รื้อคดี บอส อยู่วิทยา ชัยชนะของ “พลังมหาชน”

ข่าว

รื้อคดี บอส อยู่วิทยา ชัยชนะของ “พลังมหาชน”

ซูม

    6 ส.ค. 2563 05:01 น.


    เมื่อก่อนเที่ยงวันอังคารที่ผ่านมา ผมนั่งลุ้นหน้าจอ “คอมพิวเตอร์” อย่างใจจดใจจ่อ เพราะทราบข่าวมาหลายวันแล้วว่า คณะทำงานของอัยการชุดตรวจสอบการสั่งไม่ฟ้องคดีนายวรยุทธ หรือนายบอส อยู่วิทยา จะแถลงมติการตรวจสอบให้ประชาชนทราบในวันและเวลาดังกล่าว

    ปรากฏว่าหลังเที่ยงไม่นานนัก “สื่อออนไลน์” ทุกสำนักก็รายงานข่าวในเวลาใกล้เคียงกันว่า คณะทำงานอัยการพบว่าแม้คดีนี้จะมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องนายวรยุทธ แต่มิได้หมายความว่าจะทำอะไรมิได้อีก

    คณะทำงานพบว่า คดียังไม่ถึงที่สุด เพราะยังมีพยานหลักฐานใหม่อันสำคัญที่สามารถจะนำมารื้อฟื้นคดีเพื่อให้ศาลลงโทษผู้ต้องหาได้

    ได้แก่ กรณีในวันเกิดเหตุพบสารประเภทโคเคนอันเป็นยาเสพติดในเลือดนายวรยุทธ แต่พนักงานสอบสวนยังไม่แจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งยังสามารถแจ้งได้ เพราะคดียังไม่หมดอายุความ

    กับในกรณีความเร็วของรถยนต์ ที่นายวรยุทธขับขี่จนเกิดเหตุ มีหลักฐานใหม่จากผู้เชี่ยวชาญในการคิดคำนวณความเร็วที่สูงกว่าที่เคยใช้ในการตัดสินไม่ฟ้องดำเนินคดี อันถือเป็นพยานหลักฐานใหม่ และเป็นพยานสำคัญที่จะให้ศาลลงโทษนายวรยุทธได้

    ด้วย 2 ประเด็นดังกล่าว คณะทำงานฯจึงมีความเห็นเสนออัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาแจ้งพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีนายวรยุทธต่อไป

    ผมอาจสรุปได้ไม่ครบถ้วนในรายละเอียด โดยเฉพาะพวกตัวเลขความเร็วรถต่างๆ แต่สาระหลักน่าจะเป็นดังที่กล่าวมาทั้งหมดนี้

    อ่านข่าวจบแล้ว ผมก็รู้สึกสบายใจขึ้น และหวังคณะทำงานของตำรวจก็น่าจะมีมติขานรับและดำเนินการแก่นายบอสตามขบวนการและขั้นตอนของกฎหมายไทยต่อไปเช่นกัน

    ที่เคยแจ้งไปยังตำรวจสากล หรือประเทศต่างๆว่า นายบอสพ้นมลทิน หรือพ้นโทษานุโทษต่างๆแล้ว ก็ควรจะดำเนินการแจ้งใหม่อีกครั้งว่า นายบอสยังมีมลทินอยู่ ยังจะต้องดำเนินคดีกันต่อไปอีก

    ขณะเดียวกัน ผมก็หวังว่านายบอสคงจะออกมามอบตัวเพื่อสู้คดีที่รื้อฟื้นขึ้นมาใหม่ครั้งนี้อย่างมีความสำนึก

    เมื่อทำอะไรที่ส่อว่าผิดกฎหมายก็ต้องขึ้นศาลพิสูจน์การกระทำของตนว่าผิดหรือไม่ผิด โดยให้ศาลสถิตยุติธรรมเป็นผู้พิจารณาตัดสิน

    มิใช่ตัดตอนจบเอาดื้อๆ โดยไปไม่ถึงศาลดังเช่นกรณีนี้ ซึ่งงุบงิบรู้ๆ กันเฉพาะผู้เกี่ยวข้องเท่านั้น

    เสร็จปุ๊บก็ทำหนังสืออย่างเร่งด่วนแจ้งไปยังประเทศต่างๆ ว่า นายบอสพ้นมลทินทุกอย่างแล้ว จนนายบอสกลับมาเป็น “อิสรชน” ที่สามารถเดินทางไปไหนมาไหนทั่วโลกอย่างสะดวกโยธิน

    ถ้าผู้สื่อข่าว CNN ไม่ไปได้ข่าวละเอียดจากสถานีตำรวจทองหล่อ ป่านฉะนี้นายบอสก็คงลอยนวลอยู่อย่างสบายใจ

    สำหรับตัวนายบอสนั้น ผมอยากให้กลับมามอบตัวสู้คดีที่จะรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่ครั้งนี้ อย่าหลบหนีอีกเลย เพราะถึงแม้จะหนีรอดได้ แต่ก็แปลว่า นายบอสจะต้องอยู่ต่างประเทศอย่างซุกซ่อนไปตลอดชีวิต

    จะมีความสุขทางใจเหมือนอยู่บ้านเราได้อย่างไร?

    มาสู้คดีเสียเถิดครับ ลงท้ายหากถูกตัดสินว่าผิดก็เดินหน้าเข้าเรือนจำไป หมั่นทำความดีไว้ ไม่นานก็คงพ้นโทษ

    คนไทยไม่ใช่คนใจร้ายไส้ระกำ ใครทำผิดแล้วสำนึกผิดและยอมรับผิดชดใช้ความผิดไปตามกฎหมาย...คนไทยยังให้โอกาสเสมอ

    จากนี้ไปก็คงต้องรอคณะกรรมการชุดอื่นๆ ละครับ จะว่ายังไงกันบ้าง...ผมหวังว่าจะสรุปออกมาในทิศทางเดียวกันคือ มุ่งไปสู่การรื้อฟื้นดำเนินคดีนายวรยุทธจนถึงที่สุด

    ส่วนคณะกรรมการชุดใหญ่สุดที่ท่านนายกฯตั้งอาจารย์ วิชา มหาคุณ เป็นประธานนั้น คงจะมีข้อเสนออะไรที่ลึกซึ้งเป็นพิเศษกว่าชุดอื่นๆ แน่ๆ แต่ก็คงต้องรออีกระยะหนึ่ง เพราะอาจารย์จะลงลึกในรายละเอียดหลายๆ เรื่อง

    ระหว่างที่รอผลทุกชุดอยู่นี้ ผมขอขอบคุณ CNN อีกครั้งที่ช่วยปูดเรื่องนี้เป็นรายแรก

    แต่เหนืออื่นใดคงต้องขอขอบคุณทุกๆ เสียงอันเป็นประชามติของมหาชนชาวไทยที่ต้องการให้รื้อฟื้นคดีนี้ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

    เป็น “ฉันทามติ” ชนิดอันหนึ่งอันเดียวกันที่แทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลยก็ได้ในประเทศไทยของเรา.

    ซูม

    อ่านเพิ่มเติม...

    วิดีโอแนะนำ

    แม่แตงโม ปล่อยโฮ เผยเพิ่งรู้ว่าลูกหายไปตั้งแต่ 4 ทุ่ม เชื่อถูกฆาตกรรมอำพราง
    13:06

    แม่แตงโม ปล่อยโฮ เผยเพิ่งรู้ว่าลูกหายไปตั้งแต่ 4 ทุ่ม เชื่อถูกฆาตกรรมอำพราง

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    วันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม 2565 เวลา 03:52 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์