ปัจจุบันไทยกำลังเผชิญภัยคุกคามที่โถมกระหน่ำ ทั้งภัยพิบัติธรรมชาติ อาชญากรรมไซเบอร์ลวงโลกอย่างสแกมเมอร์ พนันออนไลน์ ไปจนถึงพื้นที่หลายจังหวัดเป็นที่ฝังกลบขยะพิษจากต่างชาติแต่หน่วยงานรัฐยังขาดระบบรวมศูนย์ที่มีประสิทธิภาพ ช่องทางร้องเรียนกลายเป็นแดนสนธยา ซ้ำซ้อน ไร้ประสิทธิภาพ โยนงานเหมือนปิงปอง ไร้การเชื่อมโยงข้อมูล ส่งผลการแก้ปัญหาล่าช้า แถมไร้กลไกติดตามผลเรียลไทม์ ได้ทำลายความเชื่อมั่นประชาชน กัดกร่อนคุณภาพชีวิตรวมถึงความมั่นคงของชาติอย่างรุนแรงเป็นที่มา แพลตฟอร์มทราฟฟี่ ฟองดูว์ (Traffy Fondue) เริ่มใช้งานตั้งแต่ปี 2561 เป็นระบบที่ทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม แจ้งเกิดหลังจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สังกัดกระทรวง อว.พัฒนาขึ้นมาทำหน้าที่เป็น Single Point of Contact รวมศูนย์รับฟังทุกเสียงเรียกร้องของประชาชน โดยผสมผสานเทคโนโลยี AI เข้ามาเป็นสมองกลคัดแยกส่งเรื่องร้องเรียนตรงถึงมือหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ปัญหา ยกระดับการผ่าตัด ปัญหาเมืองและยกระดับภาครัฐให้ก้าวสู่รัฐบาลดิจิทัลที่จับต้องได้จริงโดยมีจุดเด่น จัดเก็บรูปถ่ายพร้อมพิกัด GPS อัตโนมัติ แจ้งง่ายผ่านแอปพลิเคชัน LINE แค่ปลายนิ้ว ให้ประชาชนติดตามผลได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทลายระบบราชการเทอะทะ ประหยัดงบประมาณแผ่นดิน โปร่งใส ตรวจสอบได้จริง เปิดให้ผู้ใช้บริการประเมินความพึงพอใจได้ผลงานรัฐได้ทันทีสะท้อนผลงานปฏิบัติด้วยตัวเลขจริง กวาดการใช้งาน 37 จังหวัด รวม 22,577 หน่วยงาน ครอบคลุมประชากรกว่า 34 ล้านคน ข้อมูล ณ วันที่ 7 พ.ค.69 รับแจ้งเรื่องร้องเรียนรวม 1,944,956 เรื่อง สามารถสยบปัญหาเสร็จสิ้นไปแล้วถึง 1,500,633 เรื่อง คิดเป็น 77% ดักทางระบบราชการเกี่ยงงานได้อย่างหมดจดล่าสุดที่ประชุม ครม. 22 ก.ย.69 ไฟเขียวขยายทราฟฟี่ ฟองดูว์ ขึ้นแท่นแพลตฟอร์มกลางของไทย พร้อมสั่งการทุกส่วนราชการในทุกจังหวัด นำระบบนี้ใช้เป็นอีกช่องทางหลักรับเรื่องร้องทุกข์ เชื่อมโยงข้อมูลตรงถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตัดปัญหาเกี่ยงงานและดึงเวลาของระบบราชการแบบเดิมๆให้สิ้นซากในต่างประเทศที่นำแพลตฟอร์มดิจิทัลมาใช้ เน้นพิกัดปักหมุดเป๊ะ เชื่อมโยงข้อมูลไร้รอยต่อ กล้าเปิดเผยสถานะการดำเนินการต่อสาธารณะ ดังเช่นสหรัฐอเมริกาที่แจ้งเกิดแพลตฟอร์ม 311 เป็นสายด่วนและแพลตฟอร์มดิจิทัลกลาง ที่สำคัญตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานยันระบบคลาวด์ ถือครองโดยเทคโนโลยีสัญชาติอเมริกันแท้ 100%สะท้อนวิสัยทัศน์ความมั่นคงทางเทคโนโลยีของรัฐไทยอย่างแท้จริง เมื่อทราฟฟี่ ฟองดูว์ ดิจิทัลแพลตฟอร์มสัญชาติไทยแท้ ถูกขับเคลื่อนอยู่บนโครงสร้างพื้นฐานกลางและระบบคลาวด์มาตรฐานสูง กุมบังเหียนโดย สวทช.และเครือข่ายพันธมิตร เพื่อรองรับบิ๊กดาต้าการร้องเรียนมหาศาลจากคนไทยพร้อมใช้เทคโนโลยีฮาร์ดแวร์เชื่อมต่อแอปพลิเคชัน LINE ดึงประชาชนเข้ามาร่วมส่งรูป และพิกัดผ่านช่องทางนี้ได้สะดวกแค่ปลายนิ้ว สอดรับกับสถิติจาก Digital Data Report 2026 LINE Thailand ที่ ตีแผ่ว่าคนไทยนิยมใช้ LINE สูงถึง 56 ล้านคน ตั้งแต่ประชาชนทั่วไป ยันกลุ่ม LINE ครม. พรรคการเมือง ข้าราชการทุกระดับชั้นในยุคดิจิทัลข้อมูลคืออาวุธ ควรระมัดระวังข้อมูลของพลเรือน ที่วิ่งผ่านเซิร์ฟเวอร์หรือโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทต่างชาติ ที่อาจถูกจัดเก็บ สำเนา หรือนำไปวิเคราะห์ต่อได้ ซ้ำร้ายกว่านั้น เพียงแค่หน่วยงานของรัฐส่งอีเมลส่วนตัวที่เป็นอีเมลสายพันธุ์ต่างชาติ ยังเสี่ยงมีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติในหลายมิติรวมถึงเป็นภัยเงียบจาก “อัลกอริทึมที่แพลตฟอร์มต่างชาติ” ควบคุมอยู่ อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือปฏิบัติการข่าวสาร บิดเบือนข้อมูล หรือสร้างความแตกแยกในประเทศไทยในยามวิกฤติได้ทางออกทางเดียวที่รอด รัฐบาลนายอนุทินควรคัดลอกพิมพ์เขียวมาตรฐานจากประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะนโยบายจัดโครงสร้างไอทีภาครัฐ เพื่อเป็นโมเดลกอบกู้และสถาปนา “อธิปไตยดิจิทัลไทย”.“วายุ บูรพา”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม