ในเวลานี้ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) อยู่ระหว่างการเตรียมการจัดศึกฟุตบอลลีกเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 2 ขึ้นมาอีกครั้งหลังจากประสบความสำเร็จในปีแรก จนทำให้มีนักเตะเยาวชน ถูกเซ็นสัญญาเข้าสู่สโมสรอาชีพ 248 คน และมีนักเตะดาวรุ่งอีกมาก ถูกดึงเข้าสู่อะคาเดมี่ของทีมต่างๆโดยในปีที่ 2 ได้วางกรอบ จะเริ่มฟาดแข้ง ในรอบคัดเลือกตามภาคต่างๆ ตั้งแต่เดือน มิ.ย.นี้ แบ่งเป็นรอบลีกโซน 8 โซน เตะแบบเหย้าเยือน เพื่อหาแชมป์และรองแชมป์ เข้ารอบ 16 ทีมก่อนคัดเลือก 8 ทีมผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย หรือเรียกให้ดูเท่ๆว่า รอบไฟนอล “โรด ทู ราชมังคลากีฬาสถาน” ในเดือน ม.ค.ปีหน้ารวมแล้วจะใช้เวลาดวลเกือกใน 4 รุ่นอายุ 13 ปี, 15 ปี, 17 ปี และ 19 ปี เป็นเวลา 10 เดือนและก่อนที่จะปิดรับสมัครในวันที่ 12 พ.ค.นี้ กกท.ได้ระบุตัวเลขว่า มีทีมยื่นความประสงค์ร่วมฟาดแข้งแล้ว 379 ทีม จากเดิมปีก่อนที่สมัครไว้ 308 ทีมเพิ่มขึ้นมาถึง 23 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียวทางตัวเลข ถือว่าได้รับการตอบรับที่ดีขึ้น แต่ในความเป็นจริง ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า ผลงานในปีที่ 2 ของลีกเยาวชนแห่งชาติ จะออกมาได้สวย เหมือนเดิมหรือไม่จะสร้างทรัพยากรนักเตะดาวรุ่ง ป้อนเข้าสู่ระบบฟุตบอลได้มากน้อยแค่ไหนและจากการประชุมครั้งล่าสุด เพื่อเตรียมงานเรื่องดังกล่าว “บิ๊กเสือ” สกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการ กกท. ให้ความเห็นเอาไว้อย่างน่าสนใจไม่น้อยผู้ว่าฯสกลบอกว่า จากข้อมูลของผู้แทนสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ พบว่า แนวทางการพัฒนาฟุตบอลเยาวชนของไทย ยังสะเปะสะปะเนื่องจากมีหลายหน่วยงานที่จัดการแข่งขันฟุตบอล เช่น กรมพลศึกษา ภาคเอกชนทั้งโค้กคัพ รุ่น 19 ปี หรือของช้าง รุ่น 13 ปี รวมทั้งรุ่น 15 ปีย้ำว่า การมีเอกชนมาร่วมจัดเป็นเรื่องที่ดี แต่หากจัดวางโปรแกรมร่วมกันให้สอดคล้องกัน ไม่ทับซ้อนกันได้ก็จะดียิ่งขึ้นทางสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ อยากให้ กกท.เป็นเจ้าภาพเชิญทุกภาคส่วนมาหาแนวทางทำงาน และวางปฏิทินการจัดการแข่งขันให้สอดประสานกันสำหรับในประเด็นนี้ ผู้ว่าการ กกท. ได้สะท้อนความเป็นจริงที่เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบันว่าเป็นอย่างไรแน่นอน เอกชนมาช่วยกันจัดเป็นเรื่องที่ต้องสนับสนุน ไม่มีอะไรต้องติแต่จะเป็นการดีกว่า ถ้าพูดคุยกันได้ ถึงโปรแกรมที่สามารถจัดได้อย่างเป็นสัดเป็นส่วน เป็นแบบแผน ไม่ซ้ำ ไม่ซ้อน รองรับซึ่งกันและกันหากทำได้จริง แน่นอนว่าภาพลักษณ์ของการแข่งขันฟุตบอลในระบบเยาวชนของประเทศจะออกมาดี ดูแล้วเข้าใจง่าย รากฐานมั่นคงที่สำคัญ นักฟุตบอลดาวรุ่งจะได้ไม่ต้องเหนื่อยเปล่าวิ่งรอกเตะกันเหมือนเคย...ฟ้าคำราม