ก็ถือเป็นปรากฏการณ์ที่แปลกใหม่ เมื่อ นักศึกษา วปอ.รุ่น 68 ยื่นข้อเสนอ 2 ข้อต่อ คุณอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ไปร่วมกิจกรรมกับนักศึกษา วปอ.รุ่นนี้ ถือเป็นความกล้าหาญที่ไม่เคยมีมาก่อน นักศึกษา วปอ.รุ่น 68 ได้ยื่นข้อเสนอ 2 ข้อ และเน้นยํ้าว่า ต้องเริ่มทำทันที คือ 1.แก้รัฐธรรมนูญ (2560) สว.ต้องมาจากการเลือกตั้ง ให้รัฐบาลและพรรคการเมืองร่วมกันประกาศปฏิทินการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อย่างเป็นทางการ ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 107 เพื่อเปลี่ยนให้สมาชิกวุฒิสภา (สว.) มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนทันที 2.ติดเบรกโครงการรัฐ เร่งยกร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อส่งเสริมสนับสนุนประชาชนในการยับยั้งโครงการที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ผมขอแสดงความชื่นชมต่อ วปอ.รุ่น 68 ไว้ตรงนี้ ที่มีความรักชาติบ้านเมือง ไม่เกรงกลัวต่ออำนาจการเมืองที่ผูกขาดทุกองค์กรนักศึกษา วปอ.รุ่น 68 ระบุว่า “การเมืองคือพื้นที่แห่งเสรีภาพในการต่อรอง และความรับผิดชอบต่อเจตจำนงของทุกคน ภายใต้กติกาที่เสมอภาค” และฉายภาพปัญหาหลักของไทยใน 4 มิติ คือ 1.ปัญหาจากการลงประชามติเมื่อ 7 ส.ค.2559 ประชาชนต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม 2.ที่มาของสมาชิกวุฒิสภา ที่ถูกเปลี่ยนจากระบบเลือกตั้งสู่ระบบผสมในปี 2550 และระบบเลือกกันเองในปี 2560 3.โครงสร้างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีความซํ้าซ้อนระหว่าง อบจ. เทศบาล และ อบต. การถ่ายโอนภารกิจไม่ชัดเจน 4.ภาคประชาชนถูกลิดรอนอำนาจในการตรวจสอบและถอดถอน ขณะที่กระบวนการจัดทำประชาคมเป็นแค่ “พิธีกรรม” ที่ไม่มีผลในทางปฏิบัติเป็นข้อเสนอที่ตรงใจประชาชนที่สุด ถ้า นายกฯอนุทิน และ พรรคภูมิใจไทย เมินเฉยจะเกิดอะไรขึ้น จะได้เห็นทหาร 4 เหล่าทัพลงถนนเดินขบวนนำหน้าขับไล่รัฐบาลเหมือนสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ในปี 2500 หรือไม่?ในเวทีเดียวกัน คุณนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ก็ได้รับเชิญไปบรรยายเรื่องอนาคตการเมืองและสังคมไทย คุณนครินทร์บอกว่า ยังมีความพร่ามัวไม่แน่นอนและคาดเดาได้ยาก อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงฉับพลันหรือไม่เกิดก็ได้ แต่ความคาดหวังของคนที่ต้องการเปลี่ยนแปลงก็จะยกระดับขึ้น ความไม่เท่าเทียมกันของรายได้ หนี้สาธารณะ จะเป็นปัญหาเหนี่ยวรั้งการพัฒนาการเมืองไทย การขยับข้ามสังคมจะมีความยากลำบาก การศึกษาก็คาดหวังไม่ได้ ต้องอาศัยอำนาจมืด อำนาจใต้ดิน หรืออำนาจพิเศษ ในการขยับเคลื่อนสถานะ ฟังแล้วน่ากลัวนะครับอนาคตคนไทยเมื่อถูกถามว่า การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่จะเป็น รัฐธรรมนูญของสีน้ำเงิน หรือไม่คุณนครินทร์ ตอบว่า รัฐธรรมนูญต้องเป็นของทุกสี ทุกสีต้องมีพื้นที่แสดงออกเหมือนกัน ได้รับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ แต่ปัญหาคือขบวนการร่างรัฐธรรมนูญ ไม่แน่ใจว่าทำจริงหรือไม่ ให้ใครยกร่าง ที่ผ่านมามักให้ผู้เชี่ยวชาญมายกร่าง แต่บางผู้เชี่ยวชาญก็พารัฐธรรมนูญลงเหวได้เหมือนกัน เคยได้รับฟังจาก กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ฉบับปี 2560 บอกว่า “มีความเสียใจมากที่สุด ไม่รู้จะทำอย่างไร เป็นความผิดพลาดของ กรธ.คือ ระบบการเลือก สว.ถือเป็นความผิดพลาดที่สุด เราทำมาแบบนี้ก็ต้องรับชะตากรรมแบบนี้ ปัญหาคือเราจะยอมรับต่อไป หรือจะปรับปรุงแก้ไข”ไม่ต้องบอกก็รู้นะครับ กรธ.คนนี้เป็นใคร บาปกรรมที่ท่านทำไว้กับชาติบ้านเมือง และประชาชนคนไทยเพื่อรับใช้เผด็จการ จะติดตามท่านไปในชาตินี้และชาติหน้าเขียนเรื่องถูกผิดแล้ว ผมก็คิดถึงคำพูดประโยคหนึ่งของ ศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย ซึ่งจารึกไว้ที่หน้าห้องประชุมศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย ในตลาดหลักทรัพย์ฯว่า “สิ่งที่ถูกต้องคือถูกต้อง แม้ไม่มีใครทำสิ่งนั้น สิ่งที่ผิดคือผิด แม้ทุกคนทำสิ่งนั้น” หวังว่า นายกฯอนุทิน จะเข้าใจสัจธรรมนี้ เร่งแก้ปัญหารัฐธรรมนูญ 2560 วางไทม์ไลน์ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อ “ทำสิ่งที่ถูกต้อง” เพื่ออนาคตใหม่ของชาติบ้านเมือง.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม