ข่าว
100 year

ชักธงรบ : คุก-ตะราง-คนพวง

กิเลน ประลองเชิง9 พ.ย. 2562 05:01 น.
SHARE

ใน “เกร็ดภาษาหนังสือไทย เล่ม 1” (สำนักพิมพ์พิมพ์คำ พิมพ์ครั้งที่ 7 พ.ศ.2553) อาจารย์ ส.พลายน้อย เขียนว่า คำว่าคุกตะราง หนังสือพจนานุกรม ให้ความหมายว่า ที่คุมขังนักโทษเรือนจำ

แต่ถ้าตามความหมายของการราชทัณฑ์แล้ว คุก-ตะราง มีความหมายต่างกัน

“คุก” คือ ที่คุมขังนักโทษ ที่มีกำหนดต้องโทษ 6 เดือนขึ้นไป ตะราง คือ สถานที่ใช้คุมขังนักโทษตั้งแต่ 6 เดือนลงมา

ส่วนคำ “เรือนจำ” ก็เป็นความจริงที่ว่า สมัยโบราณขังนักโทษไว้ในเรือน มีหลักฐานจากหนังสือกฎหมายโบราณ

“กรรมการให้แต่งที่แต่งเรือนตามโทษหนักโทษเบาเอาไว้ ณ กลางเมือง เรือน 3 ห้อง ฝากระดานตรึงเหล็ก ขุดหลุมใต้ท้องเรือนลึก 5 ศอก มีกระดานปกบน ลั่นกุญแจตามกฎสั่ง ให้บนก็ดี ขุมก็ดีตามโทษหนักเบา

ถ้าโทษถึงตายให้ลงขุม”

แสดงว่านักโทษในสมัยโบราณขังไว้ที่เดียวกัน โทษหนักก็ขังขุม หรือใต้ดิน คือใต้ถุนเรือน โทษเบาขังบนเรือน

หนังสือภูมิสถานกรุงศรีอยุธยา ใช้คำว่า ตะรางและคุกแยกกัน

“อนึ่ง มีคุกไว้สำหรับใส่นักโทษ โจรผู้ร้ายปล้นสะดมแปดคุก มีตะรางหน้าคุกสำหรับใส่ลูกเมียผู้ร้ายทุกหน้าคุก ซึ่งโทษเบาเป็นแต่โทษเบ็ดเสร็จ ใส่โซ่พวงลงเก้าคนสิบคนใช้ทำราชการเมือง

ที่โทษหนัก ต่อวันพระ 5 ค่ำ 8 ค่ำ 11 ค่ำ 15 ค่ำ จึงใส่พวงคอพวงละยี่สิบสามสิบคน

และเมียผู้ร้ายนั้น ใส่กรวนเชือกผูกเอวต่อกันไป ผูกติดท้ายพวงคอ ออกมาเที่ยวขอทานกิน”

ในหนังสือขุนช้างขุนแผน กล่าวถึงคนโทษไว้บทหนึ่ง

“แม่ค้าเห็นคนพวงล่วงเข้าตลาด บ้างยกกระจาดหับกระชังระวังผ้า พวกที่นั่งร้านรายขายกุ้งปลา ถือกะโล่โง่ง่าตั้งท่าคอย”

กระบวนการคุมขังคนโทษเปลี่ยนไป สมัยนี้ไม่มีใครใช้คำ “คนพวง” แล้ว

ส.พลายน้อย อธิบาย ลักษณะการปกครองคุ้มกันนักโทษสมัยโบราณ ไม่เหมือนสมัยนี้ สมัยโบราณคนโทษต้องหากินเอง หรือมีญาติเอาอาหารไปส่ง ทางคุกไม่มีอาหารเลี้ยง

เมื่อถึงวัน 5 ค่ำ 8 ค่ำ 11 ค่ำ 15 ค่ำ ผู้คุมจะเอาหวายผูกล่ามเป็นพวงออกขอทานเขากิน

ต่อจาก “คนพวง” ยังมีคำ “หับเผย” ในขุนช้างขุนแผน มีกลอนบาทหนึ่ง “ถึงทับหับเผยเลยพ้นไป...” หับเผย คือ กระท่อมที่ปลูกไว้หน้าคุก คือ เพิงที่มีแผงค้ำเปิดปิดได้ สมัยโบราณอนุญาตให้ลูกเมียไปอยู่กับ นักโทษเป็นครั้งคราว

ตามเรื่องนี้ชี้ว่าระบบยุติธรรมโบราณ ใจดีกับนักโทษมาก ยอมให้ลูกเมียไปอยู่ด้วยได้

สมัยนี้แค่อนุญาตให้พบปะพูดจากัน ปีละวันสองวัน

ตามเรื่องนี้ แสดงว่า แต่โบราณคุกและตะรางมีความหมายต่างกัน

จึงพอเห็นภาพ การสร้างตะรางไว้หน้าคุกเพื่อใส่ลูกเมียผู้ร้าย ตะรางจึงเป็นที่คุมขังธรรมดา คงไม่แน่นหนาเหมือนคุกซึ่งขุดเป็นหลุมลึก หรือก่อเป็นตึกอยู่ในเรือนหรือใต้ถุนเรือน

เฉพาะคำ “ตะราง” คำเดียว มีความหมายกว้างใหญ่กว่า คือมีไว้เผื่อลูกเมียนักโทษ ซึ่งไม่เพียงต้องคอยหาอาหารให้นักโทษกิน เพราะหลวงท่านไม่มีงบเลี้ยง ยังต้องติดสอยร้อยเป็นพวงไปกับนักโทษ ตอนออกไปขอทาน

ข้อดีของระบบคุกตะรางโบราณ ก็คือการยอมให้มีหับเผย ให้นักโทษอยู่กับเมียได้...

นักโทษสมัยนั้นจึงไม่ค่อยมีข่าวแหกคุกหรือแหกศาล ออกมาเข้าหูชาวบ้าน

ท่านประธานศาลฏีกา...น่าจะทบทวนเรื่อง “คนพวง” กับเรื่อง “หับเผย” มาใช้อีกสักครั้ง ผมว่านะ ดีทั้งฝ่ายนักโทษดีทั้งฝ่ายคุก.

กิเลน ประลองเชิง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คุกตะรางเรือนจำคนพวงหับเผยชักธงรบกิเลน ประลองเชิง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้