“ไชยชนก” เปิดใจเป็นครั้งแรก สัมพันธ์กับแม่ผู้ให้กำเนิด หย่า “พ่อเนวิน” ตั้งแต่จำความไม่ได้ “แม่กรุณา” เลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็ก เผยตอนนี้มีครอบครัวใหม่มีความสุขดี โอดการเมืองโหดร้ายต้องรับให้ได้ แจงยิบใช้ชีวิตเด็กนอก 17 ปี มีเรียนซ้ำชั้น ไม่จบ ออกมาทำสนามแข่งรถก่อน เมิน “เขากระโดง” จุดอ่อนรัฐบาล ตีธงลุยต่อ TH-AI PASSPORT “ภาวุธ” แฉตั้งกลุ่มฮั้วกันเป็นทีม ปูดวิธีงาบหล่อเลี้ยงระบอบสีน้ำเงิน ฉะจัดงบฯ 70 โกงกินรูปแบบใหม่ในคราบโครงการดิจิทัล-AI ดูดกองทุนฯเข้ากระเป๋า “การดี” เตือนยังไม่สายให้ยกเลิก “เสรีพิศุทธ์” ผนึก คปท.ไล่บี้ทวงคืนที่เขากระโดงให้ รฟท. บิ๊ก FBI พบ “อนุทิน” ถกขจัดอาชญากรรมข้ามชาติ จ่อตั้ง “พลพีร์” ลุยปราบผู้มีอิทธิพล “เอกนิติ” สั่งร่อนตะแกรงสวมสิทธิคนจน “หนู” เมินจีนส่งรถถัง T59D ให้เขมร กองทัพไทยฮึ่มพร้อมเต็มอัตราศึก เปิดกรุเลขาฯ ป.ป.ช. เล่นของสะสมมีดหมอนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เปิดเผยถึงความสัมพันธ์กับนางพิมพ์ลภัส มณีรัมย์ (ชื่อเดิมนางสมบัติ ชิดชอบ) มารดาผู้ให้กำเนิดเป็นครั้งแรก หย่ากับพ่อตั้งแต่จำความไม่ได้ ได้แม่กรุณา ชิดชอบ เลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็กจนโต ติดตามชีวิตมีความสุขดีไม่ได้ลำบากบิ๊ก FBI เข้าพบ “อนุทิน” ที่ทำเนียบเมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 10 มิ.ย.ที่ห้องรับรองชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้การต้อนรับคณะผู้จัดการประชุม The 26th FBI National Academy Associates (FBINAA) Asia Pacific Chapter Retraining Conference ประกอบด้วย พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ประธานสมาคมนักเรียนเก่า FBI-NA แห่งประเทศไทย นายฌอน เค. โอนีลล์ เอกอัครราชทูตสหรัฐ อเมริกาประจำประเทศไทย นายแอนดรูว์ เบลีย์ รองผู้อำนวยการร่วมสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐอเมริกา (FBI) และนายเบนจามิน จี. เวอร์ชิว ผู้ช่วยทูตฝ่ายกฎหมาย FBI จัดโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)หารือขจัดอาชญากรรมข้ามชาติน.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความร่วมมือกับ FBI และเครือข่ายพันธมิตรระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทุกรูปแบบ FBINAA ยังกล่าวชื่นชมบทบาทไทยในการเป็นพันธมิตรสำคัญ และขอบคุณสำหรับความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง การสืบสวนและติดตามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ การปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ การค้ามนุษย์ และอาชญากรรมไซเบอร์นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่า เป็นการมาพบพูดคุยถึงสถานการณ์ทั่วไป เมื่อถามว่ามีสถานการณ์พิเศษอะไรกับการมาพบนายกฯครั้งนี้หรือไม่ นายฉัตรชัยตอบว่า เรื่องความร่วมมือทั่วไป เรื่องอาชญากรรม ไม่มีวาระอะไรเป็นพิเศษทำไขสือปมรีดเงินเดือนละ 5 ล้านต่อมาเวลา 11.18 น. นายอนุทินให้สัมภาษณ์หลังประชุม ครม.ถึงกรณีไปตอบคอมเมนต์แซวว่า “อิอิ ทายกี่ทีก็ถูกว่าเป็นใคร” ในบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ที่โพสต์ระบุว่ามีกลุ่มบุคคลพยายามขุดคุ้ยข้อมูลนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม และบริษัท PT เพื่อรีดเงินเดือนละ 5 ล้านบาท นายอนุทินยิ้มพร้อมกล่าวว่า “พูดถึงอะไรผมไม่เข้าใจ” ผู้สื่อข่าวจึงถามย้ำว่าเรื่องรีดเงิน 5 ล้านบาท นายอนุทินหยุดฟัง แต่ไม่ตอบคำถาม เมื่อถามว่าที่ประชุม ครม.มีการพิจารณาทบทวนปรับหลักเกณฑ์มาตรการภาษีลดหย่อนค่าอุปการะพ่อ-แม่ ที่ใช้เป็นเกณฑ์การกลั่นกรองสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง ชี้แจง เพราะรับข้อสั่งการไปแล้วตั้ง “พลพีร์” ลุยปราบผู้มีอิทธิพลผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการประชุม ครม. ระหว่างนายอนุทินเดินกลับมายังตึกไทยคู่ฟ้า ได้ยืนคุยกับนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด มีรายงานว่า นายกฯมีการสอบถามถึงความคืบหน้าการจัดการกลุ่มมาเฟียภูเก็ต ที่ล่าสุดยังได้รับรายงานการแก้ไขปัญหาดังกล่าว นายพลพีร์เปิดเผยว่า นายกฯสั่งการให้ไปดำเนินการสิ่งที่ยังค้างคา และยังไม่สำเร็จ ตนจะลงไปบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีรายงานเพิ่มเติมว่า นายกฯเตรียมแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามผู้มีอิทธิพล โดยจะนั่งเป็นประธานด้วยตัวเอง แต่จะมอบหมายให้นายนายพลพีร์เป็นผู้รับผิดชอบ เหมือนกับที่นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี เคยได้รับหน้าที่นี้ขณะดำรงตำแหน่ง รมช.มหาดไทย“ไชยชนก” แจงสัมพันธ์แม่ให้กำเนิดขณะที่นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวชี้แจงถึงความสัมพันธ์กับนางพิมพ์ลภัส มณีรัมย์ (ชื่อเดิมนางสมบัติ ชิดชอบ) มารดาผู้ให้กำเนิด ว่า ขอชี้แจงเพียงรอบเดียวเพราะเป็นเรื่องไม่เหมาะสมที่จะดึงเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมือง ความสัมพันธ์กับคุณแม่ ทราบว่าได้หย่ากับนายเนวิน ชิดชอบ ผู้เป็นบิดา ตั้งแต่ตนยังอายุ 2-3 ขวบ ยังจำความอะไรไม่ได้ พอจำความได้คุณแม่กรุณา ชิดชอบ เป็นผู้เลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็กจนโต เคยถามเรื่องมารดาที่ให้กำเนิดกับคุณพ่อ แต่เป็นคำถามที่พ่อไม่สบายใจที่จะตอบ จึงไม่ได้ถามต่อถึงเหตุผลว่าทำไมถึงเลิกรากัน ทราบว่าคุณแม่มีครอบครัวใหม่ และมีความสุขดี คบกันมายาวนานหลายสิบปีแล้ว ส่วนตัวไม่ได้พบหรือพูดคุยกับคุณแม่ เมื่อเติบโตขึ้นก็ได้ติดตามความเป็นอยู่ของคุณแม่ ทราบว่าไม่ได้ลำบากอะไร ส่วนกรณีคดีปี 2554 ตำรวจบุกทลายบ่อนที่เกี่ยวข้องกับมารดานั้น ไม่เคยทราบมาก่อน เพิ่งมาทราบภายหลัง ทำให้ได้รู้จักแม่มากขึ้นโอดการเมืองโหดร้ายต้องรับให้ได้นายไชยชนกกล่าวว่า หากคุณแม่ได้เห็นข่าวนี้ อยากบอกว่าอดีต ปัจจุบัน และอนาคตเป็นอย่างไร ต้องขอบคุณที่ให้กำเนิดมา กระแสข่าวไม่ได้กระทบความรู้สึก ขอให้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ส่วนสื่อมวลชนที่มีจุดประสงค์จะทำลายอนาคตทางการเมือง หรือดิสเครดิต ขอให้โฟกัสให้ถูกจุดอย่าเบี่ยงไปเรื่องอื่น คุณแม่ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ ต่างคนต่างอยู่ ต่างครอบครัว และทุกคนมีความสุขอยู่แล้ว เมื่อถามว่าตั้งแต่เกิดเรื่องนายเนวินให้คำแนะนำอะไรหรือไม่ นายไชยชนกตอบว่า ต้องอดทน เพราะเราเป็นเป้าเป็นเรื่องปกติ ต้องเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง อยู่ให้ได้ ที่เลี่ยงการเมืองมาตั้งแต่เด็กจนโตเพราะรู้ว่าการเมืองโหดร้าย เมื่อเข้ามาเองต้องยอมรับ เชื่อมั่นในสิ่งที่คุณพ่อสอนว่าหากมีเจตนาทำดี ก็ให้ยึดมั่นและทำต่อไปสั่งทีมกฎหมายดูแลปกป้องสิทธิ์เมื่อถามถึงวุฒิการศึกษาที่ไปศึกษาต่อต่างประเทศถึง 17 ปี แต่เหตุใดจึงมาจบปริญญาตรีที่จังหวัดบุรีรัมย์ นายไชยชนกตอบว่า เรื่องนี้ไม่เคยปิดบัง เคยเรียน prep school และ high school ระหว่างเรียนมหาวิทยาลัยมีการซ้ำชั้น มีฝึกงาน สุดท้ายจึงออกจากการเรียนมาทำสนามแข่งรถทั้งที่ยังเรียนไม่จบ ทั้งหมดไม่มีสิ่งใดปิดบัง ทั้งเรื่องครอบครัวและการศึกษา เมื่อถามถึงกระแสวิจารณ์มองเป็นการชกใต้เข็มขัดหรือไม่ นายไชยชนกตอบว่า ถือเป็นมือใหม่ทางการเมืองจะใต้หรือไม่ใต้ไม่ทราบ แต่ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งจะไม่ทำสิ่งเหล่านั้น เมื่อถามว่าจะใช้สิทธิทางกฎหมายเพื่อปกป้องตัวเองหรือไม่ นายไชยชนกตอบว่า อยู่ระหว่างพิจารณา มอบหมายฝ่ายกฎหมายไปดูแล หากรับได้ก็อาจไม่จำเป็นต้องดำเนินการ ไม่อยากก่อกรรมเพิ่ม แต่ขอปรึกษาทีมกฎหมายก่อนซัดมีขบวนการขัดขวางเวทีรับฟังผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีกระทรวงดีอีเตรียมจัดเวทีเปิดรับฟังความคิดเห็นโครงการ TH-AI PASSPORT วันที่ 11 มิ.ย. นายไชยชนกตอบว่า เจตนาอยากรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย ที่สนใจและใส่ใจโครงการนี้ ความคาดหวังมีอยู่ในใจอยู่แล้ว คืออยากปรับเปลี่ยนให้ชัดเจนขึ้นในการใช้งบประมาณที่คุ้มค่า รู้สึกเสียดายเล็กน้อยช่วงที่ผ่านมามีกระบวนการทำให้หลายคนที่อยากแสดงความคิดเห็น รู้สึกไม่กล้าหรือกังวล แต่เชื่อว่ายังมีอีกหลายคนมาร่วมแสดงความคิดเห็น เดี๋ยวมาสรุปกันอีกครั้ง เมื่อถามว่ารับฟังความคิดเห็นแล้วจะนำไปเปลี่ยนแปลงรูปแบบโครงการถึงขั้นไหน นายไชยชนกตอบว่า เท่าที่ศึกษาและปรึกษากับปลัดกระทรวงดีอี สิ่งที่ทำได้ต้องอยู่ในกรอบทีโออาร์เดิม แต่เราสามารถทำบันทึกแนบท้ายเพื่อไปเจรจากับคู่สัญญาได้ คิดว่าทำได้เยอะพอสมควรตีธงลุยต่อ TH–AI PASSPORTเมื่อถามว่าในทีโออาร์เปิดช่องให้ยกเลิกสัญญาได้ แต่แนวทางขณะนี้คือเดินหน้าต่อแน่นอนใช่หรือไม่ นายไชยชนกตอบว่า รอฟังความคิดเห็นก่อน ทุกสัญญาต้องสามารถตอบได้ทุกอย่าง เพื่อนำไปสู่โครงการที่เป็นประโยชน์ คุ้มภาษีประชาชน เป็นธรรม คิดว่าสมควรเดินต่อเพราะเมื่อตรวจสอบในเชิงกระบวนการถูกต้องตามกฎหมาย แต่ถ้าไม่เป็นแบบนั้นก็พร้อมทุกทางไม่ได้ยึดติด เมื่อถามย้ำว่าไม่กังวลว่าโครงการนี้จะฉุดความนิยมรัฐบาลใช่หรือไม่ นายไชยชนกตอบว่า “ไม่ครับ เรามีความตั้งใจดี และคิดว่ารัฐบาลนี้ค่อนข้างรับฟังความคิดเห็นประชาชนมาก เป็นสิ่งที่ดีแล้วนำมาปรับ อย่างเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตราบใดที่เป้าหมายเราเหมือนเดิม เมื่อถามว่าในทีโออาร์กำหนดให้ต้องพาข้าราชการในกระทรวงเดินทางไปดูงานต่างประเทศด้วย ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายไชยชนกตอบว่า อันนี้ยังไม่เห็น ขอไปดูก่อน ตอนนี้มีทั้งสื่อที่จริงและไม่จริง สื่อสารกันมั่วไปหมด รอสรุปทีเดียวเมินปมเขากระโดงจุดอ่อนรัฐบาลเมื่อถามถึงกรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย และกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ยื่นหนังสือถึงนายกฯทวงถามเรื่องที่ดินเขากระโดง นายไชยชนกตอบว่า ปล่อยไปตามกระบวนการกฎหมาย ขอยืนยันเหมือนเดิมคือเรื่องสิทธิและความถูกต้อง เรื่องที่ถูกขุดขึ้นมาเป็นประเด็น คือเรื่องที่นายชัย ชิดชอบ คุณปู่ลงนาม ให้ไปเช็กข้อมูลดู ที่ไม่มีเอกสารสิทธิมีเพียง 6 ไร่ เราต้องยึดมั่นในความถูกต้อง แต่พื้นที่ที่เหลือมันมีเอกสารสิทธิ และเราครอบครองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อถามว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยฟ้องในส่วนของที่ดินที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวชิดชอบหรือไม่ นายไชยชนกตอบว่า ทุกอย่างอยู่ในขั้นตอนกระบวนการกฎหมาย ให้ทีมกฎหมายมาตอบเพื่อความชัดเจน เมื่อถามว่าประเด็นนี้เป็นจุดอ่อนของรัฐบาลหรือไม่ นายไชยชนกตอบอย่างมั่นใจว่า “ผมคิดว่าไม่”“ศุภจี” ไม่ท้อหลังเผชิญดราม่าอ่วมนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงประเด็นดราม่าที่โดนหลายเรื่องรู้สึกท้อหรือไม่ว่า ไม่มีปัญหา เรื่องข้อมูลการสื่อสารมีมากมายที่เป็นข้อเท็จจริงก็เยอะ เวลาเราอธิบายเรื่องอะไรที่มีขั้นตอน ทั้งระยะสั้น กลาง และยาว อาจมีคนหยิบประเด็นว่าทำไมไม่แก้ตรงนั้นตรงนี้ เราก็ค่อยๆอธิบายไป มีทั้งโฆษกรัฐบาล โฆษกพรรค โฆษกกระทรวงพาณิชย์ ช่วยดูแลสื่อสารข้อมูล ขอฝากสื่อมวลชนให้สื่อสารข้อมูลข้อเท็จจริงให้ครบถ้วน เมื่อถามย้ำว่ามีท้อบ้างหรือไม่ นางศุภจีตอบว่า ไม่ เป็นเรื่องที่ทำให้เราต้องปรับปรุงการสื่อสารให้คนเข้าใจมากยิ่งขึ้น งานกระทรวงพาณิชย์เป็นงานที่ดูทั้งระบบ จะดูแต่เพียงระยะสั้นไม่พอ แต่คนที่หยิบไปเป็นประเด็นมักดูแค่ระยะสั้น ไม่ดูระยะยาว ตอนนี้เราปรับปรุงการสื่อสาร โดยโฆษกกระทรวงฯจะทำอินโฟกราฟิกให้เห็นห่วงโซ่ทั้งระบบ“เอกนิติ” สั่งร่อนตะแกรงจนปลอมนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง กล่าวว่าการประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม วันที่ 11 มิ.ย. มุ่งเน้นทบทวนหลักเกณฑ์เพียงข้อเดียวคือเรื่องภาษีที่บุตรนำชื่อบิดามารดาไปใช้สิทธิลดหย่อน ไม่มีการพิจารณาทบทวนเกณฑ์อื่นๆ เป็นไปตามที่นายกฯมอบนโยบายลงมา หลังจากได้รับข้อกังวลและข้อร้องเรียนจากสังคมช่วงที่ผ่านมา เป้าหมายหลักโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ให้เงินช่วยเหลือเดือนละ 300 บาท รัฐบาลต้องการมุ่งเน้นช่วยเหลือกลุ่มคนที่เดือดร้อนที่สุดจริงๆ จากการตรวจสอบฐานข้อมูลผู้ถือบัตร 13.2 ล้านคน พบว่ายังมีกลุ่มคนที่ไม่เดือดร้อนจริงแฝงอยู่พอสมควร เช่น บางรายนั่งรถยนต์สภาพดีมาใช้สิทธิ แต่กลับมีประชาชนที่ยากลำบากจริงๆอีกจำนวนมากที่ตกหล่น และไม่ได้รับสิทธิในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวกระทรวงการคลังจึงต้องปรับการคัดกรองให้ละเอียดมากขึ้น บัตรสวัสดิการเราทำ 5 ปีทำที ไม่ได้ทำทุกปี 13.2 ล้านคนคือลงทะเบียนครั้งสุดท้ายปี 2565 ต้องมาทบทวน“ภาวุธ” แฉตั้งกลุ่มฮั้วกันเป็นทีมด้านนายภาวุธ พงษ์วิทยาภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวตั้งข้อสังเกตกรณีกระทรวงดีอีเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นโครงการ TH-AI Passport ว่า ทำไมจึงมาเปิดรับฟังความเห็นย้อนหลัง ขณะที่โครงการเดินหน้าไปแล้ว สะท้อนให้เห็นชัดว่าโครงการนี้ไม่ได้เริ่มต้นจากความต้องการของประชาชน แต่เริ่มต้นจากมีเงินเหลือแล้วจะเอาออกมาจากกองทุนได้อย่างไร ฉะนั้นกระบวนการทีโออาร์ทุกอย่างเพื่อให้เกิดคอร์รัปชัน ในทีโออาร์กำหนดผู้เข้ามาร่วมประมูลต้องเป็นบริษัทที่เคยรับงานมีมูลค่า 400 ล้านบาทในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมีไม่เกิน 15 บริษัทในไทยเท่านั้น 15 บริษัทนี้รู้จักกันดี จึงส่อให้เห็นถึงการฮั้วการทำเป็นกลุ่มก้อน เอาเม็ดเงินส่วนนี้ออกมา ทำไมถึงไม่ลดเพดานการประมูลงานครั้งนี้ลงมา เพื่อให้ผู้ประกอบการเอกชนด้านเทคโนโลยีในระดับกลางสามารถเข้าประมูลได้ ที่สำคัญทีโออาร์ระบุชัดว่าต้องซื้อสื่อ คาดการณ์ว่าคนที่ได้โครงการนี้อาจเป็นคนที่เขียนทีโออาร์เองด้วยซ้ำ ฉะนั้นโครงการนี้ยิ่งตอกย้ำว่าเป็นโครงการฮั้วปูดวิธีงาบหล่อเลี้ยงระบอบน้ำเงินเมื่อถามว่าบริษัทที่เข้าประมูลเป็นฝั่งน้ำเงินใช่หรือไม่ นายภาวุธตอบว่า หากดูโครงการนี้โครงการเดียวยังไม่เห็นความสัมพันธ์เท่าไหร่ แต่ถ้าดูกว้างๆ มีโครงการลักษณะนี้อีกเป็น 10 โครงการ หน้าตาผู้ประกอบการที่เข้าร่วมประมูลแข่งขันล้วนเป็นหน้าเดิม มีการสลับกันได้โครงการ โดยไม่มีผู้ประกอบการหน้าใหม่ จึงขอย้ำว่าโครงการ TH-AI Passport เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็ง มีอะไรข้างล่างอีกเยอะ มีลักษณะเป็นรูปแบบการส่งบริษัทกลุ่มหนึ่งเข้าไปทำราคากลาง ทำให้ราคากลางจากเดิมที่ควรต่ำถีบสูงขึ้นมาเป็นหลักหลายร้อยล้านบาท พอรวมหัวกันกำหนดราคาสูงขึ้นจึงเลือกว่าใครจะเข้ามาประมูลโครงการ สุดท้ายก็จะเกิดการส่งมอบเงินเหล่านี้ให้เครือข่ายพรรคการเมือง เราเรียกกลุ่มทุนนี้ว่ากลุ่มทุนสีน้ำเงิน เป็นส่วนหนึ่งของระบอบสีน้ำเงิน ที่ครอบคลุมไปถึงสภาสูง สภาล่าง องค์กรอิสระและยังครอบคลุมไปถึงนักธุรกิจที่เป็นกลไกสำคัญทำให้ระบอบสีน้ำเงินหมุนเวียนอยู่ได้ฉะโกงกินมารูปแบบใหม่ดิจิทัล–AIนายภาวุธกล่าวต่อว่า งบประมาณปี 2570 กระทรวงดีอีได้รับเพิ่มกว่า 33% เกิดคำถามว่าทำไมจู่ๆ กระทรวงนี้ถึงได้เงินเยอะขึ้น จะบอกว่าดิจิทัลกำลังมาก็ไม่ใช่ จะบอกว่าเจ้ากระทรวงเป็นลูกของใครหรือไม่ก็ไม่แน่ใจ แต่เม็ดเงินมหาศาลเหล่านี้กำลังไหลเข้ามาในกระทรวงที่มีโครงการลักษณะนี้ ขอย้ำว่าวันนี้การโกงกินเริ่มไหลมาสู่โครงการที่เป็นดิจิทัล AI ได้เห็นว่ามีโครงการลักษณะนี้และเม็ดเงินมหาศาลอย่างน่าประหลาดใจ นี่คือการโกงกินรูปแบบใหม่ที่เป็นรูปแบบดิจิทัล เมื่อถามว่าจะนำเรื่องนี้ไปอภิปรายในงบประมาณปี 2570 หรือไม่ นายภาวุธตอบว่า พรรค ปชน.กำลังแบ่งทีมตรวจสอบ มีตัวเลขงบประมาณหลายตัวที่เป็นเหตุเป็นผล แต่หลายตัวน่าประหลาดใจ“การดี” เตือนยังไม่สายควรยกเลิกนางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในที่ประชุมคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด (กมธ.ปปง.) สภาผู้แทนราษฎร ได้รับแจ้งจากกระทรวงดีอี ว่า งานงวดแรกของโครงการ TH-AI Passport มีการส่งมอบแล้วจริง แต่การตรวจรับงานยังอยู่ในกระบวนการ หมายความว่าค่างานงวดแรกกว่า 300 ล้านบาท ยังไม่มีการจ่ายเงิน จึงขอเรียกร้องและเสนอว่ายังมีโอกาสทบทวนความเหมาะสมในโครงการนี้ ตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐมาตรา 97 และในวันที่ 11 มิ.ย. ขอเชิญชวนประชาชนให้ไปร่วมสะท้อนในข้อกังวลโครงการนี้ เพื่อปรับทีโออาร์ให้มีความโปร่งใสขึ้น เมื่อถามว่ามองว่าการเปิดรับฟังความเห็นเป็นเพียงพิธีกรรมการฟอกขาวเท่านั้น นางการดีตอบว่า เป็นห่วงเรื่องนี้เช่นกัน แต่เมื่อทีโออาร์ยังสามารถปรับได้ หรือแม้แต่ทำให้โครงการนี้หยุดไปโดยสิ้นเชิงในเชิงกฎหมาย เรายังมีโอกาสหยุดโครงการนี้ ไม่อยากให้โครงการเดินต่อไป เพราะคนไทยเสียภาษีไปโดยไม่ได้ประโยชน์อะไรคปท.บี้รัฐคืนที่เขากระโดงให้ รฟท.ช่วงสายที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล นายพิชิต ไชยมงคล นายนัสเซอร์ ยีหมะ แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) พร้อมตัวแทนสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย และสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย เข้ายื่นหนังสือถึงนายกฯขอให้เร่งดำเนินการตามคำพิพากษาคดีที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ คืนแก่การถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) นายพิชิตกล่าวว่า คดีนี้เป็นบททดสอบหลักนิติรัฐ ธรรมาภิบาล และความศักดิ์สิทธิ์ของกระบวนการยุติธรรม เรียกร้องรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย เร่งดำเนินการตามคำพิพากษาศาล และขอตั้งข้อสังเกตต่อนายอนุทิน นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านพื้นที่พิพาท มีความเหมาะสมทางจริยธรรม ความโปร่งใสในการใช้อำนาจรัฐต่อกรณีนี้หรือไม่“เสรีพิศุทธ์” กัดไม่ปล่อยอธิบดีที่ดินต่อมา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ยื่นเรื่องต่อศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล ถึงนายกฯ ขอให้ตรวจสอบติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของอธิบดีกรมที่ดิน และข้าราชการตำรวจ ในการดำเนินคดีเพิกถอนที่ดินเขากระโดง มีนายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับเรื่อง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า เนื้อหาทั้งหมดที่ยื่นชี้ให้เห็นถึงการกระทำของอธิบดีกรมที่ดินไม่ยอมเพิกถอนเอกสิทธิ์ผู้บุกรุกที่ดินของ รฟท. และไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลฎีกา ศาลอุทธรณ์ภาคสาม และศาลปกครองกลาง ที่มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ที่ทราบดีว่าที่ดินทั้งหมด 5,083 ไร่ 80 ตารางวา เป็นกรรมสิทธิ์ขอ รฟท. และขอให้ ผบ.ตร. เร่งดำเนินคดีกับนายเนวิน ชิดชอบ และผู้บุกรุกที่ดิน รฟท.เย้ย “ศุภชัย” สวมบททนายหน้าหอเมื่อถามว่านายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ขู่ฟ้องร้องดำเนินคดีผู้ที่ออกมากล่าวหาเรื่องที่ดินเขากระโดง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ตอบว่า นายศุภชัยเป็น สส. เป็นทนายความ เล่นการเมืองมานานไม่ได้เป็นรัฐมนตรีสักที เพราะไม่มีเงิน รับเงินจากพรรคภูมิใจไทยแล้วใครจะให้เป็นรัฐมนตรี คนมาหน้าใหม่จ่าย 300-500 ล้านบาท ได้เป็นรัฐมนตรีกันหมด แต่นายศุภชัยไม่มีเงินก็ต้องทำแบบนี้ พยายามพูดเอาใจนาย เมื่อถามว่ากรมที่ดินชี้แจงว่าคำพิพากษาไม่ได้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ตอบว่า ก่อนตั้งใครเป็นอธิบดีก็ต้องพูดคุยว่าสามารถดำเนินการบางเรื่องได้หรือไม่ เมื่อตั้งเข้ามาก็ไม่มีการเพิกถอนที่ดิน ได้ยื่นข้อกล่าวหานายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบต่อ ป.ป.ช.ไปแล้ว เมื่อถามว่าจะสู้ระบอบสีน้ำเงินได้หรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ตอบว่า อำนาจรัฐพังเพราะตนมามากแล้ว หากนายอนุทินไม่ทำอะไร จะดำเนินคดีเพิ่มข้อหาอีก“หนู” เมินจีนส่งรถถัง T59D ให้เขมรวันเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีทางการจีนส่งมอบรถถัง T59D ให้กัมพูชาจำนวน 39 คัน จากทั้งหมด 93 คันว่า ไม่เกี่ยวอะไรกับประเทศไทย เมื่อถามย้ำว่ามีข้อกังวลในเรื่องนี้หรือไม่ นายกฯ ส่ายหน้าพร้อมกล่าวว่า ไม่กังวล ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าทั้งลอตต้องส่งมอบให้มากถึง 93 คัน นายอนุทินตอบหนักแน่นว่า “กองทัพไทยก็พร้อม”“บิ๊กดุลย์” ไม่รู้เขมรเอาไปใช้ที่ไหนพล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม กล่าวว่า จีนและกัมพูชามีการฝึกร่วมกันมานานตั้งแต่ปี 2016 และ T59D เป็นรถถังเก่าที่จีนรีโนเวท ขึ้นมาใหม่ และไทยรับทราบว่ากัมพูชามียุทโธปกรณ์ใหม่ คงต้องดูว่ากัมพูชานำมาไว้ที่ไหน ตอนนี้ทางการข่าวทราบว่านำเข้ามาที่ท่าเรือของกัมพูชาแล้ว แต่ยังไม่ได้นำมาที่ชายแดน เป็นดีลเดิมในการฝึกร่วมกันระหว่างจีนกับกัมพูชา แต่เราไม่ได้ประมาท เมื่อถามว่าไทยจะโต้แย้งหรือหารือจีนในประเด็นนี้หรือไม่ พล.ท.อดุลย์ตอบว่า ต้องดูว่ากัมพูชาเอามาไว้ในพื้นที่ชายแดนหรือไม่ หลังจากนี้คงมีการเดินทางไปพบจีนในโอกาสรับหน้าที่ใหม่ ขณะนี้นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ เดินสายการทูตเชิงรุกกับทุกประเทศ ทำควบคู่กับงานด้านความมั่นคง ขอให้ประชาชนมั่นใจ และเชื่อว่ากองทัพ กองกำลัง และหน่วยในพื้นที่มีความพร้อม เรื่องการกำลังหากมีการคิดในเชิงนี้ นายกฯ บอกแล้วว่าให้คิดดีๆทร.เอาอยู่ชายแดนจันทบุรี–ตราดพล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผบ.ทร. กล่าวถึงกรณีจีนส่งมอบรถถัง T59D ให้กัมพูชา อาจมีการนำมาประจำการตรงบริเวณชายแดนจันทบุรี-ตราดว่า เตรียมพร้อม ย้ำว่ากองทัพเรือยังคงดูแลชายแดนอย่างเข้มข้น และอย่าไปพูดเรื่องเปิดด่าน ไม่เคยบอกตรงไหนเลยว่าจะเปิดด่านเลขาฯ สมช.เกาะติดท่าที “ฮุน เซน”นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่า การส่งมอบรถถังจากจีนให้กัมพูชาเป็นเรื่องที่เราต้องติดตาม สถานการณ์ในพื้นที่ยังคงเปราะบาง แต่เรายังยึดมั่นตามข้อตกลงหยุดยิง เชื่อว่าอยู่ในสภาวะที่ควบคุมได้ในระดับพื้นที่หรือระดับท้องถิ่น แม้กระทบกระทั่งกันบ้าง แต่สามารถพูดคุยกันได้ เมื่อถามถึงท่าทีสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ระบุว่า จะใช้กลไกการเจรจาและกำลังทหารในการทวงคืนดินแดนจากไทย นายฉัตรชัยตอบว่า ท่านต้องพูดในบริบทนั้น แต่ฝ่ายไทยมีแนวทางที่เหมาะสม และยังไม่อาจประเมินได้ว่าสมเด็จฮุน เซน จะใช้แนวทางเช่นนั้นจริง ต้องติดตามว่าเป็นอย่างไร แต่ยืนยันว่าเราพร้อมในส่วนของเรา“ศุภจี” หาตลาดใหม่รองรับกุ้งไทยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และ รมว. พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์กรณีมาเลเซียประกาศระงับการนำเข้ากุ้งจากไทย 5 สายพันธุ์ ว่า การแก้ปัญหาระยะกลางและระยะยาว เราต้องช่วยกันหาตลาดใหม่เพิ่มเติม ไม่พึ่งพาตลาดใดตลาดเดียวมากเกินไป เมื่อถามว่ากุ้งที่ไม่ได้ส่งไปมาเลเซียกว่า 400 ตันต่อเดือนจะกระจายในประเทศได้หรือไม่ นางศุภจีตอบว่า พออยู่แล้ว ตอนนี้วางแผนทำให้ได้ทันที พยายามดูดซับหาตลาดสร้างกิจกรรม จับมือร่วมกับโมเดิร์นเทรด ส่งไปในโครงการไทยช่วยไทย เชื่อว่าบริหารจัดการได้ สิ่งที่เราต้องดูแลคือทำอย่างไรจะเจรจากับมาเลเซียให้เขาเข้าใจว่ากุ้งของเราไม่มีปัญหา มาตรการที่เขาระงับนำเข้าทันทีไม่น่าใช่มาตรการที่ถูกต้อง“สุริยะ” ไม่นิ่งนอนใจเจรจามาเลย์ด้านนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญไม่ได้นิ่งนอนใจ ตรวจสอบสาเหตุแล้วพบว่ากรมประมงตรวจสอบการนำเข้าปลากะพงมาเลเซีย มาเลเซียเห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการค้าขาย เรื่องนี้ทราบไปถึงนายกฯ มาเลเซีย และทำหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย อยากให้อำนวยความสะดวก ทางเขาก็สั่งการให้กรมประมงเขาอำนวยความสะดวกการนำเข้ากุ้งไทย จึงทำหนังสือไปยัง รมว.เกษตรและความมั่นคงทางอาหารของมาเลเซีย เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวถาวร ขอให้มีการกำหนดวันเจรจา เชื่อว่าสามารถแก้ปัญหาร่วมกันได้ วินวินทั้งสองฝ่าย ในระดับนโยบายน่าจะเป็นไปได้ที่จะจบ“เท้ง” คึกคักร่วมบรรยายวง วปอ.อีกเรื่อง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “วันนี้ได้รับเกียรติจากวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ร่วมเสวนาแก่นักศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68 ในหัวข้อ “พลวัตทางการเมืองในยุคโลกเปลี่ยนผ่าน” ตั้งใจเต็มที่มาร่วมเสวนา ตั้งใจสื่อสารกับบรรดานายทหารที่ดูแลด้านความมั่นคงในมิติต่างๆ ตลอดจนข้าราชการ นักธุรกิจภาคเอกชน และบุคคลทั่วไป หัวข้อบรรยายที่เตรียมไว้คือ “พลวัตมหาอำนาจกลางกับการจัดระเบียบโลกใหม่ และทางรอดยุทธศาสตร์ความมั่นคงไทย” เพื่อเสนอว่าภายใต้สิ่งเก่าที่กำลังล่มสลาย (มหาอำนาจเดี่ยวแบบสหรัฐอเมริกา) กับสิ่งใหม่ที่ขึ้นมาท้าทาย (มหาอำนาจใหม่อย่างจีน) ไทยเราจะสร้างทางเลือกของเราเองได้อย่างไรเลขาฯ ป.ป.ช.เล่นของสะสมมีดหมอที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินหนี้สินของนายสุรพงษ์ อินทราวร กรณีเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 18 ม.ค.2569 นายสุรพงษ์แจ้งมีทรัพย์สินรวม 33,993,479 บาท มีหนี้สิน 2,051,574 บาท เป็นของนายสุรพงษ์ 14,798,498 บาท อาทิ เงินลงทุน 2,534,620 บาท ที่ดิน โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง บ้านเดี่ยว อาคารชุด และทรัพย์สินอื่นมูลค่า 1,068,000 บาท ได้แก่ มีดด้ามงา หรือมีดหมอที่เป็นเครื่องรางของขลังอย่างมีดด้ามงาใบสัตโลหะ (เนื้อทองจังโก้) 9 นิ้ว 1 เล่ม มีดด้ามงาฝักงาขนาด 5 นิ้ว เลี่ยมเงิน 2 เล่ม มีดด้ามงาฝักไม้ขนาด 5 นิ้ว เลี่ยมเงิน 5 เล่ม มีดด้ามงาฝักงา ขนาด 2.5-3 นิ้ว เลี่ยมเงิน 3 เล่ม รวมถึงตลับพระสมเด็จล้อมเพชร ตลับพระหูยาน ส่วน น.ส.สุรีรัตน์ นวลฉิมพลี คู่สมรส มีทรัพย์สิน 19,194,981 บาท อาทิ เงินฝาก 3 บัญชี 7,017,553 บาท เงินลงทุน 6,361,609 บาท ฯลฯอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่