ศาลอาญาคดีทุจริตภาค 1 สั่งถอนประกัน “ทรงชัย นกขมิ้น” อดีตนายก อบต.ราชาเทวะ เจ้าของโปรเจกต์ “เสาไฟกินรีฉาว” สะท้านเมืองปากน้ำ หลังดื้อแพ่งให้พรรคพวกแต่งตั้งเป็นโฆษกประจำตัวรักษาราชการแทนนายกองค์การบริหารส่วนตำบลราชาเทวะ ก่อนเข้าร่วมประชุมสภา อบต. ทำให้เจ้าหน้าที่ อบต.หวาดเกรงบารมี ศาลพิจารณาแล้วเชื่อได้ว่าอาจไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน เจ้าตัวรู้ว่าต้องสิ้นอิสรภาพ เดินหน้าเครียดคอตกเข้าคุกทันทีผู้สื่อข่าวรายงานช่วงเช้าวันที่ 23 ก.ย. นายทรงชัย นกขมิ้น อายุ 60 ปี อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลราชาเทวะ (อบต.ราชาเทวะ) พร้อมทนายความส่วนตัว เดินทางมาที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ต.ห้วยบง อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี เพื่อฟังคำสั่งกรณีที่ศาลเคยมีคำสั่งให้ประกันตัวนายทรงชัย ในคดีที่อัยการสูงสุดยื่นฟ้องนายทรงชัยเป็นจำเลยที่ 1 กับพวกรวม 14 คน ทุจริตโครงการจัดซื้อเสาไฟฟ้าประติมากรรมกินรีพร้อมโคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ของ อบต.ราชาเทวะศาลไต่สวนแล้วได้ความว่า คดีนี้ศาลมีคำสั่งปล่อยตัวชั่วคราวนายทรงชัย จำเลยที่ 1 ขณะเกิดเหตุ ดำรงตำแหน่งนายก อบต.ราชาเทวะ เมื่อครบวาระจำเลยที่ 1 ได้รับเลือกเป็นนายกอีกสมัยหนึ่ง แต่ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ มีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากมีคดีอาญาอยู่ระหว่างพิจารณาของศาล ต่อมานายอภิชาติ นกขมิ้น จำเลยที่ 11 ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลราชาเทวะ แทนตำแหน่งที่ว่าง แต่นายอภิชาติ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่เช่นกัน เนื่องจากศาลประทับฟ้องคดีนี้ ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 81 วรรคหนึ่ง, 93 วรรคสอง ปัจจุบันนายจาตุรนต์ นกขมิ้น รองนายก อบต.ราชาเทวะ เป็นผู้รักษาราชการแทนนายก อบต.ราชาเทวะ โดยมีจำเลยที่ 1 ได้รับแต่งตั้งเป็นโฆษกส่วนตัว และเมื่อวันที่ 13 ส.ค.2569 จำเลยที่ 1 ได้เข้าร่วมการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลราชาเทวะ สมัยสามัญ สมัยที่ 3 ประจำปี พ.ศ. 2569คดีมีปัญหาให้วินิจฉัยว่า คดีมีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยที่ 1 หรือไม่ ศาลเห็นว่าในชั้นตรวจพยานหลักฐาน โจทก์ยื่นบัญชีระบุพยาน รวม 432 อันดับ เป็นพยานบุคคล 80 อันดับ เป็นพยานเอกสาร 350 อันดับ และพยานวัตถุ 2 อันดับ ในจำนวนนี้มีพยานบุคคลอย่างน้อย 18 อันดับ ที่เกี่ยวข้องกับการทำแผนจัดซื้อจัดจ้าง ทำบันทึกและเอกสารต่างๆในโครงการเสาไฟฟ้าประติมากรรมกินรี ของ อบต.ราชาเทวะ อันเป็นมูลฟ้องคดีนี้ จำเลยที่ 1 ซึ่งเคยรับผิดชอบบริหารราชการ และเคยเป็นผู้บังคับ บัญชาของพนักงานส่วนตำบลและลูกจ้างของ อบต.ราชาเทวะ ในขณะเกิดเหตุ ย่อมทราบถึงช่องทางและความมีอยู่ของพยานหลักฐานเหล่านั้นเป็นอย่างดี ประกอบกับจำเลยที่ 1 ถูกฟ้องคดีทุจริตและประพฤติมิชอบหลายคดี เมื่อศาลประทับฟ้องจำเลยที่ 1 ก็หาได้หยุดปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายไม่ จนกระทั่งผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ต้องมีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่งถึงกระนั้น จำเลยที่ 1 และนายจาตุรนต์ ก็ยังหาทางให้จำเลยที่ 1 เข้าร่วมการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลราชาเทวะ ด้วยวิธีตั้งจำเลยที่ 1 เป็นโฆษกส่วนตัวดังที่ไต่สวนได้ความ แม้จะฟังตามที่นายจาตุรนต์ อ้างว่าตนเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งรองนายก ประสงค์จะให้จำเลยที่ 1 เข้ามาช่วยแนะนำการปฏิบัติหน้าที่ และจำเลยที่ 1 มิได้ใช้อำนาจหรือเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงการประชุมสภาฯก็ตาม แต่บทบาทและพฤติการณ์ของจำเลยที่ 1 เช่นนี้ ย่อมอาจส่งผลกระทบต่อพยานเอกสารและพยานบุคคลอย่างมีนัยสำคัญคดีมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า จำเลยที่ 1 จะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน อันเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการดำเนินคดีในศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108/1 (2) ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 มาตรา 6 วรรคหนึ่ง ในชั้นนี้ จึงมีคำสั่งเพิกถอนสัญญาประกันตัวนายทรงชัย นกขมิ้น จำเลยที่ 1 ให้ออกหมายขังจำเลยที่ 1 ไว้ในระหว่างพิจารณา จำเลยที่ 1 ใช้หลักประกันร่วมกับจำเลยอื่นอีกหลายคดี จึงยังไม่สั่งคืนหลักประกัน อนึ่ง จำเลยที่ 1 ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (EM) ป้องกันการหลบหนีตามคำสั่งศาลในคดีหมายเลขดำที่ อท 72/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อท 81/2569 เมื่อจำเลยที่ 1 ถูกขังในคดีนี้แล้ว จึงให้เจ้าหน้าที่รายงานผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนคดีดังกล่าวเพื่อพิจารณาสั่งปลดอุปกรณ์ EMมีรายงานว่า ภายหลังจากศาลมีคำสั่งดังกล่าว นายทรงชัย จำเลยที่ 1 ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว ใช้หลักประกันเดิมต่อศาลชั้นต้น แต่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ให้ยกคำร้อง ทันทีที่รู้ว่าต้องสิ้นอิสรภาพ ส่งผลให้นายทรงชัยมีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ คุมตัวขึ้นรถควบคุมส่งเข้าเรือนจำจังหวัดสระบุรีทันทีผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้เริ่มต้นมาจากคดีพิเศษ 54/2564 กรณีร้องเรียนการจัดซื้อจัดจ้างโครงการจัดซื้อเสาไฟฟ้าประติมากรรมกินรีพร้อมโคมไฟระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) ชนิดกิ่งเดี่ยวพร้อมติดตั้งขององค์การบริหารส่วนตำบลราชาเทวะ จ.สมุทรปราการ น่าเชื่อว่ากลุ่มนิติบุคคลที่เข้าร่วมการเสนอราคามีความเกี่ยวข้องกันและหรือมีผลประโยชน์ร่วมกัน กรมสอบสวนคดีพิเศษทำงานร่วมกับอัยการจากสำนักงานการสอบสวน ได้สอบสวนแล้วพบว่ามีขบวนการทุจริตโครงการเสาไฟกินรีจำนวนหลายโครงการ ต่อมาได้ทำสำนวนสอบสวนส่งให้ ป.ป.ช.ตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย และส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดยื่นฟ้องคดีต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ นายทรงชัย นกขมิ้น ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดและยื่นฟ้องร้องในคดีทุจริตทั้งหมด 5 คดี ปัจจุบันศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 มีคำพิพากษาตัดสินลงโทษจำคุกใน 2 คดีหลัก คดีแรก จัดซื้อระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) ปี 2557 ศาลพิพากษาจำคุก 4 ปี และปรับ 200,000 บาท ในข้อหาทุจริตกำหนดราคากลางสูงกว่าความเป็นจริงในโครงการวงเงิน 75 ล้านบาท คดีที่ 2 จัดซื้อเสาไฟฟ้าประติมากรรมกินรี ปี 2556 และ 2562 ศาลพิพากษาจำคุก 5 ปี ในข้อหาทำโครงการไม่เหมาะสมและเอื้อประโยชน์แก่ผู้เสนอราคาบางราย ศาลสั่งให้นับโทษจำคุกต่อจากคดี CCTV ทำให้โทษรวมในขณะนี้คือ9ปีสำหรับคดีจัดซื้อเสาไฟกินรีโคมไฟโซลาร์เซลล์ (คดีพิเศษที่ 54/2564) เป็นคดีเสาไฟกินรีลอตใหญ่ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และอัยการสูงสุดยื่นฟ้องเพิ่มเติม คดีนี้ยังไม่มีคำพิพากษาอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล กระทั่งศาลสั่งถอนประกันและส่งตัวเข้าเรือนจำเพราะเกรงจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน