ออกหมายเรียก พ.ต.ท.สารวัตร สืบภาค 6 ซิ่งฟอร์จูนเนอร์ชนคนตายแล้วหนี สุดสลดเหยื่อตีนผีเป็นเยาวชนชายอายุ 16 ปี อดีตนักดนตรีวงโยธวาทิตของโรงเรียน เพิ่งเรียนต่อ ปวช.ปี 1 วิทยาลัยเทคนิคพิษณุโลก ทำงานหาเงินส่งตัวเอง คืนเกิดเหตุเลิกงานจากร้านข้าวมันไก่ขี่รถ จยย.กลับบ้าน ถูกสารวัตรเมาซิ่งออกจากร้านเหล้าตะวันแดงพุ่งชนท้ายดับสยองกลางถนน มี 2 เยาวชนหญิงขี่รถ จยย.มาชนซ้ำซ้อนเจ็บสาหัสทั้งคู่ พ่อแม่หวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรมเพราะคู่กรณีเป็นตำรวจเมาขับชนแล้วหนีแถมใช้รถสวมทะเบียน ผ่านไป 5 วันเผาศพลูกไปแล้วยังไม่ออกมาแสดงความรับผิดชอบ ตำรวจตามยึดรถคันก่อเหตุมาแล้ว ขณะที่สารวัตรตีนผีจะเข้ารับทราบข้อกล่าวหาวันที่ 7 ก.ย.จากอุบัติเหตุรถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ ขับพุ่งชนท้ายรถ จยย. นายพีรณัฐ หรือน้องข้าวปั้น ระทวย อายุ 16 ปี เสียชีวิต บนถนนสิงหวัฒน์ ทางลงสะพานนเรศวร ต.ในเมือง อ.เมืองพิษณุโลก เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 2 ก.ย. แล้วหลบหนีไป ต่อมามีรถ จยย.อีกคันที่ น.ส.ณัฐชยา สอนมา อายุ 16 ปี เป็นคนขี่ มี น.ส.คุณัญญา สีหมวด อายุ 16 ปี นั่งซ้อนท้าย เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนไปชนร่างผู้ตายบนถนนจนรถคว่ำได้รับบาดเจ็บสาหัสทั้งคู่ ในที่เกิดเหตุพบชิ้นส่วนกันชนสีบรอนซ์และแผ่นป้ายทะเบียน กต 6098 พิษณุโลก ของรถฟอร์จูนเนอร์ตกอยู่บนถนน ตำรวจเก็บไว้เป็นหลักฐาน ภายหลังทราบว่าคนขับรถคันดังกล่าวเป็นนายตำรวจระดับสารวัตร ยศ พ.ต.ท. อยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดีความคืบหน้าเมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 6 ก.ย. ที่วัดสุดสวาสดิ์ ต.บ้านคลอง อ.เมืองพิษณุโลก ครอบครัวร่วมทำบุญเก็บกระดูกนายพีรณัฐ หรือน้องข้าวปั้น เพื่อจะนำอัฐิไปลอยอังคารแม่น้ำน่าน หน้าวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หลังมีพิธีสวดพระอภิธรรมศพ 3 คืน และฌาปนกิจไปเมื่อวันที่ 5 ก.ย. โดยยังไร้วี่แววคนขับรถคู่กรณีมารับผิดชอบค่าเสียหายหรือแสดงความเสียใจแก่ครอบครัว นายพลกฤณ์และ น.ส.ศิริพร เสือคล้าย อายุ 37 ปี เท่ากัน พ่อแม่บุญธรรมของน้องข้าวปั้นเผยว่า ตอนนี้ยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผ่านไป 5 วันแล้วคู่กรณียังหลบหนี ยิ่งมารู้ภายหลังว่าแผ่นป้ายทะเบียนรถที่ตกในที่เกิดเหตุไม่ตรงกับรถคันที่ก่อเหตุยิ่งกลัวไม่ได้รับความเป็นธรรมพ่อแม่บุญธรรมเหยื่อชนแล้วหนีเผยต่อไปว่า น้องข้าวปั้นเป็นอดีตนักดนตรีวงโยธวาทิต โรงเรียนพุทธชินราช ศึกษาต่อชั้น ปวช.ปี 1 ที่วิทยาลัยเทคนิคพิษณุโลก สาขาสถาปัตยกรรม ทำงานหาเงินส่งตัวเองเรียนโดยไม่พึ่งพาครอบครัว วันเกิดเหตุออกไปทำงานที่ร้านข้าวมันไก่ หลังร้านปิดขี่รถ จยย.กลับบ้านก็มาเกิดเหตุจนเสียชีวิต ครอบครัวเสียใจมาก ยิ่งมาทราบภายหลังว่า คนขับรถคู่กรณีเป็นนายตำรวจยศใหญ่อาจจะเมาแล้วขับ ทำให้เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม กลัวคดีไม่ตรงไปตรงมาหรืออาจเปลี่ยนตัวผู้กระทำความผิด ตอนนี้ก็มีโทรศัพท์มาขอไกล่เกลี่ย โทร.มาสอบถามเพื่อแสดงความรับผิดชอบ แต่ไม่มีผู้ใดมาแสดงตนนายณฐชนน ชนะบูรณาศักดิ์ สส.พิษณุโลก เขต 1 พรรคประชาชน ที่เข้ามาช่วยติดตามคดีเผยว่า หลังจากไปเร่งรัดคดีได้รับคำตอบจากตำรวจว่าได้ติดตามกล้องวงจรปิดจนพบรถคันที่ก่อเหตุ แต่ทะเบียนรถไม่ตรงกัน คาดว่าเป็นทะเบียนปลอมหรือรถสวมทะเบียน และมาได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าคนขับเป็นตำรวจยศ พ.ต.ท. เพิ่งขับรถออกมาจากร้านเหล้าตะวันแดง น่าจะอยู่ในอาการมึนเมา ไปเฉี่ยวชนรถ จยย.แล้วหลบหนีจนมีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นเยาวชนชายทำงานร้านข้าวมันไก่เพื่อหารายได้เสริม ส่วนผู้บาดเจ็บเป็นเยาวชนหญิงอีก 2 คนที่ประสบอุบัติเหตุซ้ำซ้อนก็ทำงานร้านหมูกระทะเพื่อหารายได้เสริมให้ครอบครัวเช่นเดียวกัน ญาติกลัวคดีจะเงียบและไม่รับผิดชอบความเสียหาย ตนจึงยื่นมือมาช่วยเหลือด้านกฎหมายและติดตามคดีเพื่อให้ได้รับความเป็นธรรมด้านคดี พ.ต.อ.วัชรพงษ์ สิทธิรุ่งโรจน์ ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก เผยว่า ตำรวจตรวจสอบแผ่นป้ายทะเบียน กต 6098 พิษณุโลก ของรถคันที่ชนตกอยู่ในที่เกิดเหตุพบว่าเป็นของรถเก๋งฮอนด้าแจ๊ซ สีดำ แต่รถคันที่ชนแล้วหนีเป็นรถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ จึงเป็นการสวมทะเบียน จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดย้อนกลับไปพบว่ารถคันก่อเหตุขับออกมาจากร้านตะวันแดงก่อนจะมาเกิดอุบัติเหตุ โดยคนขับเป็นนายตำรวจยศ พ.ต.ท. ชื่อย่อ “อ.” อายุ 53 ปี ตำแหน่งสารวัตรสืบสวน สังกัด บก.สส.ภ.6 พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว เบื้องต้นทราบว่าได้รับบาดเจ็บอยู่ระหว่างพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล จะเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนวันที่ 7 ก.ย.นี้ต่อมาในช่วงบ่าย นายพลกฤณ์และ น.ส.ศิริพร เสือคล้าย อายุ 37 ปี พ่อแม่บุญธรรมของน้องข้าวปั้น เดินทางมาที่ สภ.เมืองพิษณุโลก เข้าพบ พ.ต.ท.สันตสิริ เมตตาวงศ์ รอง ผกก. (สอบสวน) ร.ต.ท.พิรุฬห์วัฒน์ ใจปินตา รอง สว. (สอบสวน) เจ้าของคดี เพื่อให้ปากคำประกอบสำนวนคดี ขณะที่ตำรวจได้ตรวจยึดรถโตโยต้าฟอร์จูเนอร์ สีบรอนซ์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน คันที่ก่อเหตุ มาจากหลังบ้านหลังหนึ่งใน อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก มาไว้ที่โรงพักเพื่อให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อเก็บหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เบื้องต้นพบว่าสภาพรถด้านหน้ามีรอยชนยุบ กระจังหน้าแตก กันชนแตก และฝากระโปรงยุบอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่