ยิ่งลึกก็ยิ่งเจอ การสอบสวนคดีโกงสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นเดินหน้า พบพัวพันนัวเนียกันไปหมด ทั้งข้าราชการและนักการเมือง พันกันไปทั้งประเทศทีมงานสอบสวนมีหลายชุดหลายหน่วยงานต่างคนต่างทำ แต่ละชุดก็มีข้อมูลตามแนวที่รับผิดชอบ จึงพบตัวแสดงที่ต่างกันไปสำคัญว่าอย่าตีกันเองก็แล้วกันหากไม่แยกแยะประเด็นและความรับผิดชอบให้ชัดเจนเกรงว่าจะสับสนและขัดแย้งกันเองได้“อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ต้องกำหนดกรอบให้ชัดเจนมิใช่บอกว่าจะต้องเอาให้ถึงที่สุด ใครเกี่ยวข้องโดนหมดไม่ละเว้นแต่ถ้าจัดระเบียบในการปฏิบัติการไม่ดีพออาจคว้า น้ำเหลวได้โดยเฉพาะนักการเมืองที่เกี่ยวข้องอาจสบช่องหลบรอดตัวไปได้ต้องถามนายกรัฐมนตรีตรงๆว่า เชื่อหรือไม่ว่า “นักการเมือง” เกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ เพราะสมมติฐานตรงนี้จะไปสู่คำตอบได้เพราะ “อนุทิน” รับผิดชอบในฐานะ มท.1 จึงต้องแสดงให้เห็นว่ามีศักยภาพที่จะจัดการปัญหาความเลวร้ายให้ได้ผล...เนื่องจากเป็นคดีใหญ่และสร้างความเสื่อมเสียต่อรัฐบาลและประเทศชาติที่ไม่สามารถดำเนินการให้เรียบร้อยได้แค่เรื่องการเข้ารับราชการก็เกิดปัญหาที่สำคัญคือข้าราชการเหล่านี้จะเป็นกลไกให้รัฐบาลในการบริหารงานเพื่อประเทศชาติ ถ้าปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้นระบบราชการส่วนท้องถิ่นคงเละเทะแน่“ปกรณ์ นิลประพันธ์” รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นประธานสอบสวนชุดที่นายกรัฐมนตรียังแย้มออกมาว่ามีข้อมูลที่ขัดแย้งกันส่อถึงพิรุธได้ระหว่างทางที่จะไปถึงจุดสุดท้ายย่อมมีความสำคัญเพราะอาจจะทำให้เกิดความเบี่ยงเบนได้หากข้อมูลทำให้ทิศทางการสอบสวนผิดทางคนที่ไม่น่ารอดอาจรอดได้การสอบสวนเบื้องต้นที่จะส่งให้ส่วนกลางปรากฏมีผู้เกี่ยวข้องกับความผิดถึง 5 พันคน จำนวนมากเพราะมันพันไปทั้งประเทศดังนั้นการสอบสวนจึงต้องรอบคอบรัดกุมสุจริต โปร่งใสสุดท้ายเหลือแค่ปลาซิวปลาสร้อยตัวใหญ่ๆลงน้ำลึกรอดไปได้งานนี้เดิมพันสูงความสง่างามบนเก้าอี้นายกรัฐมนตรีจึงเป็นใบการันตีว่า “อนุทิน” ควรทำหน้าที่ต่อไปหรือไม่?"สายล่อฟ้า"คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม