การประชุมคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข นัดแรก มี ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯฝ่ายกฎหมายเป็นประธาน มีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนกระบวนการนิรโทษกรรมคดีทางการเมือง และยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมากว่า 20 ปี โดย มีการกำหนดกรอบเวลาการทำงานให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน หรือ 6 เดือน ซึ่งจะสิ้นสุดประมาณเดือน มี.ค. 2570 โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม รายงานข้อมูลคดีและรายชื่อผู้ที่เข้าข่ายได้รับการนิรโทษกรรมมายังคณะกรรมการภายใน 30 วัน ตั้งอนุกรรมการ ขึ้นมา 2 ชุด เพื่อทำหน้าที่กลั่นกรองข้อร้องเรียน และทำหน้าที่สื่อสารสร้างความเข้าใจกับภาคประชาชน โดยจะมีการเปิดช่องทางอำนวยความสะดวกให้ประชาชนหรือผู้ได้รับผลกระทบเข้ามาตรวจสอบสิทธิ์และยื่นเรื่องขอความเป็นธรรมได้หลายช่องทาง เช่น ไปรษณีย์ หรืออีเมล เป็นต้น ทั้งนี้กฎหมายฉบับนี้ครอบคลุม คดีทางการเมืองและการชุมนุมตั้งแต่ปี 2548–2568 (ก่อนเหตุการณ์การรัฐประหารปี 2549 รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร จนถึงการชุมนุมปี 2568) และ จะมีผลในการยุติการดำเนินคดีและลบประวัติอาชญากรรมทั้งหมด ยกเว้นคดีทุจริตประพฤติมิชอบ และคดีร้ายแรงตามข้อยกเว้นของกฎหมายกำหนด เช่น คดีวางเพลิง ฆ่าคนตาย คดี ม.112 เป็นต้นเปิดรายชื่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขประกอบด้วย ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ เป็นประธาน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เป็นรองประธาน กรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ เลขาฯคณะกรรมการสิทธิ์ฯ ปลัดประจำสำนักนายกฯ ปลัดยุติธรรม คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมาจากฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน สถาบันการศึกษา และผู้ที่ประธานรัฐสภามอบหมาย อาทิ ศ.วุฒิสาร ตันไชย ตัวแทน วิปรัฐบาล ทิชา ณ นคร สัดส่วนวิปฝ่ายค้าน ดร.คณพล จันทน์หอม ตัวแทนสถาบันการศึกษา ดร.ยุทธพร อิสรชัย สัดส่วนของประธานรัฐสภา ที่มีอำนาจหน้าที่ ในการพิจารณารับเรื่องนิรโทษกรรมไปจนถึงตัดสินการให้นิรโทษกรรมคดีการเมือง ครบวงจรที่ต้องตั้งข้อสังเกตก็คือ ปัจจุบันการขัดแย้งทางการเมือง ได้ถูกสลายไปโดยสิ้นเชิง และโดยปริยาย จากบริบททางการเมืองที่สลับขั้วการเมือง ไม่มีสีการเมืองที่มีความขัดแย้ง ในอดีตไม่ว่าจะเป็นแดง เหลือง หรือส้มกับเขียว หรือฟ้ากับแดง แนวโน้มทุกสีไหลมารวมเป็นสีเดียวคือ สีน้ำเงินเข้ม ในบางกรณี ผู้ต้องหาได้รับโทษไปเรียบร้อย บางรายได้เสียชีวิตไปแล้ว บางรายได้รับการอภัยโทษเป็นกรณีพิเศษ เหตุการณ์ผ่านไป 20 ปี เค้าลางและต้นเหตุของความขัดแย้งทางการเมืองเปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อมโดยสิ้นเชิง ประกอบกับ คณะกรรมการชุดนี้ ส่วนใหญ่อยู่ในระบอบสีน้ำเงิน จึงเป็นที่น่าจับตาว่าการตั้งคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นการฟอกความผิดให้กับคนบางกลุ่มหรือไม่ หรือมีจุดประสงค์อื่นใดมีบุคคลการเมืองที่ติดอยู่ในกับดักคดีการเมือง หลายคนที่ต้องการลบประวัติอาชญากรรม มีการประเมินในเบื้องต้นว่ามีคนที่ได้รับประโยชน์จากการนิรโทษกรรมครั้งนี้ ไม่น้อยกว่า 6 พันคน มีผู้ถูกดำเนินคดี ม.112 ณ วันที่ 16 ก.ค. 2568 อย่างน้อย 392 คน ใน 408 คดีที่ส่งเข้าสู่การพิจารณาของชั้นอัยการจำนวน 3,792 เรื่อง ผู้ถูกกล่าวหา 1,838 คนเป็นผูู้้ต้องขังไปแล้วจำนวน 54 ราย ระยะเวลา 180 วัน จะเป็นบทพิสูจน์เจตนาที่แท้จริงที่ซ่อนอยู่ในพ.ร.บ.ฉบับนี้.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th คลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม