ลิขสิทธิ์กีฬานับวันจะแพงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งก็เป็นเรื่องของธุรกิจอันเกี่ยวเนื่องกับกีฬา และเมื่อเป็น “ธุรกิจ” ก็ย่อมมี “กำไร” และ “ขาดทุน” เข้ามาเกี่ยว และเกี่ยวต่อเนื่องถึงการแข่งขันเชิงธุรกิจที่ก็เป็นเรื่องของบริษัทเอกชนว่ากันไปตามระบบแต่ก็มีลิขสิทธิ์กีฬาที่คนไทยอยากดู และรู้สึกกระวนกระวายใจหากไม่ได้ดู มีทั้งอยากดูแบบที่มีนักกีฬาไทยแข่ง และไม่มีนักกีฬาไทยไปแข่งในตอนนี้ อย่าง “ฟุตบอลโลก”และก็แปลกมากไปอีก เมื่อมีการออกกฎบังคับ ถึงกีฬาที่ต้องถ่ายทอดสด และต้องเสนอในฟรีทีวี นั่นเท่ากับคือให้ดูฟรี จะไปออกเคเบิลและเก็บเงิน ไม่ได้ ทั้งๆที่มีการซื้อขายลิขสิทธิ์ แถมผู้ที่ออกกฎกลับไม่ต้องจ่ายเงินจ่ายทองกับค่าลิขสิทธิ์นั้นด้วยกลายเป็นการปิดช่องทางไม่ให้เอกชนหารายได้เพิ่มเติมมาตู๊ค่าใช้จ่าย และลิขสิทธิ์ที่สูงลิ่ว!ไม่เท่านั้น ดูเหมือนจะมีความพยายามใช้ช่องว่าง ตรงนี้ เพื่อกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ซึ่งก็ย่อมจะมี ทั้งผู้ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ โดยยกเหตุถึงการ ที่ประชาชนคนไทยจะได้ดูการถ่ายทอดสดแบบฟรีๆแต่ไอ้ที่ว่าฟรีๆนั้น คือคนดูไม่ต้องควักกระเป๋า แต่ก็ต้องมีเม็ดเงินอื่นๆเข้ามาจับจ่ายให้แทน ในกลุ่ม ลิขสิทธิ์กีฬาที่ถูกบังคับให้ถ่ายทอดสดฟรี อาทิ ฟุตบอลโลก โอลิมปิกเกมส์ และเอเชียนเกมส์ซึ่งมีการเรียกร้องหาเงินอุดหนุนจากภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดที่ทางการกีฬาแห่งประเทศไทย หรือกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเอง เพื่อช่วย “ทีวีพูล” ซึ่งก็เป็นการรวมกลุ่มของภาคธุรกิจทีวี ในการถ่ายทอดสด หรือแม้แต่ภาครัฐจะทำเองก็ตามขนาดระดับรัฐมนตรีเอง ยังเคยพูดถึงแนวคิด ที่รัฐจะซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกเอง ใช้เงินเป็นพันล้าน กกท. ก็มีแนวทางจะจัดหาลิขสิทธิ์อินดอร์มาร์เชียลอาร์ตเกมส์ และเอเชียนเกมส์ วันก่อนก็มีความพยายาม จะร่วมถ่ายทอดสดซีเกมส์ เกมที่ไม่มีค่าลิขสิทธิ์ โดยใช้งบประมาณก้อนหนึ่ง แต่ก็ถูกยับยั้งไว้สิ่งต่างๆเหล่านี้สะท้อนให้เห็นได้ว่า กฎระเบียบ ที่กำหนดไว้ ด้านหนึ่งทำให้ระบบธุรกิจการถ่ายทอดสด กีฬา ไม่เป็นไปตามกลไกตลาดปกติ อีกด้านหนึ่งก็เป็นการเพิ่มปัญหาให้กับภาครัฐ การจะใช้เงินมา อุดหนุน ไม่ว่าจะมาจากตรงไหน รวมทั้งเงินกองทุน กีฬาเอง ซึ่งก็มาจากภาษีด้านใดด้านหนึ่ง และเมื่อ ถูกใช้ไปเพื่อการนี้ ย่อมได้รับการเปรียบเทียบกับ ความจำเป็น และความคุ้มค่าในด้านอื่นๆยังไม่นับถึงข้อกฎหมาย หรือระเบียบปฏิบัติจะสามารถทำได้จริงหรือ!ถ้าอยากจะสนับสนุน ใช้วิธีให้สิทธิประโยชน์กับเอกชนที่ทำการถ่ายทอดสดเกมสำคัญๆที่กำหนดไว้ไม่ดีกว่าเหรอ เช่น เว้นหรือลดภาษีบางส่วน ออกระเบียบให้ฟรีทีวีจัดสรรเวลา และคิดราคาในเรตพิเศษที่เหมาะสม เพื่อเอื้อให้เกิดการลดต้นทุนในการถ่ายทอดสดในเกมเป้าหมาย หรือแม้แต่การใช้เงินจากค่าธรรมเนียมต่างๆของ กสทช. ก่อนจะนำส่งรัฐ ส่วนหนึ่งตั้งเป็นกองทุนคอยสนับสนุนในฐานะที่เป็นผู้ออกระเบียบ และควบคุมโดยตรงเรื่องของธุรกิจลิขสิทธิ์กีฬาใหญ่ๆ ไม่ใช่เรื่อง ของสาธารณกุศล ไม่มีฟรี!เพียงแต่ว่าใครจะจ่าย จะหาเงินมาชดเชยกันจากไหนเท่านั้นแหละ...แล้วมาทำให้เป็นเรื่องกันทำไม ใช้ ม.44 ปลดปล่อยให้เอกชนเค้าว่ากันไปตามกลไกเถอะ เอาเวลา เอางบประมาณไปทำอย่างอื่น เป็นประโยชน์ กับประเทศชาติมากกว่าเยอะ...“เบี้ยหงาย”