หากจะใช้หลักเซียนสมเด็จ รุ่นตำนาน อย่าง “เสี่ยหน่ำ” เริ่มต้นที่พิมพ์ ดูภาพพระสมเด็จองค์ในคอลัมน์ ไม่ว่าจะใช้ทฤษฎี 11 ตำหนิพิมพ์ ในสี่พิมพ์ใหญ่ ของเฮียเท้า (นิรนาม) หรือจะลงลึกในทุกเส้นสาย จำ 21 ตำหนิพิมพ์ใหญ่ ของอาจารย์รังสรรค์ (นิตยสารผู้จัดการรายสัปดาห์) องค์นี้เก็บคะแนนได้เต็ม ภาษาวงการ “พิมพ์ใช่”แต่เมื่อมาถึง “เนื้อ” เนื้อพระสมเด็จองค์นี้ สนิมแดง แบบที่โบราณเรียก “ตะกั่วถ้ำชา” เอาละซี! เนื้อตะกั่วถ้ำชา ไม่เป็นที่ยอมรับ ในสารบบสมเด็จวัดระฆังมาแต่ไหนแต่ไรในหัวข้อ “ปัญหาเนื้อพิเศษ” หนังสือ ปริอรรถาธิบายแห่งพระเครื่อง เล่มพระสมเด็จฯ (คลังวิทยาพิมพ์ ครั้งที่ 6 พ.ศ.2520) “ตรียัมปวาย” พูดถึงเนื้อ ผงใบลานเผา เนื้อชานหมาก และเนื้อปูนน้ำมัน และยืนยันว่าไม่พบว่าเป็นสมเด็จวัดระฆังแท้แม้แต่เนื้อเดียวมาถึงเนื้อตะกั่วถ้ำชา “ตรียัมปวาย” บอกว่าเป็นสกุลสมเด็จชนิดหนึ่ง พบที่วัดบวรมงคล (วัดลิงขบ) วัดเสาวคนธ์ และที่กรุร้างโรงกลั่นสุราบางยี่ขัน เส้นสายลายพิมพ์ก็ไม่ถึงพระสมเด็จ กระทั่งพบที่วัดแห่งหนึ่งในพระนคร ศรีอยุธยา เป็นข่าวหนังสือพิมพ์ พ.ศ.2508 ครูดูแล้วก็ยืนยันว่า “ไม่ใช่”พอสรุปได้ว่า สมเด็จเนื้อตะกั่วถ้ำชา ที่คนโบราณพูดกันหนาหู ว่าท่านก็สร้างไว้เหมือนกัน เท่าที่พบกัน เป็นได้แค่ “สกุลสมเด็จ” ที่เกจิอาจารย์รุ่นต่อๆมาท่านสร้างไว้ ประเด็นที่ตัดสินเช่นนี้ชัดเจน...คือศิลปะพิมพ์ทรงรับรู้ชุดความรู้เรื่องนี้ไว้ในใจ...แล้วลองหันไปดู พระสมเด็จเนื้อตะกั่วถ้ำชา องค์ในคอลัมน์ วันนี้อีกสักทีเริ่มต้นกันใหม่ ที่ทุกเส้นสายลายพิมพ์...คนเป็นพระสมเด็จรู้กัน...พิมพ์ใหญ่แบบเขื่องมาตรฐานวงการ องค์ที่ติดพิมพ์ชัดและลึกนั้น เส้นสังฆาฏิจะแยกออกเป็นสองเส้น ยาวลงมาจดฝ่ามือองค์พระ จุดสังเกตสำคัญคือเส้นขอบจีวร ที่แยกอ่อนช้อยวกเข้าหาช่องรักแร้ขวา น้อยองค์เห็นบ่าท่านเว้าลงเหมือนปีกการะนาบเนื้อพระที่เห็นลาดและเนินสูงต่ำ บริเวณนี้ ถ้ามีถือเป็นตัวช่วยสำคัญ ยืนยันความเป็นสมเด็จวัดระฆังแท้...ประการหนึ่งไล่สายตาต่ำลงมาถึงพระเพลา...พิมพ์ใหญ่วัดระฆังแท้...ที่ติดพิมพ์ ลึก ชัดทุกองค์ เริ่มต้นที่หัวเข่าซ้ายโปนหนา ไล่ระดับลาดเอียงลงมาถึงเรียวน่อง ข้อเท้า ถึงปลายเท้า...นี่คือลักษณะพระสมเด็จพิมพ์ใหญ่แท้ ประการต่อมาดูสองตำแหน่งองค์พระนี้แล้ว ย้อนมามโนนะว่า นี่เนื้อตะกั่วถ้ำชาหนา! ไฉนเส้นสาย จึงกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกับเนื้อปูนเปลือกหอย ผสมตังอิ๊วได้?ถ้าไม่ได้เทเนื้อตะกั่วถ้ำชาลงในแม่พิมพ์... เดียวกัน แล้วจะได้พระสมเด็จพิมพ์ใหญ่ที่คุ้นตาได้ไง?มโนมาได้แค่นี้ก็ควรมโนต่อ เส้นซุ้มหวายผ่าด้านใน ที่คนเป็นพระให้ข้อสังเกต...เว้าลึกเข้าหาพื้นผนัง เนื่องจากการหดของเนื้อ...องค์นี้เนื้อตะกั่ว...มวลเป็นโลหะ แต่ดูแล้วมีเค้า เส้นซุ้มเข้าหาพื้นผนัง...แม้จะน้อยกว่ามาถึงระนาบพื้นผนังในซุ้ม...ที่กระซิบกันว่า เอียงองค์พระดูให้ดี...ด้านในต่ำกว่าพื้นผนังซุ้ม ...มโนตามดูแล้วก็พอเข้าเค้า ทั้งๆที่ธรรมชาติของเนื้อตะกั่วไม่ควรมีรอยยุบ รอยแยก รอยยับ หรือหลุมร่อง แต่มองด้วยตาองค์นี้ก็พอมีมาถึงเรื่องผิว...คนเป็นพระทุกคน พอคุ้นกับสีสนิมแดงของพระเนื้อตะกั่วหลายสำนัก รุ่นเก่า สนิมแดงของพระร่วง ไม่ว่าจากกรุสุโขทัยหรือลพบุรี หรือเอาแค่ตะกั่วอายุน้อยกว่า อย่างพระท่ากระดานน้อย กรุวัดศาลเจ้า ราชบุรีสนิมพระสมเด็จตะกั่วถ้ำชาองค์นี้ ก็แดงจัด...ตัดกับคราบขาวในหลุมร่อง...แบบที่เห็นกับตา ท่านเก่าได้ใจนี่ว่ากันเฉพาะธรรมชาติเนื้อพระด้านหน้า พลิกด้านหลัง ไม่น่าเชื่อ ก็ต้องเชื่อว่า ท่านมีธรรมชาติของหลุมร่อง รอยยุบ รอยแยก กระทั่งรอยกาบหมาก เข้าโฉลกเดียวกับสมเด็จวัดระฆังเนื้อผง องค์ดังๆหลายองค์ดูเนื้อหาและสนิมแดงของสมเด็จตะกั่วถ้ำชาองค์นี้...คนเป็นพระคงปฏิเสธไม่ได้...ที่ว่าเนื้อท่านไม่ใช่...รวมกับประสบการณ์ไม่เคยเจอของปลอม องค์นี้ดูเหลี่ยมไหนก็ยังดูได้ เนื้อท่านเก่าแท้ ประการเดียว.พลายชุมพลคลิกอ่านคอลัมน์ “ปาฏิหาริย์จากหิ้งพระ” เพิ่มเติม