ข่าว
100 year

ธรรมเนียมน้ำชา

กิเลน ประลองเชิง12 ส.ค. 2562 05:01 น.
SHARE

เมืองยะลาที่นายกฯประยุทธ์เพิ่งไปเป็นพรีเซนเตอร์ โฆษณาทุเรียนพื้นเมืองรสดี ถึงวันนี้ก็ยังมีร้านน้ำชาอยู่บ้าง แต่หากจะเทียบเมื่อ 40 ปีที่แล้ว ร้านน้ำชาในเมืองหายไปกว่าครึ่ง

เรียก“ ร้านน้ำชา” ก็ไม่ได้หมายความว่า ขายแต่ “ชาร้อนใส่นม” เท่านั้น กาแฟใส่นมก็มี กาแฟดำไม่ใส่นมที่คนท้องถิ่นนิยมเรียกโกปี๊โอก็มี

ที่จริงร้านน้ำชาในภาคใต้ก็คือร้านกาแฟในภาคกลางและภาคอื่นๆ

ร้านน้ำชาในยะลา ตอนที่ผมอยู่ตั้งแต่ปี 2513 ถึง 2518 ในตลาดนั้นมีมาก ส่วนในห้องแถวให้เช่า พอเฉลี่ยได้ 10 ห้อง ต้องมี “ร้านน้ำชา” หนึ่งร้าน

ตื่นเช้า คนยะลาไม่นิยมกินข้าว แต่นิยมกินน้ำชา ซึ่งอาจจะแกล้มขนมจีน ข้าวเหนียวหน้ากุ้ง หรือขนมสองกลีบหนีบกล้วย หรือข้าวต้มมัด เป็นการรองท้อง ก่อนถึงอาหารมื้อเที่ยง

ร้านโกชุ้นตลาดสิโรรส มี “ไทยรัฐ” วางให้อ่าน กว่าจะปิดร้านตอนค่ำ หนังสือยับเยิน ผ่านมือคนอ่านเกินร้อย

ร้านน้ำชาคือสโมสรเสวนา มีปัญหาอะไรก็มานั่งคุยกัน การเมืองเป็นเรื่องหลัก คนใต้ที่ว่าเข้าใจการเมืองดีกว่าคนภาคอื่นนั้น ผมว่าได้วิชาจากร้านน้ำชานี่แหละ

มีธรรมเนียมอีกอย่าง บ้านไหนมีปัญหาเรื่องเงิน ก็ออกปากชักชวนเพื่อนฝูงไป “กินน้ำชา” แขกที่ไปจะยื่นให้ 10-20 หรือ 100 บาท ก็ตามกำลังน้ำใจ เท่ากับได้ผ่อนปรนทุกข์เพื่อนไปเปลาะหนึ่ง

ผมเอาเรื่องร้านน้ำชาในยะลามาคุยเพื่อเกริ่นนำ เรื่อง “น้ำชา” หรือชาจีนที่เราชงกินกันตามบ้าน ร้านที่เปิดขายน้ำชาจีนขึ้นหน้าขึ้นตา ยังไม่มี จะมีก็แต่ “โรงน้ำชา” เชิญชวนหนุ่มๆ “หยำฉ่า” ดื่มชาแกล้มสาว

ส.พลายน้อยเขียนไว้ใน “เรื่องข้างสำรับ” (สำนักพิมพ์สถาพรบุ๊คส์ พ.ศ.2559) ว่า คำว่า “ชา” ไทยออกเสียงตรงกับมลายู ต่างจากจีนแต้จิ๋วเรียก “เต๊” กวางตุ้งเรียก “เอี้ยมฉ่า” จีนแคะ “ซิฉ่า” ไหหลำ “เจี๊ยะเด่”

คำ “ที” ของฝรั่ง ยุติได้ว่ามาจากคำ “เต๊” ของจีน

หนังสือเรียนชั้นมัธยมเมื่อ 70 ปีที่แล้ว กล่าวว่าจีนเป็นชาติแรกที่ดื่มชา เล่ากันว่าสมัยหนึ่ง โรคอหิวาต์ระบาด มีคนล้มตายมากมายเกี้ยอุยซินแซ รู้ว่าชาวบ้านเป็นอหิวาต์เพราะดื่มน้ำจากลำธาร จึงหาอุบายให้ชาวบ้านดื่มน้ำต้ม

ใบชารสฝาดทำให้ท้องผูก ถูกเลือกมาใช้ได้ผล ทำให้คนนิยมดื่มชามาจนถึงวันนี้

“ชา” มีสรรพคุณดีแค่ไหน หาความรู้กันมานับพันปี ถึงบัดนี้พอมีข้อสรุป ดื่มชาแล้วสดชื่น มีวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกาย ช่วยละลายไขมัน ลดคอเลสเทอรอล กระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต และระบบประสาท

คนไทยทั่วไปชอบน้ำเย็น เก็บน้ำฝนไว้ดื่ม เรื่อง “ดื่มชา” มีแต่พระสงฆ์ ข้าราชการ คนมีฐานะมีบ่าวไพร่

เล่ากันว่า ในสมัยรัชกาลที่ 3 พระยาสีหเทพ (เพ็ง) ราชเลขานุการกระทรวงมหาดไทย มีผู้ยำเกรงไปมาหาสู่ที่บ้านทั้งกลางวันกลางคืน ต้องต้มน้ำชาเลี้ยงแขกวันละสองกระถาง คนต้มไม่มีเวลาหยุดมือเลย

“คุณพุ่ม” กวีที่ได้สมญาบุษบา ท่าเรือจ้าง แต่งกลอนค่อนขอดว่า “ขออย่าไปเกิดเป็นคนต้มน้ำร้อนพระยาศรี”

เหตุเพราะการต้อนรับแขกด้วย “น้ำชา” เมื่อมีคนจีนไปหาผู้ใหญ่ เมื่อใช้คำว่า “ค่าน้ำร้อนน้ำชา” ก็เข้าใจกันว่า นั่นคือการให้ที่แนบเนียนแบบหนึ่ง

ผมได้ข่าวพรรคเล็กร่วมรัฐบาล ตั้งท่าจะตีจากไปเป็นฝ่ายค้าน ก็คิดขึ้นได้ว่า เหตุน่าจะมาจากท่านนายกฯประยุทธ์ ไม่คุ้นเคยธรรมเนียม “ดื่มชา” ที่ใช้กันมาแต่โบราณ

การดื่มชาการเมือง ตรงข้ามกว่าการ “กินน้ำชา” ของคนใต้...เชิญแขกมาเจ้าภาพต้องรู้จัก “ให้” จะให้ความหวัง หรือให้อะไรๆก็ต้อง
แน่ใจว่า “แขกพอใจ”

น้ำชาต้องร้อนได้ที่ กลิ่นชาต้องหอมกรุ่น รสชาต้องถึงใจ เพราะหนึ่งเสียงในสถานการณ์ปริ่มน้ำคว่ำรัฐบาลได้ เตรียมสั่งคนต้มน้ำร้อนชงชารับแขกเอาไว้ให้เหมือนสมัยพระยาสีหเทพเสียตั้งแต่บัดนี้.

กิเลน ประลองเชิง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประยุทธ์ จันทร์โอชาร้านน้ำชายะลาโรงน้ำชาดื่มชาชักธงรบกิเลน ประลองเชิง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้