วันเสาร์สบายๆวันนี้ผมชวนท่านผู้อ่านไปคุยถึงความหลัง “บ้านสี่เสาเทเวศร์” กันสักวันนะครับ บ้านหลังนี้ถูกรื้อไปเรียบร้อยแล้ว “บ้านสี่เสาเทเวศร์” เรียกสั้นๆว่า “บ้านสี่เสา” เพราะเคยเป็นที่ตั้งของเสาไฟฟ้า 4 ต้น เคยเป็นที่พำนักของ 2 อดีตนายกรัฐมนตรีคนสำคัญของไทย คือ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ และ “ป๋าเปรม” พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ บ้านหลังนี้จึงเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์การเมืองไทยมากมาย ผมเคยไปเยือนบ้านสี่เสาหลายครั้ง ตั้งแต่สมัย “ป๋าเปรม”เป็นผู้บัญชาการทหารบกจนถึงนายกรัฐมนตรีผมโชคดีที่ ผอ.กำพล วัชรพล อดีตผู้อำนวยการ นสพ.ไทยรัฐ มีความสนิทสนมกับ พล.อ.ประจวบ สุนทรางกูร เพื่อนรักของ “ป๋าเปรม” ทำให้ผมมีโอกาสไปเยือนบ้านสี่เสาหลายครั้ง สิ่งหนึ่งที่ “ป๋าเปรม” ชอบมากก็คือ ชอบดูหนังสงคราม ในบ้านสี่เสาสมัยนั้นจะมีวิดีโอภาพยนตร์และสารคดีสงครามแทบทุกเรื่องก็ว่าได้“ป๋าเปรม” เข้าไปอยู่ “บ้านสี่เสา” ตั้งแต่เป็น ผู้บัญชาการทหารบก ปี 2521 วันที่ 3 มีนาคม 2523 “ป๋าเปรม” ได้รับแต่งตั้งเป็น นายกรัฐมนตรี สมัยนั้นประเทศไทยเต็มไปด้วยความแตกแยกทางความคิด กองทัพต้องทำสงครามกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยทุกวัน จนบาดเจ็บล้มตายมากมาย แล้ว “ป๋าเปรม” ก็ได้ทำในสิ่งที่เหลือเชื่อ นั่นก็คือ คำสั่งที่ 66/23 ลงวันที่ 23 เมษายน 2523 เพื่อสร้างความยุติธรรมขึ้นในสังคม ส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองและประชาธิปไตยของประชาชนทุกภาคส่วน มีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมผู้หลงผิด จนสามารถเอาชนะพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยได้ในที่สุดแผนนี้เกิดขึ้นในบ้านสี่เสา นายทหารที่นำแนวคิดของ “ป๋าเปรม” ไปยกร่างเป็น คำสั่งที่ 66/23 ก็คือ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี สมัยนั้นเป็น เจ้ากรมยุทธการทหารบก ครองยศพลตรี พล.ต.ชวลิต ได้อธิบายรายละเอียดของ คำสั่งที่ 66/23 ให้ผมและสื่ออาวุโสอีกสองสามท่านฟังที่ทำเนียบรัฐบาลก่อนจะมีการประกาศใช้ประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่สำคัญอีกหน้าที่เกี่ยวข้องกับ “บ้านสี่เสา” ที่สำคัญที่สุดก็คือ “กบฏยังเติร์ก” หรือ “กบฏเมษาฮาวาย” เมื่อ พ.อ.มนูญ รูปขจร และ พ.อ.ประจักษ์ สว่างจิตร จปร.7 นำทหารยังเติร์ก ยึดอำนาจรัฐบาลป๋าเปรม เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2524 พ.อ.มนูญ พ.อ.ประจักษ์ ได้นำกำลังทหารเข้าควบคุมตัว “ป๋าเปรม” ที่บ้านพักสี่เสา ขณะที่สถานการณ์กำลังคับขันก็มีโทรศัพท์สำคัญมาถึง “ป๋าเปรม” ช่วยให้ “ป๋าเปรม” หลุดรอดจากบ้านสี่เสาหนีไปปักหลักที่ กองทัพภาคที่ 2 จังหวัดนครราชสีมา และ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ได้กราบบังคมทูลเชิญ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จไปประทับที่ ค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 จังหวัดนครราชสีมา นำกำลังตอบโต้ฝ่ายกบฏยังเติร์ก และส่งกำลังจากกองทัพภาคที่ 2 แทรกซึมเข้ามายังกรุงเทพฯ จนสามารถยึดอำนาจจากกบฏยังเติร์กกลับมาได้ในที่สุดเมื่อเช้าวันที่ 3 เมษายนนี่คือประวัติศาสตร์อีกหน้าของการเมืองไทยในบ้านสี่เสาวันที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เชิญ ป๋าเปรม ลงจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2531 หลังจากที่ ป๋าเปรม เป็นนายกรัฐมนตรีมา 8 ปี 5 เดือน แล้วให้ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อมา ก็เกิดขึ้นที่บ้านสี่เสาแห่งนี้แม้แต่ “คำเตือนล่าสุด” ของ ป๋าเปรม ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็เกิดขึ้นที่บ้านสี่เสา “ขอให้นายกฯรักษาสัญญาที่จะคืนความสุขให้ประชาชนเท่าที่จะทำได้...ขณะนี้นายกฯใช้กองหนุนไปเกือบหมดแล้ว แทบจะไม่มีกองหนุนเหลืออยู่แล้ว... ผมบอกกับเพื่อนเสมอว่า รัฐบาลนี้เก่งหรือไม่เก่ง ให้ดูเอาเอง ยืดอกพูดได้เลยว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ไม่โกง ถ้าผมพูดผิด นายกฯ ต้องไปจัดการ...”บ้านพักสี่เสาหลังนี้ เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์การเมืองไทยมากมาย เรื่องที่ผมเล่ามาอย่างย่อๆนี้แค่จิ๊บๆไม่กี่เรื่องเท่านั้น.“ลม เปลี่ยนทิศ”