"มาเฟีย” ตัวจริง ไม่ว่าจะเป็น สส.หรือรัฐมนตรีใหญ่แค่ไหนก็ตาม จะต้องประพฤติปฏิบัติตัวไม่ต่างไปจากผู้คนทั่วๆไป ยิ่งเป็นนักการเมืองยิ่งต้องตระหนักมากเป็นพิเศษเพราะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีแต่นี่กลับทำตัวใหญ่ กร่าง ไม่ได้อย่างใจก็ไปทำร้ายร่างกายเขาด้วยการตบบ้องหูเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับรอง ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ นครศรีธรรมราชนักการเมืองรายนี้นาม “ชัยชนะ เดชเดโช” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลภาคใต้เป็นบ้านใหญ่เมืองคอนตัวจริงเสียงจริงเป็น สส.มา 2 สมัย และเป็นรัฐมนตรีในยามที่ประชาธิปัตย์ตกต่ำติดดิน กระทั่ง “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หวนกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคอีกครั้งหนึ่ง เพื่อหวังกอบกู้พรรคดังนั้น ทุกคนจึงต้องช่วยกันทำให้ภาพลักษณ์ของพรรคดีขึ้นด้วยการประพฤติปฏิบัติต่างๆจึงต้องให้ความสำคัญ เพราะต้องการให้ประชาชนหันกลับมานิยมอีกครั้งจึงต้องดีพร้อมทุกอย่างการแสดงตัวเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในทางที่ผิดจึงไม่สมควรยิ่งขนาดตำรวจที่ว่าแน่แล้วยังไม่สนใจเขาปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำผิดแต่อย่างใด รู้จักมักคุ้นมานานแล้วแค่หยอกล้อกันเล่นเท่านั้น แต่เนื่องจากมีพยานหลักฐานแจ่มชัดว่านักการเมืองคนนี้กระทำจริงหลังเกิดเหตุ ผกก.เกรงกลัวบารมี อ้างว่าไม่มีเหตุเกิดขึ้น แต่พอข่าวนี้กระจายไปบรรดาตำรวจต่างไม่พอใจเพราะมันเป็นการหยามกันเกินไปผบ.ตร.จึงสั่งการให้ดำเนินคดีอย่างเต็มที่ ไม่ว่าใครก็ตามที่กระทำผิดด้วยพรรคประชาธิปัตย์แรกๆก็เงียบๆ แต่พอเรื่องแดงขึ้น ได้มีการสั่งการให้สอบหาข้อเท็จจริง หากทำผิดจริงก็ต้องถูก ลงโทษอย่างหนักเพราะทำให้พรรคเสียหาย!เจ้าตัวก็บอกว่าต้องขอโทษประชาชนที่เกิดเรื่องนี้ขึ้นมา พร้อมขอโทษและให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเต็มที่ก่อนหน้านี้ก็มีข่าวในลักษณะนี้มาครั้งหนึ่งแต่ก็รอดไปได้เนื่องจากสมยอมกันมาคราวนี้ดูท่าจะไม่รอดเสียแล้ว เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีพยานที่อยู่ในเหตุการณ์หลายคนเนื่องจากอยู่ในงานพฤติกรรมของนักการเมืองอย่างนี้ไม่ควรปล่อยให้ลอยนวลด้วยการปกป้อง แต่ควรจะต้องจัดการลงโทษให้เด็ดขาดเนื่องจากทำตัวใหญ่ไม่เห็นหัวชาวบ้านนี่ถ้าเป็นชาวบ้านธรรมดาคงรอดตัวไปแล้วเผอิญเป็นคนในเครื่องแบบ มีเจ้านายมีเพื่อนมีพี่ ล้วนมีศักดิ์ศรีถูกหยามอย่างนี้คงไม่มีใครยอมเสียดายก็ตรงที่ประชาธิปัตย์กำลังจะฟื้นคืนชีพแต่มาถูกนักการเมืองกร่างเพียงคนเดียว...ทำให้เสียหายยับเยิน!"สายล่อฟ้า"คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม