คุณดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒน์ แถลงตัวเลขเศรษฐกิจประจำไตรมาสว่า ไตรมาส 2 ของปี 2569 จีดีพีขยายตัวร้อยละ 1.9 ชะลอตัวลงจากร้อยละ 2.8 ในไตรมาสแรก เมื่อปรับผลของฤดูกาลออกแล้ว เศรษฐกิจไทยไตรมาสสองลดลงจากไตรมาสแรกร้อยละ 0.2 โดย การลงทุนของภาคเอกชนยังขยายตัวเร่งขึ้น แต่การลงทุนภาครัฐลดลง การอุปโภคบริโภคภาคเอกชน การใช้จ่ายภาครัฐ และการส่งออกสินค้าก็ชะลอตัวลง สะท้อนถึง “ภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เป็นปกติ” ของเศรษฐกิจไทย เทียบกับเพื่อนบ้านแล้วไทยก็ยังเป็นที่โหล่ไม่เปลี่ยนแปลง ไตรมาสสอง สิงคโปร์ ขยายตัว 5.9% อินโดนีเซีย 5.3% มาเลเซีย 5.4% เวียดนาม 8.4%เมื่อเจาะลึกลงไปที่ การอุปโภคบริโภคภาคเอกชน และ การลงทุนรวม กลับพบว่า ตัวเลขสองตัวนี้สวนทางกัน ลงทุนมากขึ้นแต่เศรษฐกิจแย่ลง มันเป็นไปได้ยังไง?ตัวเลขการอุปโภคบริโภคของภาคเอกชน พูดง่ายๆก็คือ กำลังซื้อภาคเอกชนไตรมาส 2 ขยายตัวเพียงร้อยละ 1.9 ลดลงจากไตรมาสแรกที่ขยายตัวร้อยละ 3.3 โดยสภาพัฒน์ระบุว่า การใช้จ่ายของเอกชนชะลอลงในเกือบทุกหมวด เช่น หมวดบริการ ขยายตัวเพียงร้อยละ 0.8 จากร้อยละ 2.4 ในไตรมาสแรก ตามการชะลอตัว ของการใช้จ่ายในกลุ่มโรงแรม ภัตตาคาร และบริการขนส่ง การใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคของรัฐบาลยิ่งแย่ ขยายตัวเพียงร้อยละ 0.2 ชะลอจากร้อยละ 3.4 ในไตรมาสก่อน เมื่อรวมครึ่งแรกของปี 2569 การอุปโภคบริโภคของภาคเอกชนขยายตัวร้อยละ 2.6 การใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคของรัฐบาลขยายตัวร้อยละ 1.8ขณะที่ การลงทุน กลับขยายตัวต่อเนื่องสวนทางกับกำลังซื้อที่ลดลงการลงทุนรวมขยายตัวร้อยละ 9.1 ต่อเนื่องจากไตรมาสแรกที่ขยายตัวร้อยละ 9.9 โดย การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวร้อยละ 13.4 เร่งขึ้นจากไตรมาสแรกที่ขยายตัวร้อยละ 10.1 สูงสุดในรอบ 54 ไตรมาส (13.5 ปี) นับตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2555 การลงทุนในหมวดเครื่องจักรเครื่องมือ ขยายตัวสูงถึงร้อยละ 16.6 จากร้อยละ 11.5 ในไตรมาสก่อน แต่การลงทุนในหมวดก่อสร้างกลับลดลงเหลือร้อยละ 1.1 จากร้อยละ 3.0 ในไตรมาสก่อน ที่น่าเป็นห่วงก็คือ การลงทุนภาครัฐปรับลดลงครั้งแรกในรอบ 3 ไตรมาส ขยายตัวเพียงร้อยละ 1.6 เทียบกับร้อยละ 9.4 ในไตรมาสก่อน รัฐบาลกลายเป็นตัวถ่วงจีดีพีอย่างไรก็ตาม สภาพัฒน์ ยังมองแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ว่า จะยังขยายตัวได้ที่ร้อยละ 2.2 สูงขึ้นจากที่เคยคาดว่าจะขยายตัวได้เพียงร้อยละ 1.6สภาพัฒน์ คาดว่า จีดีพีปี 2569 จะขยายตัวในช่วงร้อยละ 2.0–2.5 ค่ากลางร้อยละ 2.2 โดยคาดว่ากำลังซื้อของเอกชนจะขยายตัวร้อยละ 2.6 การลงทุนภาคเอกชนจะขยายตัวร้อยละ 9.6 การส่งออกในรูปดอลลาร์จะขยายตัวร้อยละ 15.1 เงินเฟ้อทั่วไปอยู่ในช่วงร้อยละ 1.5–2.0 และดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลร้อยละ 1.2 ของจีดีพี ก่อนหน้านี้ คุณวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โฆษกกระทรวงการคลัง ก็ได้ปรับเพิ่มจีดีพีปี 2569 เป็นร้อยละ 2.5 (ช่วงคาดการณ์ร้อยละ 2.0–3.0) จากเดิมร้อยละ 1.6ประเด็นที่อยากถามผู้รู้ก็คือ ทำไมการลงทุนที่เพิ่มขึ้นมหาศาลในครึ่งปีแรก จึงไม่ช่วยให้จีดีพีไทยเติบโตมากกว่านี้ ไม่ช่วยให้กำลังซื้อของประชาชนเพิ่มขึ้น ตรงกันข้ามกำลังซื้อกลับลดลง สวนทางกับตัวเลขการลงทุนที่เพิ่มขึ้นมากมายคุณนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ แถลงก่อนหน้านี้ว่า จากการติดตามเม็ดเงินลงทุนจริงจากผู้ได้รับการส่งเสริมการลงทุน พบว่า ไตรมาส 2 ปี 2569 มีเงินลงทุนจริงรวมกว่า 255,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เมื่อรวมกับไตรมาส 1 ส่งผลให้ครึ่งปีแรก 2569 มีเม็ดเงินลงทุนจริงรวม 535,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% จากปีก่อน โครงการเหล่านี้จะจ้างงานมากกว่า 630,000 ตำแหน่ง ทำไมการลงทุนมหาศาลเช่นนี้ กลับสวนทางกับตัวเลขจีดีพีที่สภาพัฒน์แถลง ไตรมาส 2 ลดเหลือ 1.9% กำลังซื้อเอกชนลดลงเกือบทุกหมวด แล้วความรวยไปอยู่กับใครหรือ?“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม