ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้ การ เมืองถึงจุดดุเดือด เข้มข้นขึ้นเมื่อสภาเปิดสมัยประชุมวาระสำคัญ คือการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ฝ่ายค้านที่เตรียมตัวเตรียมใจลับมีดรอไว้แล้วคงได้โอกาสแสดงฝีมือก็คราวนี้แหละ...ฝ่ายรัฐบาลก็ต้องตั้งรับให้ดี เพราะถ้าพลาดก็จบเห่เอาได้ คอการเมืองคงได้เวลาคึกคัก ทั้งฝ่ายเชียร์และฝ่ายตรงข้ามก็เป็นบรรยากาศที่จะทำให้ได้ลุ้นได้เสียกันคราวนี้ว่าไปแล้วประเด็นที่น่าสนใจ ซึ่งฝ่ายค้านจะถล่มรัฐบาลคงมี 2 เรื่องหลัก1.ฮั้ว สว.2.โกงสอบท้องถิ่นส่วนประเด็นอื่นๆเป็นเรื่องตามน้ำมากกว่า เพราะไม่มีความชัดแจ้งด้านข้อมูล และพยานหลักฐาน หรือถ้าจะมีอะไรพิเศษก็ต้องดูกันต่อไป...ประเด็นสำคัญก็คือ ญัตติที่ฝ่ายค้านจะยื่นนั้น มีความสำคัญในเบื้องต้นที่ประธานสภาฯจะเป็นผู้พิจารณาตัดสินว่า อันไหนได้อันไหนไม่ได้เนื่องจากมีระเบียบข้อบังคับกำหนดไว้แล้วแต่ดุลพินิจของประธานก็มีส่วนกำหนดด้วยว่ากันว่า “ภูมิใจไทย” แกนนำรัฐบาลนั้น ได้เปรียบตรงที่ประธานอยู่พรรคเดียวกัน แม้จะบอกว่าเป็นกลางแต่ในทางปฏิบัติก็รู้กันดีว่าจะอยู่ข้างไหนอะไรที่ทำให้เพลี่ยงพล้ำก็เขี่ยลูกได้อย่างที่ “ภูมิใจไทย” พยายามจะบอกสังคมว่า ให้ประธานเป็นผู้เคาะญัตติก็เป็นนัยๆแล้วว่า หมายความว่าอย่างไรอย่างเรื่องฮั้ว สว.ที่นายกรัฐมนตรีประกาศว่าไม่เกี่ยวกับรัฐบาลก็ตีความได้ว่าเปิดซักฟอกไม่ได้ก็เป็นช่องทางหนึ่งที่ประธานอาจจะไม่บรรจุในวาระให้ฝ่ายค้านถอนออกไปก็สามารถดำเนินการท่ามกลางเสียงโห่แน่ดูแล้วฝ่ายรัฐบาลน่าจะเล่นเกมนี้มากกว่าเพราะขืนปล่อยให้ฝ่ายค้านเปิดอภิปรายได้ก็เละแน่ เพราะข้อมูลหลักฐานนั้นเพียบแม้จะโยงไม่ถึงรัฐมนตรีแต่ก็เสียหายยับเยินแน่!แต่ประเด็นที่สนใจและสามารถอภิปรายได้ คือการโกงสอบท้องถิ่น แม้รัฐบาลจะบอกว่าจบแล้วแต่ข้อมูลบางส่วนชี้ว่ายังไม่จบอย่างที่การไม่ให้มหาวิทยาลัยบูรพาจัดการสอบทั้งๆที่ลงนามไปแล้วก็ตาม เนื่องจากการยกเลิกแบบมีเงื่อนงำที่ไม่สามารถตอบคำถามได้นั้นคือจุดสำคัญที่นำไปสู่การทุจริตโดย มศว เป็นผู้ดำเนินการถ้าจะให้ดีฝ่ายค้านควรจะหาตัวผู้สั่งให้มีการเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ เพราะประเด็นสำคัญมันอยู่ตรงนี้แหละที่เป็นจุดเบี่ยงเบนเริ่มการทุจริตอย่างเป็นขบวนการตัวใหญ่สุด คือผู้บงการตรงนี้หากฝ่ายค้านสามารถเปิดโปงบุคคล คนนี้ได้ก็จะตอบคำถามได้ว่ายังมีคนที่ใหญ่กว่าอธิบดี จะเป็นใครก็ตามอาจจะเป็น “นักการเมือง” ก็ได้ขอให้ทำการบ้านให้ดีๆเพื่อทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์แบบ!“ลิขิต จงสกุล”คลิกอ่านคอลัมน์ “สับรางวันอาทิตย์” เพิ่มเติม