เตือนภัยนักเรียนนักศึกษามิจฉาชีพแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้จิตวิทยาตุ๋นเงิน ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เผยวันเดียว โจรออนไลน์ตุ๋นเปื่อยนักศึกษาหนุ่มสาว 3 ราย แฉพฤติการณ์คล้ายกัน สวมรอยเป็นตำรวจขู่พัวพันคดีฟอกเงินและเปิดซิมม้า อีกอุบายปลอมเป็นอาจารย์วางแผนหลอกได้ทุนเรียนต่อต่างประเทศ บอกบทให้ขอเงินจากผู้ปกครอง ต้องโอนเงินมาทำสเตตเมนต์ ทั้ง 3 เคสเหมือนกันคือ บังคับตัดขาดโลกภายนอก สุดท้ายสูญเงินรวมกันกว่า 2.74 ล้านบาท เตือนผู้ปกครองช่วยสอดส่องพฤติกรรมผิดปกติของบุตรหลานเตือนภัยนักศึกษาตกเป็นเหยื่อโจรคอลเซ็นเตอร์ เปิดเผยขึ้นเมื่อวันที่ 6 ก.ย. ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกง ออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร.ในฐานะ ผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร.ในฐานะรอง ผอ.ศปอส.ตร. ร่วมกันเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 ก.ย. ศูนย์ต่อต้านการ ฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เข้าช่วยเหลือ 3 นักศึกษาหนุ่มสาว หลังถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์ข่มขู่พัวพันคดีฟอกเงินและเปิดซิมผิดกฎหมาย บังคับให้ตัดขาดจากคนรอบข้าง วิดีโอคอลกดดันตลอดเวลา พร้อมออกอุบายให้กุเรื่องหลอกผู้ปกครอง “ได้รับทุนเรียนต่อต่างประเทศ” ต้องโอนเงินมาแสดงบัญชี (Statement) ก่อนหลอกโอนเข้าบัญชีม้าทั้ง 3 รายสูญเงินรวม 2.74 ล้านบาทพล.ต.ท.จิรภพเผยว่า เคสแรก นักศึกษาหญิง อายุ 19 ปี ถูกขู่เอี่ยวฟอกเงิน คนร้ายอ้างมีบุคคลอื่นนำชื่อและเลขบัตรประชาชนไปเปิดซิมการ์ดใน จ.ขอนแก่นและถูกนำไปใช้เป็นบัญชีม้า สร้างความตกใจและความกังวลใจให้กับผู้เสียหาย จากนั้น มิจฉาชีพได้โอนสายไปยังบุคคลที่แอบอ้างเป็นตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมบังคับให้ผู้เสียหายเพิ่มเพื่อนทางแอปพลิเคชัน “ไลน์” เพื่อวิดีโอคอลพูดคุย ระหว่างการติดต่อมิจฉาชีพจะแต่งเครื่องแบบตำรวจ ให้น่าเชื่อถือและกดดันผู้เสียหายว่า มีส่วนพัวพันกับคดีฟอกเงินร้ายแรง บังคับให้โอนเงินที่มีอยู่ทั้งหมดในธนาคารเพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์ หากไม่อยากถูกดำเนินคดี นอกจากนี้ยังสั่งให้ตัดขาดการติดต่อจากบุคคลรอบข้าง ห้ามบอกเรื่องนี้ให้ครอบครัวรู้เด็ดขาด สุดท้ายผู้เสียหายถูกบังคับโอนเงินสด 6 ครั้ง สูญเงิน 1,249,985 บาท หลังเกิดเหตุผู้เสียหายเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี แจ้งความดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้ดำเนินการผ่านสายด่วน AOC 1441 เรียบร้อยแล้วผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า เคสที่สอง ACSC ประสาน สน.บุคคโล เข้าช่วยเหลือบัณฑิตหนุ่มวัย 22 ปี หลังถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้มุกปลอมเป็นอาจารย์หลอกว่าได้ทุนเรียนต่อต่างประเทศ แต่ต้องมีรายการเดินบัญชี (Statement) และขู่เอี่ยวคดีบัญชีม้า บังคับให้ไปเปิดห้องพักโรงแรม ตัดขาดการติดต่อ หลอกให้ขอเงินผู้ปกครองโอนเข้าบัญชีม้ารวม 995,000 บาท เคราะห์ดีที่พ่อผู้เสียหายเกือบโอนเพิ่มอีก 500,000 บาท แต่ธนาคารโทร.ทักท้วงก่อนเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือและพาเข้าแจ้งความทันทีพล.ต.ท.จิรภพกล่าวต่อว่า เคสที่สาม ACSC ประสาน สน.ทุ่งมหาเมฆ เข้าช่วยเหลือ นศ.หนุ่มวัย 19 ปี หลังถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกว่าเอี่ยวเปิดซิมผิดกฎหมาย บังคับให้แต่งบทพูดหลอกป้าว่าได้ทุนแลกเปลี่ยนเรียนฟรีที่อังกฤษ เพื่อขอเงินไปทำวีซ่าและแสดงยอดเงิน (Statement) ก่อนหลอกโอนเข้าบัญชีม้า 5 ครั้ง สูญเงินรวม 498,999 บาท เคราะห์ดีที่ป้าไหวตัวแจ้งตำรวจ ACSC ชุดสืบสวนเร่งแกะรอยช่วยเหลือจนพบตัวที่โรงแรมย่านสวนพลูปลอดภัยพล.ต.ท.จิรภพเตือนด้วยว่า เจ้าหน้าที่รัฐหรือตำรวจจริงไม่มีนโยบายโทรศัพท์มาสอบสวน ส่งหมายจับทางไลน์ หรือบังคับให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์เด็ดขาด ขอให้ผู้ปกครองสังเกตพฤติกรรมบุตรหลาน หากมีการขอเงินก้อนโตอ้างเรื่องทุนการศึกษาให้รีบตรวจสอบกับสถาบันทันที หรือโทร.แจ้งสายด่วน AOC 1441อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่