อย่าคิดว่าเสือหลับ จับนักการเมืองเข้ากติกามีความพยายามที่จะสร้างกฎกติกาทางการเมือง เพื่อควบคุมนักการเมืองให้อยู่ในร่องในรอย หวังว่าจะแก้ไขปัญหาต่างๆได้ไม่ว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญ กฎหมายลูก และการตรวจสอบด้วยการให้อำนาจองค์กรอิสระต่างๆได้ทำหน้าที่อย่างเป็นอิสระได้จริงๆทว่านักการเมืองพันธุ์ไทยนั้น แม้ท่าทีด้านหนึ่งจะออกมาต่อต้าน แต่อีกท่าทีหนึ่งคงนั่งกระหยิ่มในใจอยากทำอะไรก็ทำไป...ขอให้มีเลือกตั้งเร็วๆเถอะที่ว่าอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าทีมงานสร้างกฎกติกาจะไม่มีความสามารถในอันที่จะกำหนดกรอบเพื่อควบคุมนักการเมืองให้ดีกว่าที่ผ่านมาเพราะความจริงทางการเมืองนั้นคงไม่ต่างไปจากจับปูใส่กระด้งเนื่องจากนักการเมืองไทยนั้น มีความสามารถพิเศษที่จะใช้เล่ห์เหลี่ยมในอันที่จะสามารถปรับตัวให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลงได้เสมอเว้นแต่ปัญหา “จริยธรรม” ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่สุดเท่านั้นการเลือกตั้งครั้งต่อไปวางหลักเกณฑ์เอาไว้อย่างหนึ่ง เพื่อไม่ให้พรรคการเมืองมีเสียงข้างมาก แต่มีความพยายามที่จะให้มีพรรคการเมืองที่หลากหลาย เพราะคิดจากตรรกะที่ว่า หากปล่อยให้เป็นไปเช่นนั้นก็จะเกิดปัญหาขัดแย้งเหมือนอย่างที่ผ่านมาซึ่งตรงนี้ดูเหมือนจะผิดกับหลักการที่ว่า ควรจะให้มีพรรคการเมืองน้อยจนเหลือพรรคการเมืองใหญ่ 2 พรรค เสนอตัวให้ประชาชนเลือกพรรคหนึ่งเป็นรัฐบาล อีกพรรคหนึ่งเป็นฝ่ายค้านแต่บทเรียนทางการเมืองที่ผ่านมาเกิดความล้มเหลวจนต้องสร้างกติกาใหม่ให้กลายเป็นว่าพรรคการเมืองทุกพรรคมีความหมายอย่างเช่นการกำหนดระบบการเลือกตั้งใหม่ แม้จะคงรูปแบบเดิมก็ตาม แต่ให้เสียงของประชาชนที่มีสิทธิลงคะแนนนั้นมีความหมายกำหนดให้มี ส.ส. 500 คน มาจากเขตเลือกตั้งแบบเขตเดียวเบอร์เดียว 350 คน และบัญชีรายชื่อ 150 คนก่อนหน้านี้หากเลือกผู้สมัครคนหนึ่งก็จะได้คะแนนพ่วงจากระบบบัญชีรายชื่อด้วย พูดง่ายๆว่าซื้อหนึ่งแถมหนึ่งการเลือกตั้งครั้งใหม่หากเลือก ส.ส. เขตคนหนึ่ง พรรคหนึ่ง แต่ถ้าไม่เลือกคะแนนที่ไปใช้สิทธิจะไปบวกกับคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ในพรรคที่ลงคะแนนให้หนึ่งเสียง หนึ่งสิทธิ มีความหมายผลพลอยได้จากกรณีนี้ จะทำให้พรรคการเมืองขนาดเล็กโผล่ขึ้นมาเป็นดอกเห็ดแน่ เพราะอย่างน้อยก็มีคะแนนจากปาร์ตี้ลิสต์เข้าไปรวมด้วยพรรคการเมืองใหญ่จึงต้องอาศัยพรรคการเมืองขนาดกลางและขนาดเล็ก เข้ามาร่วมเพื่อจะได้จัดตั้งรัฐบาลถ้าจะถามว่าพรรคการเมืองใหญ่ที่คิดจะเป็นรัฐบาลก็มีอยู่ 2 ทางเลือก คือ จับมือกันจัดตั้งรัฐบาล อีกทางเลือกหนึ่งก็คือ จะต้องดึงพรรคเล็กๆเหล่านี้มาเป็นรัฐบาลยิ่งปัจจัยทางการเมืองที่ยังมีทางเลือกที่ 3 คือ “คนนอก” สามารถเป็นนายกฯได้ก็ยิ่งต้องคิดให้ลึกไปกว่านั้น เพื่อกันท่าด้วยการไม่เปิดโอกาสให้พรรคเพื่อไทยนั้น การจะตั้งใครเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ จึงต้องรอดูปัญหาในพรรคประชาธิปัตย์ที่อาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงภายในได้อีกทางหนึ่งก็ต้องหาทางแตะมือพรรคเล็กด้วยกลยุทธ์ที่ชำนาญอยู่แล้ว.“สายล่อฟ้า”