ฝนถล่มแม่สาย จ.เชียงราย แม่น้ำสายทะลักเซาะแนวกระสอบบิ๊กแบ็ก ที่มีคนแอบขุดเอาทราย น้ำไหลท่วมชุมชน เจ้าหน้าที่นำรถแบ็กโฮเร่งอุดป้องกันน้ำขยายวงกว้าง สถานการณ์ส่อวิกฤติ พบปริมาณฝนพื้นที่ต้นน้ำฝั่งท่าขี้เหล็กของเมียนมายังหนัก ส่วนพะเยาน้ำป่าถล่ม 2 อำเภอ เช่นเดียวกับแม่ฮ่องสอนฝนกระหน่ำหนักหลายชั่วโมงน้ำซัดถนนพังกว่า 40 เมตร บ้านจมน้ำหายไป 3 หลัง ด้านกรมอุตุฯเตือนทุกภาครับมือฝนตกหนัก 8-13 ก.ย.ฝนตกหนักน้ำป่าทะลักแนวกระสอบบิ๊กแบ็กเข้าท่วมชุมชนตลาดแม่สาย โดยเมื่อเวลา 09.04 น. วันที่ 7 ก.ย. สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงรายแจ้งเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast ถึงประชาชนในพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ว่าระดับน้ำแม่น้ำสายเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง หลังเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ต้นน้ำ ส่งผลให้ปริมาณน้ำบริเวณสถานีสะพานมิตรภาพไทย—เมียนมาแห่งที่ 1 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำสาย ประกอบด้วย ต.เวียงพางคำ ต.แม่สาย และ ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดขณะที่นายอนุชา ยอดเชียงคำ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลแม่สายสั่งให้เจ้าหน้าที่นำรถประชา สัมพันธ์ออกแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่พื้นที่เสี่ยงริมแม่น้ำสาย เนื่องจากน้ำเหนือยังเพิ่มสูงขึ้น อาจทำให้น้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนและบ้านเรือน ขอให้ประชาชนเตรียมยกสิ่งของและทรัพย์สิน ไว้บนที่สูง และเตรียมความพร้อมอพยพกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ รวมทั้งขอให้ประชาชนเฝ้าติดตามข้อมูลสถานการณ์และประกาศแจ้งเตือนจากหน่วยงานราชการในพื้นที่อย่างใกล้ชิดส่วนบรรยากาศในพื้นที่ตลาดแม่สายพบว่าชาวบ้านพากันตื่นตระหนกออกไปดูสถานการณ์น้ำบริเวณสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 1 ล่าสุดระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจนแตะบริเวณท้องสะพาน มีเศษท่อนไม้และวัชพืชลอยมาติดค้างใต้ท้องสะพานจำนวนมากขวางทางน้ำ น้ำไหลทะลักแนวกระสอบทรายถุงบิ๊กแบ็กช่วงตึกแม่สายคอมเพล็กซ์ หลังจากมีคนขุดรื้อพนังกั้นน้ำและนำทรายในกระสอบไป ทำให้น้ำไหลเข้าชุมชนเกาะทราย ต.แม่สาย บางส่วน เจ้าหน้าที่เร่งอุดแนวกระสอบทรายโดยด่วนต่อมานายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย สั่งการให้เจ้าหน้าที่ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นติดตามสถานการณ์น้ำ หากเกิดปัญหาสร้างความเดือดร้อน ให้กับชาวบ้านจุดใดให้รีบเข้าไปแก้ไขบรรเทาความเดือดร้อนทันที สำหรับน้ำที่สูงขึ้นจนแตะพื้นสะพานมิตรภาพฯยังอยู่ในระดับต่ำกว่าแนวกำแพงคอนกรีตทั้งฝั่งไทยและฝั่งเมียนมาราว 50-100 ซม. เจ้าหน้าที่ยืนยันว่ายังรับมือได้ เช่นเดียวกับบริเวณตลาดสายลมจอย ตลาดการค้าชายแดนสำคัญเป็นจุดล่อแหลมมักถูกน้ำท่วมเป็นประจำ ปัจจุบันมีการทำพนังกั้นน้ำ ทำให้น้ำยังไม่ท่วม บรรดาพ่อค้าแม่ค้าเปิดร้านขายของกันตามปกติบ่ายวันเดียวกัน นายชูชีพ พงษ์ไชย ผวจ.เชียงราย พร้อมผู้ว่าการจังหวัดท่าขี้เหล็ก ของเมียนมานำเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศตรวจแม่น้ำสาย พบว่าช่วงเวลา 13.20 น. บริเวณพื้นที่ต้นแม่น้ำสายบ้านโจตาดา จ.ท่าขี้เหล็ก ห่างจากชายแดนแม่สาย 25 กม.วัดปริมาณฝนตกสะสมในพื้นที่มากถึง 90.6 มม. ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่นำรถแบ็กโฮขุดตักวัชพืชและเศษไม้ที่ลอยมาตามแม่น้ำสายมาติดอยู่ตรงสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 1 เพื่อให้น้ำไหลระบายลงสู่แม่น้ำรวกและแม่น้ำโขงได้สะดวกยิ่งขึ้น เพื่อช่วยบรรเทาน้ำท่วมพื้นที่ริมน้ำทั้งสองประเทศขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมในฝั่ง จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา หนักไม่แพ้กัน แม่น้ำสายที่เพิ่มสูงขึ้นและไหลเชี่ยวกรากกัดเซาะแนวพนังกั้นน้ำในฝั่ง จ.ท่าขี้เหล็ก ที่อยู่ตรงกันข้าม อ.แม่สาย จนพังทลายเป็นบริเวณกว้าง ผลให้น้ำทะลักไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในเขตชุมชน น้ำยังเอ่อล้นไปถึงตลาดท่าล้อแหล่งเศรษฐกิจการท่องเที่ยวสำคัญในตัวเมืองท่าขี้เหล็ก สร้างความเสียหายอย่างหนักจ.แม่ฮ่องสอน เกิดฝนตกหนักช่วงกลางดึกนานหลายชั่วโมง ส่งผลให้น้ำป่าไหลหลากลงลำน้ำแม่ฮ่องสอนเอ่อท่วมบ้านเรือนประชาชนใน ต.จองคำ และ ต.ปางหมู อ.เมืองแม่ฮ่องสอน หนักสุดในชุมชนป๊อกตะวันออกเขตเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน และชุมชนสหกรณ์ออมทรัพย์ครูแม่ฮ่องสอน นอกจากนี้กระแสน้ำซัดรถแบ็กโฮของผู้รับเหมาก่อสร้างแนวกั้นน้ำริมตลิ่งลำน้ำแม่ฮ่องสอนพลิกคว่ำจมน้ำ ถนนทางเข้าสหกรณ์ออมทรัพย์ครูแม่ฮ่องสอนถูกลำน้ำแม่ฮ่องสอนเซาะพังเสียหายไปครึ่งเลนระยะทางกว่า 40 เมตร ผู้สัญจรต้องใช้ความระมัดระวังอันตราย เนื่องจากหลายจุดน้ำเซาะถนนเป็นโพรงลึกด้านนายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา รอง ผวจ.แม่ ฮ่องสอน พร้อมผู้นำชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยเฉพาะบ้านที่หย่อมบ้านขุ่มน้ำ บ้านใหม่ ต.ปางหมู อ.เมืองแม่ฮ่องสอน มีบ้านถูกน้ำซัดจมหายไปกับกระแสน้ำถึง 3 หลัง เคราะห์ดีชาวบ้านหนีออกมาได้ทัน ทำให้ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต รอง ผวจ.แม่ฮ่องสอน สั่งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วนและวางแผนฟื้นฟูพื้นที่ต่อไปส่วน จ.พะเยา ฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลากท่วมบ้านเรือนประชาชนใน อ.เชียงคำ 3 ตำบล มี ต.เวียง ต.ร่มเย็น และ ต.เจดีย์คำ ชาวบ้านเดือดร้อน 6 หมู่บ้าน หลังเกิดเหตุ น.ส.ศิรินุช จันทาพูน นายอำเภอเชียงคำพร้อมด้วยนายจิรายุ ยองเพชร ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง และนายเพชรรัตน์ พรหมเทพ นายก อบต. ร่มเย็น ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัย กระทั่งบ่ายน้ำแห้งกลับเข้าสู่สภาวะปกติ เจ้าหน้าที่ช่วยชาวบ้านทำความสะอาดบ้านส่วน อ.ปง จ.พะเยา เกิดน้ำป่าไหลลงลำน้ำสายต่างๆ เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่เกษตรในพื้นที่ลุ่มบ้านสันกลาง หมู่ 8 ต.งิม เสียหายเป็นบริเวณกว้าง นางกัญญาณัฐ สุทธวงค์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลงิมลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้าน จากนั้นเปิดเผยว่า ฝนตกหนักตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ทำให้ระดับน้ำในลำน้ำเพิ่มสูงขึ้นเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่เกษตร ส่วนพื้นที่สาธารณประโยชน์ถนนและบ้านเรือนยังไม่ได้รับผลกระทบใดๆ เทศบาลเฝ้าระวังน้ำท่วมจากสถานีวัดระดับน้ำสะพานบ้านหนองบัวเพื่อคอยแจ้งเตือนภัยตลอด 24 ชั่วโมงเมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 7 ก.ย. นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยฉบับที่ 2 ว่า ในช่วงวันที่ 8-13 ก.ย.ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง จะเริ่มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคอื่นๆจะได้รับผลกระทบในระยะถัดไป ทั้งนี้ เนื่องจากในช่วงวันที่ 8—11 ก.ย. จะมีร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังปานกลาง ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่งหลังจากนั้นช่วงวันที่ 12-13 ก.ย. บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ลงมา ปกคลุมภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออก เฉียงเหนือตอนบน ส่งผลให้ร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลางตอนล่างและภาคตะวันออกเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออก เฉียงเหนือมีฝนลดลง ส่วนภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพ มหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่