ผบ.ทบ.ลุยตรวจเยี่ยมแนวชายแดนอีสานใต้ สั่งคุมเข้มความมั่นคงทุกมิติ ย้ำปกป้องอธิปไตย-สถาปนาความมั่นคงรัดกุม ขณะที่ผู้ช่วย รมว.ต่างประเทศ สหรัฐอเมริกา เยือนกัมพูชา พบ “ฮุน มาเนต” สานต่อการเป็นคนกลางฟื้นความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ประกาศมอบเงินช่วยเหลือ 45 ล้านดอลลาร์เท่ากับที่ให้ไทย สนับสนุนการรักษาเสถียรภาพชายแดน 3 ด้านหลัก ฟื้นฟูชายแดน-การเก็บกู้ทุ่นระเบิด-ปราบอาชญากรรมข้ามชาติความคืบหน้าสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ยังคงเงียบสงบไม่มีการปะทะกันอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ จ.สุรินทร์ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจแนวการวางกำลังและการสถาปนาความมั่นคงบริเวณแนวชายแดนของกองกำลังสุรนารี ในพื้นที่ฐานปฏิบัติการเนิน 225 ฐานปฏิบัติการเนิน 350 และบริเวณปราสาทตาควาย อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคง ตรวจความพร้อมของกำลังพล อาวุธยุทโธปกรณ์ รวมถึงการจัดกำลังตามแนวชายแดน ผบ.ทบ.ได้เน้นย้ำภารกิจสำคัญในการปกป้องรักษาอธิปไตยของชาติ และการสถาปนาความมั่นคงในทุกมิติ พร้อมกำชับให้ดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด รอบคอบ และรัดกุมจากนั้น พล.อ.พนาได้รับฟังการบรรยายสรุปจากผู้บังคับหน่วยในพื้นที่ พร้อมให้ข้อเสนอแนะในการปรับแผน การวางกำลังให้สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลพื้นที่และเสริมความปลอดภัยตลอดแนวชายแดน ผบ.ทบ.ยังได้ให้กำลังใจกำลังพลกองกำลังสุรนารี โดยขอให้ทุกนายภาคภูมิใจในหน้าที่ที่ได้ปฏิบัติอย่างสมบูรณ์ที่ผ่านมา และย้ำว่าภารกิจยังต้องเดินหน้าต่อไป โดยกำลังพลทุกนายต้องยึดมั่นในระเบียบวินัย ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ มุ่งมั่น ทุ่มเทอย่างเต็มกำลัง คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ เพื่อให้พื้นที่ชายแดนภาคตะวันออก เฉียงเหนือมีความสงบ มั่นคง และเป็นกำลังหลักที่เข้มแข็งของกองทัพบกและประเทศชาติต่อไปส่วนที่ปราสาทคนา อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เจ้าหน้าที่ทหารออกสำรวจพื้นที่ และพบบังเกอร์เป็นลักษณะคูเลตความสูงประมาณ 1 เมตร และลักษณะบังเกอร์มีการขุดดิน พร้อมกับนำไม้มาพาดก่อนใช้กระสอบดินปิดข้างบน ขณะที่ข้างๆมีบังเกอร์ ที่เขมรสร้างเชื่อมกับคูเลตโดยใช้ในการหลบ และบริเวณเนินยังคงมีสิ่งของเครื่องใช้ของเขมร แคร่ที่นั่งรวมถึงเครื่องใช้ ส่วนที่บริเวณบันไดไม้ 1,181 ขั้น ซึ่งเป็นบันไดที่ชาวเขมรเคยใช้เดินขึ้นมาที่ปราสาทคนา เจ้าหน้าที่ไทยได้สกัดกั้นและทำลายเป็นที่เรียบร้อยแล้วในบริเวณแนวสะพานที่ติดกับพื้นที่ของไทย พร้อมนำรั้วลวดหนามมากั้นบริเวณโดยรอบ เพื่อไม่ให้ทางเขมรขึ้นมาในพื้นที่ดังกล่าวได้อีกวันเดียวกันนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ให้การต้อนรับนายไมเคิล จอร์จ ดีซอมบรี ผู้ช่วย รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ด้านกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ที่ทำเนียบสันติภาพ กรุงพนมเปญ เพื่อหารือความสัมพันธ์ทวิภาคี และความคืบหน้าในการดำเนินการตามข้อตกลงสันติภาพกัวลาลัมเปอร์ไทย-กัมพูชา ซึ่งสหรัฐฯเป็นคนกลางการพบปะดังกล่าวเกิดขึ้นหลังนายดีซอมบรีเดินทางเยือนไทย และหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของไทยในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการมีส่วนร่วมเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา หลังเกิดเหตุปะทะช่วงที่ผ่านมา โดย ดีซอมบรีระบุว่า การหารือในไทยมุ่งเน้นการปฏิบัติตามข้อตกลงสันติภาพกัวลาลัมเปอร์ และการส่งเสริมเสถียรภาพในภูมิภาค ขณะที่การพูดคุยในกัมพูชาเน้นที่การผลักดันการคงสถานะหยุดยิงอย่างยั่งยืนในโอกาสนี้ สหรัฐฯได้ประกาศมอบแพ็กเกจความช่วยเหลือมูลค่า 45 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1,414 ล้านบาท) เพื่อสนับสนุนการรักษาเสถียรภาพชายแดน 3 ด้านหลัก ได้แก่ การฟื้นฟูชุมชนชายแดนและดูแลกลุ่มผู้พลัดถิ่นเร่งเก็บกู้ทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดตกค้าง และป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ยกระดับการจัดการแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการค้ายาเสพติดอย่างเข้มงวดอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่