หากนึกถึงกลุ่มคนเจเนอเรชั่นวาย (Gen Y) ซึ่งเป็นกลุ่มคนวัยทำงานอายุ 20-38 ปี แน่นอนอาชีพในฝันของเขาทั้งหลายคงหนีไม่พ้นการเป็นเจ้าของธุรกิจหรืออาชีพอิสระ ไม่ต้องตื่นเช้าเพื่อเข้างานให้ทัน ไม่ต้องเดินทางไกลเพื่อไปทำงานออฟฟิศในเมือง คิดอยากไปเที่ยวเมื่อไหร่ก็ไปได้ตามต้องการ ว้าวชีวิตดี๊ดี...แต่ในมุมกลับกันก็ยังมีคนที่คิดว่าเราสามารถที่จะทำงานประจำควบคู่กับธุรกิจเสริมเพิ่มรายได้ไปพร้อมกันได้ เนื่องจากงานประจำที่ทำก็เป็นงานที่มั่นคง มีความก้าวหน้าดีไม่อยากที่จะละทิ้งโอกาสที่ดีไปวันนี้ Business On My Way ขอพาไปร่วมฟังชีวิตหนุ่มหล่อที่เลือกทำทั้ง 2 อย่างพร้อมกัน คืองานประจำก็ยังทำอยู่ อีกทั้งยังทำธุรกิจส่วนตัวเสริมมาในชีวิตอีกด้วย กับ “คุณออสติน” (กิตติ์ธเนศ มหาอนันตพัฒน์) ที่หางานอดิเรกทำจนเกิดเป็นธุรกิจสร้างเงิน และสร้างความสุขไปพร้อมๆกัน กับการเป็นเจ้าของร้านจัดดอกไม้ “Diva Rose” (ดีว่า โรส) คุณออสติน เล่าว่า หลังจากศึกษาจบสาขาการตลาด มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ได้มีโอกาสไปเรียนต่อสาขาการจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยเบดฟอร์ดเชียร์ ประเทศอังกฤษ จากนั้นได้กลับมาทำงานเกี่ยวกับธุรกิจอาหาร ธุรกิจนำเข้าเฟอร์นิเจอร์หรู และปัจจุบันก็เป็นแบรนด์เมเนเจอร์ ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบรนด์หนึ่ง ซึ่งผมรับหน้าที่ดูแลด้านการสื่อสารการตลาด“มองดูภายนอกคุณออสตินอาจดูเป็นหนุ่มนักสร้างแบรนด์ที่ปราดเปรียว ฉะฉาน แต่เขายังมีอีกด้านหนึ่งที่สงบ สุขุม จากการที่เป็นคนชอบจัดดอกไม้จนสามารถสร้างอาชีพเสริมในปัจจุบัน”จุดเริ่มต้นของการมาจัดดอกไม้คุณออสติน เล่าว่า ย้อนกลับไปเมื่อ 6-7 ปีก่อน ผมได้สั่งดอกไม้ไปร่วมแสดงความยินดีในงานรับปริญญาของเพื่อนคนหนึ่ง ก็ได้ไปเจอร้านดอกไม้ซึ่งจัดสวยมาก สวยจนตัวผมไม่กล้าที่จะกำหนดชนิดหรือสีของดอกไม้เลย อยากให้คนจัดได้จัดตามจินตนาการเขาอย่างเต็มที่ เพราะเชื่อว่าเมื่อปล่อยให้เขาได้จัดแบบอิสระ จะสามารถสร้างสรรค์ช่อดอกไม้ได้ดีกว่าการไปกำหนดเขา ทำให้ผมเกิดความสนใจ เพราะชอบด้านนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงแอบถามเทคนิคและวิธีการจัดจากพี่คนจัดดอกไม้ตลอดเวลา“ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาดีเกินคาด ตลอดงานรับปริญญาวันนั้น เพื่อนถือแต่ช่อดอกไม้ที่ผมนำมาให้ทั้งวัน เพราะสวยโดดเด่น และแปลกตา และนั่นทำให้ผมเกิดแรงบันดาลใจว่าซักวันหนึ่งเราจะเป็นคนจัดดอกไม้ที่มีคนไว้วางใจสั่งช่อดอกไม้เราไปมอบให้คนพิเศษของเขาให้ได้” คุณออสติน เล่าว่า ผมเริ่มต้นจัดดอกไม้เพราะมีใจรักแต่ไม่มีพื้นฐานการจัดดอกไม้เลย ซึ่งผมก็ไม่ย่อท้อโดยเริ่มจากการหาหนังสือสอนการจัดดอกไม้จากยุโรป และญี่ปุ่น 2–3 เล่มมาอ่าน เพื่อศึกษาเทรนด์จัดดอกไม้ของต่างประเทศ จากนั้นเริ่มศึกษาการสาธิตจัดดอกไม้จากคลิปวีดิโอทางยูทูบ ใช้เวลาอยู่ประมาณ 1–2 เดือน จนมั่นใจว่าเราต้องทำได้ จึงมารับจัดดอกไม้ขายภายใต้แบรนด์ Diva RoseDiva Rose เปิดตัวครั้งแรกที่งานซ้อมใหญ่พิธีรับปริญญาที่มหาวิทยาลัยมหิดลเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน ซึ่งผมเลือกวางตำแหน่งของร้านให้โดดเด่นจากร้านค้าโดยรอบ ด้วยการขายดอกไม้สไตล์อังกฤษ แบบอิงลิช คันทรี่ ซึ่งการขายครั้งแรกของคนไม่มีประสบการณ์ ทำให้ไม่ได้เตรียมร่มมาเพื่อบังแดด ทำให้ดอกไม้ยุโรปที่เตรียมมาเหี่ยวเฉา พูดได้ว่ากำไรหรือหมดตัว ตัดสินกันแค่ครึ่งวัน“นอกจากการรักษาความสดของดอกไม้ในธุรกิจนี้แล้ว ความท้าทายด้านการจัดที่ต้องแข่งกับเวลาเพราะลูกค้าจะไม่เลือกร้านที่ต้องรอนาน ผมแทบไม่ได้นั่งพักเลยแม้แต่นาทีเดียว แต่ในความเหน็ดเหนื่อยนั้น ก็ยังมีความสุขผสมอยู่ด้วย จากการได้จัดวางและใช้สมาธิอยู่กับดอกไม้ ทำให้ผมลืมเรื่องความเหนื่อยไปเลย” คุณออสติน เล่าว่า หลังจากนั้นเก็บประสบการณ์จากการขายอยู่หลายงานก็เริ่มมองเห็นว่าลูกค้าที่แท้จริงของดอกไม้สไตล์อังกฤษนี้คือกลุ่มเพื่อนของบัณฑิต ไม่ใช่ครอบครัว เนื่องจากกลุ่มเพื่อนจะแวะซื้อหน้ามหาวิทยาลัย ขณะที่กลุ่มครอบครัวจะวางแผนมีการสั่งจัดล่วงหน้า ไม่มาเลือกซื้อหน้างาน จึงทำให้ช่วงหลังผมเลือกไปออกเฉพาะวันซ้อมใหญ่ซึ่งเป็นวันของเพื่อนที่จะมาแสดงความยินดี ส่วนครอบครัวจะเลือกมาในพิธีวันจริงมากกว่านอกจากขายตามงานรับปริญญาแล้ว ผมยังบุกช่องทางขายผ่านออนไลน์ด้วย ปัจจุบันใช้ช่องทางเฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม : Diva Rose มาเป็นตัวช่วยเข้าถึงกลุ่มลูกค้า เพื่อสร้างรายได้นอกเทศกาลรับปริญญา อาทิ วันเกิด วันครบรอบแต่งงาน วันวาเลนไทน์ งานบุญ งานศพ ซึ่งปัจจุบันผมตั้งใจสะสมรายได้จากร้านดอกไม้แยกจากงานประจำเพื่อขยายกิจการ เนื่องจากปัจจุบันผมทำเองทั้งหมดตั้งแต่ซื้อดอกไม้ จัดดอกไม้ ติดต่อลูกค้า รวมถึงจัดส่ง จึงทำให้รับจัดได้จำนวนจำกัด ในอนาคตอาจจะหาคนมาช่วยทำทั้งนี้คุณออสตินยังพูดปิดท้ายให้กำลังใจคนที่ฝันอยากมีธุรกิจส่วนตัวว่า อย่าปล่อยสิ่งที่เราฝันให้หลุดลอยไป จงลงมือทำด้วยใจและสนุกกับมันในทุกช่วงเวลา แล้วเราจะพบว่าความสุขเกิดขึ้นได้จากการลงมือทำให้ฝันนั้นกลายเป็นจริงได้.