วิเคราะห์การเมืองช่วงฤดูมรสุม รัฐนาวาอนุทิน ชาญวีรกูล จะฝ่าคลื่นลมทางการเมืองไปได้กี่น้ำ ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์แวดล้อมที่จะต้องผ่านด่าน นิติสงคราม หอกข้างแคร่ ที่เป็น ดาบสองคม ใช้ทิ่มแทงคนอื่นได้ก็เชือดคอตัวเองได้เช่นกัน ว่า กันว่า วันที่ 28 ก.ย.นี้ ศาลรัฐธรรมนูญ จะนัดวินิจฉัยคดีบาร์โค้ด คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ที่พิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้วว่า สามารถเช็กกลับไปที่ต้นทางได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เข้าข่าย การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ผลของคดีนี้จะเป็นมรสุมลูกใหญ่ กวาดทั้งกระดานการเมือง จากนั้นก็จะมีดาบสอง การใช้งบ ประมาณผิดประเภท ขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 144 กวาดเอาฝ่ายบริหารลงทะเลอีกรอบ ที่ไม่เอาตัวเลข 77 ผู้ต้องหาคดีฮั้ว สว. มาคำนวณด้วย เพราะ อาจจะไม่ต้องรอให้ไปถึงอีก 6 เดือนข้างหน้า อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงทางใดทางหนึ่งก่อน ซึ่งอย่างไรเสีย กกต.ก็ไม่รีบส่งสำนวนฟ้องให้ศาลฎีกาอยู่แล้ว เงื่อนเวลามีอยู่เท่าไหร่ให้จนเต็มแม็ก และคดีฮั้ว สว.ก็ไม่ต่างจากการล้างกระดานการเมืองครั้งใหญ่ ถ้ารอดก็จะเป็นมาตรฐาน ใหม่ที่เปิดช่องให้ฮั้วกันระดับประเทศ ถ้าผิด สว.-พรรคการเมืองก็ไม่รอดเป็นมหาภัยพิบัติของประวัติศาสตร์การเมืองไทย และ กกต.ไม่พ้นผิดทั้งทางวินัยและทางอาญา หรือถ้าผลออกมาเป็นตรงกันข้าม วิกฤติการเมืองจะถูกลากลงบนท้องถนนกันอีกรอบ และจะไม่มีที่สิ้นสุด การเมืองระบอบการปกครองประเทศจะติดหล่มจมปลักวงจรอุบาทว์อย่างถาวรกลายเป็นวิกฤติประเทศที่โหมกระหน่ำทั้งในและนอกประเทศ ความขัดแย้งไทยกัมพูชาถูกจับตาผลการประชุมสหประชาชาติครั้งที่ 81 ที่กัมพูชาใช้เวทียูเอ็นนำข้อพิพาทชายแดนและเรื่องผู้พลัดถิ่นมาใส่ร้ายไทย โดยกัมพูชาปูสตอรี่ มาตั้งแต่การประชุม UNHRC เมื่อเดือน ก.พ. เวที UNSC เดือน พ.ค. และล่าสุดในที่ประชุมยูเอ็นเมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา การประกาศจุดยืนและท่าทีที่ชัดเจนของโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ต่อการทำสงครามกับอิหร่านเป็นลางร้าย เข้าสู่ยุคโลกล้อมประเทศของจริง ตกเป็นลูกไก่ในมือมหาอำนาจ การที่ผู้นำไปประกาศว่าประเทศไทยไม่ได้เลือกข้างจีนหรือสหรัฐฯก็ไม่มีประโยชน์ใดๆ ตราบใดที่ประเทศไทยไม่มีขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับนานาชาติ ไม่มีอำนาจในการต่อรองจากภายในสู่ภายนอกการเมืองภายในเองก็ยังอยู่ในโหมดของกลุ่มผลประโยชน์ รัฐบาล 290 เสียงไม่มีเอกภาพ ผู้นำประเทศไม่มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด การค้านอำนาจในพรรคภูมิใจไทยระหว่าง น.น.พ. โดยเฉพาะ น. กับ พ. ในพื้นที่ภาคใต้ ดูได้จากคดีฮั้ว สว.กลุ่มภาคใต้ โดนหนักที่สุด หรือการส่งสัญญาณให้พรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล เพื่อลดแรงปะทะจากม็อบ และเสริมกำลังในภาคเหนือและภาคใต้ตอนล่าง ขึงพืดแดงเอาไว้ไม่ให้ขยับ เป็นการพิสูจน์ว่า สนิมเนื้อในเริ่มปะทุเป็นคลื่นใต้น้ำ น.ผู้นำ ต้องทนอึดอัดกับเงาสีเทาที่ทับซ้อนอยู่ตลอดเวลา จะทนไปได้อีกแค่ไหน ในที่สุดก็ต้องเลือกทางเดินของตัวเองไม่วันใดก็วันหนึ่ง จะว่าไปแล้ว นาฬิกา เพื่อนภาคสอง ไม่ได้หมายความว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จะเลือกข้างครูใหญ่ หรือนายกฯหนู วันดีคืนดีก็ไปนั่งจิบกาแฟกับนายกฯหนู วันดีคืนดีก็ไปนั่งดูทีวีกับครูใหญ่ ถ้าจะให้ผู้กองเลือกก็ต้องเลือก พรรคกล้าธรรม การที่กล้าธรรมจะเข้าไปร่วมรัฐบาล ก็ต้องตัดโควตาลูกเทพ พรรคร่วม คนกลาง แบ่งให้ 4-5 เก้าอี้ จึงเป็นการวัดกำลังระหว่าง น.น.พ.กันอีกรอบกรณีลูกเทพอ่างทองบอกกับสื่อว่า 300 เสียงพอดีแล้วแปลว่า สีน้ำเงินจะต้องตัดสินใจเลือกระหว่างตัวเลข 290 หรือ 348 ระหว่าง น. กับ น. กับ พ.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม