อึด ถึก ทน ไม่ท้อกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ น้อมรับคำติติง ก่นด่า มุ่งทำงานต่อด้วยความ “อาย” ถ้าจับหลักตรงนี้ได้จริง ใจเขาใจเราพร้อมรับฟังเสียงชาวบ้าน “นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล” ที่กำลังทรงเป๋อีกครั้ง ก็น่าจะตั้งหลักได้ในไม่ช้ากับการแก้วิกฤติ “น้ำท่วม”เพราะผู้นำของแท้ ตัวจริงวัดกันที่ “วิกฤติ”และวันนี้แค่คำขอโทษ เล่นซีนขออภัยด้วยความอับอายไม่ได้ช่วยอะไร เมื่อยังมีงานฉุกเฉินเฉพาะหน้าอีกมาก ทั้งการช่วยเหลือพื้นที่ที่ยังจมน้ำ การเร่งฟื้นฟู การเยียวยาความเดือดร้อนที่ต้องรีบทำเพื่อการ “ไถ่บาปไถ่กรรม” แก้ความอับอายแล้วก็ยังมีจุดบกพร่องที่แก้ไม่จบ สรุปบทเรียนให้ต้องเรียนซ้ำชั้น โดยเฉพาะที่ผ่านมา “นายกฯอนุทิน” ลงพื้นที่ค่ำคืนดึกดื่นดูแลชาวบ้านพร้อมทีมบริหาร พอผู้นำเดินทางกลับสิ่งที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้แตกต่างนัก หน่วยงานยังไม่ขยับ การระบายน้ำยังค่อยเป็นค่อยไป ชาวบ้านต้อง “หายใจไว้” ดูแลกันเอง โดยมีภาคเอกชน มูลนิธิกู้ภัย จิตอาสาระดมไปช่วยหน่วยงานรัฐเข้าไปดูแลก็ยังไม่เต็มพิกัด เหมือนสัญญาณจากผู้นำยังอ่อน ปล่อยตามยถากรรมที่สำคัญถึงวันนี้หลายจุดหลายพื้นที่ยังไม่มีศูนย์กลางบริหารจัดการ ขณะที่ทีมแก้วิกฤติระดับชาติก็เพิ่งตั้งเพิ่งเรียกประชุม เพิ่งใช้ระบบ “ซิงเกิลคอมมานด์” สั่งการรวมจากศูนย์บริหารราชการแผ่นดินในภาวะวิกฤติอุทกภัยยังไม่จบ น้ำเหนือเริ่มเข้าภาคกลาง มาครบน้ำท่า น้ำทุ่ง น้ำหนุน น้ำฝนต้นเดือน ต.ค. สมทบไหลเข้ากรุงโซนเหนือ ตะวันออก ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันตกรับน้ำล้นจากเขื่อนมหาศาล จ่อจมบาดาลเร็วๆนี้นอกจากนี้ ยังมีปัญหาจากการบริหารจัดการที่ซ่อนอยู่ ทั้งเรื่องการแจ้งเตือนภัย ที่มีข่าวว่ากรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.)ผู้ถือรีโมตกดปุ่มแจ้งเตือนข้อความสั้น เอสเอ็มเอสผ่านเซลล์บรอดแคสต์ ยังมีปัญหาทั้งประสิทธิภาพ และการประสานข้อมูลทั้งกับกรมอุตุฯ สทนช. ทีม กทม. และจังหวัดต่างๆยังดีลไม่จบ คำว่าบูรณาการ กลายเป็นบูรณากูนอกจากนี้ มีประเด็นลักษณะเดียวกันที่กระทรวงมหาดไทย หน่วยงานภายใน ต่างคนต่างทำ ท่ามกลางปัญหาวิกฤติบริหารช่วงเปลี่ยนผ่านบิ๊กข้าราชการกรมต่างๆ ไปจนถึงระดับจังหวัด อำเภอขณะที่ส่วนหัว “รอยร้าว” จากศึกในภูมิใจไทย “2 น. 1 พ.”นายกฯหนู-เนวิน ชิดชอบ-พิพัฒน์ รัชกิจประการ สายใครสายมันเด็กใครเด็กมันอำนาจ 3 ฝ่าย เครือข่าย 3 ก๊ก คงมีกั๊ก ใส่เกียร์ว่างกันมั่งเพราะเอาแค่ “ส่วนยอด” อย่าง “ปลัดป๊อบ” อรรษิษฐ์สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงฯ หลังผู้นำกระเตงเข้าเอว ต้านพายุสายฟ้าบุรีรัมย์ จนได้อยู่ต่อ เมื่อ “ไหว้ย่อ” ขอบพระคุณนายกฯเสร็จ ก็ตามเกาะติดเป็นตังเมในห้วงน้ำท่วมนายกฯยังติดสอย หิ้วตามไปประชุมยูเอ็นทัวร์สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ร่วมสัปดาห์ แบบมีคำถาม ไปหาแสงหาพระแสงอันใดหนำซ้ำกลับมาร่วมกับนายกฯประชุมแก้ไขสถานการณ์ ข่าวว่าขบเหลี่ยมกับทีมของ “ผู้ว่าฯชัชชาติ สิทธิพันธุ์” โบ้ยบ้ายโยนกันไปมาเรื่องการใช้งบฯใช้เงินช่วยภัยพิบัติฉุกเฉิน ทั้งมหาดไทย กับกรุงเทพมหานครมีงบฯตุนกันไว้ทั้ง 2 หน่วยงานระดับหลายหมื่นล้านบาท แต่ไม่รู้ติดขัดข้อกฎหมายในการใช้หรือไม่แต่ที่แน่ๆ ไม่มีฝ่ายใดอยากควักขุมทรัพย์ตัวเองเรียกว่าท่ามกลางวิกฤติอุทกภัย พร้อมเสียงติติงการทำงานของรัฐบาลมีมหาศาล ชนิดที่ “นายกฯอนุทิน” ต้องรับ และแน่นอนเป็น “เผือกร้อน” ที่ “ผู้ว่าฯชัชชาติ” ต้องเรียนรู้ความรับผิดและรับชอบหลังจากได้ “ดอกไม้” คะแนนเสียงเลือกตั้ง 1.5 ล้านคะแนนถล่มทลาย วันนี้ก็ต้องพร้อมรับ “ก้อนอิฐ”เสียงติงท่วมเหมือนน้ำ ดีแต่พูด ดีแต่โชว์ คำค่อนขอดของจริง ของปลอม ทองลอกถึงสะเทือนใจก็ต้องฟังเป็นสถานการณ์ที่ผู้เชี่ยวชาญซีนพิเศษ “บทพระเอกโรงลิเก” ลักษณะเดียวกัน ทั้งผู้นำปัจจุบัน–ผู้ว่าฯ กทม.ที่คาดว่าจะเป็นแคนดิเดตนายกฯในวันข้างหน้าต้องยอมรับสภาพ ทรงไม่หรูหราเหมือนเคยฮีโร่ถึงคราวมีตำหนิ ภาพที่สร้างมาโดนน้ำถล่มจนสีจืดจาง ดู “หมอง” ไปตามๆกัน.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม