นายกฯ “อนุทิน” เซ็นตั้ง “นิรัตน์” นั่งรักษาราชการแทนอธิบดี สถ.สางโกงสอบข้าราชการท้องถิ่น ด้าน กสถ.จ่อตัดสิทธิบรรจุกลุ่มแรก 3,621 คน จาก 5,814 คน ส่วนที่เหลือนับคะแนนใหม่ แฉขบวนการทุจริตยังไม่สำนึก กลุ่มคนที่สอบได้และขึ้นบัญชี ผวากลัวถูกถอนชื่อและโดนคดีอาญาติดต่อนายหน้าอ้างรู้จักกรรมการให้ดึงชื่อออกได้ เรียกเงินค่าวิ่งเต้นอีกคนละ 3-5 แสนจากที่เก็บไปก่อนสอบ 5-7 แสน ผบก.ป.เผย ดร.วินและน้องสาวให้การเป็นประโยชน์ มีหน้าที่รับไฟล์ข้อมูลข้อสอบจากจ่าพิชิต เตรียมออกหมายเรียกรับทราบข้อหาเพิ่มอีก 15 คนกรณีตำรวจกองปราบปรามจับนายวิน ธนพชรโภคิน หรือ ดร.อัศวิน โชติพนัง ที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ น.ส.ศตพร ธนพชรโภคิน น้องสาวนายวิน และ จ.ส.ต.ดร.พิชิต ทั้งพรม หรือจ่าพิชิต ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ ผู้ต้องหาร่วมกันทุจริตโกงสอบเข้ารับราชการส่วน ท้องถิ่น หลังมีหลักฐานทั้งหมดเป็นตัวการวางแผนรวบรวมข้าราชการท้องถิ่นมาแก้ไขไฟล์ข้อสอบ ล่าสุดคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ กสถ. มีมติส่งรายชื่อ 5,814 คนที่พบการทุจริตในการสอบส่งให้คณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ ก.กลาง เพิกถอนวันที่ 23 ก.ค.นี้ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 10.00 น. วันที่ 16 ก.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นปี 2568 จะส่งผลกระทบต่อการเข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) หรือไม่ ว่า มันคนละเรื่องกัน การเข้าเป็นภาคีสมาชิกของ OECD ต้องพูดถึงหลักธรรมาภิบาล หลักการตรวจสอบ เราไปห้ามสิ่งที่มันเกิดการโกง ไปห้ามแบบครบวงจรไม่ได้ แต่เมื่อมันเกิดขึ้นเรามีระบบที่จะไปดักจับได้และดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด อย่างกรณีการทุจริตการสอบข้าราชการมีการจับกุมและถูกดำเนินคดี การดำเนินการต่างๆก็ยังเดินหน้าต่อไปเมื่อถามถึงผลการประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) วันที่ 23 ก.ค. เป็นไปตามผลการพิจารณาของคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เสนอหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รายละเอียดเป็นเรื่องของผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบ คณะกรรมการมีมติออกมาอย่างไรก็ต้องเป็นไปตามนั้นและเป็นไปตามกฎหมาย ทำตามใจอย่างเดียวไม่ได้ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงมหาดไทย (มท.) ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ลงนามในคำสั่ง มท.ที่ 1545/2569 เรื่องแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เมื่อวันที่ 16 ก.ค.69 ระบุ ว่าก่อนหน้า มท.มีคำสั่งที่ 1563/2569 ลงวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ให้นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดี สถ.ประจำ มท.เป็นการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 24 มิ.ย.2569 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงนั้น เพื่อความเหมาะสมแก่การรับผิดชอบภารกิจของ สถ. อาศัยอำนาจแห่ง พ.ร.บ.บริหารราชการแผ่นดิน แต่งตั้งให้นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัด มท. เป็นผู้รักษาราชการแทนอธิบดี สถ. มีผลตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค.เป็นต้นไปมีรายงานจากแหล่งข่าวจากอดีตคณะกรรมการ กลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ระบุว่า ขณะนี้มีขบวนการหาผลประโยชน์จากการโกงคะแนนสอบท้องถิ่นวิ่งเรียกรับผลประโยชน์จากผู้จ่ายเงินซื้อตำแหน่งสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นและได้เรียกบรรจุเข้ารับราชการกระจายใน อปท.ทั่วประเทศไปแล้วมากกว่า 15,000 คน แต่อยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบจากหน่วยงานที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งและองค์กรอิสระ ขณะนี้กลุ่มคนที่เสียเงินซื้อตำแหน่งมีทั้งกลุ่มที่บรรจุเข้ารับราชการแล้วและกลุ่มที่ขึ้นบัญชีไว้อีกหลายพันคนเกิดความหวั่นวิตกกังวล หากตรวจสอบพบกระดาษมีความผิดปกติจะถูกเพิกถอนสิทธิ์แล้วถูกดำเนินคดีอาญาและถูกตัดสิทธิ์เข้ารับราชการตลอดชีวิตแหล่งข่าวระบุว่า มีการวิ่งเต้นให้ถอดชื่อออกจากกลุ่มที่กรรมการตรวจกระดาษคำตอบพบว่าคะแนนผิดปกติ เสนอจำนวนเงินอีกครั้งคนละ 300,000-500,000 บาท หลังจากจ่ายก่อนสอบมาแล้วคนละ 500,000-700,000 บาท ผ่านนายหน้าในท้องถิ่นอีกครั้ง ทั้งนี้ กลุ่มคนที่อาสาเป็นนายหน้าวิ่งเต้นดังกล่าวอ้างว่าจะนำเงินไปให้กรรมการที่ตัวเองสนิทให้ดึงชื่อออกจากกลุ่มที่พบว่ากระดาษคะแนนผิดปกติ มีการประสานกันเรียบร้อยแล้ว และกรรมการก็รับปากว่าสามารถกระทำได้ มีคนจำนวนหนึ่งหลงเชื่อยอมจ่ายเงินให้กับกลุ่มนายหน้าที่อ้างว่าสามารถถอดชื่อออกจากบัญชีที่จะถูกเพิกถอนสิทธิ์ได้ที่ห้อง 5501 อาคาร 5 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เวลา 11.00 น. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานแถลงผลสอบสวนกรณีทุจริตสอบการแข่งขันเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่น มีนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดมท. ที่นายอนุทิน เพิ่งเซ็นแต่งตั้งรับตำแหน่งรักษาราชการแทนอธิบดี สถ. และนายบุญประสงศ์ นวลสายย์ รองอธิบดี สถ. เข้าร่วม นายอรรษิษฐ์กล่าวว่า จากการแต่งตั้งนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัด มท. เพราะส่วนราชการที่กำลังมีปัญหา อย่างที่ทุกคนรับทราบก็ต้องมีหัวที่ต้องบริหารจัดการในเรื่องนี้ให้ลุล่วงและสำเร็จ และทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องให้เกิดความถูกต้องโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ จากการประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เมื่อวันที่ 15 ก.ค.และมีมติให้ผู้ที่มีคะแนนผิดปกติ 5,814 คน และถูกแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ทุกคนเชื่อมั่นว่าจะต้องทำเรื่องนี้โดยเร็วที่สุดปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าวอีกว่า หลังจากที่ตรวจคะแนนเรียบร้อยแล้วได้ปรึกษากับรักษาการอธิบดี สถ. และนายบุญประสงศ์ว่า เมื่อ กสถ.มีมติประกาศผู้สอบแข่งขันได้ ฉะนั้นผู้ที่ประกาศก็ต้องมีสิทธิ์ที่จะต้องเพิกถอนการประกาศการบรรจุได้ เพราะถือว่าเป็นพฤติกรรมอุกอาจ เมื่อประกาศในส่วนที่ผิดและเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจก็ต้องเพิกถอนโดยเร็วที่สุด ฉะนั้นในกลุ่มแรกที่เราเห็นอยู่แล้วว่ามีความชัดเจน มีความผิดปกติของคะแนนก็จะเชิญในวันที่ 17 ก.ค.เวลา 14.00 น. เพื่อพิจารณา เพื่อให้คนที่บริสุทธิ์ที่สอบมาได้ด้วยความถูกต้อง เพราะตอนนี้คนกังวลใจว่าไม่พูดถึงเขาเลยคือ 9,174 คน ซึ่งมีคะแนนตรงกับกระดาษคำตอบคะแนนดิบที่มีการประกาศคะแนน แต่ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร จึงต้องทำสิ่งนี้ให้กระจ่างแจ้งนายอรรษิษฐ์กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการประกาศที่ผิดพลาด ทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง และจะมีมติในการที่จะต้องดำเนินการเพิกถอนการบรรจุกับคนกลุ่มแรก 3,621 คนในทันที หากมีมติในวันที่ 17 ก.ค.ทันที จะเร่งดำเนินการด้วยความรวดเร็ว โปร่งใส และเป็นธรรม นอกจากนี้จะตรวจคะแนนสอบใหม่ทั้งหมดเพื่อที่จะจัดลำดับผู้ที่สอบแข่งขันได้ที่จะได้รับการบรรจุในลำดับถัดไป เมื่อถามว่าการประชุม กสถ. วันที่ 23 ก.ค.จะเลื่อนเป็นวันที่ 17 ก.ค.ใช่หรือไม่ นายอรรษิษฐ์ตอบว่า วันที่ 23 ก.ค.คณะกรรมการ ก.กลางนัดประชุมอยู่แล้ว แต่วันนี้เราพิจารณาว่าเราต้องเพิกถอนโดยเร็วที่สุด ส่วนกลุ่มผู้มีรายชื่อในกลุ่มที่ 2 และกลุ่มที่ 3 จะมีการนับคะแนนใหม่ทั้งหมดด้านนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัด มท. รักษาราชการแทนอธิบดี สภ. กล่าวว่า ภารกิจเร่งด่วนประการแรกคือการจัดการปัญหาดังกล่าวอย่างตรงไปตรงมา โดยเร่งประสานข้อมูลอย่างใกล้ชิดกับ ป.ป.ช. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อติดตามความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่กระทำผิด 3,621 คน ว่ารายใดเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายแล้วบ้าง พร้อมทั้งดำเนินการแจ้งไปยังจังหวัดต้นสังกัดให้พร้อมทั้งดำเนินการแจ้งไปยังจังหวัดต้นสังกัดให้ดำเนินการเพิกถอนการบรรจุแต่งตั้งบุคคลเหล่านี้โดยทันที ส่วนกรณีเรียกคืนเงินเดือนหรือสิทธิประโยชน์ต่างๆนั้น ต้องพิจารณาในรายละเอียดตามพฤติการณ์ทางกฎหมายของแต่ละบุคคลต่อไปขณะที่นายบุญประสงค์ นวลสายย์ รองอธิบดี สถ. กล่าวถึงการตรวจข้อสอบจำนวน 800,000 ใบว่า ตอนนี้กระดาษคำตอบอยู่ที่ ป.ป.ช. ดังนั้น สถ.จะตรวจจากหลักฐานที่มีอยู่คือจากแฟลชไดรฟ์ที่มีการสแกนคำตอบไว้ ส่วนผู้ที่จะมาตรวจข้อสอบ ส่วนหนึ่งเป็นคณะกรรมการในการตรวจสอบที่มีความเป็นกลาง โดยสำเนาคำตอบมีจำนวนตามที่สแกนไว้ทั้งหมด เมื่อถามว่ากลุ่มคนที่ถูกออกจากราชการ 3,621 คน จะต้องชดใช้เงินเดือนที่ได้ไปอย่างไร นายบุญประสงค์ตอบว่า จะต้องพิจารณาตามพฤติกรรมอีกครั้งว่า การดำเนินการมีบทลงโทษอย่างไร ต้องตรวจสอบต่อไป กลุ่มนี้บรรจุเป็นข้าราชการช่วงเดือน มี.ค.69 เมื่อถามว่ากรณีขั้นตอนการสอบสัมภาษณ์ภาค ค. ที่กรรมการมีการกดคะแนน เพื่อให้อีกกลุ่มสอบผ่าน นายบุญประสงค์ ตอบว่า ต้องกลับไปดูข้อเท็จจริงที่อยู่ในกระบวนการของ ป.ป.ช. ที่ดำเนินการตรวจสอบ เช่นเดียวกับการตรวจกระดาษคำตอบที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เวลา 11.30 น. พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. เปิดเผยความคืบหน้าคดีโกงข้อสอบข้าราชการท้องถิ่นว่า หลังตำรวจจับกุมจ่าสิบตรี ดร.พิชิต ทั้งพรม หรือจ่าพิชิต ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ และนายอัศวิน โชติพนัง หรือ ดร.วิน ที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนัก ส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ น.ส.ศตพร ธนพชรโภคิน น้องสาวนายวิน 3 ผู้ต้องหาคนสำคัญคดีโกงสอบข้าราชการท้องถิ่นจนมีการส่งศาลฝากขังไปหมดแล้วพล.ต.ต.พัฒนศักดิ์กล่าวว่า จากการสอบสวนจ่าพิชิตให้การปฏิเสธ แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่สอบถามชื่อ ยังไม่ยอมตอบคำถาม รวมทั้งไม่ขอให้การใดๆทั้งสิ้น ส่วนนายวินถึงจะให้การปฏิเสธ แต่ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี โดยให้ข้อมูลว่าตนกับ น.ส.ศตพร น้องสาว มีหน้าที่รับไฟล์ข้อมูลข้อสอบมาจากจ่าพิชิต จากนั้นจะนำมาส่งให้ผู้ที่อยู่ในบ้านที่ถูกตรวจค้นย่านบางใหญ่ จ.นนทบุรี แก้ไขข้อมูลเท่านั้น รวมทั้งการตรวจค้น 9 เป้าหมายเกี่ยวกับตัวผู้ต้องหาไม่พบข้อมูลหลักฐานที่เป็นประโยชน์แต่อย่างไรผบก.ป. กล่าวต่อว่า หลังจากนี้จะปรึกษาผู้บังคับบัญชาเสนอออกหมายเรียกคนที่อยู่ในบ้านรวม 15 คนมารับทราบข้อกล่าวหา แต่ทั้งนี้จะต้องขึ้นอยู่กับ ป.ป.ช.ว่าจะให้ตำรวจทำในส่วนนี้หรือไม่ ส่วนผู้ที่สอบและบรรจุแล้ว 5 พันกว่ารายที่มีปัญหาทุจริตเจ้าหน้าที่จะต้องเรียกตัวมาสอบปากคำทั้งหมด อาจต้องเสนอ ผบช.ก. รวมท้ัง ผบ.ตร.ให้ออกคำสั่งให้ตำรวจท้องที่ช่วยในการสอบสวน กองปราบฯจะกำหนดประเด็นไปให้ เมื่อเสร็จสิ้นแล้วถึงจะส่งมาให้ส่วนกลางรวบรวมเพื่อพิจารณาต่อไปว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ ในส่วนของกองปราบฯรับผิดชอบในส่วนที่แบ่งงานมา สามารถจับกุมผู้ต้องหาตัวหลักได้สำเร็จใช้เวลาเพียง 17 วันเท่านั้น แต่ในส่วนคดีหลักยังคงเป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช.ที่รับผิดชอบดูแลเอง แต่ถ้า ป.ป.ช.ขอตำรวจให้ร่วมทำคดีเราพร้อมสนับสนุนอยู่แล้วที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง เวลา 17.30 น. วันที่ 16 ก.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย นำคณะไปเยือนสาธารณรัฐ ประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 16-20 ก.ค. มีนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย มารอรายงานตัว หลังนายกฯเซ็นคำสั่งให้ดำรงตำแหน่งรักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เพื่อตรวจสอบกรณีการทุจริตคะแนนสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น นายอนุทินให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อเช้านี้มีคำสั่งแต่งตั้งนายนิรัตน์ไปรักษาราชการแทนอธิบดี สถ. และให้มารายงานผลต่างๆ วันที่ 17 ก.ค. จะมีการประชุมคณะกรรมการกลางการสอบ แข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ที่ประชุมสามารถเพิกถอนข้าราชการชุดแรก โดยไม่ต้องรอนายกฯ เพราะตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการจะถอดหรือจะต่อและอะไรทั้งสิ้นด้านนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เผยว่า วันที่ 17 ก.ค.จะไปร่วมประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เพื่อพิจารณาเพิกถอนการบรรจุ 3,621 คน หากพบความผิดชัดเจนก็ต้องเพิกถอนได้ทันที ส่วนกรณีเพจชมรม STRONG ต้านทุจริตประเทศไทย เผยแพร่ข่าวสนิทกับ ดร.วิน 1 ในผู้ต้องหาในคดีทุจริตสอบนั้น นายนิรัตน์ยอมรับว่ารู้จักกับ ดร.วิน เพราะเป็นคนรู้จักคนเยอะอยู่แล้วและอัธยาศัยดี แต่ไม่ได้เรียนอะไรกับ ดร.วินไม่เคยจ้างงาน ดร.วิน ไม่เคยมาของาน ตนไม่เคยเป็นอธิบดีที่มีงบฯจัดจ้างงานอะไร มองว่าพูดเกินไป ตนรู้จักในฐานะที่มาทำความรู้จักแนะนำตัวและแนะนำบริษัท เป็นเรื่องธรรมดาอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่