เดือนมีนาคมที่ผ่านมา นายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน แถลงต่อ สภาประชาชนแห่งชาติจีน ว่ารัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายการเติบโตของจีดีพีจีนในปีนี้ไว้ที่ 6.0-6.5% ลดลงจากปีที่แล้ว พร้อมกับเตือนว่า จะมีความเสี่ยงมากขึ้นสำหรับเศรษฐกิจจีนที่กำลังทำสงครามการค้ากับสหรัฐฯ ตัวเลขจีดีพีของจีน แม้จะเป็นตัวเลขที่แถลงออกมาจากรัฐบาล แต่นักลงทุนตะวันตกมักจะไม่ค่อยเชื่อตัวเลขจีดีพีจีนสักเท่าไหร่ เพราะมีข่าวนินทาอยู่ทุกปีว่า จีนมีการตกแต่งตัวเลขจีดีพีให้ดูดีกว่าความเป็นจริงเรื่อง การปั้นตัวเลขจีดีพีของจีน ที่เคยซาไปพักหนึ่ง วันนี้กลับมีคนให้ความสนใจขึ้นมาอีกครั้ง โดยเฉพาะนักวิชาการด้านประเทศจีนวารสาร “การเงินธนาคาร” ฉบับเดือนเมษายน รายงานในคอลัมน์ เวิลด์ เอกซ์คลูซีฟ ว่า มีงานวิจัยเรื่องจีดีพีจีนออกมาสดๆร้อนๆอีกชิ้นหนึ่งจากนาย Chang-Tai Hsien แห่งมหาวิทยาลัยชิคาโก ร่วมกับนักวิจัยจาก มหาวิทยาลัยจีนฮ่องกง ได้นำข้อมูลของทางการจีนมาศึกษาอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุดผลการวิจัยครั้งนี้พบว่า ตัวเลขผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และ ตัวเลขการลงทุน ที่กลุ่มนักวิจัยช่วยกันเจาะลึกลงในรายละเอียด เทียบเคียงกับตัวเลขทางการของจีน ปรากฏว่า ตัวเลขทางการจีนเว่อร์เกินจริงไปไม่น้อยเลยทีเดียว ส่งผลให้ตัวเลขการเติบโตของจีดีพีจีนเพิ่มขึ้นมากกว่าความเป็นจริงมากผลงานวิจัยระบุว่า นับตั้งแต่ปี 2008-2016 ตัวเลขจีดีพีของทางการจีนเติบโตมากกว่าความเป็นจริงถึงปีละ 2% หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ ขนาดของเศรษฐกิจจีนใหญ่โตกว่าความเป็นจริงมากถึง 16% ในช่วงเวลาดังกล่าว คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจเกินจริงเป็นเงินราว 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 48 ล้านล้านบาท อย่างไรก็ตาม รัฐบาลกลางของจีนก็ให้ความสนใจต่อปัญหาตัวเลขเศรษฐกิจที่สับสนเหมือนกัน ข้อมูลที่รัฐบาลกลางใช้เป็นข้อมูลที่ได้มาจากรัฐบาลท้องถิ่น ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า รัฐบาลท้องถิ่นจีนมักชอบเพิ่มเติมตัวเลขจีดีพีระดับจังหวัดให้สูงเกินจริง เพื่อให้ผลงานของตัวเองออกมาดูดี เศรษฐกิจท้องถิ่นเจริญรุ่งเรืองเพื่อหวังตอบแทนทางการเมืองเมื่อต้นปี 2019 นี้ รัฐบาลกลางจีน จึงได้จัด กองทัพนักสถิติมือหนึ่งนับล้านคน ลงปูพรมสำรวจพื้นที่ทั่วประเทศอย่างละเอียด เพื่อหาข้อมูลเศรษฐกิจและธุรกิจที่เป็นจริงมากที่สุด ถือเป็นความตั้งใจที่ดีของรัฐบาลจีน แต่ยังไม่รู้ผลเพราะเพิ่งลงไปแค่สามเดือนเท่านั้นเองแม้ผลการวิจัยจะพบว่า จีนมีการตกแต่งตัวเลขจีดีพีเว่อร์เกินไป แต่ทีมวิจัยก็พบข้อมูลในด้านดีเช่นเดียวกันว่า ช่วงปี 2008–2016 ตัวเลขการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคของชาวจีน มีตัวเลขใกล้เคียงกับตัวเลขของทางการ แสดงว่าการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคของคนจีนเพิ่มมากขึ้นจริงๆ ซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของรัฐบาลจีน ที่ต้องการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจจีนให้พึ่งพาการบริโภคในประเทศให้มากขึ้น เพื่อให้เศรษฐกิจจีนมีความสมดุลมากขึ้น ระหว่างการบริโภคในประเทศและการลงทุนนอกจากนี้ รัฐบาลจีนยังกดดันให้ธนาคารเร่งลดหนี้เสียออกจากงบการเงินให้เร็วที่สุด ปี 2018 ที่ผ่านมา ธนาคารจีนได้ตัดหนี้สูญ คิดเป็นมูลค่าเกือบ 1 ล้านล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนราว 30% จากยอดหนี้ 5.6 ล้านล้านหยวน ที่เป็นเอ็นพีแอลและกำลังจะเป็นเอ็นพีแอล เพื่อเตรียมรับการกระตุ้นเศรษฐกิจระลอกใหม่จากรัฐบาลกลาง เนื่องจากเศรษฐกิจจีนมีการเติบโตที่ช้าลง แต่หนี้เสียเหล่านี้ก็มีนักลงทุนมาซื้อไปช่วงต้นปี 2019 รัฐบาลปักกิ่ง ยังได้อนุมัติ ให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อใหม่เกือบ 500,000 ล้านดอลลาร์ ราว 16 ล้านล้านบาท ลงสู่ธุรกิจทั่วประเทศ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจระลอกใหม่ ปี 2018 มีคนจีนไปท่องเที่ยวทั่วโลกราว 150 ล้านคน มีมูลค่าการใช้จ่าย 250,000 ล้านดอลลาร์ ราว 8 ล้านล้านบาท ถ้าเศรษฐกิจจีนฟื้นไทยก็ได้รับอานิสงส์ด้วย นักท่องเที่ยวจีนคือรายได้ก้อนใหญ่อีกก้อนของเศรษฐกิจไทย สงกรานต์ปีนี้ทัวร์จีนเริ่มยกระดับ ผมเห็น หนุ่มสาวจีนรุ่นใหม่มีเงิน มาเที่ยวไทยมากขึ้น ถือเป็นแนวโน้มที่ดี ผมก็ฝาก การท่องเที่ยวแห่ง ประเทศไทย ไว้ตรงนี้ นี่คือ ลูกค้าใหม่ ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง.“ลม เปลี่ยนทิศ”