หนังสือชุดเรื่องสั้น ของกีย์ เดอโม ปาสซัง ราชาเรื่องสั้นฝรั่งเศส ภาคภาษาไทย ช่วงเวลาที่ อาจินต์ ปัญจพรรค์ พิมพ์พ็อกเกตบุ๊ก ขายเล่มละ 5 บาท ผมเคยซื้อไว้ครบชุดราวสิบเล่ม มีขายในงานมหกรรมหนังสือผมถามราคา พ็อกเกตบุ๊ก เล่มบางๆ ราคาปกตอนนั้น ไม่เกินเล่มละ 10 บาท ราคาตอนนี้แพงจับใจ ซื้อไม่ลงเรื่องสั้น เรื่องหนึ่ง ที่ยังจำได้ ชื่อ วีรบุรุษผู้ไร้เหรียญตราเปิดฉาก ผู้หญิงคนนั้น ป่วยอยู่ในโรงพยาบาล ประเทศผู้เพิ่งผ่านสงคราม อาการของเธออยู่ในระยะสุดท้าย เธอมองไปที่ลานกว้าง ข้างโรงพยาบาล กำลังมีพิธีสำคัญนักรบชายผู้กล้าหลายนายกำลังเดินผึ่งผายเข้าไปรับเหรียญตรา ในฐานะวีรบุรุษของชาติเธอหลับตา ลมหายใจเริ่มอ่อนล้า คิดถึงยามสงคราม ที่เพิ่งผ่านไป ในขณะที่ทหารนักรบสองฝ่าย ปะทะหักหาญกัน ผลัดกันล้มตายเหมือนใบไม้ร่วงหญิงสาวที่บ้านแตกสาแหรกขาด ดิ้นรนเอาชีวิตรอดไปวันๆ ทางเลือกเดียวตอนนั้น เธอขายตัวเป็นค่าอาหารเลี้ยงปากท้องไปวันหนึ่งๆแรกๆ เธอไม่ได้เลือกข้าง โอกาสเปิดให้ขาย กับทหารฝ่ายไหน เธอก็ขายเวลาแห่งสงครามที่แสนโหดร้าย และน่าเบื่อหน่าย ผ่านไป...เธอก็ยังมีชีวิตรอดอยู่ได้ จนถึงวันหนึ่งเธอเริ่มรู้ตัวว่าป่วย...หมอบอกว่า เธอเป็นโรคซิฟิลิส โรคร้ายที่ไม่มียารักษาให้หายผ่านช่วงเวลาของความทุกข์ ความสิ้นหวังไปได้พักใหญ่ หญิงสาวจึงคิดได้ เกิดเป็นผู้หญิงทั้งที ไม่มีโอกาสเป็นทหารรับใช้ชาติ...จะขอใช้โอกาสนี้ ทำงานเพื่อชาตินับแต่วันนั้น เธอจงใจเลือกเขตงานบริการลูกค้า ฝ่ายข้าศึกด้วยความมาดมั่นนั้น เธอไม่ได้ตั้งใจนับ เธอมีลูกค้าวันละกี่ราย...จำได้แต่ว่า วันละหลายๆคนข่าวที่เธอฟังมา มีทหารข้าศึกป่วยตาย นอกจากการสู้รบแล้ว จำนวนไม่น้อยเลย ตายเพราะป่วยด้วยโรคซิฟิลิส ที่เธอค่อนข้างแน่ใจ...ไม่ใช่ฝีมือใครอื่นจนกระทั่ง สงครามจบลง ฝ่ายข้าศึกแพ้...แน่นอน เธอคงอ้าปากเล่าวีรกรรม ในการฆ่าทหารข้าศึกให้ใครฟังไม่ได้ แต่ ห้ามไม่ได้ เธอมีสิทธิ์ที่จะคิดถึงเรื่องสั้น เรื่องนี้ จบลง...เมื่อเสียงกลอง จากกองเกียรติยศ พิธีประดับเหรียญตราวีรบุรุษ หยุดลง ก่อนลมหายใจเฮือกสุดท้าย...หญิงสาวคนนั้น ยิ้มออกมานิดหนึ่งแม้เป็นหญิงอ่อนแอ แม้ไม่มีโอกาสที่จะไปรับเหรียญตรา เหมือนนักรบผู้ชาย แต่เธอก็ภูมิใจ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่ง ในการช่วยให้ประเทศของเธอ ชนะสงครามเรื่องสั้น เรื่องนี้ ที่จริง ผมอยากตั้งชื่อเรื่องใหม่ให้เต็มยศว่า วีรสตรีนิรนาม ผู้ไร้เหรียญตราเรื่องของ กีย์ เดอโม ปาสซัง...จะมีความจริง ปนอยู่มากน้อย แค่ไหน ไม่รู้ แต่เรื่องเหล่านี้ เกิดขึ้นได้ ไม่ว่าในยุคสงครามของฝรั่ง กระทั่งในโลกยุคใหม่คดีค้ามนุษย์ ที่แม่ฮ่องสอน ที่กำลังลากข้าราชการผู้ใหญ่ ระดับเจ้าเมือง ข้าราชการที่ยอมรับธรรมเนียม การเลี้ยงดูและการปูเสื่อ...รวมไปถึงตำรวจ ที่มีส่วนในการเป็นธุระจัดหาผมเห็นหน้าตา วีรสตรี ผู้ไร้เหรียญตรา หลายนางเธอคงไม่รู้ว่า เธอเป็นผู้กล้า กล้าที่ปลดปล่อยฐานะ ทาสโสเภณีเด็ก ให้หลุดออกจากโซ่ตรวนของสังคม ที่สั่งสมหมักหมมกันจนเป็นค่านิยม กันมานานแสนนานผมขอเริ่มนับหนึ่ง ปรบมือเสียงดังๆ ชื่นชมพวกเธอ และขอเสียงปรบมือ นับสอง นับสาม ดังๆตาม ผมเชื่อว่า ในสถานการณ์ ที่ดูประหนึ่งเผชิญหน้ากับสิ่งที่เรียกว่า อำนาจมืดๆนั้น พวกเธอต้องการกำลังใจ.กิเลน ประลองเชิง