นอกจากบทพระเอกลิเกการเมือง เล่นละคร ฟ้อนรำ ฮัมเพลง ที่โดดเด่นในเฟส 2 ของอำนาจรัฐบาล “นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล” ทำถึงก็เรื่องการต่างประเทศ จัดคิวจัดรายการเจรจาความเมืองได้เข้าท่าแม้ไม่ถึงขั้นโดดเด่นอยู่บนจอเรดาร์โลก ในห้วงมหาอำนาจยึดซีนเด่นจากฉากสงคราม ประลองกำลังภูมิรัฐศาสตร์ ภูมิเศรษฐศาสตร์ แต่คิวล่าสุดที่ “อนุทิน” ยกทัพใหญ่ไปเยือนประเทศเวียดนามก็ถือว่าทำได้ตามแนวทางยุทธศาสตร์ใหม่ของโลกใบนี้สูตร “ตัวใครตัวมัน พวกใครพวกมัน” ยึดโยง “คู่มิตร” ทวิภาคีประเทศ “คู่แข่ง” ก็แปรมาเป็นเพื่อน “คู่ค้า” กันได้อย่างไทย-เวียดนาม ก็คงเห็นพ้องสูตรนี้ “เติบโตไปด้วยกันได้” เพราะถ้าเบอร์ต้นๆภาคการผลิตแตะมือก็บันลือโลก โดยเฉพาะเรื่องค้าขายสินค้า ข้าว ปลา อาหาร พืชผักผลไม้ สินค้าอุตสาหกรรม ซื้อขายคล่องและราคาดีแน่ในมิตินี้ให้กองอวยปรบมือเป่าปากชมเชียร์ “อนุทิน” ได้เลยแต่ที่ยังเรียกเสียงโห่ฮาไม่หยุด จากความเหิมห้าวในอำนาจรัฐบาลสีน้ำเงินโอ่โชว์ทรงพลังด้วยแรงอุปถัมภ์ค้ำชูจนชักกู่ไม่กลับ ไปกันใหญ่กับการใช้อำนาจล้น แบบไม่คิดเผื่อเก็บไว้ใช้วันหลังโดยเฉพาะคิวปัดเป่าข้อกล่าวหาคดีความ ปมร้อนโยงผู้มีอำนาจ เหมือนจะเร่งรีบเคลียร์คัตตัดตอน เสกเป่าให้หายวับทันตาเห็น ตั้งแต่ปมเลือกตั้ง ประเด็นซุกหุ้นของคนครอบครัว “ชิดชอบ” รายการยื้อยุดไม่ยอมให้ยึดที่หลวงเขากระโดงที่ฮุบครอง ไปจนขบวนการจัดฮั้ว สว. ฯลฯเอาแค่นี้ ขานชื่อก็ล้วนมีคนในเครือข่ายพรรคภูมิใจไทย ตั้งแต่ “นายกฯ อนุทิน” ไปจนบรรดานักการเมือง รัฐมนตรี ถูกข้อกล่าวหากันลอตใหญ่ แน่นอนรวมทั้ง “กุนซือโอ้ง” เนวิน ชิดชอบ และขุมข่ายเครือญาติพากันเผชิญบ่วงกรรมในหลายประเด็นโดยเฉพาะรายการยึดที่ รฟท.ปลูกคฤหาสน์ ตั้งสถานกิจการ ถึงแม้มีคำพิพากษาศาล ทั้งศาลฎีกา ศาลปกครองเรียบร้อย ก็ยังมีรายการดื้อแพ่ง ใช้เล่ห์เหลี่ยม กลเกม ข้อกฎหมาย ยื้อคืนของหลวงที่ดินสาธารณะถึงอำนาจล้นก็ไม่อาจล้างหลักนิติรัฐ นิติธรรมถ้าห้าวหาญแหกหักไปทุกเรื่องก็จะเกินไปแล้วก็เห็นได้ว่าแรงเหิมห้าวเริ่มจะปลุกเร้าแรงต้าน ขุมข่ายอำนาจ และผู้หนุนหลังชัก “แกว่ง” ชนิดฝ่ายตรงข้าม ฝ่ายคัดค้านออกมาปลุกเร้าต่อต้าน โดยไม่เกรงจะต่อกรรัฐบาลอำนาจล้นเหลือไม่แหยงประเภท “เส้นปึ้ก” ทำอะไรก็ไม่ผิดที่สำคัญเกิดเหตุปรากฏการณ์ในองค์กรตรวจสอบ องค์กรอิสระที่เริ่มออกอาการแปร่งๆ ทั้งใน กกต. ป.ป.ช. ดีเอสไอ ฯลฯแม้กระทั่งแรงต้านโครงการรัฐบาล ทั้งโครงการแลนด์บริดจ์ ไทยแลนด์–เอไอ พาสปอร์ต หรือที่โดนติงกระหึ่ม ปมเงื่อนไขบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป้าหมายดีแต่เสี่ยงกระทบสิทธิคนเฒ่าคนแก่ยากจนแผนบริหารไม่ไหลลื่น ติดๆขัดๆแทบทุกเรื่องแล้วก็อย่าลืม ผู้ถูกเลือกอย่างภูมิใจไทย ตอนเป็นค่ายการเมืองย่อมๆ พรรคขนาดกลางๆ ดูไม่มีพิษมีภัย เสียบได้ทุกขั้ว เข้าได้ทุกฝ่าย อยู่ในสายตาผู้หลักผู้ใหญ่เล็งเลือกใช้บริการ จนกระทั่งได้เข้ามาเสียบ เข้ามาบริหารอำนาจแทนผู้เล่นฝั่งอนุรักษ์ ค่ายขวาเก่าแก่ที่ไร้น้ำยา รวมทั้งคณะนายห้างเศรษฐีสีแดงที่ยังถูกระแวงและก็มีคนการเมืองนักสังเกตการณ์หยิบยกเปรียบเทียบ ภาพลักษณ์พรรคภูมิใจไทยก็ไม่ต่าง “น้องหมูเด้ง” ตอนตัวเล็กเป็นฮิปโปเด็กก็น่ารัก คนแห่ไปเยี่ยมชื่นชมแต่พอตัวใหญ่เบ้งเกินพิกัด อวบอ้วนเพราะโกยเก่ง “กินจุ” กลายสภาพเป็น “ฮิปโปยักษ์”เมื่อเริ่มไม่น่ารัก ความนิยมก็ค่อยๆลดเป็นธรรมดาและใช่จะไม่มีโอกาสร่วงหล่น มีสิทธิโดนเอาลงจากเวทีโดยเฉพาะเป็นแค่จุดเริ่ม การสถาปนาสร้างระบอบอำนาจใหม่ อำนาจใหญ่โต แต่ยังไม่ทันแข็งแรงมั่นคง ก็เบ่งกล้ามกันเต็มที่เกินขีด จนเริ่มเห็นหลายจุดเสื่อมทรุดยี่ห้อปราสาทสายฟ้าที่สร้างมา เสี่ยงกลายเป็นปราสาททราย ห้อยโหนยังไงก็มีสิทธิพังครืนได้เช่นกัน.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม