ท่านผู้อ่านคงทราบดีแล้วว่า เมื่อเช้าตรู่วันจันทร์ที่ผ่านมา คนไทยที่เป็นแฟนกอล์ฟตื่นเต้นดีใจกันทั้งประเทศ เมื่อ “น้องเม” เอรียา จุฑานุกาล คว้าแชมป์กอล์ฟรายการ “ยูเอส วูเมน โอเพ่น” มาครองได้สำเร็จนี่คือ กอล์ฟรายการยิ่งใหญ่ที่สุดรายการหนึ่งสำหรับนักกอล์ฟหญิง เป็นรายการที่มีอายุเก่าแก่มากว่า 70 ปีของสหรัฐอเมริกาผมลุกขึ้นมาดูมาลุ้นกับเขาด้วย และก็พลอยจะเป็นโรคหัวใจล้มเหลวไปพร้อมๆกับแฟนกอล์ฟชาวไทยที่เอาใจเชียร์น้องเมเพราะคู่ต่อสู้จากเกาหลีของเธอ คิม ฮโยจู นั้น เล่นดีเหลือเกิน วันสุดท้าย ไล่จี้มาอย่างหวาดเสียว ในขณะที่น้องเมก็เริ่มแผ่วลงตีเสียอยู่ตลอดจนสาวเกาหลีไล่ทันต้องไปดวล “เพลย์ออฟ” ตัดสินอีกถึง 4 หลุม หลังการแข่งขันใน 4 รอบตามปกติจบลงแล้วกลายเป็น “ดราม่า” ที่ทั้งทุกข์ทั้งทรมานหัวใจคนไทยอย่างบอกไม่ถูก แต่ในที่สุดก็แฮปปี้เอ็นดิ้ง เมื่อสาวไทยเป็นฝ่ายชนะคว้าถ้วยยูเอสวูเมน โอเพ่นมาครองได้ในที่สุดนี่แหละครับ การแข่งขันกอล์ฟ กีฬาที่ยอมรับกันว่าเป็นกีฬาที่ตื่นเต้น สนุกสนานและทรมานใจมากที่สุดประเภทหนึ่งของโลกกีฬาที่ไม่สามารถจะบ่งบอกได้ว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะตราบเท่าที่การแข่งขันยังไม่จบลงใครจะไปคิดว่า เอรียาซึ่งนำอยู่ถึง 7 แต้ม เมื่อมาถึงหลุม 9 และเหลือการเล่นอีก 9 หลุมเท่านั้น จะต้องมาเสียแต้มจนเกือบจะแพ้เช่นนี้ ขณะเดียวกัน คนเกาหลีที่ดีใจว่า คิม ฮโยจู ของเขาจะชนะแน่เพราะมาแรงเหลือเกิน ก็ต้องพบกับความผิดหวังเมื่อมาเจอทีเด็ดช็อตสุดท้ายตอนระเบิดทรายของเอรียาในการเล่นเพลย์ออฟพลิกฝ่ามือไปหน่อยเดียวเท่านั้น น้องเมกลับมาชนะได้ทันทีต้องขอปรบมือและชื่นชมหัวใจที่เหมือนเหล็กเพชรของ “น้องเม” ที่ตั้งสติใช้ความสงบสยบความร้อนแรงของสาวเกาหลีได้ในที่สุดนอกจากจะชื่นชมน้องเมแล้ว ตามประสาคนชอบคิดอะไรฟุ้งซ่าน และชอบเปรียบเปรยกับประเทศโน้นประเทศนี้ ทำให้ผมนึกย้อนหลังไปเมื่อปี 1998 หรือ 20 ปีที่แล้วในรายการกอล์ฟ ยูเอส โอเพ่นหญิง อันยิ่งใหญ่นี่แหละ คนเกาหลีใต้แทบไม่ได้หลับ ไม่ได้นอนกันทั้งคืน เพราะนั่งลุ้นนักกอล์ฟสาวคนหนึ่งของเขา ที่ทำคะแนนได้ดีมาตลอดว่า จะเป็นแชมป์หรือไม่?เธอชื่อ ปัก เซรี ครับ...ปรากฏว่า เธอสามารถคว้าแชมป์มาครองสำเร็จ นับเป็นสาวเอเชียคนแรกที่ได้ครองแชมป์นี้ท่านประธานาธิบดีเกาหลีใน พ.ศ.นั้น โทรศัพท์ไปแสดงความยินดีกับปัก เซรี ในทันทีทันควัน และจัดงานเลี้ยงต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่เกาหลีใต้กำลังเริ่มรุกไปสู่ตลาดต่างประเทศ ในทุกๆด้าน ไม่ว่าสินค้าหนัก สินค้าเบา หรือแม้แต่ศิลปวัฒนธรรมโลกเริ่มรู้จักรถยนต์ ฮุนได เริ่มรู้จักโทรทัศน์ ซัมซุง และต่อมาก็โทรศัพท์มือถือ ซัมซุง รวมไปถึงรู้จักนักร้อง นักดนตรีพวกเคป๊อบวงต่างๆ แม้แต่ แดจังกึม ก็ค่อยๆตามมา ขณะเดียวกัน นักกอล์ฟหญิงเกาหลีก็ทะลักเข้าสู่วงการกอล์ฟโลก นับสิบๆคน และในที่สุดก็เป็นร้อยคน ต่อมานักกอล์ฟชายก็ตามมาอีก แม้จะยังไม่มาก แต่ก็มากขึ้นเรื่อยๆธงชาติเกาหลีเริ่มไปโบกสะบัดที่โน่นที่นี่ โดยเฉพาะตามลีดเดอร์บอร์ดของสนามกอล์ฟ และในรายการทีวีที่ถ่ายทอดสดกอล์ฟทำให้ผู้คนทั่วโลกรู้จักประเทศเกาหลีมากขึ้น โดยไม่ต้องเสียค่าโฆษณาประชาสัมพันธ์เลยเมื่อชาวโลกรู้จักประเทศเกาหลีมากขึ้นก็พลอยรู้จักสินค้าเกาหลีทั้งหลายแหล่เป็นเงาตามตัวของไทยเรา หลังจากเอรียาไปปักธงชาติไทยเอาไว้ในกอล์ฟแอลพีจีเอหลายๆรายการ เราก็มีนักกอล์ฟหญิงไทยตามไปปักธงด้วยจำนวนมากแต่ทางด้านอื่นเรายังไม่ค่อยเท่าไร เพราะเราไม่ค่อยมีสินค้าอุตสาหกรรมหรือสินค้าเทคโนโลยีที่เป็นของตนเองหลังจาก เอรียา จุฑานุกาล คว้าแชมป์ยูเอส วูเมน โอเพ่น เหมือนที่ ปัก เซรี เคยทำได้ในครั้งกระโน้น...เราจะมีธงอย่างอื่นๆ โดยเฉพาะสินค้าอื่นๆ ตามมาหรือไม่หนอลองคิดอ่านดูบ้างก็ดีนะครับ กุนซือด้านเศรษฐกิจของบิ๊กตู่ทั้งหลายว่าจะใช้ประโยชน์จากการที่ธงชาติไทยไปโบกสะบัดในสนาม กอล์ฟ และทีวีทั่วโลกด้วยฝีมือนักกอล์ฟไทยอย่างไรดี?“ซูม”