ฝ่ายค้านชำแหละงบฯปี 70 วาระ 2-3 “ไหม-มาร์ค” ขย่มงบฯ 1.2 หมื่นล้านฟื้นวิกฤติ ศก. รองรับราคาพลังงานผันผวนซ้ำซ้อนเงินกู้ 4 แสนล้าน ชงหั่นทิ้งขวางผลาญเงินแผ่นดิน “กรณ์” ซัดไร้ยุทธศาสตร์ จี้ปฏิรูปภาษีใหม่ “สุรเชษฐ์” จวกศรีธนญชัยเล่นคำเลี่ยงกฎหมาย ยัดรายจ่ายลงทุนใส่งบลงทุน ปั้นโครงการตั้งงบฯฮั้วป้อนผู้รับเหมาวีไอพี “ไอซ์” แฉ กอ.รมน.ซื้อไฟฉายกระบอกละ 5.6 พันบาท ไร้ใบเสนอราคา อึ้งกรมฝนหลวงใช้ใบเสนอราคาบริษัทร้าง “เท้ง” ดันกฎหมายรื้อระบบจัดทำงบฯโปร่งใส ตรวจสอบได้ “สนธิ” นัดรวมพลหน้าสถานทูตอิสราเอล 10 ก.ย. ทวงคืนแผ่นดินไทย-จี้รัฐบาลเลิกโกงกิน จับตา กกต.เป่าคดี-ตัดตอนฮั้ว สว.ชุมนุมใหญ่แน่ “อนุทิน”หูทวนลมบอกไม่ได้ฟัง “นครินทร์” ชี้ผู้เชี่ยวชาญพา รธน.ลงเหว เผยประธาน กรธ.ปี 60 เสียใจ รับเขียนสูตรเลือก สว.ผิดพลาดที่สุดที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท วาระ 2-3 ตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญฯพิจารณาเสร็จแล้ว โดยพรรคฝ่ายค้านอภิปรายท้วงติง เสนอปรับลดงบฯ 12,000 ล้านบาทเพื่อแก้ไขปัญหาฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม รองรับผลกระทบจากวิกฤติความผันผวนราคาพลังงานที่ซ้ำซ้อนกับเงินกู้ 4 แสนล้านบาท“เอกนิติ” นำทีมแจงงบฯปี 70 วาระ 2เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 7 ก.ย.ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นพิเศษ มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท วาระ 2-3 ตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญฯพิจารณาเสร็จแล้ว นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญฯชี้แจงรายงานร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 70 ว่า กมธ.ปรับลดงบ 11,162 ล้านบาท ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เป้าหมายและผลการดำเนินงานจริง ความคุ้มค่า ความพร้อมและศักยภาพการใช้จ่ายงบฯปชน.ซัดตั้งงบประเคนผู้รับเหมาวีไอพีจากนั้นเข้าสู่การพิจารณารายมาตรา มาตรา 4 งบฯปี 70 ให้ตั้งไว้ 3.78 ล้านล้านบาท มี กมธ.และ สส.อภิปรายจำนวนมาก ขอให้ตัดลดงบฯลง อาทิ นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) กมธ.เสียงข้างน้อยอภิปรายว่า การจัดทำงบปี 70 พบบิดเบือนจงใจเลี่ยงกฎหมายวินัยการเงินการคลัง ที่ให้มีงบลงทุนอย่างน้อย 20% แต่รัฐบาลเล่นคำเลี่ยงกฎหมาย ใช้คำว่ารายจ่ายลงทุน รายจ่ายเพื่อการลงทุน เพื่อให้ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำตามกฎหมาย ตามสไตล์ศรีธนญชัย ไม่ใช่งบฯลงทุนตามนิยามชัดเจนที่มีเพียง 13% ต่ำกว่าเกณฑ์ งบลงทุนส่วนใหญ่ใช้กับโครงการถนน โครงการน้ำจำนวนมากจัดสรรงบแบบไม่เห็นอนาคต ผู้รับเหมาชนชั้นพิเศษได้โครงการมากขึ้น ให้เพียงพอต่อการแบ่งฮั้ว นักการเมืองและข้าราชการปั้นโครงการจัดสรรให้ผู้รับเหมาชั้นพิเศษ ส่วนผู้รับเหมาชั้นธรรมดาตายเรียบ โดยเฉพาะกรมทางหลวงงบลงทุนแสนล้านบาท จงใจจัดให้พอต่อการฮั้ว ปี 69 มี 69โครงการ ปี 70 มี 70 โครงการ ทั้งที่ภาพรวมงบลงทุนลดลง 13% จัดงบลงทุนแบบมือใครยาวสาวได้สาวเอาแนะขุดเงินนอกงบฯ 4 ล้านล้านกู้ ศก.นายวีระ ธีระภัทรานนท์ กมธ.เสียงข้างน้อยอภิปรายว่า เสนอตัดลดงบ 7,400 ล้านบาท และจัดทำงบฯหลังจากนี้ต้องไม่เพิ่มงบรายจ่ายอีกต่อไป รัฐต้องทำงบขาดดุลเรื้อรังจ่ายดอกเบี้ย 4 แสนล้านบาทต่อปี งบฯปี 70 ตกสภาพจำยอมถูกมัดมือชก เรากำลังติดกับงบฯและหนี้สาธารณะ ระยะอันใกล้คงหนีไม่พ้นกับดักการคลัง นำไปสู่วิกฤติเศรษฐกิจ หาก 2-3 ปียังไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจเติบโตมากกว่า 2% ไปสู่ 5% จะติดกับเศรษฐกิจ วิธีหลุดจากกับดักเศรษฐกิจคือ การนำเงินนอกงบฯที่มีอยู่ 4 ล้านล้านบาทมาใช้ ต้องนำเงินนอกงบฯมาเติมสภาพคล่องระบบเศรษฐกิจ มีข้อมูลน่าตกใจว่าเงินนอกงบฯนำมาใช้แค่ 9.5 หมื่นล้านบาทเท่านั้น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงกลาโหม กระทรวงคมนาคม มีเงินนอกงบฯจำนวนมากแต่ไม่เอามาสมทบลดภาระการคลังจัดงบฯเพื่อนฝากซื้อข้ามหน่วยเรืออากาศโทธนเดช เพ็งสุข สส.กทม. พรรคปชน. อภิปรายว่า งบฯปี 70 พบปัญหางบครุภัณฑ์จัดซื้อสิ่งของซับซ้อน ราคาไม่มีมาตรฐาน สืบราคาจากเอกชนที่ไม่ใช่ผู้ประกอบการโดยตรง การพัฒนาระบบเกือบทุกหน่วยงานจัดทำแบบจ้างบุคลากร จ้างที่ปรึกษา เช่น โครงการพัฒนาระบบพื้นที่ เพื่อบริหารข้อมูลกลางทางทะเลและชายฝั่ง 50 ล้านบาท เป็นค่าจ้างบุคลากร 34 ล้านบาท ผู้จัดการโครงการเพื่อพัฒนาระบบ มีเวลาทำงาน 8 เดือนได้เงินเดือน 4 แสนบาท มากกว่าเงินเดือนนายกฯและประธานสภาฯ ยังพบการจัดงบแบบเพื่อนฝากซื้อ อาทิ กรมการท่องเที่ยว แต่จัดซื้อของให้ตำรวจท่องเที่ยว ทั้งที่ตำรวจท่องเที่ยวสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ“วรงค์” หวดจัดงบฯฟาดหัวคิว 30%นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยภักดี อภิปรายว่า ขอปรับลดงบฯ มาตรา 4 ลง 10% กังวลว่าตั้งงบฯจะนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชัน ได้รับร้องเรียนจากผู้ประกอบการว่าการจัดทำงบฯโครงการไหนถูกบรรจุในงบฯเล่มขาวคาดแดง แม้แจ้งว่าอยู่ชั้นวาระแรก แต่จ่ายเงินกันไปแล้ว ราคาต้นทุน 100 บาทเมื่ออยู่ในเล่มขาวคาดแดง จะมีสูงกว่าปกติ 300-400 บาท เขาต้องจ่ายเงินให้ส่วนราชการ 30%“กรณ์” ซัดไร้ยุทธศาสตร์จี้ปฏิรูปภาษีนายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อภิปรายว่า ขอปรับลดงบฯลง 10% วงเงินกว่า 300,000 ล้านบาท วันนี้การจัดสรรทำงบฯปี 70 ของรัฐบาลไม่ตอบโจทย์ประเด็นปัญหาประเทศที่เผชิญอยู่ และปัญหารายได้ไม่พอ เมื่อรัฐบาลเพิ่มเงินในกระเป๋าโดยออก พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้าน แต่กลับนำเงินกู้ไปจัดสรรให้เรื่องเดิมๆ โครงการเดิมๆที่ขาดความชัดเจน สุดท้ายเชื่อว่าจะนำไปสู่การจัดซื้อวัสดุโซลาร์เซลล์ แทนที่จะนำเงินไปแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง 5 เรื่องหลัก รายได้รัฐ 99% มาจากภาษีคนทำงานที่มีแค่ 1% เป็นรายได้เก็บภาษีอภิมหาเศรษฐี คนร่ำรวยจึงแทบไม่ต้องเสียภาษีเลย และอัตราเติบโตทางเศรษฐกิจ 2% ต่ำมาก ถ้ายังโตเพียงแค่ 2% และโตช้า รายได้ภาษีลดลงมาเรื่อยๆเหลือแค่ 14% โดย 99% มนุษย์เงินเดือนคนทำงานแบกรับ ไม่ใช่คนรวย จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลคิดใหม่ ทำใหม่ทั้งระบบ ปฏิรูปโครงสร้างภาษีทบทวน บทบาททุนต่างชาติ กำหนดจุดยืนต่อรัฐวิสาหกิจและหุ้นที่รัฐถืออยู่ ปรับปรุงกฎระเบียบต่างๆไม่ให้ต้องประสบปัญหาวิกฤติงบฯในอนาคตเฉ่งงบฯ 70 ผิดวินัยการคลังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้า พรรค ปชป. อภิปรายตัดงบ 1.5 แสนล้านบาทว่า ผิดหวัง กมธ.ไม่รีดไขมันให้มีพื้นที่การคลัง ถ้าตัดงบ 1.5 แสนล้านบาท จะทำให้พื้นที่การคลังต่ำกว่าเพดานหนี้สาธารณะ นำไปจัดสรรใหม่เพิ่มการลงทุนเพิ่มขีดความสามารถประเทศ และเพิ่มสวัสดิการให้เด็กนักเรียน ผู้สูงอายุ หากต้องการสะสางโครงสร้างงบฯประเทศและกับดักงบฯ ต้องเริ่มต้นจากพูดความจริง ที่สงสัยว่าร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 70 สุ่มเสี่ยงผิดกฎหมายวินัยการเงินการคลัง มาตรา 20 (1) ที่ต้องมีงบลงทุน 20% คำนวณดูแล้วอาจเกินมา 1,700 ล้านบาทเท่านั้น กมธ.ไม่สงสัยว่าสิ่งที่นับเป็นรายจ่ายลงทุน เป็นรายจ่ายลงทุนจริงหรือไม่ มีรายจ่าย 2 รายการที่ไม่ใช่รายจ่ายลงทุนคือ 1.งบกลางรายการสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉิน 1 แสนล้านบาท ที่ระบุเป็นรายจ่ายลงทุน 60,000 ล้านบาททั้งที่ยังไม่มีรายการหรือแบบใดๆ แต่บอกว่าเป็นงบลงทุน 2.ค่าบริการคลาวด์ภาครัฐ 4,500 ล้านบาทที่ดูแล้วไม่ใช่งบลงทุนแน่นอน เป็นรายจ่ายประจำ ทำไมไม่พูดความจริง หลังสมาชิกอภิปราย มาตรา 4 ครบถ้วนแล้ว ที่ประชุมลงมติเห็นชอบมาตรา 4 ด้วยคะแนน 281 ต่อ 133 งดออกเสียง 46 ไม่ลงคะแนน 1“ไหม-มาร์ค” ฉะงบซ้ำซ้อนเงินกู้ 4 แสน ล.ต่อมาเวลา 11.00 น. เข้าสู่การพิจารณา มาตรา 6 งบกลาง วงเงิน 6.93 แสนล้านบาท สส.หลายคน ท้วงติงงบฯ 12,000 ล้านบาท ส่วนที่เกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่าย เพื่อแก้ไขปัญหาฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม และรองรับผลกระทบจากวิกฤติความผันผวนราคาพลังงานที่ซ้ำซ้อนกับเงินกู้ 4 แสนล้านบาท อาทิ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. และนายอภิสิทธิ์ ที่อภิปรายไปในทิศทางเดียวกัน เสนอตัดงบกลาง 50,000 ล้านบาท โดยเฉพาะงบกลางรองรับผลกระทบจากวิกฤติราคาพลังงานฯ 12,000 ล้านบาทที่มีรายละเอียดซ้ำซ้อนกับ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ไม่รู้จะเอาไปใช้ทำอะไร หน่วยงานที่มาชี้แจงต่อ กมธ.พูดไม่ชัดเจนด้านนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ชี้แจงว่าถึงงบกลาง 12,000 ล้านบาท ที่สมาชิกเห็นว่าซ้ำซ้อนกับ พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท วัตถุประสงค์แตกต่างกัน กรอบใหญ่เปลี่ยนผ่านพลังงาน แต่วิธีการแตกต่างกัน ส่วนเงินกู้ที่เหลืออยู่ 2 แสนล้านบาทหลัง รัฐบาลพยายามจะสนับสนุนไปถึงประชาชนโดยตรงแจงงบฯ 6 พัน ล. สำรองค่าโง่คลองด่านนายภราดรกล่าวอีกว่า ปีนี้ กมธ.ปรับลดงบฯ ได้ 11,162 ล้านบาท มีส่วนที่แปรญัตติเพิ่มเข้ามาและนำมาใส่ในงบกลาง หลายคนถามว่าทำไมต้องนำมาใส่ในงบกลางถึง 6,000 ล้านบาท เหตุผลคือในคณะอนุกรรมการชุดหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ กรมควบคุมมลพิษตั้งงบฯไว้ 3,000 ล้านบาท เพื่อนำไปชำระหนี้ค่าโง่คลองด่าน จะมีการอภิปรายเรื่องนี้ในมาตรา 17 ขออธิบายคร่าวๆ ว่าหลังไปเจรจาตกลงแล้วมีภาระที่เราต้องจ่ายประมาณ 10,000 ล้านบาท กำหนดไว้ให้ใช้งบกลางปี 69 จำนวน 4,000 ล้านบาท งบปี 70 จำนวน 3,000 ล้านบาท และงบกลางปี 70 อีก 3,000 ล้านบาท คดีนี้ยังไม่สิ้นสุด เมื่อไม่กี่วันนี้รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการไปเจรจาหนี้ให้เรียบร้อย เป็นเหตุให้คณะอนุกรรมการตัดเงินก้อนนี้ออกมาก่อน เขียนไว้ในข้อสังเกตของ กมธ.ชุดนี้ว่ากรณีที่ตั้งคณะกรรมการแล้วไปเจรจากันแล้ว สุดท้ายสิ้นสุดความรัฐบาลต้องชำระเงินกันแบบไหน หลังจากนั้นกรมควบคุมมลพิษ จะใช้งบกลางในส่วนนี้ได้ กรณีเลวร้ายที่สุด หากรัฐต้องชำระเงินตามเงื่อนไขเดิมที่ยังไม่ผ่าน ครม. คือต้องชำระ 6,000 ล้านบาท จึงเป็นเหตุผลต้องตั้งงบก้อนนี้เพื่อแปรญัตติเพิ่มกลับไปยังงบกลาง หลัง สส.อภิปรายเสร็จสิ้น ที่ประชุมสภาฯมีมติผ่านมาตรา 6 งบกลาง ด้วยคะแนนเห็นด้วย 276 ไม่เห็นด้วย 137 งดออกเสียง 52 ไม่ลงคะแนน 1 เสียง“วีระ” ชงฟรีซขึ้นเงินเดือน ขรก.1–2ปีต่อมานายวีระ ธีระภัทรานนท์ กมธ.วิสามัญฯอภิปรายว่า เงินเลื่อนเงินเดือน และเงินปรับวุฒิข้าราชการ 13,000 ล้านบาท เข้าใจว่าตัดไม่ได้จริง กรมบัญชีกลางต้องตั้งงบเผื่อไว้ขึ้นเงินเดือนและปรับวุฒิตามเกณฑ์ ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติเหมือนปีที่ผ่านๆมาจะไม่มีปัญหาเลย ที่เสนอตัดทั้งก้อน 13,000 ล้านบาทบวกกับเสนอตัดรายการที่สำนักงบฯเสนอมา 12,000 ล้านบาทรวม 25,000 ล้านบาทในงบกลาง ฝ่ายราชการควรใช้หลักร่วมทุกข์ร่วมสุขกับประชาชน ตั้งแต่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจปี 27 และปี 40 หน่วยราชการที่รับเงินเดือนไม่เคยได้รับผลกระทบ ปีหน้าถ้าเป็นไปได้ เสนอให้ฟรีซขึ้นเงินเดือนข้าราชการสัก 1-2 ปีให้เหลือพื้นที่ใช้เงินให้เกิดประโยชน์ที่สุด“รอมฎอน” ขยี้งบกำลังพลผี กอ.รมน.ช่วงบ่าย เข้าสู่การอภิปรายมาตรา 7 งบฯสำนักนายกฯวงเงิน 23,968,021,600 บาท ถูก สส.พรรค ปชน.รุมท้วงติงงบฯ กอ.รมน. อาทิ นายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. อภิปรายว่า คำสั่งวันที่ 10 พ.ย.68 ว่าด้วยเรื่องการดำเนินการรับรองหลักฐานการมีสิทธิ์การนับเวลาราชการเป็นทวีคูณกำลังพลในสังกัด กอ.รมน.และผู้ปฏิบัติงานใน กอ.รมน. เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามแก้ไขปัญหากำลังพลผี นับวันทวีคูณเปิดช่องทุจริตกินเงินหลวง พยายามจะแก้ ห้ามยื่นคำสั่งล่วงหน้าเด็ดขาดผูกกรอบอัตราและเสนาธิการทหารบกกำชับส่งคนไปตรวจเช็กกำลังพลจังหวัดชายแดนภาคใต้ ช่วงเดือน เม.ย.69 น่าชื่นชม แต่เมื่องบ กอ.รมน.มาถึงสภาฯ แปรญัตติขอคืน 1,052 ล้านบาทผ่านมติ ครม. แต่ถูก กมธ.ปัดตก ยอดที่ลดลงคือผลจากการตรวจพบกำลังพลผีหรือไม่ จะตรวจสอบย้อนหลังเรียกเงินคืนหรือไม่ หากไม่ใช่เหตุใด กอ.รมน.ถึงแปรญัตติเงินก้อนนี้กลับมาเต็มจำนวนพอดี“ไอซ์” จวกซื้อไฟฉายกระบอกละ 5,600 บาทน.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคปชน. อภิปรายขอปรับลดงบฯสำนักงบฯลง 10% เพราะสิ่งที่เจอในคณะอนุฯ กมธ.บางโครงการ ไม่มีการระบุรายละเอียด ไม่มีระบุยี่ห้อ ไม่มีระบุของที่จะซื้อในใบเสนอราคา เช่น โครงการยกระดับเพิ่มศักยภาพข้อมูลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ งบฯหลายสิบล้านบาท แต่ไม่ใส่รายละเอียด อีกโครงการของ กอ.รมน.ขอซื้อไฟฉายกระบอกละ 5,600 บาท ไม่มีแม้กระทั่งใบเสนอราคา ไม่บอกจะซื้อยี่ห้อไหน รุ่นไหน พอเป็นหน่วยงาน กอ.รมน. กมธ.ฟากรัฐบาลเหมือนปล่อยๆให้ผ่านไป และปรับลดงบฯ แค่เป็นพิธีทั้งที่ไม่มีรายละเอียดอะไรเลย บางโครงการใบเสนอราคาเป็นคนละบริษัท แต่มีชื่อผู้จัดการโครงการเป็นชื่อเดียวกัน และเบอร์ติดต่อเดียวกัน ปล่อยมาได้อย่างไรกรมฝนหลวงใช้ใบเสนอราคาบริษัทร้างน.ส.รักชนกกล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีใบเสนอราคาจากบริษัทร้าง เป็นบริษัทที่กรมฝนหลวงต้องการทำโครงการซื้อเรดาร์ตรวจจับ แต่ท่านไปขอใบเสนอราคาจากบริษัทที่ไม่มีงบฯการเงินในปี 68 และปีปัจจุบัน คือไปขอใบเสนอราคาจากบริษัทที่ไม่มีการดำเนินการ ไม่แน่ใจสำนักงบฯปล่อยผ่านมาได้อย่างไร หน่วยงานเดี๋ยวนี้รู้มากส่งเอกสารมาให้อนุ กมธ.พิจารณาเป็นคิวอาร์โค้ด เป็นโฟลเดอร์ไม่ใช่เอกสาร การพิจารณาให้สแกนคิวอาร์โค้ด ที่มีรายละเอียดการพิจารณาค่อนข้างมาก แต่สิ่งที่บางหน่วยงานทำ เช่น สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และสำนักงานตำรวจแห่งชาตินำคิวอาร์โค้ดมาแปะไว้ เมื่อสแกนจะเห็นข้อมูล แต่พอออกจากห้องไปเขาลบข้อมูลในไฟล์เหล่านั้นออก หน่วยงานที่มีประสิทธิภาพ และจะช่วยป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันได้ต้องเริ่มจากสำนักงบฯ ขอฝาก ผอ.สำนักงบฯคนใหม่ จะทำให้กระบวนการด้านงบฯ เป็นกระบวนการที่โปร่งใส“เท้ง” จี้ 3 ข้อโปร่งใสตรวจสอบได้ด้านนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.อภิปรายถึงในส่วนสำนักงบประมาณ ถูก กมธ.ปรับลดเพียง 2 แสนกว่าบาทว่า ขอถามรัฐบาลต่อการสนับสนุนและผลักดันร่างกฎหมายที่พรรค ปชน.เสนอเพื่อให้กระบวนการทำงบฯโปร่งใส เป็นไปตามกรอบนโยบายและประชาชนมีส่วนร่วม เช่น การสืบราคาที่ผ่านมาเป็นเพียงพิธีกรรม รู้ล่วงหน้าว่าจะจ้างใคร ล็อกสเปกทีโออาร์ สิ่งที่ต้องทำคือเปิดเผยการสืบราคา การประชุมคณะกรรมการทีโออาร์ พรรคเสนอร่างกฎหมายเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ ตัวแทนรัฐบาลจะช่วยผลักดันหรือไม่ เพื่อให้การทำงบฯโปร่งใส นอกจากนี้กระบวนการจัดทำงบฯตามทิศทางและกรอบของนโยบายที่ชัดเจน เพื่อให้จัดทำงบตามเป้าหมายรัฐบาล ส่วนการเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วม เช่น ใช้กลไกตามรัฐธรรมนูญเพื่อเปิดเวทีสภาฯให้ สส. อภิปรายในสภาฯ เสนอแนะการจัดทำและเสนอของบฯในปี 71 จากนั้นที่ประชุมโหวตผ่านมาตรา 7 ด้วยคะแนน 276 ต่อ 137 งดออกเสียง 54 มึนทหารรีดน้ำเชื้อสัตว์ แย่งซีนท้องถิ่นต่อมาเวลา 17.30 น. เข้าสู่มาตรา 8 กระทรวงกลาโหม วงเงิน 90,782 ล้านบาท สส.พรรค ปชน. อภิปรายพุ่งเป้าการของบฯไปใช้ทำภารกิจอื่นที่ไม่ใช่หน้าที่และแย่งงานท้องถิ่น อาทิ น.ส.เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู สส.เชียงใหม่ พรรค ปชน.อภิปรายว่า กองทัพทำงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจ แย่งงานหน่วยงานอื่น เช่น ทอ.มีรายการสร้างสถูปเจดีย์ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ผูกพันงบฯปี 70 วงเงิน 41.7 ล้านบาท และปี 71 ขอรับจัดสรรอีก 236.2 ล้านบาท รวม 277.9 ล้านบาท กองบัญชาการกองทัพไทยแย่งงานหน่วยงานอื่น 1.ก่อสร้างปรับปรุงทางชนบท 466 รายการ วงเงิน 850 ล้านบาท อ้างเป็นภารกิจพื้นที่ชายแดน บูรณาการร่วมกับ อปท. 2.โครงการส่งเสริมด้านการเกษตร ปศุสัตว์และสหกรณ์ วงเงิน 22.88 ล้านบาท ให้ทหารผลิตพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ รีดน้ำเชื้อปศุสัตว์ 3.ประมงหมู่บ้าน 3.6 ล้านบาท เอาทหารไปเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ ด้านนายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม.พรรค ปชน. อภิปรายว่า กองบัญชาการกองทัพไทยได้งบ 1.4 หมื่นล้านบาท มีงบก่อสร้างกว่า 1,700 ล้านบาทซ้ำซ้อนกับท้องถิ่น เช่น สร้างถนนลูกรังกว่า 900 กม.ปีละ 850 ล้านบาท ทั้งที่ไม่ใช่ถนนชายแดน งบทำแหล่งน้ำ 1,500 แห่ง เช่น ขุดบ่อบาดาล ทำจุดน้ำดื่มกว่า 850 ล้านบาทเรือตรวจการณ์–เอ็กซเรย์ใช้ไม่ได้จริงต่อมาเวลา 19.20 น. เข้าสู่การพิจารณามาตรา 9 กระทรวงการคลัง วงเงิน 15,965 ล้านบาท น.ส.นฤมาศ เปี่ยมบัณฑิต สส.ชลบุรี พรรค ปชน.ตั้งข้อสังเกตค่าซ่อมแซมเรือตรวจการณ์ศุลกากร 19 ลำ วงเงิน 57.3 ล้านบาทผ่าน กมธ.ไม่ถูกลดแม้แต่บาทเดียว ทั้งที่หน่วยงานชี้แจงไม่เพียงพอ เรือ 19 ลำ ที่ขอซ่อมมีทั้งหมดกี่ลำ ไม่ใช่งบจำเป็นตามจริง ขณะที่งบจัดซื้อ เครื่องเอ็กซเรย์ตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์และระบบตรวจสอบสินค้าของกรมศุลกากร ที่ขอต่อเนื่องหลายปีทั้งจัดหาเครื่องใหม่ ค่าบำรุงรักษา และค่าจ้างเหมา ซ่อมแซมระบบ ปีนี้ได้รับ 899 ล้านบาท ได้รับข้อมูลจากผู้ใช้บริการในท่าเรือแหลมฉบังว่าเครื่องเอ็กซเรย์ ตรวจตู้คอนเทนเนอร์ที่ด่านศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง ใช้งานไม่ได้เต็มประสิทธิภาพเท่าที่ควร ฝาก รมว.คลัง และอธิบดีกรมศุลกากรตรวจสอบว่าครุภัณฑ์ที่ซื้อมา ด้วยงบฯแผ่นดินทุกชิ้น ถูกนำไปใช้จริงตามวัตถุประสงค์ หรือไม่ หลังจากสมาชิกอภิปรายครบถ้วนแล้ว ที่ประชุม ลงมติเห็นชอบมาตรา 9 ด้วยคะแนน 279 ต่อ 139 งดออกเสียง 50“อนุทิน” ชูเปลี่ยนเครื่องยนต์ ศก.เมื่อเวลา 09.00 น. ที่อาคารอเนกประสงค์ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ถนนวิภาวดีรังสิต นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานกิจกรรม NDC’68 Symposium ภายใต้แนวคิด “Resilient Thailand” ของหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักรหรือ วปอ.รุ่นที่ 68 นายอนุทินกล่าวว่า ประเทศไทยต้องไม่เพียงอยู่รอด แต่ต้องก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคง รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับ 3 เรื่องหลัก คือการเปลี่ยนเครื่องยนต์เศรษฐกิจ การปฏิรูประบบราชการ และการพัฒนาคน จะรับผลการศึกษาของ วปอ.รุ่นที่ 68 ให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องนำไปพิจารณาต่อยอดเป็นนโยบายรัฐบาล อยากเห็น วปอ.เป็นมากกว่าเครือข่ายผู้นำ แต่เป็นเครือข่ายแห่งความเข้าใจ และเครือข่ายแห่งการลงมือทำ ทั้งนี้ประธานนักศึกษา วปอ.รุ่น 68 มอบเสื้อแจ็กเกตรุ่น วปอ.68 ติดแถบสัญลักษณ์ วปอ.61 รุ่นของนายอนุทิน ติดสัญลักษณ์หมู่นกหัวขวานที่แขนเสื้อด้านซ้ายยิ้มไม่ตอบปรับ ครม.ครบ 6 เดือนต่อมาเวลา 10.30 น. ที่รัฐสภา นายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงการเปลี่ยนตัวโฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดตัวรายการ “คุยกับ ครม.อนุทิน” ว่า รัฐบาลเข้ามาทำหน้าที่ครึ่งปี ชุดรัฐมนตรีทุกคนทำงาน แต่ละสัปดาห์จะจัดช่วงเวลาให้รัฐมนตรีได้มาชี้แจง โฆษกรัฐบาลคนใหม่ จะเน้นสื่อสารกับประชาชน ให้รับทราบว่ารัฐบาลดำเนินการอะไรไปแล้วบ้าง อย่าไปใช้คำว่าตอบโต้ทางการเมืองเลย มีอะไรชี้แจง ข้อสงสัยหรือข้อกังวลให้ทุกฝ่ายรับทราบ เมื่อถามว่าตอนนี้ปรับแค่การสื่อสาร ยังไม่ปรับ ครม.ใช่หรือไม่ นายอนุทินยิ้มหัวเราะแต่ไม่ตอบคำถาม เมื่อถามย้ำว่ารัฐบาลอยู่มา 6 เดือนแล้วถึงเวลาปรับครม.แล้วหรือยัง นายอนุทินหัวเราะ ไม่ตอบเหมือนเดิม ก่อนเดินออกจากวงสัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าวถามอีกว่าหัวเราะแบบนี้ ยังไม่มีแนวโน้มจะปรับใช่หรือไม่ นายอนุทินยิ้มโดยไม่ได้ตอบคำถามใดๆเนรเทศเพิ่มอีก 1 ราย ชาวฝรั่งเศสจากนั้นเวลา 11.35 น. นายอนุทินให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงการลงนามคำสั่งเนรเทศชาวฝรั่งเศส ซึ่งเป็นการให้ออกนอกประเทศจากระเบียบใหม่ของกระทรวงมหาดไทยว่า กฎหมายมีแล้วก็ต้องใช้ ชาวอิสราเอลรายแรกที่ถูกเนรเทศยังไม่เห็นยื่นอุทธรณ์มาต่อนายกฯ เมื่อถามว่าจะมีรายอื่นๆที่อยู่ในรายชื่อจะถูกเนรเทศอีกหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ใครทำความประพฤติไม่ดี ประเทศไทยไม่ประสงค์ให้คนเหล่านี้อยู่ในประเทศ ส่วนกรณีสุสานชาวอิสราเอล ที่ จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับรายงานจากนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย ยืนยันไม่มีและไม่ต่อใบอนุญาต การตั้งสุสานชาวต่างชาติในไทยทำได้หรือไม่ ไม่มั่นใจในรายละเอียด แต่ต้องเข้าใจในความรู้สึกของคนไทยก่อนผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทินลงนามคำสั่งกระทรวงมหาดไทยเมื่อวันที่ 7 ก.ย. เนรเทศนายเควิน ดิมิโน สัญชาติฝรั่งเศสออกนอกราชอาณาจักร ด้วยมีพฤติกรรมข่มขู่ คุกคาม ทำร้ายร่างกาย ก่อความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่น สร้างความแตกแยกทางเชื้อชาติและศาสนา อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย“พลพีร์” บี้ 1.4 หมื่นบริษัทนอมินีด้านนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทยกล่าวถึงสุสานชาวอิสราเอล ที่ จ.ฉะเชิงเทรา ว่าได้ขออนุญาตปี 64 แต่ปี 66 หมดอายุมาขอต่อใบอนุญาต แต่นายอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงสำรวจพบก่อสร้างผิดมาตรฐานจึงไม่ต่อใบอนุญาตให้ ต่อมายื่นอุทธรณ์มาถึง รมว.มหาดไทยแต่ไม่ได้รับคำอุทธรณ์ ก่อนไปยื่นศาลปกครอง นาทีนี้ถือว่าไม่ได้รับใบอนุญาตให้เป็นสุสาน 4 ร่าง ล่าสุดที่ฝังอยู่มี 3 ร่างฝังขณะไม่มีใบอนุญาต นายอำเภอและ ผวจ.ฉะเชิงเทราจะมีหนังสือไปให้ย้ายทั้ง 3 ร่างออกจากพื้นที่ ผู้นับถือศาสนานี้น่าจะมีสุสาน 4-5 ที่ เดี๋ยวจะรื้อดูหมด หากไม่ถูกต้องจะถูกดำเนินคดีต่อไป ปัญหาชาวอิสราเอลไม่ได้นิ่งเฉยที่ลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต เกาะสมุย เกาะพะงัน ดีเอสไอกำลังพิจารณาว่าจะนำเข้าเป็นคดีพิเศษหรือไม่ ชาวต่างชาติที่ทำผิดกฎหมายตอนนี้เยอะ มีทั้งบริษัทนิติบุคคลถือครองที่ดินผิดกฎหมายกว่า 1,500 บริษัทและยังมีบริษัทต่างชาติที่สงสัยอีกประมาณ 14,000 บริษัท ถือครองที่ดินกว่า 5,800 แปลง มูลค่ากว่า 6 หมื่นล้านบาท เห็นตัวเลขและชื่อบริษัทหมดแล้วปลุก อปท.กู้เชื่อมั่นต้องไม่โกงสอบต่อมาเวลา 13.40 น. ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานพิธีมอบรางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการบริหารจัดการที่ดี ประจำปีงบฯ 69 นายอนุทินกล่าวตอนหนึ่งว่า องค์กรรัฐทุกองค์กรย่อมมีช่วงเวลาต้องเผชิญคำถาม เราจะทำให้ประชาชนกลับมาเชื่อมั่น อยู่ที่การกระทำ ต้องทำให้ประชาชนเห็นว่าบุคลากรในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ล้วนตั้งใจทำงาน ซื่อสัตย์และยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง ต้องไม่ซื้อข้อสอบ ต้องไม่ขี้โกงข้อสอบ ต้องไม่เป็นส่วนหนึ่งของระบบที่ทำร้ายประเทศไทยเป็นไปไม่ได้ที่ประเทศไทยจะอยู่รอดได้ ถ้าข้าราชการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าราชการท้องถิ่น เข้ามาด้วยวิธีการทุจริต ประเทศไทยเราคงไม่มีอนาคตที่ดีได้ ขอให้เชื่อมั่นว่าเราจะไม่ละเว้นผู้ใดแม้แต่คนเดียว ไม่ว่าจะมีอิทธิพล มีความรู้ความสามารถ หรือเก่งกาจขนาดไหน ถ้าทำผิดกฎหมาย ไม่มีอะไรต่างไปจากโจรไม่ได้ฟัง “สนธิ” นัดม็อบทวงคืน ปท.จากนั้นนายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) แถลงประกาศทวงคืนประเทศไทยว่า “ไม่ได้ฟังครับ” เมื่อถามว่านายสนธิบอกว่าหลังวันที่ 14 ก.ย.จะยกระดับหาก กกต.ตัดตอนคดีฮั้ว สว. นายอนุทินที่กำลังเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าได้หันมาพยักหน้า พร้อมกล่าวว่า “อ๋อครับ” เมื่อถามว่านายสนธิได้ท้าให้ดีเบตผ่านทางโซเชียล นายอนุทินพยักหน้าเป็นสัญลักษณ์ว่าได้ยินคำถาม ก่อนตอบว่า “ครับ” จากนั้นนายกฯเดินเข้าตึกไทยคู่ฟ้าโดยผู้สื่อข่าวพยายามถามอีกว่า จะไม่ตอบคำถามหรือ โดยนายอนุทินไม่ได้หันมาตอบแต่อย่างใดก่อนเดินเข้าตึกไทยคู่ฟ้าไปทันที“สนธิ” นัดทวงแผ่นดินไทย–จี้ รบ.ยุติโกงก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 10.10 น. ที่บ้านพระอาทิตย์ นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) พร้อมนายนิติธร ล้ำเหลือและนายพิชิต ไชยมงคล 2 แกนนำ เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) แถลงจัดชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหากลุ่มทุนชาวอิสราเอลประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย สร้างผลกระทบกับคนไทยหลายพื้นที่ เชิญชวนผู้รักชาติร่วมชุมนุมแสดงจุดยืนหน้าสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยวันที่ 10 ก.ย. ตั้งแต่เวลา 09.30 น. นายสนธิกล่าวว่า การจัดการชุมนุมครั้งนี้เป็นเริ่มต้นปลุกพลังประชาชนทวงคืนแผ่นดินไทย เรียกร้องให้รัฐบาลนายอนุทินเลิกร้องรำทำเพลงยุติการโกงกินประเทศ กลับมาตั้งใจแก้ปัญหาทุนต่างชาติยึดที่ทำกินคนไทยอย่างจริงจัง เพราะนอกจากอิสราเอล ยังมีจีนเทา รัสเซียเทา และอินเดียเทา ที่เข้ามาสร้างผลกระทบความเดือดร้อนให้ประชาชนคนไทยเป็นจำนวนมากขู่ กกต.ตัดตอนฮั้ว สว.ชุมนุมใหญ่แน่นายสนธิกล่าวอีกว่า ขอให้พี่น้องประชาชนจับตาการพิจารณาคดีฮั้วเลือก สว.ของ กกต.ในวันที่ 14 ก.ย.อย่างใกล้ชิด หาก กกต.มีมติปัดตกคดีหรือตัดตอนการสอบสวนไม่ให้สาวถึงผู้บงการและผู้ได้รับประโยชน์ จะนัดประชาชนออกมาชุมนุมใหญ่แน่นอน เพราะคดีนี้ไม่ได้มีเพียงผู้สมัครหรือผู้ดำเนินการระดับล่าง แต่ต้องตรวจสอบให้ถึงเครือข่าย ผู้มีอำนาจและบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังทั้งหมด เพื่อพิสูจน์ว่าองค์กรอิสระทำหน้าที่ตรงไปตรงมา โดยไม่ยอมจำนนต่ออำนาจการเมือง การจัดชุมนุมเรียกร้องให้ประเทศไทยกลับเป็นของคนไทยนี้ ไม่ได้ต้องการจะขับไล่รัฐบาล แต่มีเป้าหมายเรียกร้องความโปร่งใสในการบริหารประเทศ และปกป้องสิทธิประชาชน ต้องการให้นายอนุทินและนักการเมืองพรรค ภท. ฟังเสียงประชาชน ทำงานเพื่อผลประโยชน์ประเทศบ้าง ไม่ใช่ยิ่งบริหารประเทศ ยิ่งมีเรื่องชั่วๆผุดเต็มไปหมด ทำให้ตนคนแก่อายุ 79 ปี ทนไม่ไหวต้องลุกขึ้นจัดชุมนุม“นครินทร์” เผย “มีชัย” เสียใจปมเลือก สว.เมื่อเวลา 11.00 น. ที่อาคารอเนกประสงค์ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ บรรยายพิเศษเรื่อง “การเมืองไทยและสังคมไทยสำหรับอนาคต” ในงานเสวนาวิชาการ NDC’68 Symposium จัดโดยนักเรียนหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68 ช่วงที่เปิดโอกาสให้นักศึกษา วปอ. สอบถาม โดยนายธนพร ศรียากูล ตั้งคำถามว่ากระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีข้อกังวลว่าจะได้ผลลัพธ์เป็นรัฐธรรมนูญใหม่ที่เป็นของสีน้ำเงินหรือสีน้ำเงินเข้ม นายนครินทร์กล่าวว่าประเทศเราจะแบ่งเป็นกี่สีนั้นไม่สำคัญ แต่รัฐธรรมนูญต้องเป็นของคนทุกสี ทุกสีต้องมีพื้นที่ในการแสดงออกหรือการร้องเรียนใดๆได้เหมือนกัน และได้รับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ แต่ปัญหาตอนนี้คือเรายังตกลงกันไม่ได้ว่าจะทำกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญจริงๆ หรือไม่ และจะทำโดยใคร ทำให้เราคาดการณ์กันว่ารัฐธรรมนูญจะเป็นของสีนั้นสีนี้ การยกร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านมามักให้ผู้เชี่ยวชาญมาร่าง แต่บางครั้งผู้เชี่ยวชาญพารัฐธรรมนูญลงเหวได้เช่นกัน รู้จักกับประธานกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ฉบับปี 2560 ขอไม่เอ่ยชื่อท่าน ท่านบอกตนว่าเสียใจมากที่สุดกับเรื่องหนึ่งที่ว่าท่านไม่รู้จะทำอย่างไร เป็นความผิดพลาดที่สุดของ กรธ.คือการยกร่างเรื่องระบบการเลือก สว. เราทำมาแบบนี้ต้องรับชะตากรรมแบบนี้ แต่ปัญหาคือจะยอมรับต่อไปหรือจะปรับปรุงแก้ไข ขอตอบง่ายๆว่ารัฐธรรมนูญไม่ควรเป็นของสีใดสีหนึ่ง เพราะรัฐธรรมนูญเป็นของทุกคนผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประธาน กรธ.ฉบับปี 2560 คือนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ที่ได้รับแต่งตั้งจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่