“อนุทิน” บอกคนเชื่อก็มี โต้ครหาคนเมินมติ กกต.ส่งฟ้องฮั้ว สว.แค่ 77 ปล่อยผี 21 บิ๊ก ภท. “ไชยชนก” ไม่กังวลขบวนการจ้องทำลายค่ายสีน้ำเงิน “รังสิมันต์” ท้า กกต.เปิดชื่อ สส.สีส้มเอี่ยวฮั้ว สว. เหน็บแยกให้ออกโกง สว.กับรวมกลุ่มพูดคุยแนะนำตัวต่างกันมาก “วัชระ” ยื่นผู้ตรวจการฯชง ป.ป.ช.เชือดอาญา กกต.ผิดมาตรา 200 และมาตรา 157 รวม 152 กรรม “กรณ์” ขย่มสหรัฐฯจ่อคว่ำบาตร 28 สแกมเมอร์ตอกหน้ารัฐบาลไทย สังคมคาใจการเมืองกางปีกป้อง “วรภัค” เล็งจับมือ กมธ.สหรัฐฯขยายผลต่อ ชี้เป้ามีคนไทยพัวพันอีกแน่ “โรม” จี้เลิกซุกปัญหาใต้พรมรีบอายัดทรัพย์ยับยั้งถ่ายโอน “อนุทิน” ปัดสวะไม่ใช่รัฐบาลนี้ ขึงขังต่างชาติเหาะเกินกรุงลงกา ให้เข้ามาก็บุญแล้ว ย้ำทุจริตสอบท้องถิ่นต้องจบภายใน 30 ก.ย. “รมว.ดีอี” อ้างบัตรสนเท่ห์ปูดสินบน 40 ล้านบาท อู้อี้ไม่แน่ใจมีตัวตนจริงจากกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติส่งฟ้องศาลฎีกาคดีฮั้ว สว.แค่ 77 คน ไม่ส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหา 21 คน ของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ท่ามกลางกระแสสังคมยังมีความเคลือบแคลงสงสัย ไม่เชื่อถือมติ กกต. ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ระบุว่าคนที่เชื่อก็มี“อนุทิน” โต้คนเชื่อมติ กกต.ก็มีเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 17 ก.ย. ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งฟ้องศาลฎีกาคดีฮั้ว สว.แค่ 77 คน ไม่ส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหา 21 คน ของพรรค ภท. แต่ยังมีคนบางส่วนไม่เชื่อว่าไม่มีคนในพรรค ภท.เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ โดยนายอนุทินกล่าวสั้นๆว่า “คนเชื่อก็มี” เมื่อถามถึงกรณีที่ กกต. เสียงข้างน้อยออกมาแถลงถึง เหตุผลในการเห็นด้วยกับการส่งฟ้องคนในพรรคภูมิใจไทย นายอนุทินไม่ตอบคำถาม กล่าวเลี่ยงว่า มีประชุมต่อ ก่อนเดินออกจากวงสัมภาษณ์ของสื่อมวลชนไป“ไชยชนก” ไม่กังวล ภท.ถูกตามบดขยี้เมื่อเวลา 13.00 น. ที่รัฐสภา นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เลขาธิการพรรค ภท. กล่าวถึงกระแสข่าว กกต.เตรียมดำเนินคดีสำนวนคดีฮั้ว สว.อีก 3 สำนวนเกี่ยวกับ สว.สีส้ม และพรรคประชาชน (ปชน.)ว่า ไม่ได้คาดหวังอะไร เชื่อว่าทุกหน่วยงานจะปฏิบัติหน้าที่เต็มที่ ความจริงเป็นสิ่งสำคัญสุด เชื่อว่าจะมีการดำเนินการโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่พรรค ปชน.และไอลอว์ยังเดินหน้าเปิดเผยข้อมูลเชื่อมโยงกับพรรค ภท. เป็นเรื่องปกติของพรรคอันดับ 1 ที่เข้มแข็ง เป็นรัฐบาลมีเสถียรภาพจะตกเป็นเป้า เป็นสิทธิของพรรค ปชน. ไม่มีความเห็นในเรื่องนี้ จะฟ้องกลับหรือไม่ต้องปรึกษาทีมกฎหมายก่อน ส่วนตัวไม่อยากทำ แต่หากไม่ดำเนินการอะไร อาจทำให้หลายคนรู้สึกว่าถูกเอาเปรียบ มีขบวนการจ้องทำลายพรรค ภท.หรือไม่เห็นได้ชัด ไม่ใช่สิ่งที่ต้องตอบ เป็นกระบวนการหลายมิติ เรามั่นใจสิ่งที่ดำเนินการว่าทำทุกอย่างภายใต้ระเบียบและกฎหมาย ไม่ได้คุยกับนายเนวิน ชิดชอบ บิดาแม้แต่นายกฯ ก็ไม่ได้คุย ไม่กังวลเรื่องนี้ วันก่อนถูกถามความรู้สึกถึงมติ กกต.บอกไปว่ารู้สึกปกติที่ กกต.มีมติเอกฉันท์ เพราะไม่ได้เกี่ยวข้อง สำนวนที่พยายามเปิดเผยออกมา ตนไม่มีอะไรเลยจะไม่ให้มีมติเอกฉันท์ได้อย่างไรท้า กกต.เปิดชื่อ ปชน.เอี่ยวเลือก สว.ด้านนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.กล่าวถึงสำนวนคดีฮั้ว สว.อีก 3 สำนวนที่อาจโยงไป สว.สีส้มและพรรค ปชน. คณะก้าวหน้าว่า ไม่มี สว.คนไหนที่นิยามตัวเองว่าเป็น สว.สีส้ม แต่ความพยายามตีตราว่ามี สว.สีส้ม เกิดจากการตรวจสอบอย่างเข้มข้นของฝ่ายค้าน ภาคประชาสังคม ทำให้คนตีตราว่า “หากผมชั่ว คุณก็ต้องชั่วเหมือนผม” สว.สีน้ำเงินมีแน่ต้องแยกให้ชัด สิ่งที่พยายามจะบอกว่ามี สว.อีกกลุ่มหนึ่ง เป็นเพื่อนหรือเกี่ยวข้องกับคุณ ต้องแยกกันให้ชัด ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ถ้าข้อเท็จจริงเหมือนกัน นายกฯชอบพูดปิดชื่อถือพฤติกรรม ก็ใช้หลักการนั้น กกต.ดำเนินการได้เต็มที่ เปิดชื่อได้เลยว่านักการเมืองคนไหนของพรรค ปชน.ไปเกี่ยวข้อง ยินดีให้ตรวจสอบ แต่ผิดแน่ๆการจ่ายเงินไปจ้างคนสมัครผิดประเภท แตกต่างกัน ระหว่างโกง สว.กับประชาชนไปรวมกลุ่มกันพูดคุยแนะนำตัวแตกต่างกันมาก กกต.ต้องดำเนินการให้ชัด ไม่ใช่ถกเถียงว่า สว.นี้เป็นของใคร แต่ต้องรู้ว่ามีกระบวนการโกง สว.ใช่หรือไม่ ต้องจัดการทั้งเส้นทางการเงิน ข้อมูลโทรศัพท์เชื่อมถึงใครต้องจัดการ“วัชระ” ร้องฟันอาญา กกต. 152 กรรมที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ กทม. นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ได้เข้ายื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินคดีอาญากับ กกต.และพวก ข้อหาปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบมาตรา 157 และช่วยเหลือบุคคลมิให้รับโทษ (ม.200) หลังพบพฤติการณ์เลือกปฏิบัติ ยื่นคำร้องศาลฎีกาฟ้องผู้ทุจริตฮั้วเลือกตั้ง สว.ปี 67 เพียง 77 ราย แต่กลับตีตกละเว้นไม่ดำเนินคดีผู้ถูกกล่าวหาอีก 152 ราย ถือเป็นการกระทำผิดหลายกรรมต่างวาระ รวม 152 กรรม“กรณ์” ชี้มะกันไม่รอ รบ.ไทยเกียร์ว่างอีกเรื่อง เมื่อเวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และ กมธ.การเงิน การคลัง สถาบันการเงิน และตลาดการเงิน สภาฯ กล่าวถึง 2 ประธาน กมธ. สภาฯสหรัฐฯเสนอให้ รมว.ต่างประเทศและกระทรวงการคลังสหรัฐฯ คว่ำบาตร 28 รายชื่อเกี่ยวข้องเครือข่ายสแกมเมอร์ มีชื่อนายวรภัค ธันยาวงศ์ อดีต รมช.คลัง รัฐบาลอนุทิน 1 อยู่ลำดับที่ 19 ว่า สิ่งที่ กมธ.การเงินการคลังฯกำชับไปยังสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตั้งหลายเดือนควรเร่งประสานเครือข่ายการฟอกเงินกลุ่มสแกมเมอร์โดยเร็ว เป็นความน่าเชื่อถือเชื่อมั่นระบบเศรษฐกิจในตลาดทุนไทยและกระบวนการบังคับใช้กฎหมายไทย เขาเดือดร้อนไม่นิ่งนอนใจ ไม่รอให้เราดำเนินการ เราไม่มีความคืบหน้าเหมือนเราด้อยประสิทธิภาพ กระทบภาพลักษณ์ประเทศ สหรัฐฯต้องลงมือเองแทนที่จะพึ่งพาไทยที่ใกล้ข้อมูลมากกว่าและมีความรับผิดชอบโดยตรง กระทบความเชื่อมั่นระบบการเมืองเราด้วยคนมีชื่อปรากฏไม่ใช่คนธรรมดา เคยได้รับแต่งตั้งเป็น รมช.คลัง โดยนายกฯคนปัจจุบัน ที่ไม่คืบหน้าสังคมเกิดคำถามเพราะการเมืองปกป้องหรือไม่คาใจการเมืองป้อง ร่วมวงขยายผลนายกรณ์กล่าวว่า เคยอภิปรายในสภาฯ เคยตั้งกระทู้ถามนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง กำกับดูแล ก.ล.ต. สุดท้าย ก.ล.ต.ล่าช้า มาก ยิ่งทำให้เคลือบแคลงใจว่าเกี่ยวโยงการเมือง เหตุใดการเมืองถึงไม่ทำในส่วนที่ทำได้ เร่งรัดให้มีข้อสรุปชัดเจนเรื่องทุนเทา หลังเลือกตั้งซาลงไปมีเรื่องอื่นเข้ามาแทน แต่ไม่ได้รับสะสาง ทุนเทาข้ามชาติใช้ระบบเศรษฐกิจ ตลาดทุนไทยฟอกเงิน ไม่มีทางทำได้ถ้าไม่มีคนไทยร่วมมือ ไทยเราควรต้องรีบตอบว่าสุดท้ายแล้วข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ที่นายวรภัคโพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงพยายามส่งเอกสารไปยังสหรัฐฯเป็นสิทธิ์ป้องกันตนเอง แต่ฝ่ายไทยต้องทำหน้าที่และอำนาจตามกฎหมาย ก.ล.ต.เคยติดต่อนายวรภัคหรือไม่ เท่าที่ทราบนายวรภัคไม่เคยไปชี้แจงต่อ ก.ล.ต. กมธ.การเงินฯจะพิจารณาเรื่องนี้ต่อไปว่าจะร่วมมือกับ กมธ.สหรัฐฯหรือไม่อย่างไร เพื่อประโยชน์ร่วมกันของ 2 ประเทศ เพราะสหรัฐฯมีอำนาจเข้าถึงการโอนเงินระหว่างประเทศ ขณะที่ กมธ.สภาฯไทยไม่สามารถทำได้ ไม่ได้มีเพียงแค่นายวรภัค หากสืบสวนถึงธุรกรรมการเงินจะพบเส้นสายเชื่อมโยงไปถึงบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง ตามหลักฐานที่เห็นมีแน่นอน แต่ไม่ยืนยันมีบุคคลในรัฐบาลชุดปัจจุบันหรือไม่“โรม” จี้ยับยั้งถ่ายโอนเงินเลิกซุกใต้พรมนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ประธาน กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาฯ กล่าวว่า เรื่องนี้ส่งผลถึงความน่าเชื่อถือรัฐบาลไทย ทั่วโลกมองเรา นายวรภัคไม่ถูกดำเนินการทางกฎหมายเลยเป็นเพราะอำนาจบารมีหรือเส้นสายในรัฐบาลนายอนุทินคุ้มครองหรือไม่ มีชนชั้นนำและนักการเมืองไทยเกี่ยวข้องหลายคน แต่จนถึงวันนี้คดีต่างๆยังเงียบหาย เช่น นายฮุน โต หลานชายสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา เราเคยพยายามทวงถามไม่มีการออกหมายจับ เกรงใจสมเด็จฮุน เซน หรือ ทั้งที่เป็นหนึ่งใน 28 รายชื่อที่ถูกสหรัฐฯคว่ำบาตร เกรงใจอะไรนักหนา ถึงไม่จัดการให้จบสิ้นเสียที กรณีนายวรภัคต้องเอาแฟ้มย้อนกลับไปดูเส้นทางการเงินและคดีความต่างๆ รวมถึงคนที่เกี่ยวข้องกับธนาคาร BIC มาพิจารณา หากมีทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องการกระทำความผิดอย่างน้อยยึดอายัดมาตรวจสอบ และยับยั้งการถ่ายโอนเป็นเรื่องสำคัญ รวมถึงบริษัทน้ำมันที่เกี่ยวข้องต้องถูกดำเนินการ เราไม่ควรปล่อยเรื่องนี้ไว้ใต้พรม“อนุทิน” ปัดสวะไม่ใช่รัฐบาลนี้ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ในเรื่องเดียวกัน ที่มีชื่อนายวรภัค ธันยาวงศ์ อดีต รมช.คลัง อยู่ด้วยว่า เห็นชื่ออยู่ เรื่องพวกนี้ใครที่โดนกล่าวหาต้องไปตั้งทนายความและหาวิธีที่จะเคลียร์ตัวเอง ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับรัฐบาล เมื่อถามย้ำว่า แต่สหรัฐฯเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการตรวจสอบ นายอนุทินระบุว่า “รัฐบาลไหนล่ะ ไม่ใช่รัฐบาลนี้”ย้ำทุจริต สถ.ฟาดให้ยับจบใน 30 ก.ย.เมื่อเวลา 08.30 น. ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว. มหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงมหาดไทย มีนายพลพีร์ สุวรรณฉวี นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทยและข้าราชการระดับสูงเข้าร่วม นายพลพีร์เป็นตัวแทนผู้บริหารกระทรวง มท.อวยพรครบรอบวันเกิดย้อนหลังนาย อนุทินด้วย นายอนุทินกล่าวต่อที่ประชุมถึงการสอบทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นว่า เรื่องนี้บั่นทอนความมั่นใจของประชาชน พูดภาษาพี่น้องกัน การมาโกงกันบนหัวตนสังคมสรุปและพิพากษาไปเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายต้องมีขั้นตอน หากใครไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่มีเรื่องต้องเกรงกลัวต้องฟาดให้ยับ ต้องเร่งดำเนินการเต็มที่ เรื่องนี้สะเทือนขวัญ มีคนมาขอให้ตนขยายเวลา ต้องจบภายในเวลาที่กำหนดไว้ ไม่มีทางให้เลย 30 ก.ย.เป็นอันขาดบ่นต่างชาติเกินลงกาให้มาก็บุญแล้วนายอนุทินกล่าวอีกว่า ส่วนการเอารัดเอาเปรียบของคนต่างชาติที่อยู่ในไทย ขอชื่นชมนายพลพีร์ตัวตั้งตัวตี หากมาอยู่ในประเทศนี้แล้วทำมาหากินสุจริต ไม่เอารัดเอาเปรียบอยู่ร่วมกันได้ แต่ถ้าเข้ามาแล้วมีพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ ต้องดำเนินการเต็มที่โดยเฉพาะจังหวัดเป้าหมายทั้ง จ.ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี ขอให้ ผวจ.ทั้งหลายใช้กฎหมายเต็มที่ การตั้งศาสนสถานอยู่ดีๆไปตั้งเองไม่ได้ รูปแบบต่างๆ ต้องเคารพวัฒนธรรมไทยด้วย ล่าสุด ทราบว่ามีการขอสร้างสุสานส่วนตัวอีก มันเกินไปแล้ว เหาะเกินกรุงลงกา ให้มาก็บุญแล้ว มาหากินสุจริตจะตายก็ไปตายที่บ้านโน่น ไม่ต้องมาตายที่นี่ แล้วอย่ามาเอารัดเอาเปรียบ ศาสนสถานที่ขออนุญาตตั้งเป็นร้านอาหาร แต่มีศาสนสถานอยู่ไม่ได้ วันหนึ่งต้องเอากฎหมายครอบว่าทำสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ ต้องมีจุดบอกว่าหลังจากนี้ทำสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ ต้องจัดระเบียบให้ได้รวดเร็ว ไม่ต้องถามว่าเนรเทศจะเอาเงินที่ไหนจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินออกไป ค่าใช้จ่ายตนดำเนินการให้อยู่แล้วจัดการดาต้าเซ็นเตอร์ลอบกักน้ำมัน นายอนุทินกล่าวด้วยว่า การตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ก่อนหน้านี้รัฐบาลที่ผ่านมาเน้นการลงทุนและเม็ดเงินจากต่างประเทศ แต่ยังไม่มีกฎหมายเฉพาะสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ เพราะใช้ไฟฟ้าใช้น้ำและทรัพยากรจำนวนมาก การจ้างงานมีไม่มากเท่าที่ต้องการ วันนี้มีการลงทุนและเงินหมุนเวียนเข้ามามาก พูดลักษณะนี้ไม่เป็นธรรมกับผู้เข้ามาลงทุน เมื่อ 5 ปีที่แล้วหากมีนักลงทุนขอตั้งดาต้าเซ็นเตอร์สักแห่ง เราดีใจตายโหง พื้นที่ กทม. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. พบว่ามีดาต้าเซ็นเตอร์และกักเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง เชื่อว่าเป็นการลักลอบทำ หากเกิดเรื่องเช่นนี้จริงต้องขออนุญาตอีกหลายเรื่อง พูดง่ายๆว่าใครจะกล้าอนุญาตให้เก็บเชื้อเพลิงภายใต้อาคาร อาจเลี่ยงบาลี ต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายอุบผลสอบ “ทองเจือ” เอี่ยวโกงสอบจากนั้นเวลา 10.30 น. นายอนุทินให้สัมภาษณ์กรณีการสอบถามสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กรณีมีรายชื่อนายทองเจือ ชาติกิจเจริญ คณะทำงานนายกฯไปเกี่ยวพันกับการทุจริตสอบท้องถิ่นว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ตอบกลับมาแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้มท.ลุยล้างขบวนการสวมบัตร ปชช.ที่ห้องประชุมราชสีห์ ชั้น 2 ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.) นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย เป็นประธานประชุมติดตามการขับเคลื่อนนโยบาย มท.ถึงการกวาดล้างขบวนการ สวมสิทธิ์บัตรประจำตัว (บัตรเลข 0) พื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี มีทั้งหมด 33 หมายจับได้จับกุมเป็นที่เรียบร้อย ทั้งที่ จ.พระนครศรีอยุธยา แฟลตดินแดง กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และ จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมตรวจสอบและพบข้อเท็จจริงลักษณะแบบนี้กระจายไปทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ทุกคนกำลังเร่งทำงานขยายผลจับกุม แม้มีหมายจับ 33 หมายจับ แต่ยังมีหลักฐานอีกมากมายต้องตรวจสอบ ข้อมูลของกรมการปกครองที่ตรวจสอบยังมีเครือข่ายพ่อทิพย์ ตัวเลขน่าตกใจนับ 100 คน จะขยายผลเร็วที่สุดและเปิดประสบการณ์เร็วที่สุด“สีหศักดิ์” รายงานผลถก UNCLOSเมื่อเวลา 10.40 น. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ ตัวแทนประเทศไทยในกระบวนการประนอมภาคบังคับ ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 (UNCLOS) นายเบญจมินทร์ สุกาญจนัจที อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ พร้อมคณะเข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย เพื่อรายงานผลการประชุมครั้งแรกของคณะ UNCLOS เมื่อวันที่ 14-16 ก.ย. ที่ประเทศสิงคโปร์ ต่อมาเวลา 11.50 น. นายเบญจมินทร์ เปิดเผยว่า ได้รายงานบรรยากาศและผลการประชุม UNCLOS นายกฯรับทราบว่าได้พูดคุยเนื้อหาอะไรบ้าง พร้อมให้คำแนะนำ แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด ครั้งแรกปูพื้นหารือถึงพื้นที่เขตแดนทางทะเล ไม่เกี่ยวพื้นที่ทางบก บรรยากาศเป็นไปด้วยดี นายกฯไม่ได้กำชับอะไรพิเศษ เพียงให้กำลังใจ แน่นอนเราคำนึงถึงผลประโยชน์บ้านเมือง“บิ๊กเกรียง” เบิร์ธเดย์ย้อนหลังนายกฯต่อมาเวลา 12.00 น. นายเปาโล ดีโอนีซี เอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย เข้าทำเนียบรัฐบาลรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย จากนั้นเวลา 14.30 น. พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง และ พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ว่าที่เลขาสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เข้าพบนายอนุทิน จากนั้นเวลา 15.05 น.นายอนุทินเดินลงมาส่งทั้ง 2 คน พล.อ.เกรียงไกร เปิดเผยว่า มาอวยพรวันคล้ายวันเกิดนายอนุทินย้อนหลัง เป็นไปตามธรรมเนียม และขอบคุณที่นายกฯเดินทางไปเป็นประธานงานสมรสของบุตรชาย ได้พบกับ พล.อ.ชัยพฤกษ์ จึงทักทายและได้พูดคุยสถานการณ์ชายแดนภาคใต้เล็กน้อย ผู้สื่อข่าวถามนายอนุทินว่าได้พูดคุยสถานการณ์ชายแดนภาคใต้หรือไม่ นายกฯพยักหน้ารับก่อนเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้ารมว.ดีอี–มท.4 แจง กมธ.สินบน 40 ล.เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะ กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาฯ ที่มีนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ประธานคณะ กมธ.ฯ เป็นประธานการประชุมวาระสำคัญ กมธ.ใช้อำนาจเรียกนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี กับนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย เข้าชี้แจงเรื่องสินบน 40 ล้านบาท เกี่ยวกับการปราบปรามเว็บไซต์พนันออนไลน์ เวลา 11.00 น. นายวรศิษฎ์เข้าชี้แจงต่อ กมธ. ต่อมาเวลา 11.30 น. นายไชยชนกตามเข้ามาชี้เเจงต่อที่ประชุม นายรังสิมันต์ให้สัมภาษณ์ว่า กมธ.ไม่แน่ใจว่าตกลงข้อความจริงคืออะไร มีทั้งเว็บพนันที่จะไปติดสินบนรัฐมนตรีและจ่ายกันเดือนละ 40 ล้านบาท จริงหรือไม่จริง แค่ยกเมฆอ้างลอยๆ สร้างข้อมูลเท็จโดยรัฐมนตรีดีอี แล้วใช้พื้นที่สภาฯเป็นโฆษณาชวนเชื่อ การพูดลักษณะดังกล่าวมาพร้อมหน้าที่ในการทำตามกฎหมายจัดการ หากไม่มีข้อเท็จจริงเลยไม่ต่างอะไรกับการพูดโกหก จะมีปัญหาทางกฎหมาย เรากำลังแสวงหาข้อเท็จจริง ไม่อยากรีบสรุป ให้โอกาสรัฐมนตรีถึงที่สุดก่อน“ไชยชนก” อ้างได้รับบัตรสนเท่ห์ส่งต่อ ตร.ต่อมานายไชยชนกให้สัมภาษณ์ถึงการเปิดข้อมูลปมสินบน 40 ล้านบาทว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอยู่แล้ว ได้มอบข้อมูลไปตั้งแต่ปีที่แล้วให้ กมธ.และยินดีส่งข้อมูลเพิ่ม ตั้งแต่ปฏิบัติหน้าที่ในรัฐบาลที่แล้วจนถึงรัฐบาลนี้ ได้ยกระดับหลายอย่างปิดเว็บพนันมากมาย เกินล้าน URL ทุกหน่วยงานทำเต็มที่ การเอาผิดคนเสนอสินบนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) หาแนวทางเข้าถึงตัวบุคคลที่ถูกกล่าวหารอดูว่าจะดำเนินการแบบใดต่อ เมื่อถามว่าคนเสนอเงิน 40 ล้านบาทมีตัวตนจริงหรือไม่ นายไชยชนกตอบว่า ข่าวที่มาถึงตนตอนนั้น เป็นการเตือนโดยนายวรศิษฎ์ ตอนนั้นยังไม่ได้เป็นรัฐมนตรี บอกให้ระวังเรื่องนี้ เพราะมีการพูดถึงเรื่องนี้อยู่ ทำให้ตนนำเรื่องนี้มาพูดและสั่งการปลัดกระทรวงตั้งคณะกรรมการตรวจสอบในกระทรวงว่ามีการทำลักษณะนี้ในกระทรวงหรือไม่ เหตุใดกล้าหาแนวทางเข้าถึงตัวรูปแบบนี้ จึงแสดงจุดยืนพูดกลางสภาฯไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ และตรวจสอบเต็มที่ จากนั้นมีพลเมืองดี มอบบัตร สนเท่ห์ให้ตอนลงพื้นที่ จึงนำมอบให้ตำรวจขยายผลอ้อมแอ้มไม่แน่ใจคนติดสินบนมีจริงเมื่อถามย้ำว่าบุคคลที่จะติดสินบนมีตัวตนจริงๆใช่หรือไม่ นายไชยชนกตอบว่า ไม่แน่ใจ แต่ต้องมีมูล คนที่ถูกซักถามไม่น่าจะมีศักยภาพทำเว็บพนัน คิดว่าต้องมาจากคนอื่นแน่ๆ แต่ไม่มีใครกล้ามาเสนอกับตน เพราะเป็นคนไม่ยุ่งกับเรื่องพวกนี้ เมื่อถามว่ามีการสืบสวนหรือไม่ว่าผู้ติดสินบนเชื่อมโยงเว็บพนันใด นายไชยชนกตอบว่า ในฐานะเจ้ากระทรวงดำเนินการเยอะมาก หลังจากนายกฯประกาศเป็นวาระแห่งชาติ เราทำทุกช่องทาง ลดสแกมเมอร์กว่า 50 % ปิดเว็บพนันเยอะมาก เมื่อถามว่าได้สอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือไม่ เหตุใดเรื่องล่าช้า นายไชยชนกตอบว่า ไม่ได้ก้าวก่ายการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจและดีเอสไอ ทุกคนดำเนินการเต็มที่ตามหลักฐานและอำนาจที่มี เมื่อถามว่า มีประเด็นใดที่ กมธ.ติดใจอยู่หรือไม่ นายไชยชนกตอบว่าคิดว่าไม่มี ประธาน กมธ.ถามว่ามีอะไรจะดำเนินการเพิ่มเติมหรือไม่ ได้บอกว่ามีหลายหน่วยงานดำเนินการอยู่ ทุกอย่างอยู่ที่ ป.ป.ช.ที่ผ่านมาส่งหลักฐานให้ทั้งหมด“วรศิษฎ์” พร้อมให้ข้อมูลไม่ปิดบังนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย เปิดเผยภายหลังเข้าชี้แจงต่อ กมธ.ว่า สามารถยืนยันข้อเท็จจริงได้ทั้งหมดว่า ข้อมูลมาอย่างไร ได้แจ้งให้ กมธ.ได้รับทราบ เมื่อถามว่ากรณีสินบน 40 ล้านบาท มีข้อเท็จจริงอย่างไร นายวรศิษฎ์ตอบว่า เราได้รับข้อมูลมา ก็นำเรื่องแจ้งให้กับคนที่เกี่ยวข้อง เรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่ต้องมาคุยกับเราอยู่แล้ว เพราะผิดกฎหมาย จึงต้องแจ้งให้ดำเนินคดีทางกฎหมาย ยืนยันว่าข้อเท็จจริงมีแค่นั้น ตั้งใจมาชี้แจงกับ กมธ.จะได้สิ้นข้อสงสัย ยินดีให้ความร่วมมือ ไม่มีอะไรปิดบัง“ไอซ์” ห่วง กยศ.ติดลบ 7 พันล้านเมื่อเวลา 11.00 น. มีการประชุมสภาฯ มีนาย โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานการประชุมพิจารณากระทู้ถามสดของ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ถามนายกฯถึงปัญหากองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ว่า มีปัญหากู้ยืมเงินกองทุน กยศ. เด็กหลายคนไม่มั่นใจว่าหลังเรียนเทอม 1 ไปแล้วจะได้เงินต่อเนื่องหรือไม่ หลายมหาวิทยาลัยขู่เด็กไม่ให้เรียนต่อเพราะ กยศ.ไม่ตัดเงินให้ ยิ่งปีนี้กองทุน กยศ. ติดลบ 7,037 ล้านบาทอาจทำให้เด็กไม่ได้เงิน งบฯปี 70 กมธ.ตัดงบได้ 1.1 หมื่นล้านบาทไม่แปรให้ กยศ.แม้บาทเดียวเผย 3.6 ล้านคน ชักดาบ 2.6 ล้านคนขณะที่นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำ สำนักนายกฯ ชี้แจงแทนนายกฯว่า ที่ผ่านมาหลายคนมีฐานะพอสมควร แต่มาแย่งช่องทางคนด้อยโอกาสกว่า กองทุน กยศ.เป็นกองทุนหมุนเวียน ไม่ใช่กองทุนที่เอาเงินจากรัฐบาลยัดลงไปตามต้องการ แต่ละปีเรียกเก็บเงินคืนเข้ากองทุนได้ปีละ 2.7-2.8 หมื่นล้านบาท ควรเก็บได้มากกว่านี้ ผู้อยู่ในระบบต้องชำระเงินคืนมี 3.6 ล้านคน แต่ชำระจริงเพียง 1 ล้านคน อีก 2.6 ล้านคน ผิดนัดชำระหมด หากไปบริหารจัดการ 2.6 ล้านคน ให้ได้แค่ครึ่งเดียว จะเก็บเงินเพิ่มเป็น 4-5 หมื่นล้านบาท รัฐแทบไม่ต้องสมทบ“รังษี” ล่าชื่อแก้ ก.ม.ประหารคดีทุจริตที่รัฐสภา พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ และนายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ แถลงเสนอแก้ไขร่างกฎหมายกำหนดโทษประหารชีวิตคดีทุจริต 3 ฉบับ ได้แก่ร่างแก้ไข พ.ร.บ.ประมวลกฎหมายอาญา ร่างแก้ไข พ.ร.บ.ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และร่างแก้ไข พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ โดย พล.อ.รังษีกล่าวว่า พรรคเศรษฐกิจมีนโยบายปราบทุจริตที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นด้านการลงทุน การท่องเที่ยว ปัจจุบันประเทศไทยมีคะแนนดัชนีรับรู้การทุจริต (CPI) 33 คะแนนจาก 100 คะแนน อยู่อันดับ 116 ของโลก สะท้อนปัญหาความโปร่งใสประเทศ สาเหตุที่กลุ่มทุนเทามาดำเนินกิจกรรมในไทย เนื่องจากกฎหมายและมาตรการปราบทุจริตไทยไม่เข้มแข็งกุดหัวเรียบทั้งผู้รับ–ผู้ให้ ลดโทษไม่ได้พล.อ.รังษีกล่าวว่า พรรคจึงจัดทำร่างกฎหมายยกระดับมาตรการปราบทุจริต มีสาระสำคัญกำหนดโทษสูงสุดการทุจริตเป็นโทษประหารชีวิต ทั้งผู้ให้ผู้รับไม่สามารถลดโทษได้ ภายหลังศาลมีคำพิพากษาจะเปิดโอกาสให้จำเลยอุทธรณ์ใน 1 ปี หากไม่สามารถนำพยานหลักฐานมาหักล้างคำพิพากษาได้ ให้ดำเนินการตามคำพิพากษาศาล เนื้อหาร่างกฎหมายยังครอบคลุมกรณีทำความผิดซ้ำซากและยกระดับความรับผิดเจ้าหน้าที่รัฐที่ทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 มีโทษสูงสุดประหารชีวิต และขยายหลักการไปยังเจ้าพนักงานกระบวนการยุติธรรม ได้แก่ ตุลาการ อัยการ พนักงานสอบสวน พนักงานสืบสวนด้วย ขณะนี้ร่างกฎหมาย 3 ฉบับจัดทำเสร็จแล้ว พรรคเศรษฐกิจ มี สส. 3 คน จะรวบรวมรายชื่อ สส.อีก 17 คน ให้ครบ 20 คน ตามเกณฑ์ที่กำหนดยื่นร่างแก้ไขกฎหมายต่อประธานสภาฯเข้าสู่วาระการประชุมต่อไปปชน.ค้านเว้น EIA ธุรกิจศูนย์ข้อมูลเมื่อเวลา 16.00 น. ที่รัฐสภา นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรค ปชน. แถลงข่าวแสดงข้อกังวลและเสนอแนวทางการกำกับดูแลศูนย์ข้อมูล (Data Center) ว่า ปัจจุบันการลงทุน Data Center ในไทยมีประมาณ 65 แห่ง ส่วนใหญ่อยู่ในกทม.และภาคตะวันออก มีมูลค่าขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI สูงกว่า 1 ล้านล้านบาท กลายเป็นเดอะแบกจีดีพีให้รัฐบาล ต้องแลกมาด้วยการปล่อยผ่านช่องโหว่ทางกฎหมาย โดยไม่ถูกจัดให้เป็นโรงงาน และไม่ต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) จนนำไปสู่ความกังวลอย่างกว้างขวาง ทั้งการแย่งชิงทรัพยากรน้ำ ไฟฟ้า การกักเก็บน้ำมัน มลพิษทางสิ่งแวดล้อม เสียงรบกวน รวมถึงความคุ้มค่าต่อเศรษฐกิจไทยระยะยาว พรรค ปชน.ขอเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนการปล่อยผ่านเรื่อง EIA และเร่งออกมาตรการกำกับดูแลตามขนาดโดยเร็ว โดยเฉพาะการกำหนดเงื่อนไขการทำ EIA ในขนาดกลางและขนาดใหญ่ ซึ่งพรรค ปชน.จะติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง และเตรียมนำเสนอรายละเอียดมาตรการกำกับดูแลที่ลึกขึ้นในลำดับถัดไปบี้ขึ้นค่าไฟดาต้า เซ็นเตอร์ด่วนขณะที่นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ แถลงว่า รัฐบาลลดค่าไฟ 200 หน่วยแรกเหลือไม่เกินหน่วยละ 3 บาท ใช้งบฯกว่า 12,000 ล้านบาท และนำค่าไฟส่องสว่างตามถนนออกจากบิลค่าไฟบ้านของประชาชนอีกกว่า 18,000 ล้านบาท รวมรัฐต้องรับภาระแทนประชาชนมากกว่า 30,000 ล้านบาท มาตรการนี้จะเริ่มใช้รอบบิลค่าไฟฟ้าเดือน ก.ย.69 รมว.พลังงานเคยระบุว่าจะปรับค่าไฟฟ้าที่ดาต้าเซ็นเตอร์ใช้ให้สูงกว่าภาคครัวเรือน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ชัดเจนจะดำเนินการเดือนใด ขอตั้งข้อสังเกตว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) อยู่ภายใต้การกำกับกระทรวงพลังงาน ยังไม่ได้ลดค่าไฟให้การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ภายใต้กำกับกระทรวงมหาดไทย หากปล่อยยืดเยื้อ ทั้ง 2 หน่วยงานต้องแบกภาระจนขาดทุน และอาจกระทบต่อการขยายเขตไฟฟ้าในอนาคตได้ จากข้อมูลสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)การนำส่งรายได้เข้าคลัง ณ วันที่ 31 ส.ค.69 กฟภ.นำส่งรายได้ 16,011 ล้านบาท กฟน.นำส่งรายได้ 5,104 ล้านบาท รวมแล้วยังไม่เพียงพอชดเชยภาระที่รัฐต้องรับผิดชอบ ขาดอีกเกือบ 9,000 ล้านบาท เมื่อรัฐมีรายจ่ายเพิ่มขึ้นต้องเร่งหารายได้มาชดเชย รมว.พลังงานต้องเร่งประกาศเพิ่มอัตราค่าไฟสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ กำหนดสัดส่วนรับภาระค่าใช้จ่ายของ กฟผ. กฟภ.และ กฟน.ให้ชัดเจน ความล่าช้าของกระทรวงพลังงานมีผลอย่าเกรงใจ ต้องรีบตัดสินใจทันที ตอนนี้ 2 การไฟฟ้าแบกรับค่าไฟไม่ไหวแล้ว และจะกระทบกับงบฯรายจ่ายแน่นอนทร.ลงนามข้อตกลงเรือดำน้ำจีน S26Tช่วงค่ำ พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 16 ก.ย. พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหมและ พล.ร.อ.ต่ง จวิน รมว.กลาโหมแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ร่วมเป็นสักขีพยานพิธีลงนามข้อตกลงว่าด้วยการให้ความช่วยเหลือทางทหาร เพื่อสนับสนุนโครงการจัดหาเรือดำน้ำแบบ S26T ของกองทัพเรือ พล.ร.อ.นเรศ วงศ์ตระกูล ผู้ช่วย ผบ.ทร.ประธานกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือดำน้ำ เป็นผู้แทน ผบ.ทร.ลงนามในข้อตกลงในนามกองบัญชาการกองทัพไทย ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติปักกิ่ง (Beijing Inter national Convention Center: BICC) ระหว่างการประชุม Beijing Xiangshan Forum ครั้งที่ 13 ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน นับเป็น ความก้าวหน้าที่สำคัญของโครงการจัดหาเรือดำน้ำแบบ S26T และเป็นผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมความร่วมมือทางทหารระหว่างกองทัพสองประเทศ ต่างให้ความสำคัญและร่วมกันสนับสนุนดำเนินโครงการ เพื่อให้กองทัพเรือไทยมีเรือดำน้ำที่มีประสิทธิภาพ มีความพร้อมปฏิบัติการ และเข้าประจำการได้ตามเป้าหมาย อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างขีดความสามารถในการป้องกันประเทศ และการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลในระยะยาว ทร.ยืนยันจะบริหารโครงการด้วยความรอบคอบ โปร่งใสและตรวจสอบได้อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่