ถ้าวัดถ้าประเมินผลงานตามมาตรฐานเคพีไอ ฉบับ “นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล” ตัดเกรด API ที่กระทรวงมหาดไทย ก็ไม่รู้ว่าจะได้คะแนน สอบผ่าน–คาบเส้น หรือยุค มท.1 ชื่อ “น.หนู” จะ “สอบตก”เพราะภารกิจหลักในการ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” วันนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่า ผลงานยังไม่เข้าตาประชาชน โดยไม่ต้องพูดถึงเรื่องโกงสอบท้องถิ่น ไม่ว่ากันเรื่องเกมชิงดุลการเมืองระหว่าง 2 น. กับ “ครูใหญ่เนวิน ชิดชอบ” ที่เคลียร์กันไปแล้วเอาแค่เรื่องผลงานโดยตรง ชักเสียทรงไปกันใหญ่ในช่วงนี้ เพราะแต่ละวันมีเรื่องราวสารพัดสารพัน เช่น ที่กำลังร้อนแรง ปัญหาจีนเทา ยิวเทา ต่างชาติแฝงคิวมาปักหลัก สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านตามมาด้วยหลากคำถาม ปัญหาคนต่างด้าวเข้ามาทำธุรกิจในไทยได้อย่างไร ได้สัญชาติไทยช่องทางไหน มหาดไทยประสาน ตม.ช่วยกรองคนเข้านอกออกในหรือไม่ บังคับใช้กฎหมายดูแลชุมชนต่างด้าวแต่ละพื้นที่อย่างไรยังไม่รวมปัญหาที่ผุดเป็นดอกเห็ด ทั้งปัญหาพ่อทิพย์ ลูกทิพย์เลี่ยงกฎหมายขอขึ้นทะเบียนสัญชาติไทยในพื้นที่ กทม. มีชื่อในทะเบียนบ้านเป็นโขยง มีขบวนการสวมสิทธิคนตาย ปั๊มใบสีชมพูแจกคนต่างด้าวไปจนกระทั่งปัญหาภัยพิบัติ ภัยสาธารณะ ภัยความสงบเรียบร้อยในสังคม การควบคุมการใช้อาวุธปืนก่อเหตุ โดยเฉพาะช่วงนี้เกิดเหตุถี่ในโรงเรียน สถานศึกษา ปัญหานักเรียนตีกัน และอื่นๆอีกมากมายปุจฉาถึงกระทรวงมหาดไทย กรมการปกครองมีข้อสงสัยประสิทธิภาพ ทั้ง “ปลัดคู่บุญผู้นำ” และ “อธิบดีคู่บารมีครูใหญ่” 2 น.บริหารสั่งงานแบบไหนหรือมัวแต่แชร์แบ่งอำนาจ “ประโยชน์นิยม” ไม่เลิกราถ้าไม่รีบ “ขันนอต” กระทรวง มัวแต่หรรษาบันเทิง ผลงานเกรดต่ำมันจะฟ้อง เมื่อถึงคิวปรับ ครม.จะไปบ่น และประเมินผลงาน รมต.คนอื่นๆอย่างไรถึงเวลานั้นคนเป็นนายกฯจะยิ่งลำบากใจ ให้มีคำถามต้องยกเครื่องใหม่ โละเปลี่ยนตัว “มท.1” ด้วยหรือไม่ทั้งหมดทั้งปวงอย่าลืมว่า ที่ได้เข้ามาเป็นผู้นำ พาพรรคภูมิใจไทยเถลิงอำนาจรัฐ ก่อร่างสร้างระบอบสีน้ำเงิน ขยายอิทธิพลบารมีจนปึ้ก เพราะอำนาจพิเศษที่มาจากประชาชน เทคะแนนให้ถล่มทลายถ้าทำผลงานไม่เข้าเป้าก็มีแต่จะเสื่อมจะทรุดเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง กำลังประคับประคองพอไปได้ แต่เรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน แก้ทุกข์ร้อน เพิ่มความสุขชาวบ้าน แฟนคลับหรือแม้แต่เอฟซีสายคลั่งไคล้ คงอิหลักอิเหลื่อจะชมเชียร์จะชเลียร์กดแต้มให้ “สอบผ่าน” ก็คงตะขิดตะขวงใจถึงแม้ต้นทุนเสียงหนุนเป็น “เกราะกำลัง” รัฐบาลนี้ มีผู้ใหญ่อุปถัมภ์ค้ำชู “นายกฯหนู” และคุณครูใหญ่ก็อย่าได้ฮึกเหิม ถ้ามองดูด่านต้านที่ตั้งตระหง่านรออยู่เส้นทางข้างหน้าโดยเฉพาะคิวบี้ฮั้ว สว. กับข้อหาฉกรรจ์ โกงเพื่อกินรวบยังมีความเสี่ยงพลิกคว่ำพลิกหงายเพราะเวลานี้แนวต้านขยายวง แกนนำม็อบมือโปรจ่อพาคนลงถนน เช็กเสียงรอจังหวะเร่งเกมโค่น บรรดาฝ่ายค้าน เครือข่ายประชาชนจัดอีเวนต์ก่อนวันดีเดย์คึกคัก กดดันวัดใจ กกต.จะส่งเรื่องให้ศาลฎีกาหรือไม่ยังไม่รวมกลุ่มประชาชนคนชั้นนำมาช่วยเร้ากดดัน กกต. “เลนขวา” ที่ไม่ได้ปลื้มระบอบ “2 น.” ไปทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นนักวิชาการ อดีตบิ๊กองค์กรอิสระ นักธุรกิจ กระทั่งอดีตบิ๊กๆเขียวลายพรางในแผงอำนาจประเทศมีไม่น้อยที่แหยงระบอบ “กินรวบ” ก๊อบปี้ยุคนายห้างผวาสไตล์ฟาดเรียบ “เผด็จอำนาจพลัส”ขณะเดียวกัน ที่ผ่านมาถึงแม้อำนาจแข็งแกร่ง แต่ก็เห็นร่องรอยสนิมค่อยๆเซาะกร่อนบ่อนทำลายความมั่นคงระบอบสีน้ำเงินอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะปมฉาวปัญหาการทุจริตซับซ้อน และทับซ้อนประเภทแตะตรงไหนก็เหม็นตรงนั้น หลายเรื่องค้างคา ทั้งไอ้โม่งกั๊กโกงน้ำมัน โกงสอบท้องถิ่น โกงฮั้ว สว. พิรุธส่องาบหัวคิวโครงการรัฐ อย่างการจัดหาเอไอบริการชาวบ้าน ฝึกงานลูกเทพเป็นใหญ่ยิ่งถ้านับวันไม่ผ่อนคิวฮึกเหิมอำนาจ ก็จะยิ่งเพิ่ม “จุดสลบ”ขืน “อนุทิน–เนวิน” ยังเปิดหน้า ชูคอยื่นคางยาวหลอกล่อคู่แข่งโดยไม่ยี่หระ เสี่ยงพลาดโป้งเดียวจอดเรื่องที่ 2 น. คงต้องระวังไม่ให้ชาวบ้านสั่งสมอารมณ์หน่ายไม่ทำให้ผู้หลักผู้ใหญ่สุดแรงลาก หมดแรงอุ้ม.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม