“บิ๊กราญ” นำกำลังพร้อมชุด DOPA N.I.C.E ฝ่ายปกครอง เปิดปฏิบัติการ “ปิดฉากแรงเงา 2” ทลายขบวนการฟอกขาวแรงงานต่างด้าวสวมทะเบียน 0 ซุ่มออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมด 33 คน หลังเปิดปฏิบัติการจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 27 คน เป็นกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐ 3 คน กลุ่มเจ้าบ้านและพยานรับรอง 9 คน และแรงงานต่างด้าว 15 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวโรฮีนจาและเมียนมา เร่งขยายผลลากคอผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติม เพราะเสียหายถึงความมั่นคงของชาติตำรวจจับมือฝ่ายปกครองลุยล้างขบวนการสวม บัตรให้ชาวต่างชาติ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 ก.ย. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม รอง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. พล.ต.ต.ณรงค์ฤทธิ์ ด่านสุวรรณ์ รอง ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.สุวัฒน์ สุขศรี ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี และ พล.ต.ต.เลิศชาย จำปาทอง ผบก.สส.ภ.8 นำกำลังตำรวจบูรณาการกรมการปกครอง DOPA N.I.C.E. กรมสอบสวนคดีพิเศษ ปปง. ป.ป.ท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดปฏิบัติการ “ปิดฉากแรงเงา 2” ในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี กวาดล้างขบวนการนำแรงงานต่างด้าวสวมสิทธิทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน หรือทะเบียน 0 โดยมิชอบพล.ต.อ.สำราญ นวลมา เปิดเผยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการขยายผลจาก “ปิดฉากแรงเงา” เมื่อวันที่ 4 ก.ค. ในพื้นที่ อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี หลังเจ้าหน้าที่ได้รับเบาะแสเพิ่มเติมและตรวจสอบสำนักทะเบียน อ.กาญจนดิษฐ์ และ อ.เกาะสมุย พบความผิดปกติเชื่อมโยงเป็นเครือข่าย จากการตรวจสอบพบว่า บุคคลต่างด้าวหลายรายมีหนังสือเดินทางเมียนมา เอกสารแสดงตัวตน หรือมีประวัติขึ้นทะเบียนเป็นแรงงานต่างด้าวอยู่แล้ว แต่กลับได้รับการจัดทำ “ทะเบียน 0” ตามหลักการใช้สำหรับบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน และไม่เคยมีประวัติในทะเบียนราษฎรมาก่อน“เจ้าหน้าที่ยังพบพฤติการณ์เชื่อมโยงนายหน้า เจ้าบ้าน พยานรับรอง และเจ้าหน้าที่ทะเบียน กล่าวหาว่ามีส่วนช่วยให้แรงงานเมียนมาได้รับสถานะทางทะเบียนโดยมิชอบ เข้าข่ายขบวนการฟอกแรงงาน เปลี่ยนสถานะจากแรงงานต่างด้าวเข้าสู่ระบบทะเบียนราษฎร อาจนำไปสู่การได้รับสิทธิด้านต่างๆ และการเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สัญชาติในอนาคต” รอง ผบ.ตร.กล่าวพล.ต.อ.สำราญกล่าวต่อว่า ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐาน ศาลอนุมัติหมายจับผู้เกี่ยวข้อง รวม 33 คน แบ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ 4 คน เจ้าบ้านและพยานรับรอง 10 คน และแรงงานต่างด้าวถูกกล่าวหาว่าสวมสิทธิทะเบียน 0 อีก 19 คน จับกุมได้แล้ว 27 คน ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่รัฐ 3 คน เจ้าบ้านและพยานรับรอง 9 คน และแรงงานต่างด้าว 15 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวโรฮีนจาและชาวเมียนมา ส่วนผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดี“ทั้งนี้ ความผิดปกติที่พบในสำนักทะเบียน อ.กาญจนดิษฐ์ และ อ.เกาะสมุย มีลักษณะเชื่อมโยงกันและอาจมีการนำแรงงานต่างด้าวทั้งในสุราษฎร์ธานีและจังหวัดอื่นเข้าสู่กระบวนการทำทะเบียน 0 โดยมิชอบ เตรียมขยายผลถึงนายหน้า เจ้าหน้าที่รัฐ และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด” รอง ผบ.ตร.กล่าวมีรายงานล่าสุด กลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐขณะนี้จับกุมได้แล้ว 3 คน ประกอบด้วย นางจินตนา อินทบุตร อดีตปลัดอำเภอกาญจนดิษฐ์ นำตัวส่ง สภ.กาญจนดิษฐ์ ดำเนินคดี น.ส.พิมพ์ปวีณ์ พรหมเจริญ เจ้าหน้าที่สำนักงานเทศบาลนครเกาะสมุย นำตัวส่ง สภ.เกาะสมุย ดำเนินคดีและนายพนม วิไวรัตน์ อดีตปลัดเทศบาลนครเกาะสมุย นำตัวส่ง สภ.เกาะสมุย ดำเนินคดี เหลือผู้ต้องหาที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐอีก 1 คน คือ นายพิทักษ์ สุพรรณพงศ์ อดีตปลัดอำเภอกาญจนดิษฐ์ อยู่ระหว่างติดตามจับกุมสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ยืนยันจะเดินหน้า ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและปิดช่องโหว่ระบบทะเบียนราษฎร เพื่อไม่ให้ถูกใช้เป็นช่องทางสวมสิทธิหรือแทรกซึมของอาชญากรรมข้ามชาติ พร้อมย้ำว่าคนต่างด้าวสามารถพำนัก ทำงาน ประกอบธุรกิจ หรือดำเนินการเรื่องสัญชาติได้ตามช่องทางกฎหมาย แต่จะไม่ยอมให้มีการใช้เอกสารเท็จ นอมินี หรือทุจริตทางทะเบียนเพื่อแสวงหาสิทธิโดยมิชอบ ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสการสวมสิทธิ การเรียกรับเงินเพื่อดำเนินการทางทะเบียน หรือการใช้เอกสารประจำตัวที่ต้องสงสัยว่าได้มาโดยมิชอบ ได้ที่สถานีตำรวจทั่วประเทศ หรือสายด่วน 1599 ตลอด 24 ชม.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่