เมื่อวันฉลองครบรอบ 76 ปี “ไทยรัฐกรุ๊ป” 26 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ผมเขียนถึงผู้หลักผู้ใหญ่ และนักการเมืองดังๆ ที่กรุณามาอวยพร และให้กำลังใจพวกเราหลายๆท่านติดค้างอดีตรัฐมนตรี 2 สมัย 2 กระทรวง คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช เอาไว้หนึ่งท่าน โดยให้เหตุผลว่า ได้ข้อคิดได้สาระหลายเรื่อง ขอขยักไว้เขียนหลังปีใหม่จะได้เขียนถึงท่านยาวๆวันนี้ได้โอกาสแล้วนะครับ ขออนุญาตใช้พื้นที่เขียนถึงท่านประธาน พรรคไทยก้าวใหม่ อย่างยาวๆ (เต็มคอลัมน์เลย) ตามที่ให้สัญญาไว้ผมกับคุณหญิงเป็นนักเรียน โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา รุ่นเดียวกัน...สอบเข้าเมื่อ พ.ศ.2501 หรือเมื่อ 68 ปีที่แล้ว...เป็นรุ่นที่ 21 เรียกสั้นๆว่า “ต.อ.21”ขณะเรียนที่โรงเรียนเตรียมฯ ยังไม่สนิมสนมกันนัก แต่ก็จำหน้าจำหุ่นซึ่งกันและกันได้ เพราะเรียนห้องใกล้ๆกันมาสนิทสนมตอนต่างคนต่างแยกย้ายกันไปเรียนตามวิถีของตนเอง แล้วมาเจอกันในงานเลี้ยงรุ่นซึ่งรุ่นเรามักจะจัดบ่อยๆ ยังจำได้ตอนท่านตัดสินใจจะทำงานการเมืองครั้งแรก เมื่อปี 2543 นั้น อายุ 60 พอดีเป๊ะ มาขอปรึกษาผม...ผมก็ยกมือ-ห้าม บอกว่า “เราอายุ 60 ปีแล้วนะ ควรเกษียณและพักผ่อนได้แล้ว”แต่ท่านมุ่งมั่นมาก ยังคงเดินหน้าโดยลงสมัครเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม. ในนามของพรรคอิสระ และกลายเป็น “ผู้ว่าฯ สอบตก” ได้อันดับที่ 5 และได้คะแนนเสียงมากกว่า 1 แสนคะแนน บอกผมว่าได้เยอะกว่าที่คิดไว้ ทำให้มีกำลังใจที่จะเดินหน้าต่อไปต่อมาในปี 2544 คุณหญิงก็ตัดสินใจเข้าเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ตามคำเชิญของคุณ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลงสมัครในแบบบัญชีรายชื่อ คราวนี้โป๊ะเชะได้เป็น สส.สมัยแรก จากนั้นก็เป็นมาเรื่อยๆ สส.เขตบ้าง บัญชีรายชื่อบ้าง แล้วแต่นโยบายของพรรคและแล้วในปี 2551 คุณหญิงก็ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีครั้งแรกของชีวิต ได้แก่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี... และเมื่อ พ.ศ.2562 ยุค “ลุงตู่” ก็ได้เป็นรัฐมนตรีอีกครั้งในตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในยุคที่เป็นรัฐมนตรีช่วยกระทรวงศึกษาธิการนี้เองที่ทำให้ท่านได้รับฉายาว่า “รมต.โค้ดดิ้ง” เพราะนายกฯ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มีนโยบายเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21 จำเป็นต้องเรียนรู้ภาษาที่ 3 คือ “ภาษาคอมพิวเตอร์” หรือ โค้ดดิ้ง นั่นเองคุณหญิงกัลยาตีความคำว่า “โค้ดดิ้ง” (Coding) มากกว่าภาษาคอมพิวเตอร์ และเชื่อว่ามนุษย์เรา หรือเด็กๆทุกคนมีเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่แล้วคนละหนึ่งเครื่องคือ “สมอง” ของเด็กๆนั่นแหละถ้าเราสอนให้เด็กๆรู้จักคิดและวิเคราะห์ด้วยเหตุด้วยผล...รู้จักแก้ปัญหาเป็นขั้นเป็นตอน...จากนั้นก็กล้าที่จะทำและลงมือทำ... เมื่อทำผิดก็ทำใหม่ได้...สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่คือโค้ดดิ้งที่แท้จริงที่ท่านอยากฝากไว้กับเด็กไทยผ่านการเรียนการสอนของกระทรวงศึกษาธิการการตัดสินใจไม่ยอมเกษียณทั้งๆทีิ่อายุ 85 แล้วปีนี้ แต่ยังกลับมาสู้ใหม่โดยการตั้งพรรค ไทยก้าวใหม่ รวมกับ “ดร.เอ้” สุชัชวีร์ ก็เพื่อจะมาสานฝันเรื่อง “โค้ดดิ้ง” ที่ริเริ่มไว้ที่กระทรวงศึกษาฯแต่โอกาสที่พรรคไทยก้าวใหม่จะได้เสียง สส.มามากๆพอที่จะเข้าร่วมรัฐบาลได้คงยากเอาการอยู่ โอกาสที่ท่านจะกลับไปใช้วิชา “โค้ดดิ้ง” ติดอาวุธสมองให้เด็กรุ่นใหม่คงมีไม่มากนักผมก็ขอฝากพรรค “ไทยก้าวใหม่” ไว้ด้วยละกันครับ เผื่อได้คะแนนเสียงพรรคเยอะๆ ท่านและ ดร.เอ้ อาจจะได้เป็น สส.บัญชี รายชื่อพอมีปากมีเสียงเสนอนโยบายโค้ดดิ้งต่อไปได้บ้างส่วนประโยคสุดท้ายนี้ ผมขอพูดกับท่านเป็นการส่วนตัวประสาเพื่อนคนหนึ่งว่าสู้ๆนะเพื่อน เราเชื่อว่าคนอย่างเธอไม่มีวันยอมแพ้ง่ายๆหรอก ไหนๆก็สู้มาตลอดตั้งแต่เป็นเด็ก “สีคิ้ว” โน่นแล้วก็ขอให้สู้สู้ต่อไปก็แล้วกัน."ซูม"คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม