หน่วยงานราชการที่ลงไปคลุกคลีตีโมงกับชาวบ้านถึงระดับตำบลหมู่บ้านที่เห็นชัดๆตอนนี้มีอยู่ 2 หน่วยงานคือ เจ้าหน้าที่ของสำนักพัฒนาเกษตรกร กรมส่งเสริมการเกษตร ซึ่งชาวบ้านมักเรียกว่าเกษตรตำบล กับเจ้าหน้าที่ของกรมการพัฒนาชุมชน หรือที่เรียกว่าพัฒนากรวันเสาร์สบายๆวันนี้มาคุยถึงบทบาทภารกิจของพัฒนากรกันดีกว่า กรมการพัฒนาชุมชนมีข้าราชการประมาณ 7 พันคน เป็นพัฒนากรที่อยู่ประจำพื้นที่ทั่วประเทศเกือบ 4 พันคน เฉลี่ยแล้วพัฒนากร 1 คนรับผิดชอบพื้นที่ 1.5 ตำบล ช่วงนี้ ทีมปฏิบัติการไทยนิยมยั่งยืน เพิ่งเสร็จภารกิจลงพื้นที่สำรวจข้อมูลและความต้องการของประชาชน มี 7 พันกว่าทีมลงไปในทุกตำบล ในจำนวนนี้มี 4 พันทีมที่พัฒนากรเป็นเลขานุการทีมพัฒนากรเป็นตัวจักรสำคัญในการดำเนินงานพัฒนาชุมชน เป็นข้าราชการที่อยู่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด ทำงานร่วมกับชาวบ้านในระดับหมู่บ้าน มีหน้าที่ให้คำแนะนำปรึกษาชาวบ้าน จัดกลุ่มอาชีพ ฝึกอบรมผู้นำท้องถิ่น ประสานงานระหว่างกลุ่ม องค์กร เครือข่าย ผู้นำชุมชน กับส่วนราชการต่างๆ พัฒนากรไม่ได้มีอำนาจใดๆตามกฎหมายที่เหนือชาวบ้าน นอกจากความรักและอุดมคติที่จะใช้ชีวิตในชนบท จึงมีความเข้าใจวิถีทางเศรษฐกิจและสังคมของหมู่บ้านอย่างลึกซึ้งคุณพัฒน์ บุณยรัตพันธุ์ อดีตอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (ดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2514-30 ก.ย.2518) เปรียบเปรยไว้ว่า พัฒนากร คือศรัทธาที่เดินได้ คือไม้เกาหลังของชาวบ้าน คือเส้นประสาทสุดท้ายของราชการที่ยื่นไปสัมผัสชาวบ้านส่วน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เคยไปลงพื้นที่ตรวจราชการแล้วพูดว่า ดูบุคลิกและแววตารู้สึกได้เลยว่าพัฒนากรไม่เหมือนกับข้าราชการอื่น เพราะมีแววตาเอื้ออาทร และกุลีกุจอไปช่วยเหลือชาวบ้านก่อนใครปกติข้าราชการบรรจุใหม่จะต้องผ่านการอบรมหลักสูตรของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ยกเว้นหลักสูตรของปลัดอำเภอ และหลักสูตรพัฒนากร ซึ่งหลักสูตรพัฒนากรนั้นกรมการพัฒนาชุมชนจัดอบรมเอง เพราะใช้เวลานานถึง 40 วัน มีทั้งวิชาการ ภาคปฏิบัติ และลงพื้นที่ อยู่กับชาวบ้านเพื่อซึมซับอุดมการณ์ในการพัฒนาในยุคของ อธิบดีอภิชาติ โตดิลกเวชช์ ได้ประกาศวิสัยทัศน์กรมการพัฒนาชุมชนว่า “เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง ชุมชนพึ่งตนเองได้ภายในปี 2564” พัฒนากรต้องเป็นคู่คิดกับชาวบ้าน สร้างการเป็นผู้นำให้ชาวบ้าน และสร้างภูมิคุ้มกันให้ชุมชนตั้งแต่ปี 2559 มีการจัดอบรมเติมความรู้ให้แก่พัฒนากรทั้งประเทศ ให้เข้ามาอบรมที่ศูนย์บ่มเพาะ 11 แห่ง โดยเอาวิทยากรจาก สถาบันปัญญาภิวัฒน์ มาสอน ซึ่งไม่ได้สอนเชิงวิชาการ แต่เน้นเปลี่ยนความคิด (mindset) ให้เป็น พัฒนากรเชิงพาณิชย์ ต้องรู้จักช่องทางค้าขายสินค้าโอทอป รู้เรื่องเศรษฐกิจ การตลาด และสต๊อกสินค้า ทั้งยังคัดเลือก หมู่บ้านชุมชนเข้มแข็งที่พัฒนาจนพึ่งตนเองได้ 20 แห่งมาถ่ายเป็นหนังตัวอย่าง เพื่อเรียนรู้วิธีการทำงานของพัฒนากรที่ประสบความสำเร็จและเมื่อปีที่แล้วก็เปิดรับสมัครพัฒนากรที่ต้องการเข้าฝึกอบรม โครงการ CD Talent คนกล้าคืนถิ่น เพื่อเสริมสร้างศักยภาพพัฒนากรรุ่นใหม่ ให้เข้าใจและเข้าถึงรูปธรรมของการพึ่งตนเองตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ระยะเวลาอบรม 5 เดือน ต้องเข้าค่าย ลงมือทำ มีทีมมอนิเตอร์และถอดบทเรียน พัฒนากรที่สมัครเข้าโครงการต้องมีที่ดินของตัวเอง 100 ตารางวา เมื่อจบหลักสูตรแล้วสามารถทำการเกษตรแบบผสมผสาน สร้างรายได้เดือนละ 1 แสนบาทอีกไม่นานพัฒนากรทั้ง 600 คนที่จบการอบรมจะกลายเป็นวิทยากรขยายผลลงไปในหมู่บ้าน เสมือนกับปราชญ์ชุมชน เข้าใจถ่องแท้ ทำเป็น และอธิบายได้ ไม่ใช่แค่ท่องจำ 3 ห่วง 2 เงื่อนไข.ลมกรด