เพื่อนคนหนึ่งไปงานหนังสือ...โทร.ถามว่า เจอหนังสือ “ภารตะสยาม ผี พราหมณ์ พุทธ?” (สำนักพิมพ์มติชน ก.ค.2560) สนใจหรือไม่ ฟังแค่ชื่อหนังสือ ไม่ถามชื่อแซ่ผู้เขียนสักคำ ผมก็ตอบทันที “เอา”สารภาพก็ได้ครับเขียนเรื่องจีนไปมากๆ ผมก็อยากเขียนเรื่อง “แขก” คลายความซ้ำซากบ้างแล้วหนังสือก็ถูกส่งมาทันใจทางไปรษณีย์ บังเอิญช่วงนั้นป่วยกะทันหัน ไม่มีเวลา จนกระทั่งมาเปิดอ่าน หน้าแรกๆ เจอคำนิยม ของคุณสุจิตต์ วงษ์เทศ เขียนตอนหนึ่งว่าตัดข้อเขียนของ คุณคมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง ทุกตอนในมติชนสุดสัปดาห์ เก็บไว้ใช้เป็นข้อมูลต่อไปชั่วกัปชั่วกัลป์ก็ดีใจ...เล่มนี้แหละใช่เลยตอนนี้ยังอยู่ในงานหนังสือแห่งชาติที่ศูนย์สิริกิติ์ ก็ต้องรีบ“ชิม” เพื่อ “ชวน” เพื่อนอ่านตามชิมลางตอนพื้นที่แห่งความเชื่อ คุกและโรงศาลก่อน ปกติผมชอบเขียนเรื่องสารพัดองค์เทพ แต่ตกหล่นเทพที่คนไทยเรียกว่า “เจ้าพ่อเจตคุปต์” ไปได้คุณคมกฤช ไปเยี่ยมน้องๆที่ถูกปล่อยจากเรือนจำ จากข้อหาทางการเมือง จึงได้ความคิดว่า คำว่าเรือนจำนั้นมีความหมายลุ่มลึกน้อยกว่าคำว่า “คุก”คุกในบริบทอื่น เช่น ในทางนาฏศิลป์ดนตรีไทย มีเพลงหน้าพาทย์ ใช้ในการประกอบการแสดงโขนละครเพลงหนึ่ง ชื่อเพลง คุกพาทย์ คุกพาทย์เป็นเพลงหน้าพาทย์ชั้นสูง ใช้เมื่อแสดงอิทธิฤทธิ์ในลักษณะดุร้ายน่ากลัวจึงใช้กับยักษ์และลิง ทำให้คิดถึงคำว่า “คุกคาม” ที่ (น้องๆ) กำลังเผชิญอยู่คุก ก็มีความหมายแบบเดียวกันเมื่อย่างเท้าก้าวเข้าคุก สิ่งแรกที่พบคือ ศาลเทพารักษ์ หรือศาลพระภูมิ แต่พิเศษกว่าพระภูมิทั่วไป คือ เป็นพระเจตคุปต์ เทพจากอินเดียถัดจากพระเจตคุปต์ บริเวณสถานที่เข้าเยี่ยมยังพบรูปปั้นขนาดใหญ่เท่าคน รูปเทวดาถือดาบหน้าตาถมึงทึง หันหน้าเข้าหาคนมาเยี่ยม เหมือนจะบอกว่า จะไม่ยอมให้คนภายนอกล่วงล้ำเข้าไปภายในดูเหมือนจะตั้งใจ ตัดขาดจากกันทั้งทางร่างกายและจิตวิญญาณบางคนคิดว่าคุกเต็มไปด้วยไสยศาสตร์ นักโทษสมัยก่อนล้วนมีวิชาอาคม อาจใช้วิชา (เหมือนขุนแผน) แหกคุก จึงต้องป้องกันเอาไว้ทั้งผีนักโทษประหาร ก็มักเฮี้ยนกว่าผีทั่วไป ยิ่งเป็นผีมีวิชามีจิตอาฆาตก็ยิ่งน่ากลัวยังมีพิธีกรรมเกี่ยวกับคุกอีกหลายอย่าง เช่น ถ้าผู้ไม่ได้รับโทษจะเข้าไปในเขตคุกต้องเดินถอยหลังเข้า เพื่อไม่เป็นอัปมงคล หรือคนที่พ้นโทษแล้วก็ต้องเดินออกจากคุกไปโดยไม่ต้องมองย้อนหลังกลับมาบรรยากาศในคุก คุณคมกฤชเชื่อว่าเป็นภาพสะท้อนจาก “นรก” ในความเชื่อของชาวเรา เมื่อเราทำให้ผู้คนกลายเป็นอสุรกายหรือภูตผีที่น่ากลัว เราจึงต้องสร้างนรกมากักขัง และลงทัณฑ์ย้อนกลับไปที่ศาลเจ้าพ่อเจตคุปต์หน้าคุก หรือพระจิตรคุปต์จากอินเดีย ในเทวตำนานมีหน้าที่เป็นผู้ช่วยพระยม พระเป็นเจ้าผู้พิพากษาความดีความชั่วของวิญญาณในนรกพระเจตคุปต์ ถือปากกาและสมุดจดบัญชีความดีความชั่วของคนการเลือกพระเจตคุปต์ เป็นเทพารักษ์ของคุกบ้านเรา ตั้งแต่โบราณจึงยืนยันชัดเจน คุกคือนรกนี่เองคุณคมกฤชทิ้งท้ายให้คิด...ในคุกมันมืดมัวซึมเซา วันที่เข้าไปเยี่ยมน้องๆ เขาเห็นรอยยิ้มอันสดใสและแววตาที่มุ่งมั่น ทำให้คุกสว่างไสว ส่องแสงออกจากคุกมาถึงข้างนอกหรือจริงๆข้างนอกต่างหากที่เป็นนรก? ที่ใดก็ตามที่ปราศจากอิสรภาพ ที่นั่นก็คือนรก.กิเลน ประลองเชิง