กลายเป็นข่าวที่ค่อนข้างฮือฮา เมื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศผ่านทางเฟซบุ๊กว่า “ชัดๆเลยนะครับ ผมไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีอย่างแน่นอน เพราะการสืบทอดอำนาจสร้างความขัดแย้ง ขัดต่ออุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ว่าประชาชนเป็นใหญ่ 5 ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจย่ำแย่ หมดเวลาเกรงใจกันแล้วครับ”ถ้าผู้นำพรรคการเมืองอื่นๆ ประกาศไม่สนับสนุนหัวหน้า คสช.ให้สืบทอดอำนาจเป็นนายกรัฐมนตรี เช่น พรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ ถือว่าเป็นเรื่องปกติ แม้แต่การที่หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยประกาศก่อนหน้านี้ จะไม่สนับสนุนผู้ที่ไม่ใช่ ส.ส.เป็นนายกรัฐมนตรี ก็เป็นแค่ข่าวเล็กๆ แต่คำประกาศของหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นข่าวพาดหัวของหนังสือพิมพ์หลายฉบับเนื่องจากก่อนหน้านี้ นายอภิสิทธิ์หลีกเลี่ยงคำถาม ไม่บอกตรงๆว่าจะสนับสนุนหรือต่อต้านการสืบอำนาจ คสช. ต่างจากจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ในอดีต ที่ประกาศยึดมั่นในประชาธิปไตยและต่อต้านเผด็จการ ทำให้ชนะเลือกตั้งและครองใจชาว กทม.หลายสมัย เว้นแต่ในบางยุคที่แพ้พรรคใหม่ๆ เช่น พรรคประชากรไทย และพรรคไทยรักไทย ที่ใช้นโยบายประชานิยมในระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ เมื่อถามกลุ่มตัวอย่างว่าอยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์มักจะมีคะแนนนิยมเป็นอันดับ 3 รองจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แต่มีหลายครั้งที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แซงขึ้นมา แต่โพลบางสำนักพบว่า พรรคประชาธิปัตย์อาจชนะเลือกตั้งใน กทม. 22 เขต พรรคเพื่อไทย 8 เขตพรรคเพื่อไทยกับพันธมิตรประกาศว่า เลือกตั้งครั้งนี้เป็นการต่อสู้ระหว่างฝ่ายประชาธิปไตยกับฝ่ายสนับสนุนการสืบทอดอำนาจ คสช. ส่วนพรรคประชาธิปัตย์อ้างว่าเป็นทางเลือกที่ 3 แต่ไม่ได้ทำให้คะแนนนิยมพุ่ง อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้นายอภิสิทธิ์ประกาศจุดยืนจะไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมทั้งเปลี่ยนคำขวัญใหม่เป็น “เลือกประชาธิปัตย์ ตัดวงจรอุบาทว์เผด็จการ”คำขวัญเดิมในการหาเสียง คือ “ประชาธิปไตย ประชาชนเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยสุจริต” บอกเป็นนัยๆว่าจะไม่จับมือร่วมรัฐบาล กับพรรคที่เคยโดนคดีทุจริต แต่คำขวัญนี้อาจไม่โดนใจคนส่วนใหญ่ที่ให้ความสำคัญประเด็นความสุจริต น้อยกว่าประเด็น “ประชาธิปไตยหรือเผด็จการ” จึงต้องประกาศจุดยืนที่ชัดเจนในโค้งสุดท้ายของการหาเสียง มาช้าดีกว่าไม่มาการประกาศไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ พรรคประชาธิปัตย์อาจได้รับคะแนนนิยมจากกลุ่มประชาธิปไตยมากขึ้น หาพันธมิตรจัดตั้งรัฐบาลง่ายขึ้น แม้แต่พรรคภูมิใจไทยที่ไม่เคยเน้นเรื่องการเมือง ก็ยังไม่เอา “คนนอก” ที่ไม่ใช่ ส.ส. เป็นนายกรัฐมนตรี ยืนยันหลักการให้พรรคที่ได้ ส.ส.มากที่สุดเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล ไม่ใช่บงการโดย ส.ว. แต่งตั้ง.อ่านข่าวล่าสุด เจาะลึกข้อมูลเลือกตั้ง 2562