อย--เป็นองค์แชมป์ของพิมพ์ ราคาหลักล้าน พระปิดตา เนื้อผงคลุกรัก หลังยันต์ หลวงพ่อครีพ วัดสมถะ ของเพชร อิทธิ.ถัดไป พระปิดตา เนื้อผงคลุกรัก หลังยันต์ หลวงพ่อครีพ วัดสมถะ ชลบุรี พระเกจิฯเข้มขลังพุทธาคม เชี่ยวชาญวิปัสสนากรรมฐานพระปิดตา ที่ท่านสร้างแจกมีอานุภาพศักดิ์สิทธิ์ มีประสบการณ์ทางแคล้วคลาด คงกระพัน เมตตามหานิยม จึงจัดเป็น ๑ ใน ๕ พระปิดตายอดนิยม ชุด พระปิดตา ๕ เสือ เมืองชลฯ มีพิมพ์มาตรฐานคือ พิมพ์มหาอุตม์ เศียรเล็ก กับ เศียรโต ทั้งแบบ หลังเรียบ และ หลังยันต์ แบบองค์นี้ของ เสี่ยอิทธิ ชวลิตธำรง ที่เป็นพิมพ์นิยมสุด หายากสุด โดยเฉพาะองค์สมบูรณ์ บริสุทธิ์ เดิมๆ ไร้ริ้วรอยสัมผัสใช้แบบนี้ หาองค์สู้แสนยาก รูปเหมือนบูชา ๕ นิ้ว รุ่นแรก พ.ศ.๒๕๑๘ หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม ของเอ๋ เดิมบาง.สุดท้ายเป็น รูปเหมือนบูชา รุ่นแรก พ.ศ.๒๕๑๘ หลวงพ่อกวย วัดโฆสิ ตาราม ชัยนาท ของ เสี่ยเอ๋ เดิมบางสร้างแบบ เทหล่อดินไทย เพียง ๕๐๐ องค์ ปัจจุบันราคาหลักแสนในพื้นที่ สูง-ต่ำ ตามสภาพ ส่วนองค์นี้ก็หลายแสน เพราะงามสมบูรณ์ เดิมๆตอบ คำถามสนามพระ ถึง การหล่อดินไทย ซึ่งสมัยนี้ไม่ทำกันแล้ว เพราะค่าใช้จ่ายสูงและกรรมวิธียุ่งยากหลายขั้นตอน สู้หล่อปูนวิทยาศาสตร์ในโรงงานจะเร็ว ถูกกว่า และไม่มีผิดพลาดแต่หล่อดินไทยจะได้พระไม่เหมือนกันเป๊ะ เพราะเป็นงาน hand made องค์พระจึงไม่เรียบร้อย ซึ่งประสา สีกาอ่าง เห็นว่าเป็นเสน่ห์อีกแบบลากันด้วยเรื่องเล่าในสนามพระใหญ่ ที่ซบเซามาตั้งแต่ปีใหม่ มีคนนำพระไปขายมากกว่าซื้อ ส่วนใหญ่เป็นพระชาวบ้านหลักพัน หลักหมื่น ไม่มีองค์เด็ดให้สนามฮือฮา เซียนก็นั่งส่องพระตัวเองไปเงียบๆจนเห็น เสี่ยชัย ลูกค้ารายใหญ่เดินเข้ามาพร้อมผู้ติดตาม ทุกคนก็คึกคักเตรียมต้อนรับ นำพระให้ชม แต่ เสี่ยชัย โบกมือบอกว่า วันนี้มาขาย ไม่ได้มาซื้อเซียนที่สนิทก็สงสัยถามว่า เสี่ยไม่น่าร้อนเงิน จะขายพระทำไม เสี่ยชัย ยิ้ม บอกว่าไม่เดือดร้อน แต่อยากเปลี่ยนการลงทุนจากพระเครื่องไปเล่นทองคำดูมั่ง เพราะกำไรแรงและเร็ว--แต่ติดที่ใช้เงินในบัญชีไม่ได้ กลัวเมียรู้ เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ."สีกาอ่าง"คลิกอ่านคอลัมน์ "สนามพระ" เพิ่มเติม